วันอังคารที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เปิดอาณาจักรร้อยล้าน! พงศธร ธรรมวัฒนะ เจ้าพ่อของเล่นสาย 'ดีไซเนอร์ทอยส์' หนึ่งเดียวในไทย

เปิดอาณาจักรร้อยล้าน! พงศธร ธรรมวัฒนะ เจ้าพ่อของเล่นสาย 'ดีไซเนอร์ทอยส์' หนึ่งเดียวในไทย

  • Share:

'ผมไม่ใช่เดอะเบสต์...' หนุ่มวัย 24 ปี ยืนยันว่า ถ้าเดอะเบสต์หมายถึงมีของเล่น ของสะสมทุกๆ อย่าง แต่ถ้าในเส้นทางหุ่นยนต์ ของเล่น สายอาร์ต เขาน่าจะเป็นอันดับหนึ่งในประเทศไทย

"ถ้านับกันจริงๆ ในบ้านผมมีของเล่น ของสะสมที่หายาก อาทิ หุ่นยนต์ ฟิกเกอร์ ไวนิล ชุดผ้า โมเดล กว่า 100,000 ชิ้น (หลายตัวมีชิ้นเดียวในโลก) มีอยู่ทุกมุมของบ้าน ห้องน้ำ ห้องนอน ห้องรับแขก ห้องทำงาน ห้องกินข้าว ยกเว้นห้องพระห้องเดียวที่ไม่มี เยอะขนาดต้องหาบ้านให้ของเล่นของสะสม ให้พวกเขาอาศัยอยู่"

ใครจะคิดว่าของเล่นราคาแพงชิ้นแรก ที่ซื้อมาจากเงินเก็บ ตัวแรกไม่กี่พันบาทมันจะทำให้เด็กน้อยไปไกลกว่าการเล่น เพราะเขามองไกลและคิดอยู่ในใจตั้งแต่วันที่เห็นมันว่าอนาคตสิ่งเหล่านี้มันจะเป็นธุรกิจที่สร้างเงินเป็นกอบเป็นกำได้!!!

ไทยรัฐออนไลน์บุกบ้านเพื่อเปิดกรุของเล่น ของสะสมสุดอลังการกว่า 100,000 ชิ้น ของ จิ๊บ พงศธร ธรรมวัฒนะ (Facebook : JPTOYS) บอกเล่าเรื่องราวจากของเล่นไม่กี่บาท จนวันนี้ก่อร่างสร้างบริษัทเล็กๆ ในโลกอินเทอร์เน็ตที่ชื่อว่า J.P.TOYS (www.jp-toys.com) แบบไม่มีหน้าร้าน มีมูลค่ากว่า 100 ล้าน ว่าทำได้อย่างไร

เคยฟังเรื่องราวเส้นทางกว่าจะประสบความสำเร็จของสาหร่าย "เถ้าแก่น้อย" บ้างไหม...? เรื่องเล่านี้ก็ไม่แตกต่าง บทสัมภาษณ์ที่เชื่อว่าจะสร้างแรงบัน ดาลใจให้กับใครหลายๆ คน

บทเริ่ม รักด้วยหัวใจ ไม่ใช่เงิน..!

‘ไม่รวย ตอนเด็กผมไม่ได้รู้ว่าตัวเองมีฐานะ ชนิดที่ว่าอยากซื้อของเล่นกี่สิบกี่ร้อยชิ้นก็ได้ ดังนั้นถ้าอยากได้ของเล่นอะไรไม่ว่าจะแพงหรือถูกก็ต้องเก็บเงินเป็นปีๆ เพื่อหาซื้อเอง...’ จิ๊บ พงศธร ธรรมวัฒนะ ตอบคำถามที่ใครสงสัยว่า นามสกุลดังถึงมีกำลังซื้อได้ พร้อมกับย้ำว่าความคิดดังกล่าวไม่ใช่เรื่องจริง เพราะเขาถูกปลูกฝังว่าไม่ให้ใช้เงินสุรุ่ยสุร่าย ชนิดไม่เห็นค่าของเงิน กลับกัน แม้จะมีสมบัติมากมายแต่ครอบครัวก็ไม่เคยบอก แต่ย้ำให้ใช้เงินอย่างมีเหตุผล

“ผมไม่รู้ว่านามสกุลนี้ดัง (ธรรมวัฒนะ) และเรามีเงินมากแค่ไหน เพราะตอนเด็กๆ อยู่บ้านชั้นเดียวตรง 4 มุมเมือง ตื่นตี 5 แม่ก็พานั่งรถเมล์ไปส่งที่โรงเรียน เย็นก็นั่งรถเมล์กลับบ้าน ก็ใช้ชีวิตง่ายๆ เหมือนคนปกติทั่วไป คุณแม่ท่านเป็นคุณครูก็สอนเสมอว่าอยากได้ของเล่นอะไรก็ต้องเก็บเงินซื้อเอง หรือถ้าอยากได้มากก็ต้องเรียนให้ได้เกรดดีๆ แลกกับสิ่งที่อยากได้ ไม่มีแบบซื้อหุ่นยนต์ยกตู้ยกเซตแบบไม่เห็นคุณค่า พอโตมาถึงวันนี้ก็เข้าใจสิ่งที่ท่านสอนว่าอย่าใช้เงินไร้สาระ สอนให้รู้คุณค่าเงิน ให้ออม สอนให้รู้กระทั่งว่าวิธีแก้ปัญหาของชีวิตเป็นอย่างไรถ้าไม่มีเขา ไม่ใช่มีเงินแล้วจะขออะไรก็สปอยล์ให้ สุดท้ายก็จะกลายเป็นเสียคน”

“คำสอนเหล่านี้ผมยึดถือมาตลอด จนผมมีวันนี้...” นักสะสมที่มีหุ่นยนต์ของเล่นของสะสมกว่า 1 แสนชิ้น เจ้าของธุรกิจหนุ่มนามสกุลดัง ที่เอาความชอบมาเป็นธุรกิจมูลค่า 100 ล้าน กล่าว

จุดเปลี่ยนแรก จูเรนเจอร์ ประเทศญี่ปุ่น เปิดโลก...!

กล่าวย้อนถึงเส้นทางก่อนจะมีวันนี้ได้ คงจะไม่ผิดหากจะพูดว่าการไปเยือนประเทศญี่ปุ่นครั้งแรกตอน ม.3 เสมือนเป็นการเปิดโลกของเด็กชายที่มาจากไทยเพราะที่นี่ทำให้พบกับบริ ษัทผลิตของเล่นรายใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นชื่อดังนามว่า “บันได”

 

“โอ้โห...ประเทศนี้เป็นจุดเปลี่ยนแรกๆ เพราะมันเปิดโลกผมหมดเลย บันไดทำให้ผมตื่นตาตื่นใจมาก แม่ชี้ให้ดูว่าเมื่อก่อนเคยซื้อหุ่นตัวนี้ๆ ให้ ราคาตอนนั้นแค่ 1,000 - 2,000 บาท ตอนนี้ราคาเป็นหมื่น บางตัวเเตะแสนบาทแล้ว ตอนแม่เล่าผมคิดในหัวเลยว่าทำไมไม่เก็บพวกนี้ล่ะ เลยบอกไกด์ว่าพาไปที่มีของเล่นแบบนี้หน่อย เขาก็พาไปดูของมือสอง ซึ่งที่นี่ก็เจ๋งมากมือสองแต่กล่องยังไม่เคยแกะพลาสติกเลย เลือกดูอยู่นานที่สุดก็ได้ “จูเรนเจอร์” มา 1 ตัว ตอนตัดสินใจซื้อก็ยาก เพราะแพงมากเป็นหมื่น แม่บอกถ้าเป็นสิ่งจำเป็นก็ซื้อซิ เราก็เออจำเป็นไหมวะแพงด้วย แล้วถ้าซื้อมาไม่มีคนซื้อต่อล่ะ แต่สุดท้ายตัดสินใจเอาเงินเก็บซื้อ ปรากฏว่าไม่พอขอยืมเงินแม่อีก พอถึงบ้านก็คิดว่าแกะดีไหมวะ (หัวเราะ) แต่แม่บอกว่าของเล่นถ้าซื้อมาแล้วไม่เล่นเราก็จะไม่รู้ว่ามันสนุก มีคุณค่าอย่างไร พอแกะมาวางเล่น หมาก็ดันฉี่ใส่อีก เมื่อมองย้อนกลับไปหุ่นตัวนี้เป็นจุดเปลี่ยนหักเหให้ผมตกหลุมรักและหันมาสะสมเพื่อเล่นและเก็งราคา พูดแบบนั้นได้เต็มปาก”

จุดเปลี่ยนที่ 2 จากจูเรนเจอร์ ถึงกองทัพหุ่นยนต์ ของสะสม...!

จากบันได มารู้ตัวอีกทีหุ่นของเล่นเหล่านี้ก็เต็มบ้าน...! จิ๊บหัวเราะร่วน เรียกได้ว่าถ้าคิดเป็นเงินก็ราว 3-4 แสนบาท ในช่วง พ.ศ.2545 ถือว่ามากเอาการ

“แอบซื้อ คือแอบจริงๆ แม่ไม่รู้นะ (หัวเราะ) เงินส่วนใหญ่เป็นเงินเก็บที่ได้มาจากการออมค่าขนม เงินแต๊ะเอีย เงินค่าขายของเล็กๆ น้อยๆ ไม่ได้เล่นแบบเกินตัว เก็บมาเรื่อย เริ่มจากหุ่นตัวเล็กๆ ไปตัวใหญ่ ไปเป็นชุดผ้า หุ่นฟิกเกอร์ ที่ผมจะซื้อส่วนใหญ่ก็คำนึงว่ามีลูกเล่นอะไรบ้าง แต่ที่ชอบคือให้ติดสติกเกอร์เอง กลายเป็นว่าการซื้อของเล่นแบบนี้ ทำให้เราได้ใช้เวลากับแม่ด้วย ชวนแม่ประกอบ ชวนติดสติกเกอร์ด้วย เรียกว่ามีกิจกรรมเพิ่มมาในครอบครัว และที่สำคัญผมอยากให้เขารู้ว่าหุ่นมันมีดีเทล มันสวย และไม่ใช่ของไร้สาระ และที่สำ คัญเป็นการตอกย้ำให้แม่รับรู้ว่าเราชอบมันจริงๆ และสิ่งที่แม่เห็นจะสามารถเป็นธุรกิจได้”

จิ๊บยอมรับว่าแม้จะคิดได้ ครอบครัวยอมรับ แต่จะทำให้มันเป็นธุรกิจที่ทำเงินเป็นกอบเป็นกำไม่ใช่เรื่องง่าย จนมีโอกาสได้ไปจีน ที่นี่ทำให้เขารู้ว่าไม่ใช่แค่กำไรหลักสิบบาท แต่เจอจุดขายที่ทำกำไรมหาศาล ทำให้พบกับแนวทางใหม่ จนทำให้หลายคนขนานนามเขาว่า เจ้าพ่อหุ่นยนต์ของเล่นสายดีไซเนอร์คนแรกในประเทศไทย

“วันหนึ่งเพื่อนพี่สาวพาไปเดินห้างเจอเข้ากับการจัดนิทรรศการหุ่น 3 A เป็นเป็นร้อยๆ ตัว เราเลยไปต่อคิวซื้อนานมากๆ ที่สุดได้หุ่นขนาด 32 ซม. พร้อมกับลายเซ็นเจ้าของแบรนด์ 3A ในราคา 3,700 บาทมา เชื่อไหมเดินออกมา 3 ก้าว ฝรั่งเข้ามาขอซื้อต่อราคา 30,000 บาท เพราะมันผลิตมาแค่ 100 ตัว บางคนต่อคิว 2 คืนกว่าจะได้ แต่ก็ไม่ขายไป (ปัจจุบันในเว็บไซต์ 'อีเบย์' หุ่นตัวนี้ราคาขึ้นหลักแสนบาทแล้ว) แล้วจึงตัดสินใจเข้าไปคุยกับเจ้าของแบรนด์แรกๆ เขาก็งงว่าคิดว่าไอ้เด็กนี่มันกวนตีน (หัวเราะ) เราก็บอกเอาจริง รออยู่นานเขาก็ไม่ได้ติดต่อมา จนกระทั่งขณะเรียนใกล้จบแล้ว จู่ๆ ก็กลับมาคิดเรื่องนี้อีก จึงลุกขึ้นมาส่งอีเมล์ไปหาเขาถึง 2 ครั้ง พร้อมพึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ด้วยการบนบานศาลกล่าว ปรากฏว่าตอบมา เป็นความดีใจสุดๆ”

จิ๊บบอกว่า หลังจากบินไปพบกันที่ฮ่องกง ครั้งแรกที่เห็นหน้ากัน ถึงกับอึ้ง เพราะไม่คิดว่าจะเด็กมากอย่างนี้ แต่ตนก็ยืนยันว่าทำได้ พร้อมอธิบายความคิดแผนการตลาดให้ฟังอย่างพรั่งพรู แล้วก็กลับมาพบกันอีกครั้ง พร้อมกับสัญญาที่จะให้เขาเซ็น ปรากฏว่าถูกฉีกทิ้ง โดยเขาย้ำว่าคอนแทรคต์ที่ดีที่สุดคือสัญญาใจ

รุ่งขึ้นเขาประกาศในเว็บไซต์ 3A ซึ่งทุกคนๆ จากทั่วโลกก็เข้ามาให้กำลังใจมากมายมหาศาล

“เสน่ห์ของ 3A คือของทุกชิ้นมาจากงานวาดทั้งหมด หลังจากนั้นเขาก็เปลี่ยนจากภาพเป็นของเล่น เป็นธีม พ่นสีทั้งตัวด้วยมือหมด 3A ไม่มีการรีโปรดักซ์ ทุกตัวไม่เหมือนกัน พอเจอประโยคที่เขาพูด ก็คลิกเลย ผมชอบคำว่าแฮนด์เมด ชอบความใส่ใจของศิลปิน เราก็ไปดูแบรนด์อื่นๆ ถามพี่ๆ ที่เล่นกันว่ามีแบรนด์ศิลปินอะไร นอกจาก 3A แล้วไปเจอ coarse ซึ่งสุดยอดมาก เพราะเขาสนใจทุกรายละเอียดทุกอย่าง แล้วของเล่นของเขามีสตอรี่ มีความรู้สึก มันทำให้เราเห็นว่านี่แหละคือทางของผม ของเล่นสายดีไซเนอร์ทอยส์ ของเล่นสายอาร์ต หลังจากตามหาอีกก็เจอ Fool Paradise แบรนด์นี้แฮนด์เมดโคตรๆ มีแค่ 30 ตัวในโลก ผมเคยไปบ้านเขามา หลังบ้านเขาก็คือห้องครัวบ้านเรา ทำเองหมด เขารวยมาก ทำอสังหาริมทรัพย์ แต่กูอยากทำของเล่น ตอนนี้กลายเป็นอาชีพไปแล้ว หรืออย่าง RC Work เจ้าของแบรนด์นี้เป็นผู้กำกับหนังฮอลลีวูด ชาวฮ่องกง ดังมาก ธีมเขาคือทำหุ่นเป็นคนไทยเพราะเขาชอบคนไทยมาก จนมาถึง Fox box Studio, Original Effect, Ligh black, AX2 Studio และอื่นๆ อีกมาก มาย วันนี้จุดเด่นของเว็บไซต์เจพีทอยส์ที่ก่อตั้งมาเพื่อเป็นหน้าร้านขายหุ่นของเล่น ของสะสมก็คือ สายที่เป็นดีไซเนอร์ทอยส์ล้วนๆ” เจ้าพ่อของเล่นของสายดีไซน์เนอร์ทอยกล่าวอย่างภาคภูมิใจ

J.P. ทอยส์ ของเล่นร้อยล้าน...!

จากของเล่นที่ซื้อวันแรกๆ และก็ยังไม่รู้ว่ามันจะเป็นธุรกิจที่สร้างเงินเป็นกอบเป็นกำได้อย่างไร แม้จะมีความตั้งใจ จนกระทั่ง ณ วันนี้ มูลค่าของเล่น ของสะสมในเว็บ J.P.TOYS มีมูลค่ากว่าร้อยล้านบาท จิ๊บบอกว่ามันพิสูจน์ได้ถึงความตั้งใจว่า ไม่ว่าเราจะรักอะไรจริงจัง และเชื่อมั่น ไม่เพียงต่อเติมความฝัน ยังสามารถทำเป็นอาชีพหาเงินเป็นกอบเป็นกำได้อีกด้วย

“ของสะสมที่เก็บมาตั้งแต่เด็กๆ มีมากกว่า 100,000 ตัว และรวมสินค้าที่สั่งมารวมๆ แล้วมีมูลค่ากว่าร้อยล้านบาทเป็นอย่างน้อยแน่นอน เพราะหุ่นแต่ละแบรนด์ราคามันสูงขึ้นเรื่อยยิ่งเป็นสายดีไซเนอร์ที่เราขายด้วยมีน้อย บางตัวผลิตแค่ 30 ตัวในโลกเท่านั้น ดังนั้นราคามันจะถีบไป 3-4 เท่าเสมอๆ อย่างหุ่นบางตัวที่ผมสะสมราคาหลายแสน บางตัวมีเงินก็ไม่สา มารถซื้อได้ เชื่อไหมว่ากว่าแสนตัวผมจำได้ทุกชิ้น ใครหยิบเปลี่ยนที่ หรือขโมยรู้หมด จำความเป็นมาได้หมด ที่ลำบากมากที่สุดคือหุ่นเซนไทตัวสีทอง เพราะไม่ได้มีขายตามตลาด ต้องไปขอซื้อบริษัท บางตัวเปนทองคำ 14 K อย่าง 3 ตัวที่ไม่กล้าใส่กล่องเพราะตามมาหลายปี 3-4 เดือนที่ผ่านมาเพิ่งไปเจอมาที่ญี่ปุ่น 3 กล่อง ราคา 2 หมื่นบาท คว้าเลย พอเราเดินออกมามีคนมาขอซื้อ 1800000 เยน 4-5 แสน จาก 2 หมื่นบาทผมก็ไม่ขาย กลายเป็นว่าเรามีความผูกพัน อย่างตัวในตู้นี้ทำให้ผู้รู้จักผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง ตัวนี้ทำให้ผมเจอคนนี้ การเล่นวงการนี้ทำให้ผมเจอคนกว้างมาก เจอตั้งแต่ท็อปมหาเศรษฐี คนชั้นกลาง ล่าง แต่สิ่งหนึ่งที่ผมตั้งใจเอาไว้ก็คือไม่ซื้อของที่ขโมย หรือของโจรเด็ดขาด”

เปิดพิพิธภัณฑ์ของเล่นแหล่งรวมความฝัน...!

จิ๊บ บอกว่าตอนนี้เขาเติมเต็มความฝันตั้งแต่เด็กๆ ทั้งหมดแล้ว มีหุ่น ของเล่นตัวที่อยากได้ ตัวที่หายากๆ และทำสิ่งที่ชอบให้เป็นธุรกิจได้ มีจุดยืนไม่หลงทางเรื่องของเล่นตัวเองแล้ว จึงอยากตามหาความฝันของทุกๆ คนในบ้านบ้าง

“ส่วนของผมถือว่าเกินกว่าความตั้งใจแล้ว ตอนนี้คุณแม่อยากทำร้านอาหาร แฟน พี่สาวอยากขายขนม เลยตั้งใจว่าอยากจะเอาความฝันทุกคนมามิกซ์กัน เพื่อเปิดแกลอรี่ของเล่นของสะสม พร้อมกับเป็นร้านอาหาร พร้อมกับที่นั่งเล่นนั่งชิล มีของเล่นให้สั่งจองไว้ในนั้นด้วย ถามว่าเราได้อะไรจากการสะสมหุ่นยนต์ของเล่นเหล่านี้ ผมได้เห็นคุณค่าของเงิน ทำให้เห็นว่ามันไม่ไร้สาระ ได้มิตรภาพจากผู้คนที่พบปะ ได้พบความสุข และที่สำคัญผมสามารถเปลี่ยนความคิดของแม่ของพี่สาวว่า ของเล่นมันทำเป็นอาชีพไม่ได้ ของเล่นไร้สาระ เปลี่ยนมุมมองหลายคน แม่ผมเคยบอกว่า ถ้าเราไม่เห็นคุณค่าของ ของชิ้นนั้นก็จะไม่มีค่า ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็แล้วแต่ แล้ววันนี้มาให้คุณค่ากับของเล่นแล้ว ผมก็รักเขามาก ส่วนเสียอะไรไหมนอกจากเสียเงินแล้ว ก็ไม่มีอะไรแล้ว"

สุดท้าย 5 ปี จิ๊บบอกว่า ตนเองจะสร้างพิพิธภัณฑ์ของเล่น พร้อมกับชวนคนอื่นๆ ที่ชอบเล่นของเล่น มีของสะสมเหมือนกับเรามาร่วมกันทำ เพราะเชื่อว่าของเล่นแต่ละยุคสมัยมันมีพัฒนาการ มีการเปลี่ยนแปลงเยอะ และสิ่งเหล่านี้จะเป็นมรดกให้กับลูกหลานต่อไป

**ล้อมกรอบ**

5 ของเล่นของสะสมหายากมากที่สุดในโลก

สอบถามรายละเอียดได้ที่ 0-84-914-9914

Twitter : raydo_thairath

 

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้