ไลฟ์สไตล์
100 year

ขอขายไม้ของกลาง ออป.ชงเรื่อง ยกเว้น 'พะยูง' ไว้ซ่อมวัง-วัด

ไทยรัฐออนไลน์
28 ม.ค. 2556 09:00 น.
SHARE

อ.อ.ป.ดิ้น ขอกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเตรียม นำไม้ของกลาง ทั้งสัก  กระยาเลย  ลอตใหญ่แปรรูป ทำเฟอร์นิเจอร์ขาย  แก้ปัญหาสภาพคล่ององค์กรอ้างเก็บไว้ก็เสื่อมสภาพ  ส่วนไม้พะยูงจะนำไปซ่อมแซมพระราชวัง  วัด  หรือสถานที่ราชการ  เพื่อให้เป็นสมบัติของชาติ ขณะที่ ผช.หัวหน้าอุทยานทับลานฯ แฉขบวน การมอดไม้เหิม ลอบตัดพะยูงในอุทยานฯทับลาน กันหนักเพราะมีขนาดใหญ่ ได้ราคาดี  หนำซ้ำก่อนลงมือยังประกอบพิธีกรรมบวงสรวงเจ้าป่าเจ้าเขาด้วยหัวหมู

เมื่อวันที่ 27 ม.ค. นายชัยภัฏ สมบูรณ์ดำรงกุล ผอ.องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (อ.อ.ป.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า ขณะนี้ อ.อ.ป.ได้ทำหนังสือถึงนายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข รมว. ทรัพยากรฯ เพื่อให้สั่งการให้กรมป่าไม้และกรมอุทยาน แห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ขายไม้ของกลาง คือ ไม้สักและไม้กระยาเลย ให้กับ อ.อ.ป. เพื่อมารวมกับไม้ของกลางที่ อ.อ.ป.มีทั้งไม้สักและไม้กระยาเลย จำนวน 27,000 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) มูลค่า ประมาณ 60 ล้านบาท อยู่แล้ว เพื่อนำมาทำเฟอร์นิเจอร์หรือ จำหน่ายแปรรูปให้กับประชาชนต่อไปตามราคาท้อง ตลาด เพื่อแก้ปัญหาสภาพคล่องของ อ.อ.ป. เพราะหาก เก็บไว้นานไม้ของกลางก็จะเกิดการเน่าเปื่อยผุพัง และที่มีอยู่น่าจะใช้ประโยชน์ได้เพียง 60 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น

ผอ.อ.อ.ป.กล่าวอีกว่า สำหรับในส่วนของไม้พะยูงของกลาง อ.อ.ป.ดูแลอยู่จำนวน 2,000 ลูกบาศก์เมตร โดยก่อนหน้านี้ คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติให้ นำไปใช้ประโยชน์สำหรับทางราชการ พร้อมกับตั้งคณะกรรมการขึ้นมาดูแลมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก เป็นประธาน และ อ.อ.ป. เป็นฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการ เพิ่งมีการประชุมไป เบื้องต้นได้ข้อสรุปว่าจะนำไม้พะยูงของกลางมาใช้ใน การก่อสร้างหรือซ่อมแซมพระราชวัง วัด หรือสถานที่ ราชการ เพื่อให้เป็นสมบัติของชาติ ในส่วนของ อ.อ.ป. เองก็จะไม่ซื้อไม้พะยูงของกลาง เพราะมีมติ ครม.กำหนดไว้ชัดเจนว่าห้ามซื้อขายไม้พะยูงของกลาง เพราะจะเป็นการเร่งให้มีการเข้าไปลักลอบตัดออกมาจากป่ามากขึ้น

ด้านนายบุญชอบ สุทธมนัสวงษ์ อธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวว่า ในการประชุมผู้บริหารกระทรวงทรัพยากรฯ ที่มีนายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข รมว.ทรัพยากรฯ เป็น ประธาน ตนได้รายงานความคืบหน้าการดำเนินการกับไม้ของกลางว่า ขณะนี้มีไม้ของกลางทั้งที่อยู่ระหว่าง ดำเนินคดีและคดีสิ้นสุดแล้ว อยู่ในความรับผิดชอบของกรมป่าไม้ กรมอุทยานฯ และ อ.อ.ป.จำนวนมาก ซึ่งไม้ของกลางเหล่านี้มีปัญหาในการเก็บรักษา เนื่อง จากสถานที่เก็บรักษาในสภาพที่ไม่เหมาะสม โดนทั้ง แดดและฝน ทำให้ไม้เสื่อมสภาพไปมากนั้น สมควรที่จะมีการพิจารณาดำเนินการกับไม้เหล่านี้ต่อไป โดย ขณะนี้ขอให้กรมป่าไม้ กรมอุทยานฯ และองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ไปสำรวจตัวเลขไม้ของกลางทั้งหมด เพื่อให้ได้ตัวเลขที่แน่ชัดก่อนพิจารณาดำเนินการต่อไป

นายบุญชอบกล่าวอีกว่า ในส่วนของไม้พะยูง ซึ่งมติ ครม. เมื่อวันที่ 11 ธ.ค.2555 ได้เร่งรัดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงทรัพยากรฯ กระทรวง การคลัง สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา พิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไร เพื่อนำไม้พะยูงซึ่งเป็นไม้อนุรักษ์ และยึดได้ หรืออายัดมาเป็นไม้ของกลางได้ จำนวนมาก มาใช้ประโยชน์ทางราชการเป็นหลักต่อไป ขณะที่ในส่วนของไม้พะยูงของกลางที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมศุลกากร จำนวน 9,000 กว่าตันนั้น มีปัญหาว่ากรมศุลกากรต้องการให้กรมป่าไม้นำ มาเก็บรักษาเอง

ทั้งนี้ มีรายงานจำนวนไม้พะยูงของกลางในส่วนที่กรมป่าไม้เก็บรักษาไว้ ที่อยู่ระหว่างการดำเนิน คดี จำนวน 29,681 ท่อน/แผ่น/เหลี่ยม ปริมาตร 2,338.88 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ตกเป็นของแผ่นดินและคดีสิ้นสุดแล้ว 20,771 ท่อน/เหลี่ยม/แผ่น ปริมาตร 1,730.38 ลบ.ม. ในส่วนของกรมอุทยานฯ มีไม้พะยูง ที่อยู่ระหว่างการดำเนินคดี 21,395 ท่อน ปริมาตร 2,022.20 ลบ.ม. ไม้พะยูงที่ตกเป็นของแผ่นดิน 480 ท่อน ปริมาตร 50.29 ลบ.ม.ขณะที่กรมศุลกากรเก็บรักษาไม้พะยูงจำนวน 89,371 ท่อน ปริมาตร 9,444.23 ลบ.ม. รวมทั้งหมดแล้วกว่า 1 แสนท่อน หรือกว่า 1.5 หมื่น ลบ.ม. คิดเป็นมูลค่าทั้งหมดไม่ต่ำกว่า 4,000-6,000 ล้านบาท

ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก นายภัทรพล ซุ่นฮั้ว ผู้ช่วยหัวหน้าอุทยานฯทับลาน ในฐานะหัวหน้าเขตการจัดการอุทยานฯทับลานที่3 คลองน้ำมัน อ.เสิงสาง จ.นครราชสีมา ถึงสถานการณ์การลักลอบตัดไม้พะยูงในพื้นที่อุทยานฯทับลานในขณะนี้เกิดขึ้นอย่างรุนแรง เพราะไม้ในพื้นที่มีขนาดใหญ่เป็นที่ต้องการของตลาด โดยที่ผ่านมาจะมีชาวบ้านจากหมู่บ้านที่อยู่รอบๆเขตอุทยานฯเข้ามาทำไม้ในพื้นที่เป็นกลุ่มๆแล้วชักลากเข้าไปเก็บไว้ตามไร่มันสำปะหลังหรือในหมู่บ้าน ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่เคยพบหลักฐานการเข้าไปทำไม้ในพื้นที่อุทยานฯทับลาน โดยกลุ่มชาวบ้านที่จะเข้าไปตัดไม้พะยูงจะมีการประกอบพิธีกรรมบวงสรวงเจ้าป่าเจ้าเขาด้วยหัวหมู จำนวน 7-9 หัว ไว้ริมชายป่า ก่อนเข้าไปตัดไม้ ซึ่งกรณีเช่นนี้ไม่พบในพื้นที่อื่น และหากตัดและชักลากไม้ออกมาได้สำเร็จ จะมีพ่อค้าคนกลางเข้ามาตกลงราคาซื้อขายกันในหมู่บ้าน หากพอใจราคาก็ขาย แต่ถ้าไม่พอใจก็ต้องย้ายจุดซ่อนไม้ เพราะเกรงจะมีการหักหลังกันในภายหลัง ทั้งนี้ เมื่อขายไม้ได้ก็จะมีการปิดหมู่บ้านฉลองกันใหญ่โต แต่เจ้าหน้าที่ไม่สามารถทำอะไรได้ เพราะเมื่อจับผู้ต้องหาได้ ก็เพียงแต่ลงบันทึกประจำวันเท่านั้น ซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นปัญหาเพราะกฎหมายในการเอาผิดกับคนที่เข้าไปลักลอบตัดไม้พะยูงยังอ่อนมาก

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์การลักลอบตัดไม้พะยูงยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะมีแรงจูงใจจากราคาไม้พะยูงสูงขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก โดยขณะนี้ราคาขายอยู่ที่ราคา 3-4 แสน/ลบ.ม. ยกเว้นไม้พะยูงจากอุทยานฯทับลาน ปางสีดา อุทยานฯภูเวียง และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่ ที่มีขนาดใหญ่อายุราว 200 ปี ขนาดหน้ากว้าง ไม่ต่ำกว่า 80ซม.ยาว 2 ม. หนา 10 ซม. จะขายกันเป็นแผ่น ราคาแผ่นละไม่ต่ำกว่า 3-5 แสนบาท ในส่วนไม้ขนาดเล็กขายแบบชั่งกิโล กิโลละ 100 กว่าบาท โดยมีความต้องการจากนายทุนกลุ่มชาวจีน ไต้หวัน ฮ่องกง ที่จะสั่งผ่านนายทุนชาวลาวและเวียดนาม ขณะที่กลุ่มนายทุนชาวไทยจะติดต่อกับนายทุนชาวลาวและเวียดนาม แล้วไปรับซื้อไม้พะยูงตามหมู่บ้าน ขณะที่กลุ่มผู้ลักลอบตัดไม้ชาวกัมพูชาในภาคอีสานตอนล่างจะได้รับการสนับสนุนจากทหารในประเทศเพื่อนบ้าน มีการติดอาวุธสงครามเข้ามาอย่างครบมือ

ข่าวแนะนำ

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอังคารที่ 22 มิถุนายน 2564 เวลา 19:59 น.