ความงามของระบบการศึกษาไทยในบทเพลง "ดอกหญ้าในป่าปูน"

ข่าว

    ความงามของระบบการศึกษาไทยในบทเพลง "ดอกหญ้าในป่าปูน"

    ไทยรัฐออนไลน์

      18 ก.พ. 2556 08:00 น.

      บทเพลงในทุกยุคทุกสมัยจะสะท้อนความเป็นไปในสังคมขณะนั้น พัฒนาการทางสังคม ศิลปกรรม และ วรรณกรรมต่าง ๆ ก็สะท้อนมากับบทเพลง สังเกตุได้จากในระยะทศวรรษที่ผ่านมามีบทเพลงลูกทุ่งของไทยร้องรำพึงรำพันเกี่ยวกับการใช้โทรศัพท์มือถือที่เริ่มเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตและความเป็นอยู่ เช่น ชีวิตของการทำงานชีวิตรัก การเดินทาง การติดต่อและการสื่อสารในสังคมไทยมากขึ้น ในขณะเดียวกันนโยบายสาธารณะที่มีผลกระทบกับวิถีชีวิตและความเป็นอยู่ในสังคมก็ถูกนำมาใส่ไว้ในบทเพลงเช่นกัน และบทเพลง “ดอกหญ้าในป่าปูน” ขับร้องโดย ต่าย อรทัย อยู่ในอัลบั้มชุดที่ 1 ซึ่งแต่งโดย ครูสลา คุณวุฒิ ชาวจังหวัดอุลราชธานี นับเป็นเพลงหนึ่งในจำนวนหลาย ๆ เพลงที่สะท้อนความงดงามของระบบการศึกษาไทยในด้าน "โอกาสทางการศึกษาและความเสมอภาค (Educational Opportunity and Equity)" และ ระบบการศึกษาไทยได้สร้างดอกหญ้าในป่าปูนขึ้นเป็นจำนวนมาก แต่นักการศึกษาจำนวนมากอาจไม่เคยทราบหรือเคยฟังเพลงนี้เลย

      เนื้อร้องเพลง ดอกหญ้าในป่าปูน

      หัวใจติดดิน สวมกางเกงยีนส์เก่าเก่า ใส่เสื้อตัว ร้อย เก้า เก้า กอดกระเป๋าใบเดียวติดกาย

      กราบลาแม่พ่อ หลังจากเรียนจบ ม.ปลาย ลาทุ่งดอกคูณไสว มาอาศัยชายคาป่าปูน

      เอาแรงเป็นทุน สู้งานเงินเดือนต่ำต่ำ เก็บเงินเข้าเรียนภาคค่ำ ก่อความหวังบนทางเปื้อนฝุ่น

      สังคมเมืองใหญ่ ขาดแคลนน้ำใจเจือจุน ใช้ความอดทน เติมทุนให้ยืนสู้ไหวทุกวัน

      อยู่เมืองสวรรค์ แต่เป็นคนชั้นติดดิน เป็นผู้รับใช้จนชิน หูได้ยินแต่คำสั่งงาน

      แต่ยังยิ้มได้ เพราะใจเหมือนดอกหญ้าบาน ถึงอยู่ในที่ต่ำชั้น แต่ก็บานได้ทุกเวลา

      หัวใจติดดิน สวมกางเกงยีนส์เก่าเก่า ใส่เสื้อตัว ร้อย เก้า เก้า แต่ใจสาว บ่ด้อยราคา

      หวังไว้วันหนึ่ง เรียนจบชั้นที่เฝ้ารอมา จะสวมมงกุฏดอกหญ้า ถ่ายรูปปริญญาหวนมาบ้านเรา

      ท่านสามารถเข้าไปค้นหาและฟังเพลงนี้ได้ใน Google โดยพิมพ์ชื่อเพลง “ดอกหญ้าในป่าปูน”

      โอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษา (Educational Opportunity and Equity)

      ถึงแม้ว่าระบบการศึกษาไทยอาจถูกจัดอันดับไว้ท้าย ๆ ในประชาคมโลก อาจถูกเยาะเย้ย ดูหมิ่นดูแคลน จากนักการศึกษาไทยหลาย ๆ คน ว่าเป็นระบบการศึกษาที่ด้อยคุณภาพและอาจถูกวิพากษ์วิจารณ์ถึงความล้มเหลวต่าง ๆ แต่ท่ามกลางของความไม่พอใจในระบบการศึกษานั้น ระบบการศึกษาแบบนี้ได้สร้างคนจำนวนมากให้มีปรีชาญาณและมีความสามารถให้หันกลับมาวิพากษ์ วิจารณ์ แก้ไข และพัฒนาระบบการศึกษาไทยที่ได้มีส่วนเป็นผู้สร้างผู้มีปรีชาญาณเหล่านั้นขึ้นมา นับเป็นความงดงามประการแรกของระบบการศึกษาไทย

      ความงดงามประการที่สอง ระบบการศึกษาไทยให้โอกาสทางการศึกษาที่สามารถตอบสนองผู้ต้องการเรียนหนังสือได้อย่างมาก ขอเพียงมีใจรักที่จะเรียน จากบทเพลง“ดอกหญ้าในป่าปูน” เป็นการแสดงถึงนักเรียนที่จบชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายในต่างจังหวัด (จากทุ่งดอกคูณไสว) มุ่งหน้าเข้าสู่กรุงเทพฯ (ป่าปูน สังคมเมืองใหญ่ เมืองสวรรค์) ด้วยใจที่มีความใฝ่ฝันอยากเรียน “จบชั้นที่เฝ้ารอมา” และ “ถ่ายรูปปริญญา” ซึ่งเป็นการแสดงถึงโอกาสทางการศึกษาตั้งแต่ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน จนถึงระดับอุดมศึกษา หรือระดับปริญญา ที่ระบบการศึกษาไทยเปิดโอกาสนี้ให้กับผู้มีใจรักเรียน ถึงแม้ (หัวใจติดดิน) จะไม่เป็นผู้ที่มีฐานะทางเศรษฐกิจและสังคมก็ตาม แต่ถ้ามีหัวใจรักที่จะเรียนและมีความสามารถเพียงพอก็สามารถเรียนได้จนจบชั้นปริญญาได้ โดยมีตัวอย่างให้เห็นเป็นจริงจำนวนมากในสังคมไทย

      ความงามประการที่สาม ระบบการศึกษาไทยให้ความเสมอภาคทางการศึกษา หลักฐานเชิงประจักษ์ได้แก่ การมีหลักสูตรที่หลากหลาย เหมาะกับผู้เรียนแต่ละประเภท เช่น มีการเปิดหลักสูตรการเรียนการสอนภาคค่ำให้ผู้ที่ทำงานได้มีโอกาสเรียน มีระบบการสอบเทียบโอน และที่สำคัญมากคือ ไม่ต้องแสดงหลักฐานทางการเงินกับสถาบันการศึกษาที่จะเข้าศึกษาว่ามีฐานะทางการเงินเพียงพอที่จะเรียนได้จนจบการศึกษา ซึ่งสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษาในต่างประเทศที่ถูกจัดอันดับทางการศึกษาในระดับต้น ๆ ส่วนมากจะกำหนดให้ต้องแสดงฐานะทางการเงินแม้แต่ประชาชนของตนเองก็ตาม นอกจากนั้นใน พ.ร.บ. มหาวิทยาลัยราชภัฏ พ.ศ. 2547 มาตรา 9 ได้บัญญัติไว้ว่า “มหาวิทยาลัยจะปฏิเสธการับสมัครผู้ใดเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัย หรือ ยุติ หรือ ชะลอการศึกษาของนักศึกษาผู้ใด ด้วยเหตุเพียงว่าผู้นั้นขาดแคลนทุนทรัพย์อย่างแท้จริงเพื่อจ่ายค่าธรรมเนียมการศึกษาต่าง ๆ แก่มหาวิทยาลัยมิได้” และมหาวิทยาลัยของรัฐอื่น ๆ ก็มีแนวปฏิบัติในทิศทางเดียวกัน

      การเลื่อนระดับชั้นทางสังคมผ่านระบบการศึกษา

      ระบบการศึกษาไทยกับระบบสังคมไทยเป็นสิ่งที่อยู่ด้วยกันไม่อาจแยกกันได้ ระบบสังคมไทยเป็นระบบที่พัฒนามาจากระบบที่มีชนชั้นทางสังคม และเป็นประชาธิปไตยแบบทุนนิยมซึ่งมีระดับฐานะทางเศรษฐกิจและสังคมที่อาจแบ่งแยกได้ตามตำแหน่งงานและรายได้ ความงดงามอีกประการหนึ่งของระบบสังคมไทยกับระบบการศึกษาไทย คือ การยอมรับและยินยอมให้ผู้มีการศึกษาสามารถเข้าสู่ตำแหน่งงานได้อย่างเสมอภาค โดยการยอมรับและบัญญัติเป็นกฎหมายให้ศักดิ์และสิทธิ์ของปริญญาเท่าเทียมกันจากทุกสถาบันการศึกษาที่ผ่านการรับรองมาตรฐานคุณภาพ บทเพลง “ดอกหญ้าในป่าปูน” อาจเป็นแรงบันดาลใจให้กับผู้ใฝ่เรียน และต้องการใช้ช่องทางของการศึกษาเลื่อนระดับชนชั้นของตนเอง

      "ดอกหญ้าในป่าปูน" หมายถึง ผู้ที่สามารถเลื่อนระดับฐานะทางเศรษฐกิจและสังคมของตนเองผ่านระบบการศึกษาที่เปิดโอกาสและให้ความเสมอภาค เมื่อเป็นผู้มีการศึกษาก็สามารถมีตำแหน่งงาน มีรายได้อยู่ในสังคมได้อย่างภูมิใจ ตัวอย่างของผู้ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานโดยเฉพาะของภาคราชการที่เติบโตมาจากระบบการศึกษานอกโรงเรียน การสอบเทียบ การเรียนภาคค่ำในมหาวิทยาลัย การเรียนในมหาวิทยาลัยเปิดหรือมหาวิทยาลัยที่ไม่จำกัดจำนวนรับ ผู้บริหารระดับสูง ผู้ที่กำหนดทิศทางและนโยบายสำคัญ ๆ ของประเทศที่มาจากระบบการศึกษาที่ให้โอกาสและความเสมอภาคอย่างนี้มีอยู่ในทุกกระทรวง กรม กองเป็นความงดงามของ "ดอกหญ้าในป่าปูน" ที่ซ่อนเร้นอยู่ในระบบการศึกษาของไทย

      ในระยะของการปฏิรูปการศึกษารอบต่อไป โอกาสทางการศึกษาและความเสมอภาค ควรเป็นสาระสำคัญที่ควรยึดถือ รักษาไว้ และพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นไป อย่าทำให้การศึกษามีไว้สำหรับผู้ที่มีฐานะทางเศรษฐกิจและสังคมเท่านั้น หรือ เป็นที่เข้าใจอย่างง่าย ๆ ว่า “อย่าทำการศึกษาให้เป็นธุรกิจ” “อย่าทำให้การศึกษามีราคาแพง” คนรวยเท่านั้นที่เรียนได้ และ “อย่าทำให้เกิดระบบการศึกษาที่มุ่งหวังกำไรที่เป็นตัวเงินมากเกินไป” เพราะจะนำไปสู่การเพิ่มช่องว่างระหว่างชนชั้นในสังคม ยิ่งเป็นการเพิ่มความขัดแย้งให้มากขึ้น

      สังคมใดก็ตามจะเป็นสังคมที่ไม่น่าอยู่ ไม่สงบสุข ถ้าสังคมนั้นมีช่องว่างระหว่างชนชั้นมาก และถ้าสังคมไม่เปิดโอกาสให้สามารถเลื่อนระดับชนชั้นได้ สังคมนั้นไม่อาจสร้างความฝันและแรงบันดาลใจให้กับคนในสังคมได้เช่นกัน ความสงบสุขในสังคมจะเกิดขึ้นไม่ได้เลยถ้าคนในสังคมไม่สามารถมีความฝันและแรงบันดาลใจได้ ผู้คนจะอยู่อย่างสิ้นหวัง สิ้นแรงบันดาลใจ และในที่สุดจะเกิดความวุ่นวาย ไร้ความสงบสุขในสังคมดังนั้นการปฏิรูปการศึกษารอบต่อไปจึงไม่ควรลืม “ดอกหญ้าในป่าปูน”


      รองศาสตราจารย์ ดร.กฤษมันต์ วัฒนาณณงค์

      อ่านเพิ่มเติม...

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      Trendvg3 logo
      Sonp logo
      inet logo
      วันศุกร์ที่ 3 ธันวาคม 2564 เวลา 17:49 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์