ข่าว
100 year

เปล่งเสียงกึกก้องไปทั่วทั้งแผ่นดิน ทรงพระเจริญ

ไทยรัฐออนไลน์6 ธ.ค. 2555 09:00 น.
SHARE

จากหัวใจพสกนิกร ที่เปี่ยมจงรักภักดี ทรงปลื้ม-คนไทย ปรารถนาดีต่อกัน

ประวัติศาสตร์ต้องจารึก คลื่นมหาชนเสื้อเหลืองนับแสนล้นทะลักลานพระบรมรูปทรงม้า  ร่วมถวายความจงรักภักดีพ่อของแผ่นดิน 85 พรรษา เสียง “ทรงพระเจริญ” ดังก้องปฐพี “ในหลวง” เสด็จออกมหาสมาคม ณ สีหบัญชร พระที่นั่งอนันตสมาคม รับสั่งเห็นพสกนิกรมีความปรารถนาดีต่อกันแล้วปลื้มใจและมีกำลังใจ  ทรงขอให้คนไทยมีความพร้อมเพรียง จะส่งผลให้ชาติอยู่รอดปลอดภัย นานาชาติส่งสาส์นถวายพระพร  สื่อต่างชาติประโคมข่าววันมหามงคลกระหึ่ม ไปทั่วโลก   อึ้งคนไทยทั้งแผ่นดินรักในหลวงสุดชีวิต

มวลมหาประชาชนนับแสนคนจากทั่วทุกสารทิศ พร้อมใจกันสวมเสื้อเหลือง หลั่งไหลมาด้วยความจงรักภักดี เพื่อเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทฯ ชื่นชมพระบารมี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการเสด็จออกมหาสมาคม ณ สีหบัญชร พระที่นั่งอนันตสมาคม เนื่องในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 85 พรรษา 5 ธันวาคม 2555 ณ ลานพระราชวังดุสิต ส่งผลให้ลานพระบรมรูปทรงม้าคลาคล่ำไปด้วยฝูงชน ทุกตารางนิ้วแน่นขนัดไปด้วยผู้คนที่สวมเสื้อสีเหลือง ต่อเนื่องไปถึงถนนราชดำเนินนอก ถนนราชดำเนินกลางจดถนนราชดำเนินใน จนกลายเป็นถนนสีเหลืองอร่ามเรืองรอง นับเป็นหน้าประวัติศาสตร์สำคัญของประเทศไทย ซึ่งภาพแห่งความจงรักภักดีของคนไทยในครั้งนี้ ได้ปรากฏต่อสายตาคนทั่วโลกให้จดจำไม่มีวันลืม

ลานพระรูปคึกคักตั้งแต่เช้ามืด

บรรยากาศตั้งแต่ช่วงเช้ามืดของวันมหามงคล ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่เวลา 05.00 น. วันที่ 5 ธันวาคม บริเวณถนนพระราม 5 ตั้งแต่ แยกวัดเบญจมฯ ซึ่งเป็นจุดเดินเท้าเข้าสู่ลานพระบรมรูปทรงม้า มีประชาชนทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดหลายพันคน พากันสวมเสื้อสีเหลืองเดินถือพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ธงชาติไทย และธงตราสัญลักษณ์ ภปร. หลั่งไหลเข้าไปยังลานพระบรมรูปทรงม้าด้วยสีหน้า แววตาสดชื่นแจ่มใส ท่ามกลางบรรยากาศสุดคึกคัก แม้จำนวนคนที่หนาแน่น ทำให้ต้องเดินเบียดเสียดกันเข้าไป แต่เป็นไปในลักษณะถ้อยทีถ้อยอาศัยซึ่งกันและกัน ไม่มีการกระทบกระทั่ง สีหน้าของทุกคนเต็มเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มแห่งความสุข เฝ้ารอเวลาในการเสด็จออกมหาสมาคมในเวลา 10.30 น.

อาทิตย์ทอแสงงามวันมหามงคล

เวลา 06.40 น. ประชาชนหลายหมื่นคน เริ่มทยอยเข้าสู่ลานพระบรมรูปทรงม้า จนหนาแน่นแทบทุกตารางนิ้ว ระหว่างนั้นต่างพากันชี้ให้มองดูดวงอาทิตย์ขนาดใหญ่เส้นผ่าศูนย์กลางเกือบ 1 เมตร ที่โผล่ขึ้นสู่ท้องฟ้าข้างตึกใบหยกส่องแสงสีทองสุกปลั่งตัดกับเสื้อเหลืองของคลื่นมหาชน หลายคนนำกล้องขึ้นมาบันทึกภาพและวิพากษ์วิจารณ์ว่า เป็นนิมิตหมายที่ดีในวันมหามงคล ที่ได้เห็นดวงอาทิตย์ขนาดใหญ่ทอประกายสวยงามบนฟากฟ้า เคียงข้างตึกที่สูงที่สุดในเมืองไทย ขณะที่สภาพอากาศในเช้าวันนี้มีลมพัดเอื่อยๆ ไม่ร้อนอบอ้าว

ฝูงชนแน่นขนัดหน้าพระที่นั่งอนันตฯ

เวลา 07.00 น. ลานพระบรมรูปทรงม้าเนืองแน่นไปด้วยคลื่นมหาชนนับแสนคน จนล้นมาถึงหน้ากองทัพภาคที่ 1 ยาวต่อเนื่องสุดสายตาตลอดถนนราชดำเนินยาวไปถึงแยกผ่านฟ้า ทำให้คนอีกจำนวนมากที่ทยอยเดินเข้าสู่ลานพระบรมรูปทรงม้า ไม่สามารถเข้าสู่พื้นที่ด้านในได้ตามที่ตั้งใจ และพากันมาอออยู่บริเวณพื้นถนนหน้ากองบัญชาการตำรวจนครบาล ขณะที่ฝั่งวัดเบญจมบพิตรมีผู้คนหนาแน่นจนไม่สามารถเดินแทรกเข้าไปได้อีก ประชาชนจากต่างจังหวัดที่นัดกันมาเจอในพื้นที่นัดหมาย ต่างเข้าไปหากันไม่ได้ ต้องโทรศัพท์แจ้งญาติพี่น้องว่า ขอแยกนั่งรอดูภาพจากจอโทรทัศน์วงจรปิดขนาดใหญ่ ที่ติดตั้งอยู่รายรอบลานพระบรมรูปทรงม้าแทน กระทั่งเวลา 09.10 น. พิธีกรบนเวทีในลานพระบรมรูปทรงม้า ได้รายงานยอดจำนวนคนที่มาร่วมในพระราชพิธีว่า มีมากกว่า 2 แสนคนแล้ว

สุขใจที่ได้เฝ้าในหลวงใกล้ชิด

นางสุกัญญา สิงห์โตทอง อายุ 56 ปี ชาวจังหวัดชลบุรี บอกเล่าถึงความรู้สึกว่า เดินทางมาที่ลานพระบรมรูปทรงม้าพร้อมกับลูก 3 คน ตั้งแต่ช่วงบ่ายวันที่ 4 ธ.ค. เพราะอยากเห็นในหลวงแบบใกล้ที่สุดและกลัวคนแน่นมาก แม้จะรีบเดินทางมาก่อน แต่กลับพบว่ามีคนจำนวนมากมารออยู่ก่อนหน้าแล้ว ถึงจะลำบากที่ต้องนอนรอบนพื้นถนน อาศัยน้ำจากขวดน้ำดื่มล้างหน้า ไม่ได้อาบน้ำ แต่ก็มีความสุขเมื่อได้เป็นส่วนหนึ่ง ในการแสดงความจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ที่ทรงเป็นที่รักและเทิดทูนของคนไทย พระองค์ทรงงานเพื่อพสกนิกรมายาวนาน ทรงสละความสุขความสบาย เสด็จฯ ไปในทุกถิ่นทุรกันดารเพื่อให้ประชาชนมีความเป็นอยู่ดีขึ้น แม้ทุกวันนี้จะทรงมีพระชนมายุมากแล้วแต่ก็ยังทรงงานอยู่

ขอคนไทยรักกันแบบนี้ตลอดไป

เช่นเดียวกับนายสมชาย ยางมณี อายุ 62 ปี ที่เดินทางมาจากจังหวัดเพชรบุรีตั้งแต่เช้าตรู่ มารอเฝ้าฯรับเสด็จ อยู่หน้ากองทัพภาคที่ 1 บอกว่า อยากเข้าไปเห็นในหลวงใกล้ๆ แต่เข้าไปไม่ได้ เพราะคนแน่นมากจนเดินแทรกเข้าไปในลานพระบรมรูปทรงม้าไม่ได้ ต้องดูภาพเหตุการณ์ครั้งสำคัญนี้จากทีวีวงจรปิดแทน แต่ก็ดีใจที่ได้สวมเสื้อเหลือง มารอเฝ้าฯรับเสด็จร่วมกับคนอื่นๆ จำนวนคนที่แน่นลานพระบรมรูปล้นออกไปบนถนนจนมองสุดสายตาเป็นการแสดงให้เห็นว่า ประชาชนรักและเทิดทูนในหลวงมากขนาดไหน แม้จะเบียดกัน แต่ทุกคนต่างมีน้ำใจไม่มีใครต่อว่ากัน มีแต่เพียงขอร้องให้คนที่อยู่ด้านหน้าอย่าบังจอทีวีเท่านั้น และอยากให้คนไทยมีความสามัคคี มีน้ำหนึ่งใจเดียวกันแบบนี้ตลอดไปเพื่อถวายในหลวง

ญี่ปุ่นน้ำตาไหลซึ้งคนไทยรักในหลวง

ขณะที่ชาวต่างชาติก็ยังมาร่วมสร้างประวัติศาสตร์ ครั้งนี้ โดยนายมาซาอิโตะ โยชิดะ อายุ 31 ปี ชาวญี่ปุ่น นักเดินเท้าท่องเที่ยวรอบโลกกว่า 20 ประเทศ เริ่มเดินมาตั้งแต่ปี 2551 และอยู่เมืองไทยรอทำวีซ่าเดินทางต่อไปประเทศเวียดนาม หนึ่งในกลุ่มคนที่มาเฝ้าฯรับเสด็จ กล่าวว่า ทราบเรื่องราวคนไทยมีความจงรักภักดีต่อในหลวงมาก วันนี้มีโอกาสเดินทางผ่านมาเมืองไทย จึงตัดสินใจชะลอการเดินทางออกไป 1-2 วันก่อน เพื่อรอชมความประทับใจในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาคม 2555 เมื่อเห็นกับตาถึงกับน้ำตาไหลด้วยความประทับใจ เพราะไม่เคยเห็นประชาชนไทยออกมาพร้อมใจสวมเสื้อสีเหลือง แสดงความจงรักภักดีมากมายขนาดนี้

ตะลึง! คลื่นมหาชนมืดฟ้ามัวดิน

ขณะที่บรรยากาศบริเวณถนนราชดำเนินนอกตั้งแต่แยกมิสกวันไปจนถึงแยก จปร. มีประชาชนสวมเสื้อเหลืองนับแสนทยอยกันเข้ามาจับจองพื้นที่เฝ้าฯรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงเช้ามืดจนเต็มพื้นที่ ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องเปิดพื้นที่ถนนพิษณุโลก หน้าทำเนียบรัฐบาลให้เป็นพื้นที่เฝ้าฯรับเสด็จเพิ่มเติม แต่ก็ยังไม่เพียงพอล้นทะลักไปจนข้ามสะพานชมัยมรุเชฐ ทั้งนี้ ศูนย์วิทยุกองบัญชาการตำรวจสันติบาลรายงานว่า มีประชาชนมาเฝ้าฯรอรับเสด็จตั้งแต่บริเวณลานพระบรมรูปทรงม้า ไปตลอดถนนราชดำเนินนอกจนถึงแยก จปร. มีจำนวนไม่ต่ำกว่า 200,000 คน

ทหารกองเกียรติยศสวนสนามงามสง่า

เวลาประมาณ 09.10 น. เสียงพลุสัญญาณการเคลื่อนพลสวนสนามของเหล่าทหารกองเกียรติยศ ดังกึกก้องขึ้น โดยทหารกองทหารเกียรติยศผสม 3 เหล่าทัพ ที่ตั้งแถวอยู่ในบริเวณสวนอัมพร ประกอบด้วยทหารรักษาพระองค์ 4 กรม 12 กองพัน และอีก 1 กองพันทหารม้า รวมเป็น 13 กองพัน จำนวนกว่า 2,000 นาย นำโดย พล.ต.วราห์ บุญญสิทธิ ผู้บังคับการกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ เริ่มเดินสวนสนามจากบริเวณสวนอัมพร ผ่านลานพระบรมรูปทรงม้า เข้าสู่พระที่นั่งอนันตสมาคม ทางประตูฝั่งทิศใต้ วงดุริยางค์บรรเลงเพลงมาร์ชกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ ทั้งนี้ ทหารกองเกียรติยศทั้งหมดได้สวนสนามเข้าสู่ลานหน้าพระที่นั่งอนันตสมาคม เพื่อตั้งแถวเตรียมรอการถวายสัตย์ปฏิญาณตน ถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของเหล่าทหารรักษาพระองค์ ที่จะได้สวนสนามเข้าถวายสัตย์ต่อหน้าพระพักตร์ของพระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในพระที่นั่งอนันตสมาคม ทั้งนี้ระหว่างการสวนสนาม ความสง่างามของทหารกอง เกียรติยศรักษาพระองค์ ได้สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับประชาชนที่มาร่วมงานเป็นอย่างมาก

เหลืองอร่ามสะพรั่งลานพระรูป

จากนั้นบรรยากาศภายในลานพระบรมรูปทรงม้าเริ่มคึกคักขึ้น  เมื่อโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย  เริ่มเชื่อมต่อสัญญาณการถ่ายทอดสด ภาพบรรยากาศสดๆในลานพระบรมรูปทรงม้าขึ้นสู่จอแอลซีดีขนาดยักษ์กว่า 20 จอที่ติดตั้งทั่วบริเวณ จนถึงถนนราชดำเนินนอก เพื่อให้ผู้ที่เดินทางมาปักหลักเฝ้ารอรับเสด็จ ต่างได้รับชมบรรยากาศสดๆพร้อมเพรียงกัน พลันที่ภาพปรากฏขึ้นบนจอ เป็นภาพมุมสูงที่เห็นถึงคลื่นมหาชนเป็นสีเหลืองแน่นเต็มพื้นที่ ตั้งแต่ลานพระราชวังดุสิตยาวไปจดถนนราชดำเนินนอก เรียกเสียงฮือฮาจากผู้ที่มาร่วมเฝ้ารอรับเสด็จดังก้องทั่วบริเวณ จากนั้นเหล่าพสกนิกรได้ร่วมกันโบกธงทิว พร้อมเปล่งเสียงถวายพระพรทรงพระเจริญรับกันเป็นทอดๆ ด้วยความปลื้มใจที่เห็นความจงรักภักดีของพสกนิกรชาวไทยมาเฝ้ารับเสด็จกันอย่างล้นหลาม

พสกนิกรเฝ้ารอแน่นศิริราช

อีกด้านที่โรงพยาบาลศิริราช ตั้งแต่ช่วงเช้าตรู่วันที่ 5 ธ.ค. พสกนิกรที่สวมเสื้อเหลืองต่างเข้ามาจับจองพื้นที่ตั้งแต่บริเวณ 2 ข้างทางที่รถขบวนพระที่นั่งของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์เสด็จฯผ่าน โดยเฉพาะบริเวณ 2 ข้างทางถนนพรานนก หน้าโรงพยาบาลศิริราช คลาคล่ำไปด้วยผู้คนจำนวนมากที่สวมเสื้อสีเหลืองเฝ้ารอรับเสด็จกันอย่างไม่ย่อท้อท่ามกลางแดดเปรี้ยง ส่วนที่บริเวณห้องโถงชั้นล่าง อาคารเฉลิมพระเกียรติ ซึ่งเป็นอาคารที่ประทับของพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว มีประชาชนเข้ามาจับจองพื้นที่เฝ้ารอรับเสด็จกันอย่างแน่นขนัด เช่นเดียวกับบริเวณ 2 ข้างทางด้านตึกอนันตราช ภาควิชากายวิภาคศาสตร์ หอประชุมราชแพทยาลัย ถนนบวรสถานพิมุข จนกระทั่งตลอดท่าเรือวังหลัง และทั้ง 2 ฝั่งถนนพรานนก มีประชาชนเข้ามาจับจองพื้นที่อย่างแน่นขนัด เพื่อจะได้ชื่นชมพระบารมีในหลวงอย่างใกล้ชิด

ในหลวง-พระบรมวงศานุวงศ์เสด็จฯ

ต่อมาเวลา 09.55 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัว สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราช กุมาร สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราช กุมารี สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ  เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายา พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ พระเจ้าหลานเธอ  พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริภา จุฑาภรณ์ และพระเจ้าหลานเธอ  พระองค์เจ้าอทิตยา ทรกิติคุณ เสด็จฯลงจากอาคารที่ประทับชั้น 16 อาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลศิริราช


“ทรงพระเจริญ” ก้องโรงพยาบาล

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯโดยรถเข็นพระที่นั่ง โดยมี ศ.คลินิก นพ.ประดิษฐ์ ปัญจวีณิน ผอ.โรงพยาบาลศิริราชปิยะมหาราชการุณย์ เป็นผู้ถวายการเข็น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงฉลองพระองค์ชุดขาวประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์มหาจักรีบรมราชวงศ์ทรงมีพระพักตร์ที่แจ่มใส ทรงแย้มพระสรวลและทอดพระเนตรบรรดาพสกนิกร ที่มาเฝ้ารับเสด็จฯอย่างทั่วถึง ขณะที่พสกนิกรที่เฝ้ารอรับเสด็จฯอย่างเนืองแน่นต่างพากันเปล่งเสียง “ทรงพระเจริญ” ดังกึกก้องไปทั่วบริเวณ พร้อมกับโบกธงไตรรงค์ และธงตราสัญลักษณ์ “ภปร.” แทบทุกคนต่างหลั่งน้ำตาออกมา เพราะเก็บกลั้นความรู้สึกตื้นตันไว้เอาไว้ไม่ได้ เมื่อได้เห็นพระพักตร์ของในหลวง ขณะที่ 2 มือยังชูพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในพระอิริยาบถต่างๆไว้เหนือศีรษะ ด้วยความเทิดทูนอย่างสูงสุด

จากนั้นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์ เสด็จฯโดยรถยนต์พระที่นั่งจากโรงพยาบาลศิริราชไปยังพระที่นั่งอนันตสมาคม เนื่องในพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา พุทธศักราช 2555 วันที่ 5 ธ.ค. เสด็จออกมหาสมาคม รับการถวายพระพรชัยมงคล ณ สีหบัญชร พระที่นั่งอนันตสมาคม พระราชวังดุสิต

เคลื่อนขบวนช้าๆ ให้รับเสด็จใกล้ชิด

สำหรับเส้นทางเสด็จพระราชดำเนิน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่เคลื่อนออกจากโรงพยาบาลศิริราช ใช้เส้นทางจากโรงพยาบาลศิริราช ถนนอรุณอัมรินทร์ ขึ้นสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า เข้าสู่ถนนราชดำเนินกลาง ผ่านแยกสะพานผ่านฟ้า จากนั้นตรงเข้าสู่ถนนนครสวรรค์ เลี้ยวซ้ายบริเวณแยกนางเลิ้ง เข้าสู่ถนนพิษณุโลก ขบวนเสด็จฯจะเลี้ยวขวาที่แยกพาณิชยการ ถนนพระราม 5 ผ่านแยกวัดเบญฯ ถึงแยกราชวิถี เลี้ยวซ้ายถนนราชวิถี เคลื่อนขบวนมาถึงแยกอู่ทองใน จากนั้นขบวนเสด็จฯเลี้ยวซ้ายเข้าถนนอู่ทองใน เข้าสู่พระที่นั่งอนันตสมาคมทางประตูทวยเทพสโมสร โดยขบวนเสด็จพระราชดำเนินพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวใช้ความเร็วเพียง 30 กิโลเมตร/ชั่วโมง ให้ประชาชนที่เฝ้ารับเสด็จฯ ตลอดเส้นทางได้ชื่นชมพระบารมีอย่างใกล้ชิด

ภาพแห่งความจงรักภักดีแพร่ทั่วโลก

กระทั่งเวลา 10.25 น. ขบวนรถยนต์พระที่นั่ง เคลื่อนถึงยังพระที่นั่งอนันตสมาคม ท่ามกลางความปลาบปลื้มปีติยินดี ของบรรดาพสกนิกรที่มาปักหลักเฝ้ารอรับเสด็จฯกันแบบข้ามวันข้ามคืน โดยทุกคนที่อยู่ในลานพระบรมรูปทรงม้า รวมถึงบริเวณถนนราชดำเนินนอก ต่างพร้อมใจเปล่งเสียถวายพระพรทรงพระเจริญ ดังกังวานกึกก้องไปทั่วเป็นเวลายาวนาน พร้อมกันนี้ยังได้ร่วมกันโบกธงชาติ ธงสัญลักษณ์ภปร. ไว้ที่เหนือหัว โดยภาพธงทิวนับแสนคนที่โบกพลิ้วไหว ทำให้เกิดเป็นงดงามดุจคลื่นสีเหลือง กลางลานพระบรมรูปทรงม้า ทั้งนี้ ภาพความงดงามดังกล่าว ได้ถูกถ่ายทอดผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ออกสู่สายตาชาวไทยและชาวโลก

น้ำตาแห่งความปีตินองหน้า

ทั้งนี้ ตลอดเส้นทางเสด็จฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เหล่าพสกนิกรที่มาเฝ้ารับสด็จฯทั้ง2 ฟากฝั่ง ได้พร้อมใจเปล่งเสียงถวายพระพรทรงพระเจริญ พร้อมโบกธงทิวรับกันเป็นทอดๆ ยาวตลอดเส้นทางเสด็จฯจาก รพ.ศิริราชถึงลานพระที่นั่งอนันตสมาคม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทอดพระเนตรพสกนิกร ที่มาเฝ้ารอรับเสด็จฯ พร้อมกันนี้ยังทรงโบกพระหัตถ์และแย้มพระสรวลให้กับพสกนิกร หลายคนที่ได้เห็นภาพดังกล่าว ถึงกับร่ำไห้น้ำตาไหลอาบใบหน้า ด้วยความปลาบปลื้มปีติ ที่ต่างได้เห็นพ่อหลวงทรงมีพระพลานามัยที่สมบูรณ์แข็งแรง

ทรงฉลองพระองค์ครุยราชภูษิตาภรณ์

เมื่อรถยนต์พระที่นั่งของพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว เข้าสู่ประตูฝั่งทิศใต้ของพระที่นั่งอนันตสมาคม เข้าเทียบยังอัฒจันทร์ฝั่งมุขตะวันออกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แขกผู้มีเกียรติที่ประกอบไปด้วยเหล่าคณะทูตานุทูต และข้าราชการระดับสูง คณะรัฐมนตรี องคมนตรี ตลอดจนพระบรมวงศานุวงศ์ และเชื้อพระวงศ์ ที่มาร่วมพระราชพิธีมหาสมาคม ตลอดจนทหารกองเกียรติยศทั้ง 3 เหล่าทัพ ที่รับเสด็จฯอยู่บริเวณลานหน้าพระที่นั่งอนันตสมาคม พร้อมใจถวายความเคารพ แตรวงบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี เสร็จแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระบรมวงศานุวงศ์ เสด็จโดยลิฟต์ขึ้นสู่ชั้น 2 ของพระที่นั่งอนันตสมาคม เพื่อทรงฉลองพระองค์ครุยราชภูษิตาภรณ์ ระหว่างนั้น  สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จลงจากพระที่นั่งอนันตสมาคม ทางบันไดมุขด้านฝั่งทิศใต้ เพื่อทรงประทับที่หน้าแท่นสีหบัญชร พร้อมสำหรับการเฝ้าทูลละออง ธุลีพระบาท และประกอบพิธีมหาสมาคม ท่ามกลางสายตาประชาชนนับแสนที่จับจ้องอยู่ที่บริเวณสีหบัญชรอย่างใจจดใจจ่อ

ประทับพระราชอาสน์สีหบัญชร

จนถึงเวลา 10.40 น. ซึ่งเป็นเวลาสำคัญที่ชาวไทยทั้งประเทศรอคอย พระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัว เสด็จยังท้องพระโรงพระที่นั่งอนันตสมาคม ประทับบนพระแท่นที่ประทับ เมื่อเจ้าพนักงานรัวกรับ พระวิสูตรบนสีหบัญชรเปิดขึ้น พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว ทรงฉลองพระองค์ครุยราชภูษิตาภรณ์ ประทับบนราชอาสน์ ชาวพนักงานประโคม ผู้บังคับกองผสมสั่งหน้าตรง วันทยาวุธ ทหารกองเกียรติยศ 3 เหล่าทัพ ถวายความเคารพ แตรวงบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี ทหาร 3 เหล่าทัพ ตำรวจ ยิงปืนใหญ่เฉลิมพระเกียรติฝ่ายละ 20 นัด ระหว่างนั้นเหล่าพสกนิกรพร้อมใจกันเปล่งเสียงถวายพระพร ทรงพระเจริญเสียงดังกึกก้อง

พระบรมฯถวายพระพรชัยมงคล

จากนั้น สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยาม มกุฎราชกุมาร ทรงกราบบังคมทูลพระกรุณาถวาย พระพรชัยมงคล แทนพระบรมวงศานุวงศ์ ความว่า ขอเดชะ ฝ่าละอองธุลีพระบาท ปกเกล้าปกกระหม่อม บัดนี้ ลุอุดมมงคลสมัย เฉลิมพระชนมพรรษาอีกวาระหนึ่ง ข้าพระพุทธเจ้า เหล่าพระบรมวงศานุวงศ์ มีความปีติปราโมทย์พ้นประมาณ ที่ได้มาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ร่วมกับบรรดาข้าราชการและประชาชน จากทุกถิ่นฐานทั่วราชอาณาจักร ซึ่งพร้อมใจกันมาชุมนุมในมหาสมาคมอันใหญ่ยิ่งนี้ เพื่อถวาย พระพรชัยมงคล ข้าพระพุทธเจ้าทั้งปวง เป็นผู้มีโชควาสนาที่เกิดมาในแผ่นดินไทย ภายใต้พระบุญญาบารมี จึงได้รับพระมหากรุณาชุบเลี้ยงให้มีความสุข ความเจริญ และมีเกียรติยศเป็นที่เชิดชู ตามฐานานุศักดิ์ อีกทั้งได้มีโอกาสเฝ้าฯ สังเกตศึกษาพระราชจริยา โดยประจักษ์แก่ตาแก่ใจอยู่ตลอดเวลา ทำให้เกิดศรัทธาเชื่อมั่นด้วยเห็นแท้แน่แก่ใจว่า พระราชกิจน้อยใหญ่ที่ทรงพระราชอุตสาหะปฏิบัติบำเพ็ญด้วยพระวิริยะและพระขันติธรรมอย่างยิ่งยวดนั้น ล้วนเป็นไปเพื่อประโยชน์ คือความผาสุกร่มเย็นของอาณาประชาราษฎร์ และความมั่นคงปลอดภัยของประเทศชาติทั้งสิ้น

พระบารมีซึ่งแผ่ปกเกล้าปกกระหม่อมอยู่ทุกเช้าค่ำนี้ ข้าพระพุทธเจ้าทั้งปวง ต่างสำนึกรู้อยู่ทุกเวลา ด้วยกตัญญูกตเวทิตาจิต ในมหามงคลสมัยพิเศษนี้ จึงมีสมานฉันท์พร้อมใจกันถวายสัตย์ปฏิญาณ ว่าจะตั้งตัวตั้งใจมั่นอยู่ในธรรมสุจริต และในความ จงรักภักดี จะมุ่งมั่นประพฤติตัวปฏิบัติงานตามภาวะฐานะและหน้าที่ของตนให้สำเร็จผลเป็นประโยชน์แก่ประเทศชาติและประชาชน สืบสานพระราชปณิธานแห่งใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท โดยเต็มกำลังสติปัญญา ความสามารถ เพื่อสนองพระมหากรุณาธิคุณ กับทั้งขอพระราชทานถวายพระพรชัยมงคล

ขออานุภาพแห่งคุณพระศรีรัตนตรัย และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ กับทั้งพระบรมเดชานุภาพแห่งสมเด็จพระมหากษัตริย์ในอดีตทุกพระองค์ จงพร้อมกันอภิบาลรักษาใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ให้ทรงสมบูรณ์ด้วยพระพลานามัย มีพระราชหฤทัยผ่องแผ้วเบิกบาน ปลอดพ้นจากเรื่องรบกวนกังวล ทรงพระเจริญพระชนม์สุข สิริสวัสดิ์ เป็นร่มฉัตร ร่มโพธิ์ ร่มไทร ของปวงข้าพระพุทธเจ้า และประชาชนชาวไทยยั่งยืนไปตลอดกาลนาน

ให้ทรงสถิตเป็นธงชัยของชาติ

จากนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กราบบังคมทูลพระกรุณาถวายพระพรชัยมงคล แทนคณะรัฐมนตรี ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ พลเรือนและราษฎรทุกหมู่เหล่า ความว่า ในนามของคณะรัฐมนตรี ข้าราชการและประชาชนชาวไทยทุกหมู่เหล่า ที่มาชุมนุมพร้อมกันในมหาสมาคมแห่งนี้ รู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นหาที่สุดมิได้ ที่ทรง พระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ข้าพระพุทธเจ้าทั้งปวงเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท เพื่อน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายพระพรชัยมงคล ด้วยน้ำใจที่เปี่ยมไปด้วยความจงรักภักดี ตลอดระยะเวลาอันยาวนาน ภายใต้ร่มพระบารมี ในใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทประชาชนชาวไทยทั้งหมดทั้งสิ้น ล้วนประจักษ์ชัดแจ้งว่า ความสุข ความสงบร่มเย็นและความเจริญก้าวหน้าสารพัดในประเทศนี้ เป็นผลมาจากพระราชวิริยะ อุตสาหะ และพระมหากรุณาธิคุณในใต้ฝ่าละออง ธุลีพระบาท ที่ทรงปฏิบัติบำเพ็ญมาต่อเนื่องยาวนานโดยแท้ พระเดช พระคุณที่ทรงบริบาลรักษา ตลอดจนพระบารมีที่ปกแผ่คุ้มเกล้าเหล่าปวงประชาเกินกว่าถ้อยคำที่ปวงข้าพระพุทธเจ้าจะพรรณนาได้ครบถ้วน ณ มหามงคลโอกาสแห่งวันเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาคม พุทธศักราช 2555 ข้าพระพุทธเจ้า ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตอัญเชิญอำนาจแห่งคุณพระรัตนตรัย พระเดชานุภาพของสมเด็จพระมหากษัตริย์ในอดีต กับทั้งอำนาจสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากลจงเป็นผลดลบันดาล ให้ใต้ฝ่าละออง ธุลีพระบาท ทรงพระเจริญเกษมสุข มีพระกมลปรารถนาสิ่งใดจงสัมฤทธิ์ ทรงสถิตเป็นธงชัยของชาติและประชาชนตลอดกาลนาน ดั่งใจปรารถนาของปวงข้าพระพุทธเจ้าทั้งปวง ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ

สถาบันหลักร่วมถวายพระพรชัยมงคล

ภายหลังนายกรัฐมนตรีกล่าวถวายพระพร ชัยมงคลแล้ว นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา กราบบังคมทูลพระกรุณาถวายพระพรชัยมงคล แทนสมาชิกรัฐสภา ตามด้วยนายไพโรจน์ วายุภาพ ประธานศาลฎีกา กราบบังคมทูลพระกรุณาถวายพระพร ชัยมงคลแทนข้าราชการตุลาการ จากนั้น พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผบ.ทหารสูงสุด กราบบังคมทูลพระกรุณา กล่าวนำทหารรักษาพระองค์ ถวายสัตย์ปฏิญาณตน เมื่อกล่าวเสร็จ ผู้บังคับการกองผสมสั่ง หน้าตรง วันทยาวุธ ทหารกองเกียรติยศ 3 เหล่าทัพ ถวายความเคารพ แตรวงบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี

ทรงปลื้มคนไทยปรารถนาดีต่อกัน

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระดำรัส ต่อพสกนิกรและผู้ที่มาเข้าเฝ้า ใจความว่าคำอวยพรและคำปฏิญาณ สัญญา ที่ทุกท่านได้กล่าวนั้น เป็นที่ประทับใจมาก ขอขอบใจและขอบใจท่านทั้งหลาย ตลอดจนประชาชนชาวไทยทุกคน ที่พรั่งพร้อมกันมาด้วยความปรารถนาดีและไมตรีจิต ความปรารถนาดี และความพร้อมเพรียงกันของทุกท่าน อย่างที่ได้เห็นในวันนี้ ทำให้ข้าพเจ้าปลื้มใจ มีกำลังใจมากขึ้น ด้วยความเชื่อเสมอว่าความเมตตาปรารถนาดีของท่านต่อกันนี้ เป็นปัจจัยอย่างสำคัญที่จะทำให้ความพร้อมเพรียงให้เกิดขึ้น ดีขึ้น ทั้งในหมู่คณะ และในชาติบ้านเมือง และถ้าคนไทยเรายังมีคุณธรรมข้อนี้ประจำอยู่ในจิตใจ ก็จะมีความหวังได้ว่า บ้านเมืองไทยไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ใดๆ ก็จะอยู่รอดปลอดภัยและดำรงมั่นคงต่อไป ได้ตลอดรอดฝั่งอย่างแน่นอน ขออำนาจแห่งคุณพระรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ จงคุ้มครอง รักษาท่านและชาติไทย ให้มีแต่ความผาสุก ร่มเย็น ยั่งยืนไป

สรรเสริญพระบารมีกึกก้อง

หลังเสร็จสิ้นพระราชดำรัส เหล่าพสกนิกรทั่วลานพระบรมรูปทรงม้าและถนนราชดำเนินกลาง พร้อมใจกล่าวถวายพระพรคำว่า ทรงพระเจริญยาวนานดังกึกก้องกว่า 5 นาที นอกจากนี้ ยังได้พร้อมใจกันร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี เพื่อถวายแด่องค์ราชันที่ทรงเป็นมิ่งขวัญคนไทย ทั้งนี้ ระหว่างที่ประทับอยู่บนพระราชอาสน์ โดยมีสมเด็จพระ บรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร สมเด็จพระเทพ รัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สมเด็จพระเจ้า ลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายา พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชา ทินัดดามาตุ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกร รัศมีโชติ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณประทับยืนอยู่ข้างพระราชอาสน์พระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัว ได้ทอดพระเนตรพสกนิกร จากบนสีหบัญชร ด้วยพระเนตรที่เปี่ยมไปด้วยความเมตตาอาทร หลายคนที่เห็นภาพดังกล่าวถึงกับกลั้นน้ำตาแห่งความปีติยินดีไว้ไม่อยู่และพากันร่ำไห้โฮ  จากนั้นได้เวลาอันเหมาะสม เจ้าพนักงานรัวกรับ เลื่อนพระแท่นที่ประทับเข้าสู่ท้องพระโรง เจ้าพนักงานปิดพระวิสูตร

เสียง “เรารักในหลวง” ดังกระหึ่ม

ภายหลังเสร็จสิ้นพระราชพิธี พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์ เสด็จลงสู่ด้านล่างของพระที่นั่งอนันตสมาคม แต่เสียงถวายพระพรทรงพระเจริญยังคงดังกึกก้องอยู่อย่างต่อเนื่องและยาวนาน ประชาชนที่มาเฝ้ารับเสด็จที่ลานพระบรมรูปทรงม้า ได้พร้อมใจกันลุกขึ้นยืนเพื่อโบกธงถวายพระพรในหลวง ทั้งยังกล่าวคำว่าเรารักในหลวงขึ้นพร้อมเพรียงกันโดยไม่ได้นัดหมาย กระทั่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วยเหล่าพระบรมวงศานุวงศ์ เสด็จลงจากพระที่นั่งอนันตสมาคม และเสด็จฯกลับ แต่เสียงถวายพระพรก็ยังคงดังอยู่ด้วยความจงรักภักดีเป็นล้นพ้น

บันทึกภาพยนตร์เก็บเป็นประวัติศาสตร์

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ในระหว่างที่พระราชพิธีมหาสมาคมกำลังดำเนินอยู่ ภาพของเหล่าพสกนิกรที่มาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทกันอย่างล้นหลามนั้น ได้เป็นที่เผยแพร่จดจำและตราตรึงไปทั่วโลก  กองงานภาพยนตร์ส่วนพระองค์ สำนักพระราชวัง ซึ่งมีหน้าที่ในการบันทึกภาพยนตร์พระราชกรณียกิจต่างๆ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงได้นำกล้องภาพภาพยนตร์ขนาด 8 มม. มาเก็บภาพประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญนี้ไว้ เพื่อให้เป็นหลักฐานสำคัญของความ จงรักภักดีของพสกนิกรชาวไทย ไว้สืบทอดต่อกัน ชั่วลูกชั่วหลานด้วย

เสด็จฯกลับประทับ รพ.ศิริราช

เวลา 11.55 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ เสด็จฯ ถึงที่ประทับชั้น 16 อาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลศิริราช พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงฉลองพระองค์ชุดครุยภูษิตราภรณ์ ประทับอยู่บนรถเข็นพระที่นั่งโดยมี ศ.คลินิก นพ.ประดิษฐ์ ปัณจวีณิน เป็นผู้ถวายการเข็น เมื่อเสด็จฯ ผ่านพสกนิกรที่มารอเฝ้ารับเสด็จ จำนวนมาก พร้อมใจกันเปล่งเสียง “ทรงพระเจริญ” ตั้งแต่ประตูทางเข้าโรงพยาบาลศิริราช จนกระทั่งถึงอาคารเฉลิมพระเกียรติ ดังกึกก้องไปทั่วบริเวณ ก่อนที่จะเสด็จขึ้นยังที่ประทับชั้น 16 อาคารเฉลิมพระเกียรติ  ประชาชนที่อยู่ห้องโถงชั้นล่าง พร้อมใจกันร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี สดุดีมหาราชา ก่อนที่จะเปล่งเสียง “ทรงพระเจริญ” พร้อมกับนำพระบรม ฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ชูไว้เหนือหัวเพื่อแสดงความเคารพและเทิดทูนอย่างสูงสุด

สุดปลื้มใจได้เห็นในหลวง

นายปณิธาน เฟื่องโกศล อายุ 36 ปี ที่มาเฝ้าฯรับเสด็จที่โรงพยาบาลศิริราช กล่าวด้วยน้ำตาคลอเบ้าและน้ำเสียงสะอึกสะอื้นว่า ตั้งใจเดินทางมาจากบ้านที่ จ.สงขลา ถึงโรงพยาบาลศิริราช เวลา 22.00 น. วันที่ 4 ธ.ค. มารอรับเสด็จ เมื่อเห็นพระองค์ท่าน รู้สึกปลาบปลื้มมากจนไม่สามารถกลั้นน้ำตาได้ นับเป็นครั้งแรกในชีวิตที่ได้รับเสด็จอย่างใกล้ชิด ถือเป็นบุญอย่างสูงสุดในชีวิต เช่นเดียวกับนางถาวร พันธุ์ขะวงษ์ อายุ 75 ปี ชาว กทม. กล่าวทั้งน้ำตาแห่งความปลื้มปีติว่า แม้ว่าอายุจะมากแล้ว นับเป็นครั้งแรกในชีวิตที่ได้เฝ้าฯรอรับเสด็จในหลวง ตั้งใจมาจากบ้านตั้งแต่เวลา 21.00 น. คืนวันที่ 4 ธ.ค.เพราะกลัวจะไม่มีที่นั่งและไม่ได้เห็นหน้าในหลวง เมื่อได้เห็น รู้สึกปลาบปลื้มมาก จนไม่สามารถกลั้นน้ำตาไว้ได้ ไม่รู้ว่าในชีวิตนี้จะมีโอกาสรับเสด็จได้อีกหรือเปล่า

ศิริราชจัดงานเฉลิมพระเกียรติ

ส่วนที่ศาลาศิริราช 100 ปี โรงพยาบาลศิริราช ศ.คลินิก นพ.อุดม คชินทร คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นประธานการจัดงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัว เพื่อน้อมเกล้าฯถวายเป็นพระราชกุศลและแสดงความจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาคม 2555 เริ่มด้วยพิธีถวายราชสดุดีเฉลิมพระเกียรติ พิธีถวายพระพรชัยมงคล และร่วมกันร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี และสดุดีมหาราชา นอกจากนี้พสกนิกรทุกหมู่เหล่าจำนวนมาก นำแจกันดอกไม้และพวงมาลัยรวมทั้งสิ่งของต่างๆมาถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ ขอให้ทั้งสองพระองค์ทรงหายจากพระอาการประชวรและมีพระพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรง มีพระชนมายุยิ่งยืนนาน

โปรดเกล้าฯแทนพระองค์รับถวายพระพร

ช่วงบ่าย ที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม พระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จฯแทนพระองค์ ไปทรงรับการถวายพระพรจากบรรพชิตจีน ญวน และพระราชทานพัดยศสมณศักดิ์แด่พระภิกษุ จากนั้นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จฯจากพระอุโบสถ ไปประทับรถยนต์พระที่นั่ง ที่ประตูเกยหลังวัดพระ ศรีรัตนศาสดาราม เทียบที่หน้าพระทวารเทเวศรรักษา เสด็จฯเข้าสู่พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย และทรง พระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้อาลักษณ์ สำนักอาลักษณ์และเครื่องราชอิสริยาภรณ์ สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี อ่านประกาศกระแสพระบรมราชโองการสถาปนา สมณศักดิ์ ชั้นรองสมเด็จพระราชาคณะ จากนั้น ทรงประเคนสัญญาบัตร พัดยศ แด่พระสงฆ์ ซึ่งได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ใหม่ อีกรอบตามลำดับ ระหว่างพระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ เสด็จฯขึ้นพระที่นั่งไพศาลทักษิณทางพระทวารเทวราชมเหศวร ทรงจุดธูปเทียนบูชาพระสยามเทวาธิราช แล้วเสด็จฯออกพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์จบแล้ว สมเด็จพระราชาคณะถวายอดิเรก เสด็จฯกลับ

ทั่วประเทศถวายสักการะ

อีกด้านหนึ่งเมื่อเวลา 06.30 น. ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง มูลนิธิ 5 ธันวามหาราช จัดพิธี ทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 286 รูป ถวายเป็นพระราช– กุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ต่อมาในช่วงเย็นมีการตั้งริ้วขบวนอัญเชิญพานพุ่มและเครื่องราชสักการะ โดยเหล่านักเรียน นักศึกษา จากสถาบันต่างๆ ตลอดจนผู้แทนหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ขบวนเริ่มจากบริเวณถนนราชดำเนินกลาง เข้าสู่มณฑล พิธี ตัวแทนหน่วยงานต่างๆ ทหาร ตำรวจ ถวายพานพุ่ม สักการะต่อหน้าพระบรมสาทิสลักษณ์

ที่วัดบวรนิเวศวิหาร มีการจัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยพระ เทพสารเวที ปฏิบัติหน้าที่เลขานุการสมเด็จพระสังฆราช เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และนายสนธยา คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม เป็นประธานฝ่ายฆราวาส มีประชาชน องค์กร เครือข่ายทางพระพุทธศาสนา นักเรียน นักศึกษา เข้า ร่วมพิธีจำนวนมาก

ทศพิธราชธรรมครองใจไทยทั้งชาติ

ที่ลานหน้าองค์พระประธานพุทธมณฑล จ.นครปฐม มีการจัดงานปฏิบัติธรรมเฉลิมพระเกียรติ พระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยนายวิษณุ เครืองาม อดีต รองนายกรัฐมนตรี บรรยายพิเศษเรื่อง “พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว พระผู้ทรงทศพิธราชธรรม” ความตอน หนึ่งว่า การที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงสถิต อยู่ในดวงใจของชาวไทยทุกคน เพราะพระองค์ทรงยึดหลักทศพิธราชธรรมในการปกครองประชาชน มา ตั้งแต่ขึ้นครองราชย์ ทศพิธราชธรรม คือ คุณธรรมสำคัญ 10 ประการ ที่พระมหากษัตริย์ รวมไปถึงผู้ปกครองทุกระดับจำเป็นจะต้องมี เพราะในการเป็นผู้ที่ปกครองคนอื่น จะไม่มีสิ่งใดที่ทำให้ผู้ที่อยู่ภายใต้ การปกครองต้องเดือดร้อน เท่ากับการที่ผู้ปกครองขาดธรรมะ เพราะการมีอำนาจ จะต้องมีหลักธรรมะคอยกำกับด้วย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงตั้ง สัตยาธิษฐาน เมื่อครั้งขึ้นครองราชย์ว่า พระองค์จะ ทรงปฏิบัติตามหลักทศพิธราชธรรม และพระองค์ก็ทรงยึดปฏิบัติเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน

ทะเลเทียนสว่างไสวสนามหลวง

ช่วงเย็นวันเดียวกัน ประชาชนพากันอุ้มลูกจูงหลานเดินทางมาชมไฟประดับที่มีการตกแต่งอย่าง สวยสดงดงามตามสถานที่ราชการ บริเวณ 2 ฟากถนนราชดำเนิน ส่วนที่มณฑลพิธีท้องสนามหลวง พสกนิกรหลั่งไหลเข้าร่วมในพิธีจุดเทียนชัยถวายพระพร จนทำให้พื้นที่ท้องสนามหลวงอันกว้างใหญ่ไพศาลแน่นขนัดในพริบตา

กระทั่งเวลา 19.19 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พร้อมคู่สมรส เดินทางมายังมณฑลพิธีท้องสนามหลวง โดยมีคณะรัฐมนตรี ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ ทุกเหล่าทัพ ตัวแทนภาคเอกชน และ องค์กรต่างๆ มาร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง นายกรัฐมนตรี ได้ถวายเครื่องราชสักการะ เปิดกรวยกระทงดอกไม้ พร้อมกล่าวคำถวายราชสดุดีเฉลิมพระเกียรติ ถวาย พระพรชัยมงคลต่อหน้าพระบรมสาทิสลักษณ์ พระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จากนั้น นายกรัฐมนตรีเป็นตัวแทนพสกนิกรชาวไทยทั้งประเทศ นำจุดเทียนชัยถวายพระพร และร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี ต่อด้วยเพลงสดุดีมหาราชา ท่ามกลางเสียงทรงพระเจริญดังกึกก้อง ทั้งนี้ เมื่อแสงเทียนนับหมื่นเล่มจากมือของคลื่นมหาชนถูกจุดขึ้นพร้อมกัน ส่งผลให้บริเวณมณฑลพิธีท้องสนามหลวงงดงามตระการตาเจิดจ้าสว่างไสวไปด้วยแสงไฟ ระยิบระยับดุจดังทะเลเทียน ประชาชนต่างพากันไชโย โห่ร้องด้วยความปีติยินดีในวันแห่งความสุขครั้งนี้

ปล่อยโคมลอยนับพันลูกขึ้นฟ้า

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า หลังพิธีจุดเทียนชัยถวายพระพรสิ้นสุดลง ท้องฟ้าเหนือมณฑลพิธีท้องสนามหลวง และถนนราชดำเนินกลาง สว่างไสวไปด้วยโคมลอยนับพันลูก ที่เหล่าพสกนิกรที่มาร่วมถวายพระพร จุดขึ้นสู่ฟากฟ้าฝั่งพระนคร แสดงให้เห็น ถึงความจงรักภักดี ที่มีต่อองค์ราชันผู้เปี่ยมล้นด้วยพระเมตตา นอกจากนี้ที่บริเวณมณฑลพิธีท้องสนามหลวง ยังมีการจัดแสดงดนตรี แข่งขันชกมวย โดยประชาชนจำนวนมาก ต่างเดินชม ไฟแสงสีที่ถูกประดับประดาอย่างสวยสดงดงาม เหนือยอดไม้ ถนนราชดำเนินกลาง ยาวไปจนจดลานพระบรมรูปทรงม้า หลายคนได้นำ กล้องมาบันทึกภาพความสวยงามครั้งนี้ เก็บไว้เป็นที่ระลึกด้วย

นำภาพออกมหาสมาคมขายเพียบ

ก่อนหน้านี้ช่วงเย็นวันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวไปสำรวจตลาดวังหลัง ใกล้โรงพยาบาลศิริราช พบว่า มีกลุ่มพ่อค้าหัวใสนำพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์ ขณะเสด็จฯ จากอาคารเฉลิมพระเกียรติไปยังพระที่นั่งอนันตสมาคม มาจำหน่ายในราคาขนาดโปสการ์ดแผ่นละ 10 บาท หากนำใส่กรอบจำหน่ายในราคาแผ่นละ 100 บาท ได้รับความสนใจจากประชาชนซื้อไปบูชา ส่วนที่บริเวณลานพระราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก มีประชาชนจำนวนมากทั้งที่เดินทางมาจากต่างจังหวัดและใน กทม. พร้อมใจกันเข้ามานั่งสวดมนต์ถวายเป็นพระราชกุศล จนกระทั่งเวลา 19.00 น. ประชาชนที่อยู่บริเวณลานดังกล่าวต่างพร้อมใจกันจุดเทียนชัยถวายพระพรแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมกับร้องเพลงสดุดีมหาราชา และเพลงสรรเสริญพระบารมี ก่อนที่ร่วมใจกันเปล่งเสียง “ทรงพระเจริญ” ดังกึกก้องไปทั่วทั้งโรงพยาบาล

สื่อต่างประเทศแพร่ภาพซึ้งใจทั่วโลก

ด้านสำนักข่าวต่างประเทศ เอเอฟพีและบีบีซี รายงานบรรยากาศพิธีเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ครบ 85 พรรษา โดยระบุว่าประชาชนชาวไทยประมาณ 200,000 คน เดินทางมาจากทุกสารทิศเพื่อตั้งขบวนรอรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมส่งเสียงแซ่ซ้อง “ทรงพระเจริญ” ตลอดเส้นทางที่พระองค์เสด็จพระราชดำเนินจากโรงพยาบาลศิริราชไปยังพระที่นั่งอนันตสมาคม พระราชวังดุสิต สื่อต่างชาติยังรายงานด้วยว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นกษัตริย์ที่ครองราชบัลลังก์ยาวนานที่สุดในโลก เป็นเวลากว่า 66 ปี ทั้งยังทรงเป็นที่รักและเคารพเทิดทูนของประชาชนจำนวนมหาศาล

นานาชาติส่งสาส์นถวายพระพร

ขณะเดียวกัน ประมุขของประเทศต่างๆได้ส่งสาส์นถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยเว็บไซต์สถานทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย เผยแพร่คำถวายพระพรของนางฮิลลารี รอดดัมคลินตัน รมว.ต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุว่า ในนามของประธานาธิบดีบารัค โอบามา และประชาชนชาวสหรัฐอเมริกา ข้าพระพุทธเจ้าฯ ขอพระราชทานพระบรมราชวโรกาส ถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ครบ 85 พรรษา และขอแสดงความยินดีแก่ประชาชนชาวไทยเนื่องในโอกาสวันชาติไทย วันที่ 5 ธันวาคม ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศแห่งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ได้ออกแถลงการณ์ลงวันที่ 5 ธ.ค. ระบุว่าเชค คาลิฟะ บิน ซาเอ็ด อัล นาห์ยัน ประธานาธิบดีแห่งยูเออี พร้อมด้วย เชค โมฮัมเหม็ด บิน ราชิด อัลมัคทูม รองประธานาธิบดียูเออี และนายกรัฐมนตรีแห่งนครรัฐดูไบ ต่างพร้อมใจถวายพระพรแด่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวแนะนำ

MOST VIEWED

คุณอาจสนใจข่าวนี้