ไลฟ์สไตล์
100 year

หน.แก่งกระจานฮึดสู้โชว์ภาพมีวัน-เวลาชัดโต้ตร.สั่งไม่ฟ้องพตท.

ไทยรัฐออนไลน์
25 ม.ค. 2556 09:00 น.
SHARE

หัวหน้าอุทยานฯแก่งกระจานโต้พนักงานสอบสวนยืนยันหลักฐานที่ส่งไปโดยเฉพาะรูปถ่ายระบุวันเวลาที่เกิดเหตุอย่างชัดเจน ล่าสุดส่งเจ้าหน้าที่อุทยานฯย้อนกลับไปถ่ายภาพในจุดเดิมนำมาเปรียบเทียบกับภาพในกล้องของผู้ต้องหาให้เห็นชัดเจนพร้อมนำส่ง ผวจ.และอัยการจังหวัดเพื่อยืนยันว่าหลักฐานชัดเจน ขณะที่ ส.ว.เพชรบุรีจวกซ้ำการสอบสวนมีเลศนัย ส่วนองค์กรอนุรักษ์ยื่นแถลงการณ์ให้ ผบ.ตร.เปลี่ยนตัวพนักงานสอบสวนและตั้งกรรมการสอบสวนว่ากระทำลงไปเพื่อเอื้อประโยชน์กับผู้ต้องหาหรือไม่ ด้าน ผบ.ตร.สั่ง “รองฯปานศิริ” ลงดูแลคดีสั่งให้ส่งสำนวนให้ส่วนกลางตรวจสอบ

ภายหลังที่พนักงานสอบสวน สภ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี สั่งไม่ฟ้อง พ.ต.ท.ธีรยุทธ เกตุมั่งมี สว. สส.สภ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ในคดีร่วมกับพวกอีก 8 คน ล่าสัตว์ป่าในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานโดยอ้างว่าภาพถ่ายหลักฐานที่อุทยานฯส่งให้ไม่ระบุวันที่ประกอบกับภาพในการล่าสัตว์ไม่ชัดเจนนั้น

ต่อมาเช้าวันที่ 24 ม.ค. นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หน.อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เปิดเผยว่า ภาพถ่ายในกล้องของผู้ต้องหาที่ตรวจยึดได้และส่งไปกับซีดีทั้งภาพนิ่งและภาพวีดิโอให้พนักงานสอบ สวน มีการบันทึกวันและเวลาในการถ่ายภาพโดยระบบของกล้องอยู่แล้วอย่างชัดเจน ใครก็เปิดดูได้ว่าภาพนั้นถ่ายเมื่อใดและเวลาใด ส่วนกรณีที่ไม่ชัดเจนว่าภาพนั้นถ่ายในพื้นที่ของอุทยาน ซึ่งเป็นจุดที่กระทำผิดหรือไม่นั้น แท้จริงแล้วสามารถตรวจดูในภาพทั้งของผู้ต้องหาและภาพบันทึกการจับกุมได้ ขณะนี้ได้ส่งเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า 10 นาย เข้าไปถ่ายภาพเชิงซ้อนสถานที่เกิดเหตุเพื่อนำมาเปรียบเทียบกับภาพถ่ายจากกล้องของผู้ต้องหาแล้ว

กระทั่งเวลา 11.30 น. ชุดเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า 10 นาย ที่เข้าไปถ่ายภาพเชิงซ้อนสถานที่เกิดเหตุได้เดินทางออกมาจากอุทยานฯแก่งกระจานพร้อมนำภาพถ่ายที่เข้าไปถ่ายล่าสุดเทียบเคียงกับภาพถ่ายที่ผู้ต้องหาทั้ง 9 คน เข้าไปพักค้างแรมในป่าแก่งกระจานตั้งแต่ลงเรือเข้าไปเมื่อวันที่ 8 พ.ย.55 ค้างแรมตรงไหน วันที่ 9 พ.ย.55 ไปค้างแรมตรงไหน กระทั่งถูกจับกุมได้ เมื่อคืนวันที่ 10 พ.ย.2555 พร้อมทั้งจับพิกัดจีพีเอสไว้เป็นหลักฐานทุกจุดเพื่อยืนยันว่า พ.ต.ท.ธีรยุทธ เกตุมั่งมี สว.สส.สภ.ปราณบุรี ได้เข้าไปร่วมในการไล่ล่าสัตว์ป่ากับพวก

นายชัยวัฒน์กล่าวหลังตรวจภาพเปรียบเทียบว่า จากภาพถ่าย พ.ต.ท.ธีรยุทธจะอ้างว่าเป็นการพลัดหลงหรือไปเจอกับพวกอีก 8 คน โดยไม่ได้ตั้งใจนั้นเป็นไปไม่ได้ เพราะมีระยะทางห่างจากที่ทำการอุทยานฯเข้าไปถึงจุดที่พบพักค้างแรมและถูกจับกุมเป็นทางรถยนต์ถึง 50 กม. หากเดินทางวัดตามแผนที่ทางตรงยังต้องใช้เวลาถึง 6 ชม. อีกทั้งบริเวณดังกล่าวเป็นพื้นที่อ่อนไหวจะเข้าไปไม่ได้ถ้าไม่ได้รับอนุญาตจากทางอุทยานฯ จึงพิสูจน์ได้ว่า พ.ต.ท.ธีรยุทธมีเจตนาเข้าไปร่วมกับพวกอีก 8 คนกระทำความผิดอย่างชัดเจน

หัวหน้าอุทยานฯแก่งกระจานกล่าวด้วยว่า หลักฐานที่ส่งไปให้พนักงานสอบสวนมีทั้งปืนพกสั้น ปืนยาว ซากกระจง กบทูด รวมทั้งร่องรอยการพักค้างแรมและยังมีเศษซากอาหารที่ทำจากกระจงและกบทูด แต่พนักงานสอบสวนกลับไม่ลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุ ตรงนี้ต้องให้ความเป็นธรรมกับเจ้าหน้าที่อุทยานฯที่ปฏิบัติหน้าที่ในการพิทักษ์รักษาป่าและสัตว์ป่าด้วยว่า พวกเราทำงานอย่างเต็มความสามารถ แกะรอยเข้าไปทั้งทางเรือ เดินเท้า ค้างแรมอยู่กลางป่าถึง 3 วัน 3 คืนโดยมีเสบียงเฉพาะเพียงแค่คืนเดียวเพราะต้องติดตามอย่างต่อเนื่อง
“หลักฐานทั้งหมดผมจะทำหนังสือยื่นอุทธรณ์ไปยัง ผวจ.เพชรบุรี และอัยการจังหวัดเพชรบุรี เพื่อแสดงให้เห็นว่าหลักฐานที่ส่งให้พนักงานสอบสวนนั้นชัดเจนและไม่ได้บกพร่องแต่อย่างใด ส่วนความเห็นพนักงานสอบสวนเป็นอย่างไร ผมก็เคารพ เพราะต่างฝ่ายต่างทำหน้าที่” นายชัยวัฒน์กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า ล่าสุด พล.ต.อ.อดุลย์ แสง–สิงแก้ว ผบ.ตร.มอบหมายให้ พล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัต รอง ผบ.ตร.ให้เข้ามาดูแลคดีนี้และสั่งให้พนักงานสอบสวนส่งสำนวนสอบสวนไปตรวจสอบที่ส่วนกลางเพื่อตรวจดูว่ามีข้อบกพร่องประการใดนั้น นายชัยวัฒน์กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่ผู้ใหญ่ให้ความสำคัญถือว่าให้ความเป็นธรรมกับเจ้าหน้าที่อุทยานฯด้วย เพราะคดีนี้อุทยานฯไม่มีอำนาจสอบสวนเป็นอำนาจของฝ่ายปกครองกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ต้องขอบคุณในความเมตตาที่สั่งให้ส่งสำนวนการสอบสวนตรวจดูรายละเอียดในข้อเท็จจริง อุทยานมีปัญหาในคดีลักษณะนี้ตลอด ฝ่ายปกครองในพื้นที่มักมีความเห็นไม่ค่อยสอดคล้องกับอุทยานฯจนเกิดปัญหามากมาย

ขณะที่ น.ส.สุมล สุตะวิริยะวัฒน์ ส.ว.เพชรบุรี ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการทรัพยากรป่าไม้ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช เปิดเผยว่า ติดตามเรื่องนี้มาตลอดและจากหลักฐานที่เห็นน่าที่จะเอาความผิดได้กับผู้ต้องหาทั้ง 9 คนได้ เพราะทั้งภาพถ่ายและภาพวีดิโอที่สื่อมวลชนนำมาเปิดเผยเห็นได้ชัดว่าเกี่ยวข้องกันแน่นอน แต่เมื่อพนักงานสอบสวนสั่งไม่ฟ้องเฉพาะ พ.ต.ท.ธีรยุทธ จึงเกิดข้อเคลือบแคลงว่ามันเกิดอะไรขึ้น ยิ่งอ้างว่าภาพถ่ายไม่ได้บันทึกวันที่ถ่ายและไม่มีภาพถ่ายขณะกำลังไล่ล่าสัตว์ป่า ยิ่งฟังไม่ขึ้น แถมไม่ได้ลงไปตรวจสอบที่เกิดเหตุด้วย ยิ่งแล้วไปใหญ่ แต่เจ้าหน้าที่อุทยานฯแกะรอยไปในป่าลึกนานถึง 3 วัน 3 คืน จนได้หลักฐานทั้งร่องรอยการค้างแรมและซากสัตว์ที่เหลือจากทำเป็นอาหาร การสอบสวนในลักษณะนี้มันน่ากังขา

ประธานคณะอนุกรรมาธิการทรัพยากรป่าไม้ฯกล่าวอีกว่า ขอตำหนินายนริศ ขำนุรักษ์ ประธานคณะกรรมาธิการที่ดินและทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของสภาผู้แทนราษฎร ที่เรียกเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ไปชี้แจงเรื่องการจับกุมกลุ่มผู้ต้องหาและไม่ฟังเหตุผล แถมยังทำหนังสือให้ปลัดกระทรวงตั้งกรรมการสอบสวนหัวหน้าและเจ้าหน้าที่อุทยานอีก ทำแบบนี้ถือว่าไม่มีเหตุผลและใจไม่กว้างพอ คนทำงานต้องดูว่าเขามีปัญหาอะไร เดือดร้อนอย่างไร มีอุปสรรคอย่างไร แต่กลับรีบไปตัดสินเขา อย่างนี้ข้าราชการท้อแท้แน่ ประชาชนทำผิดต้องถูกลงโทษ หากเป็นข้าราชการยิ่งควรต้องลงโทษให้หนัก

ขณะที่มูลนิธิสืบ นาคะเสถียร มูลนิธิโลกสีเขียว กองทุนสัตว์ป่าโลก (WWF ประเทศไทย) สมาคมอนุรักษ์นกและธรรมชาติแห่งประเทศไทย มูลนิธิเพื่อนช้างและเพจคนอนุรักษ์ ได้ออกแถลงการณ์ถึง ผบ.ตร. อัยการจังหวัดเพชรบุรี และอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ให้เร่งดำเนินการคดีกับผู้ล่าสัตว์ป่าในอุทยานฯ แก่งกระจานโดยระบุว่า กรณีพนักงานสอบสวน สภ.แก่งกระจาน สั่งไม่ฟ้อง พ.ต.ท.ธีรยุทธ เกตุมั่งมี สว.สส.สภ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ 1 ใน 9 ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมขณะเข้าไปล่าสัตว์ป่าในพื้นที่อุทยานฯแก่งกระจาน โดยอ้างว่าไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าร่วมกระทำความผิดนั้น

กลุ่มองค์กรอนุรักษ์มีความเห็นว่าการดำเนินการดังกล่าวของพนักงานสอบสวนจะสร้างบรรทัดฐานในการดำเนินคดีกับผู้ที่ล่าสัตว์ป่าที่จะเอื้อให้เกิดการล่าสัตว์ป่ามากยิ่งขึ้น และทำให้ผู้ต้องหาในคดีล่าสัตว์ป่าอาศัยเป็นช่องโหว่ในการไม่ต้องรับผิดอีกจึงขอเรียกร้องต่อผู้เกี่ยวข้องคือ 1.ขอให้เปลี่ยนตัวพนักงานสอบสวนเพื่อให้มีการสอบสวนหาพยานหลักฐานที่รัดกุมมากยิ่งขึ้น และสอบสวนทั้งทางอาญาและวินัยกับพนักงานสอบสวนด้วยว่าดำเนินการที่เอื้อให้ผู้กระทำผิดไม่ต้องถูกฟ้องหรือไม่ 2. ขอให้พนักงานอัยการสั่งให้มีการสวบสวนเพิ่มเติมเพื่อให้มีพยานหลักฐานที่ชัดเจน เพื่อไม่ให้ยกฟ้องผู้ต้องหาทั้ง 9 คน และ 3.ให้ดำเนินคดีเรื่องนี้ให้ถึงที่สุด เพราะเป็นคดีด้านทรัพยากรธรรมชาติที่อุกอาจเพื่อสร้างบรรทัดฐานในการบังคับใช้กฎหมายและเป็นประโยชน์ต่องานอนุรักษ์สัตว์ป่าและพันธุ์พืชต่อไป

ข่าวแนะนำ

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันเสาร์ที่ 19 มิถุนายน 2564 เวลา 15:56 น.