วันพฤหัสบดีที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
พงศาวดารอยุธยา

พงศาวดารอยุธยา

  • Share:

หัวข้อ...ว่าด้วยเรื่องพงศาวดารกรุงศรีอยุธยาตอนถึงความเสื่อม สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงเรียบเรียงขึ้นถวาย จอมพลสมเด็จเจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ กรมพระยาภาณุพันธุ์วงศ์วรเดช

เมื่อครั้งทรงดำรงตำแหน่ง ผู้บังคับการพิเศษกรมทหารราบที่ 4 ครับ

ตามเรื่องพงศาวดาร การที่พระเพทราชาคิดกำจัดทหารฝรั่ง ซึ่งเข้ามาอยู่ในเมืองไทยเมื่อสมเด็จพระนารายณ์สวรรคตนั้น เดิมคิดจะถวายราชสมบัติแก่เจ้าฟ้าอภัยทศราชอนุชา

ถ้าเป็นไปดังพระเพทราชาประสงค์แต่เดิม การต่อมาก็เห็นจะไม่มีวุ่นวายใหญ่หลวง

แต่หลวงสรศักดิ์ บุตรพระเพทราชา มักใหญ่ใฝ่สูง จะใคร่ได้ ราชสมบัติแก่ตนในภายหลัง จึงได้ลอบปลงพระชนม์พระราชอนุชาสมเด็จพระนารายณ์ ฝืนใจพระเพทราชาต้องตั้งตัวเองเป็นพระเจ้าแผ่นดิน

คนทั้งหลายก็เห็นว่าพระเพทราชาเป็นกบฏ คิดแต่กำจัดศัตรู ผู้ที่ได้เข้าเป็นพวกพากันเอาใจออกห่าง ผู้ที่เป็นเจ้าเมืองที่มีกำลังเช่น นครราชสีมา และเมืองนครศรีธรรมราชก็ตั้งข้อแข็งเมือง

มหาดเล็กชื่อธรรมเฐียรอ้างตัวเป็นเจ้าฟ้าอภัยทศ หลอกลวงคนส้องสุมรี้พลอยู่ที่สระบุรี จนรวมคนได้เป็นกองทัพ ยกเข้ามาตั้งติดพระนครศรีอยุธยา แต่มาพ่ายแพ้เวลารบพุ่ง

ในครั้งนั้นไม่รู้ว่าศัตรูอยู่ที่ไหนบ้าง สงสัยใครก็ฆ่าเสีย แม้จน หลานชายซึ่งยกขึ้นเป็นกรมพระราชวังหลัง และเจ้าพระยาสุรสงครามซึ่งเป็นคู่คิดกันมาแต่ก่อน ก็ถูกกำจัด

พระเพทราชาต้องปราบปรามเสี้ยนศัตรูอยู่หลายปีจึงราบคาบ

ผลของการครั้งนั้น มีการแก้ไขประเพณีการปกครองบ้านเมือง ไม่วางใจข้าราชการ แต่ก่อนมาข้าราชการกระทรวงไหน กระทรวงนั้นว่ากล่าวออกไปถึงหัวเมือง

เปลี่ยนเป็นแบ่งหัวเมืองฝ่ายเหนือขึ้นมหาดไทย หัวเมืองปักษ์ใต้ให้ขึ้นกลาโหม ให้เจ้าหน้าที่มีอำนาจพอไล่เลี่ยกัน

หลวงสรศักดิ์ซึ่งได้เป็นพระมหาอุปราช ก็ตั้งทำเนียบขุนนางวังหน้าเพิ่มเติม เป็นกำลังรักษาพระองค์ แยกเป็นอีกฝ่ายหนึ่ง

ว่าโดยย่อ...แบบแผนวิธีราชการก่อนนั้นมา ตั้งขึ้นด้วยความมุ่งหมายต่อสู้ศัตรูภายนอก เปลี่ยนแปลงมาเป็นความมุ่งหมายต่อสู้ศัตรูภายใน

ก็เป็นธรรมดาที่จะมีผลไปข้างเสื่อมทราม และผลนั้นก็แลเห็นในไม่ช้า

พอสิ้นรัชกาลพระเจ้าท้ายสระ พ.ศ.2275 เจ้าฟ้าพรพระมหาอุปราช ราชอนุชา กับเจ้าฟ้าอภัยทศ เจ้าฟ้าปรเมศร์ ราชโอรส แย่งราชสมบัติกัน พวกวังหน้ากับพวกวังหลวงเกิดรบกันขึ้นกลางเมือง

ฆ่าฟันกันเป็นเบือ

มหาอุปราช ชนะ พวกวังหลวงก็ถูกกำจัดพินาศไปอีก เมื่อถึงคราวทำพระเมรุกลางเมือง กระบวนแห่ขาดจำนวนไป 60 คน

เมื่อพระเจ้าบรมโกศ (เจ้าฟ้าพร) เสด็จประพาสเมืองลพบุรี พวกจีนรวมตัวกัน 300 คน

บังอาจถึงเข้าปล้นพระราชวังหลวง

ถึงแผ่นดินพระเจ้าเอกทัศน์ การทั้งปวงเลวทรามหนักลงไป เมื่อมีศึกพม่า การต่อสู้เลวทราม หลงเชื่อวิทยาคุณเป็นใหญ่ยิ่งกว่ายุทธวิธี

จึงเสียกรุงศรีอยุธยาแก่พม่าข้าศึก เมื่อ พ.ศ.2310 ด้วยประการฉะนี้

อ่านพงศาวดารอยุธยา แล้วนึกถึงบ้านเมืองยุคใหม่ครับ... ตอนนี้มีเสียงบ่น บ้านเมืองเป็นกลียุค คนเป็นผู้นำไม่ควรไปไหน ไม่ห่วงโจรปล้นเมือง ก็น่าจะห่วงเก้าอี้ตัวเอง.

กิเลน ประลองเชิง

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้