กีฬา
100 year

บันทึกประวัติศาสตร์ ในหลวง เสด็จออกสีหบัญชร

ไทยรัฐออนไลน์5 ธ.ค. 2555 09:00 น.
SHARE


สำนักพระราชวังแถลง‘ราชินี’งดเสด็จร่วมพิธีลานพระรูปฯแน่นแล้วนั่งหลับบนวีลแชร์ก็มี

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออกมหาสมาคม ณ สีหบัญชร พระที่นั่งอนันตสมาคมเช้านี้ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมารทรงกราบบังคมทูลพระกรุณาถวายพระพรชัยมงคลแทนพระบรมวงศานุวงศ์ นายกฯ นำกล่าว “ทรงพระเจริญ” สำนักพระราชวังออกแถลงการณ์ “ราชินี” งดเสด็จพระราชพิธี พสกนิกรปลื้มปีติสวมเสื้อเหลืองหลั่งไหลจากทั่วสารทิศ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จและชื่นชมพระบารมีแน่นลานพระบรมรูปทรงม้า รวมทั้ง ที่โรงพยาบาลศิริราช ไม่ให้พลาดครั้งหนึ่งในชีวิต ตระการตาไฟหน้าพระที่นั่งอนันตสมาคม สวยงามประดุจหนึ่งสรวงสวรรค์ ประชาชนแห่ถ่ายภาพเป็นที่ระลึก กรมศิลปากรบันทึกเหตุการณ์เป็นจดหมายเหตุแห่งชาติ

เป็นอีกครั้งหนึ่งในชีวิตที่ปวงชนชาวไทยทุกคนในแผ่นดินนี้ไม่อาจลืมเลือนได้ กับภาพประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญอีกครั้ง คือการเสด็จออกมหาสมาคม ณ สีหบัญชร พระที่นั่งอนันตสมาคม ของพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาคม 2555 ซึ่งประชาชนทุกหมู่เหล่าล้วนปลาบปลื้มปีติยินดีอย่างที่สุด ที่จะได้มีโอกาสเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทและชื่นชมพระบารมีองค์พระประมุขเหนือหัวอย่างใกล้ชิด หลายคนถึงกับรีบเดินทางมายังลานพระบรมรูปทรงม้าเพื่อจับจองที่นั่งกันตั้งแต่วันที่ 3 ธันวาคม เพื่อจะได้เห็นพระพักตร์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอย่างชัดเจน บางคนถึงกับลงทุนเฝ้าพื้นที่ข้ามวันข้ามคืนเพื่อรอให้ถึงห้วงเวลาอันสำคัญในวันมิ่งมหามงคลวันนี้

ในหลวงเสด็จออกมหาสมาคม 5 ธ.ค.55

สำหรับพระราชกิจ พระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา พุทธศักราช 2555 ในวันที่ 5 ธ.ค. เสด็จออกมหาสมาคม รับการถวายพระพรชัยมงคล ณ สีหบัญชร พระที่นั่งอนันตสมาคม พระราชวังดุสิต มีดังนี้ เวลา 10.00 น.พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณ วลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตน ราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้า ศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้า โสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง จากโรงพยาบาลศิริราช ไปยังพระที่นั่งอนันตสมาคม พระราชวังดุสิตเข้าทางประตูทวยเทพสโมสร เทียบอัฒจันทร์มุขตะวันออก ทหารกองเกียรติยศ 3 เหล่าทัพถวายความเคารพ แตรวงบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี จากนั้น เสด็จฯ ขึ้นชั้น 2 โดยลิฟต์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯ ไปฉลองพระองค์ครุย ณ ท้องพระโรงหน้าสมเด็จ พระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จฯ ไปทรงฉลองพระองค์ครุย ณ มุขด้านทิศใต้ เมื่อสมเด็จ พระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงฉลอง พระองค์ครุยเสร็จแล้ว เสด็จฯลงจากพระที่นั่งอนันต– สมาคม ทางบันไดมุขด้านทิศใต้ ไปทรงยืนเฝ้าฯที่พระแท่นหน้าสีหบัญชร

10.30 น. เสด็จออกท้องพระโรง

จากนั้น เวลา  10.30 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ ออกท้องพระโรงหน้าพระที่นั่งอนันตสมาคม เจ้าพนักงานรัวกรับและเปิดพระวิสูตร เลื่อนพระแท่นที่ประทับไปยังสีหบัญชร ชาวพนักงานกระทั่งมโหระทึก ประโคมแตรฝรั่ง ผู้บังคับกองผสมสั่งกองผสม “ตรงหน้าระวัง วันทยาวุธ” ทหารกองเกียรติยศ 3 เหล่าทัพถวายความเคารพ แตรวงบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี ทหารบก ทหารเรือ ทหารอากาศยิงปืนใหญ่เฉลิมพระเกียรติฝ่ายละ 21 นัด เมื่อสุดเสียงประโคมแล้วผู้บังคับกองผสม สั่งกองผสม “เรียบอาวุธ”

พระบรมฯกราบบังคมทูลถวายพระพรชัย

สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎ ราชกุมาร ทรงเปิดกรวยกระทงดอกไม้ ธูปเทียนแพ กราบบังคมทูลพระกรุณาถวายพระพรชัยมงคลแทนพระบรมวงศานุวงศ์ ก่อนเสด็จขึ้นบนพระที่นั่งอนันตสมาคม นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เปิดกรวยกระทงดอกไม้ธูปเทียนแพ กราบบังคมทูล พระกรุณาถวายพระพรชัยมงคล แทนคณะรัฐมนตรี ข้าราชการทหาร ตำรวจ พลเรือน และราษฎร์ทุกหมู่เหล่า นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา เปิดกรวยกระทงดอกไม้ธูปเทียนแพ แล้วกราบบังคมทูล พระกรุณาถวายพระพรชัยมงคล แทนสมาชิกรัฐสภา นายไพโรจน์ วายุภาพ ประธานศาลฎีกา เปิดกรวยกระทงดอกไม้ธูปเทียนแพ แล้วกราบบังคมทูล พระกรุณาถวายพระพรชัยมงคลแทนข้าราชการตุลาการ พล.อ. ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผู้บัญชาการทหารสูงสุด กราบบังคมทูลพระกรุณากล่าวนำทหารรักษาพระองค์ถวายสัตย์ปฏิญาณ

นายกฯกล่าวนำเสียง “ทรงพระเจริญ”

ในเวลาต่อมา ผู้บังคับกองผสมสั่งกองผสม “ตรงหน้าระวัง วันทยาวุธ” ทหารกองเกียรติยศ 3 เหล่าทัพถวายความเคารพ แตรวงบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระราชดำรัส จบพระราชดำรัส ผู้เข้าเฝ้าฯถวายความเคารพ ผู้บังคับกองผสมสั่งกองผสม “ตรงหน้าระวัง วันทยาวุธ” ทหารกองเกียรติยศ 3 เหล่าทัพถวายความเคารพ แตรวงบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี จากนั้น สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้า จุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทรงยืนเฝ้าฯ ด้านหลังพระราชอาสน์ นายกรัฐมนตรีกล่าวนำ “ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ”

เมื่อได้เวลาสมควร เจ้าพนักงานเลื่อนพระแท่นที่ประทับกลับยังท้องพระโรงหน้า เจ้าพนักงานรัวกรับ ปิดพระวิสูตร ชาวพนักงานกระทั่งมโหระทึก ประโคมแตรฝรั่ง แตรวงบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯไปประทับพักพระราชอิริยาบถ ณ ห้องมุขด้านทิศใต้ เมื่อพระบรมวงศานุวงศ์และข้าราชการที่เฝ้าฯ ไปคอยส่งเสด็จฯที่ชั้นล่างพระที่นั่งอนันตสมาคมเรียบร้อยแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จลงจากพระที่นั่งอนันตสมาคม (โดยลิฟต์) ไปประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินกลับ ทหารกองเกียรติยศ 3 เหล่าทัพ ถวายความเคารพ แตรวงบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี

แถลงการณ์ “ราชินี” งดเสด็จออกมหาสมาคม

วันเดียวกัน สำนักพระราชวังออกแถลงการณ์ เรื่องสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระประชวร ขณะประทับ ณ โรงพยาบาลศิริราช ฉบับที่ 12 ความว่า วันนี้คณะแพทย์ผู้ถวายการรักษาสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้รายงานว่า สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงมีพระอาการทั่วไปดี ทรงพระดำเนินตลอดจนเคลื่อนไหวพระวรกายได้เกือบปรกติ แต่ยังมีพระพลานามัยไม่สมบูรณ์เต็มที่

ในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะเสด็จออกมหาสมาคม ณ สีหบัญชร พระที่นั่งอนันตสมาคม ในพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา วันพุธที่ 5 ธันวาคม ศกนี้ คณะแพทย์ผู้ถวายการรักษาสมเด็จ พระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ มีความเห็นพ้องต้องกันว่า แม้พระราชพิธีนี้จะเป็นพระราชพิธีสำคัญ แต่ก็ต้องใช้เวลานานพอสมควร กอปรกับเป็นพระราชพิธีเดียวที่พระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ ต้องยืนตั้งแต่ต้นจนเสร็จพิธี เว้นแต่พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว พระองค์เดียว ที่ประทับพระราชอาสน์ ดังนั้น หากสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถจะเสด็จพระราชดำเนินในการพระราชพิธีนี้ ก็อาจจะต้องทรงฝืนกำลังพระวรกายเป็นอันมาก เนื่องจากทรงพระประชวรอยู่เป็นเวลาหลายเดือน แม้จะทรงทำกายภาพบำบัดด้วยการทรงพระดำเนินเป็นประจำ แต่พระพลานามัยก็ยังไม่สมบูรณ์เต็มที่ การเสด็จ พระราชดำเนินในพระราชพิธีนี้เป็นครั้งแรก อาจทำให้ทรงอ่อนเพลีย และต้องทรงฟื้นฟูพระวรกายอีกเนิ่นนานก็เป็นได้ คณะแพทย์จึงกราบบังคมทูลขอให้ทรงงดพระราชกิจครั้งนี้และต่อเนื่องไปอีกระยะหนึ่ง ทั้งนี้ คณะแพทย์ฯ ได้นำความกราบบังคมทูลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทราบฝ่าละอองธุลี พระบาทด้วยแล้วจึงประกาศมาเพื่อทราบโดยทั่วกัน

แห่สวมเสื้อเหลืองหลั่งไหลรอเฝ้าฯ

สำหรับบรรยากาศที่บริเวณลานพระบรมรูปทรงม้า ฝั่งหัวมุมสนามเสือป่า ตรงข้ามพระที่นั่งอนันตสมาคม ตั้งแต่ช่วงเช้าวันที่ 4 ธ.ค. คึกคักไปด้วยประชาชนจากทั่วสารทิศ ที่พร้อมใจสวมเสื้อสีเหลืองเดินทางมาจับจองพื้นที่ริมบาทวิถีถนนอู่ทองใน เพื่อเฝ้ารอรับเสด็จฯพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการเสด็จฯออกมหาสมาคม ณ สีหบัญชร พระที่นั่งอนันตสมาคม ทั้งนี้ ประชาชนจำนวนมากต่างตระเตรียม ภาพพระบรมฉายาลักษณ์ ธง อาหาร เครื่องดื่ม ผ้าห่ม ที่นอนหมอนมุ้ง เต็นท์ มาพร้อม เพื่อปักหลักค้างแรมบนถนน โดยหวังที่จะได้เข้าเฝ้าชื่นชมพระบารมีขององค์พระประมุขศูนย์รวมดวงใจชาวไทยให้ใกล้มากที่สุด ทั้งยังต่างร่วมกัน ร้องเพลงถวายพระพรในหลวง รวมทั้งโบกธงสัญลักษณ์ ภปร.ด้วยความปลาบปลื้มปีติใจด้วย ขณะเดียวกัน บรรดาเหล่าพ่อค้าต่างนำอาหาร เครื่องดื่ม ผ้าใบปูนอน ธงสัญลักษณ์และเสื้อเหลืองมาจำหน่ายถึงในพื้นที่ ซึ่งขายดีเป็นเทน้ำเทท่า

กระทั่งช่วงบ่ายประชาชนเริ่มทยอยกันมามากขึ้นเรื่อยๆ และเริ่มล้ำไปบนถนนอู่ทองใน ทำให้รถราสัญจรไปมาได้ยากลำบาก พล.ต.ต.วิชาญญ์วัชร์ บริรักษ์กุล ผบก.น.1 จึงเดินทางมาอำนวยความสะดวกด้วยการนำแผงรั้วเหล็กมากั้นบนลานพระบรมรูปทรงม้า ห่างหน้าประตูทางเข้าพระที่นั่งอนันตสมาคม 15 เมตร กันพื้นที่ให้รถพระที่นั่งเข้าสู่พระที่นั่งอนันตสมาคม และให้ประชาชนที่มานอนค้างคืนเฝ้ารอรับเสด็จฯมาอยู่ด้านหลังแผงรั้วเหล็ก

สาวเสริมสวยมาด้วยใจภักดิ์

น.ส.ปิยะนาถ บุญเฉลิม ช่างเสริมสวย วัย 34 ปี เดินทางมาจากย่านพระราม 3 ที่นำเต็นท์มากางริมถนนอู่ทองใน ตั้งแต่คืนวันที่ 3 ธ.ค. เพื่อรอรับเสด็จฯพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เผยถึงความรู้สึกว่า รักในหลวงมาก ท่านทำเพื่อพสกนิกรมาตลอด เมื่อ 6 ปีก่อน ในงานฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี เคยมีโอกาสเดินทางมาร่วมงาน ออกมหาสมาคมด้วย แต่เนื่องจากมาช้าเกินไป จึงต้องอยู่รั้งท้ายแถวย่านสะพานผ่านฟ้า ไม่มีโอกาสได้ชื่นชมพระบารมีอย่างใกล้ชิด  เมื่อทราบว่าปีนี้ในหลวงจะเสด็จฯออกมหาสมาคมอีกครั้ง ดีใจมาก จึงเตรียมมานอนค้างแรมเพื่อจองที่รับเสด็จฯ แต่ที่ต้องเตรียมเต็นท์มากางนอน เนื่องจากเป็นผู้หญิง จะได้ใช้เป็นห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า ไม่ให้ดูแล้วอุจาด นอกจากนี้  ยังนำภาพพระบรมฉายา– ลักษณ์ที่บูชาไว้ที่หิ้งพระในบ้านมาด้วย เหมือนเป็นการสร้างความขลังให้ภาพที่ตนบูชาทุกวัน ว่า  ครั้งหนึ่งได้มาอยู่ร่วมในการถวายพระพรในหลวงด้วย สำหรับความสำคัญของงานในปีนี้มองว่า ในหลวงท่านมีพระชนมายุมากแล้ว ในฐานะคนไทย เมื่อท่านสามารถเสด็จฯมาเยี่ยมประชาชนในสถานที่ที่จัดไว้ให้ได้ ในฐานะคนไทยก็ต้องมาแสดงความจงรักภักดี

คนเมืองกล้วยไข่ไม่อยากพลาดครั้งหนึ่งในชีวิต

นางจารุวรรณ พรหมมา อายุ 39 ปี ชาวจังหวัดกำแพงเพชร ที่เดินทางมาพร้อมครอบครัว กล่าวว่า ที่อยากมารับเสด็จฯครั้งนี้ เพราะในหลวงท่านทรงตรากตรำทำงานเพื่อประชาชนมานานมาก วันนี้พระวรกายพระองค์ไม่แข็งแรงเหมือนแต่ก่อนแล้ว ไม่อาจที่จะเสด็จฯไปเยี่ยมประชาชนได้อีก พวกเราในฐานะลูกของท่าน จึงอยากมาหาท่านด้วยตัวเอง เพื่อให้พระองค์ท่านสบายพระทัย ที่ได้เห็นพสกนิกรมาเฝ้ารอรับเสด็จฯกันเป็นจำนวนมาก  เช่นเดียวกันนางสุรีวัลย์ สุพรรณวงค์ อายุ 49 ปี เดินทางมาจาก จ.ชุมพร กล่าวว่า ครั้งหนึ่งเคยได้เข้าเฝ้ารับเสด็จฯในหลวง สมัยที่ทรงมีพระวรกายแข็งแรง จำได้ว่าท่านเสด็จฯมาเยี่ยมโครงการพระราชดำริที่ จ.ชุมพร รู้สึกประทับใจกับเหตุการณ์ครั้งนั้นมาก เมื่องานฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ก็พลาดโอกาสไปครั้งหนึ่งแล้ว ครั้งนี้จึงไม่ยอมพลาดที่จะมาเฝ้ารับเสด็จฯ

หัวใจรักในหลวงนอนวีลแชร์รอรับเสด็จ

ด้านนายสุนทร งามเกิดศิริ อายุ 42 ปี ประธานกรรมการบริหารบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ขา 2 ข้างพิการเนื่องจากป่วยด้วยโรคโปลิโอตั้งแต่อายุ 4 ขวบ ต้องนั่งอยู่บนรถเข็นวีลแชร์ เดินทางมาจับจองที่นั่ง เพื่อเฝ้ารับเสด็จฯที่หน้าประตูทางเข้าพระที่นั่งอนันต– สมาคม กล่าวว่า ภาพความทรงจำเมื่องานเสด็จฯออกมหาสมาคม ปี 2549 ยังติดตาตรึงใจอยู่ทุกวันนี้และตนก็ไม่มีโอกาสได้เดินทางมา การออกมหาสมาคมครั้งนี้จึงตั้งใจเต็มที่ที่จะได้มาถวายพระพรในหลวง ไม่รู้สึกกลัวความลำบาก แม้จะต้องนอนบนรถเข็นกลางถนน แต่ก็ถือได้นอนอยู่ในท่ามกลางพสกนิกรที่รักในหลวง ทุกคนต่างมีความสุขเหมือนกันที่จะได้ชื่นชมพระบารมี พวกเราลำบากแค่น้อยนิด พระองค์ท่านท่านลำบากมากว่า 66 ปีแล้ว วันนี้พวกเราอยากที่จะมาให้กำลังพระทัยท่าน เพื่อให้พระองค์ท่านเห็นว่าลูกหลานไทยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์

ศิริราชคึกคักจองพื้นที่เฝ้าชมพระบารมี

ส่วนบรรยากาศที่ศาลาศิริราช 100 ปี โรงพยาบาลศิริราช ตั้งแต่ช่วงเช้าวันที่ 4 ธ.ค. พสกนิกรทุกหมู่เหล่า พร้อมใจกันสวมเสื้อสีเหลือง นำแจกันดอกไม้ พวงมาลัย และสิ่งของต่างๆ เดินทางมาถวายพระพรพระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรม ราชินีนาถ ไม่ขาดสายตลอดทั้งวัน นอกจากนี้คณะ แพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ได้จัดนิทรรศการ 85 พรรษา มหาราชา โดยนำพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ขนาดใหญ่ในพระอิริยาบถต่างๆ มาติดตั้งไว้ พร้อมกับนำพานพุ่มมาวางเพื่อให้ประชาชนได้ถวายสักการะ ซึ่งมีประชาชนต่างพากันต่อคิวถ่ายภาพไว้เป็นที่ระลึกกันเป็นจำนวนมาก ส่วนที่ห้องโถงชั้นล่าง อาคารเฉลิมพระเกียรติ ซึ่งเป็นอาคารที่ประทับและที่ลานพระราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ภายในโรงพยาบาลศิริราช มีประชาชนบางส่วนเข้ามาจับจองพื้นที่เพื่อเฝ้ารอรับการเสด็จฯไปยังพระที่นั่งอนันตสมาคม พระราชวังดุสิต ในเช้าวันที่ 5 ธันวาคม

นอนค้างแรมเพราะอยากเห็นพระพักตร์

นางวาสนา วงศ์โสภิต อายุ 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 461/66 หมู่ 8 ตำบลพลับพลา อ.เมือง จ.จันทบุรี กล่าวว่า เดินทางมาจากบ้านที่จันทบุรีกับน้องสาว ถึงโรงพยาบาลศิริราชเมื่อกลางดึกวันที่ 4 ธ.ค. และเฝ้ารอรับเสด็จฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระบรมวงศานุวงศ์ ที่อาคารเฉลิมพระเกียรติ โดยค้างคืนที่ใต้อาคารเฉลิมพระเกียรติ หากมาช้าก็จะไม่ได้เห็นพระองค์ท่าน เพราะมีคนเข้ามาจับจองพื้นที่รับเสด็จฯมาก อีกรายคือ นางสุวรรณภา จีนสำราญ อายุ 54 ปี อาชีพแม่บ้าน อยู่บ้านเลขที่ 19/192 หมู่ 13 ตำบลบางพลี อ.เมือง จ.สมุทรปราการ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้เคยมาเฝ้ารับเสด็จฯ เมื่อครั้งทรงออกมหาสมาคมคราวที่แล้ว ปีนี้ท่านเสด็จฯอีก จึงดีใจมากที่จะได้ชื่นชมพระบารมีอีกครั้ง เลยตั้งใจมารับเสด็จฯแต่เนิ่นๆ

นอกจากห้องโถงใต้อาคารเฉลิมพระเกียรติที่ประชาชนเข้ามาจับจองพื้นที่แล้ว ที่บริเวณเส้นทางเสด็จฯ ผ่านภายในโรงพยาบาลศิริราช ตั้งแต่บริเวณตึกอนันตราช ภาควิชากายวิภาคศาสตร์ หอประชุมราชแพทยาลัย ถนนบวรสถานพิมุข กระทั่งตลอดท่าเรือวังหลัง และทั้งสองฝั่งถนนพรานนก มีประชาชนนำเสื่อมาปูจับจองพื้นที่เฝ้ารอรับเสด็จฯ กันเกือบเต็มพื้นที่แล้ว

กรมศิลป์เตรียมบันทึกจดหมายเหตุ

วันเดียวกัน นางสุรีย์รัตน์ วงศ์เสงี่ยม รองอธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า กรมศิลปากร ได้เตรียมบันทึกเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ พระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัว เสด็จออกมหาสมาคม ณ สีหบัญชร พระที่นั่งอนันตสมาคม ในพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนม พรรษา 85 พรรษา 5 ธันวาคม 2555 โดยมอบหมายให้นักจดหมายเหตุจดบันทึกเหตุการณ์พระราชพิธีอย่างละเอียด รวมทั้งกิจกรรมต่างๆ ที่ภาครัฐและภาคเอกชนจัดขึ้น เพื่อนำข้อมูลทั้งหมดไปจัดทำต้นฉบับหนังสือจดหมายเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ของชาติ เพื่อให้ประชาชนและนักเรียนนักศึกษาได้ใช้ประโยชน์ในการค้นคว้าต่อไป

ทูลกระหม่อมฯเปิดงาน 5 ธันวามหาราช

อีกด้านหนึ่งที่มณฑลพิธีท้องสนามหลวง เมื่อเวลา 16.50 น. มูลนิธิ 5 ธันวามหาราช จัดพิธีเปิดงานมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวามหาราช ที่เป็นงานถวายพระพรชัยมงคลครั้งยิ่งใหญ่ของคนไทยทั้งประเทศ โดยมีทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตน ราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เสด็จเป็นองค์ประธานเปิดงานเมื่อทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญาฯ เสด็จกลับจึงเป็นพิธีถวายพระพรชัยมงคลของศาสนาต่างๆ โดยมีผู้นำและตัวแทนจากศาสนาต่างๆร่วมกล่าวคำถวายพระพร ตามลำดับตั้งแต่พุทธ คริสต์ อิสลาม ฮินดู ต่อด้วยการแสดงของวงดนตรีและมหรสพต่างๆ การแข่งขันชกมวย มีประชาชนมาร่วมงานเป็นจำนวนมาก

ลานพระรูปไฟตระการตาสวยดุจสวรรค์

ขณะที่บรรยากาศตั้งแต่ลานพระบรมรูปทรงม้าถึงสนามหลวง ช่วงค่ำวันเดียวกัน แพรวพราวสว่างไสวไปด้วยแสงไฟที่ กทม. ได้นำหลอดไฟ ดอกไม้ และธงตรา ภปร. มาตกแต่งประดับประดาสวยงามตลอดเส้นทาง จนทำให้บริเวณดังกล่าวงดงามประดุจหนึ่งสรวงสวรรค์ มีประชาชนจำนวนมากให้ความสนใจเดินทางมาบันทึกภาพเก็บไว้ นอกจากนี้ ตลอดเส้นทางถนนราชดำเนินนอก มีการตั้งเต็นท์พยาบาล เต็นท์อาหารและน้ำดื่มไว้เพื่อให้บริการประชาชนที่จะมาร่วมในงานพระราชพิธี โดยเฉพาะที่ลานพระบรมรูปแน่นขนัดไปด้วยผู้คนที่มาจับจองพื้นที่เฝ้ารับเสด็จฯในเช้าวันที่ 5 ธันวาคม

เลขาศาล รธน.นำ ขรก.ปฏิญาณตน

ในส่วนการจัดกิจกรรมเนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษานั้น เมื่อเวลา 09.00 น. ที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ นายเชาวนะ ไตรมาศ เลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ นำผู้บริหารระดับสูง ข้าราชการของสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ กล่าวถวายพระพรชัยมงคล แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาคม พ.ศ.2555 และเป็นประธานกล่าวนำในพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณตน ต่อหน้าพระบรมสาทิสลักษณ์

กองทัพเรือจัดกิจกรรมเทิดพระเกียรติ

ส่วนที่หอประชุมกองทัพเรือ พล.ร.อ.สุรศักดิ์ หรุ่นเริงรมย์ ผบ.ทร.เป็นประธานการจัดกิจกรรม “ร้อยรวมดวงใจ เทิดไท้องค์ราชัน” เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาคม 2555 ถวายเป็นพระราชกุศลและแสดงความจงรักภักดีแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยมีข้าราชการ ทหาร ลูกจ้าง พนักงานราชการและครอบครัวกองทัพเรือเข้าร่วมอย่างมากมาย พล.ร.อ.สุรศักดิ์กล่าวว่า กองทัพเรือได้จัดกิจกรรมถวายพระพรชัยมงคล จัดนิทรรศการแสดงพระบรมฉายาลักษณ์ในพระอิริยาบถต่างๆ จัดนิทรรศการแสดงภาพพระราชพิธีเสด็จฯ ถวายผ้าพระกฐินโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค การสาธิตการพายและเห่เรือ การปฏิบัติธรรมเฉลิมพระเกียรติ ที่วัดเครือวัลย์วรวิหาร และกิจกรรมบริจาคโลหิตเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล ทั้งนี้ วันที่ 5 ธ.ค. ถือเป็นวันที่ปลื้มปีติที่พวกเราปวงชนชาวไทยจะได้ถวายความจงรักภักดีต่อพระองค์ท่าน จึงอยากขอเชิญชวนประชาชนทุกหมู่เหล่ามาร่วมกันถวายความจงรักภักดีในพระราชพิธีเสด็จออกมหาสมาคม ณ สีหบัญชร พระที่นั่งอนันตสมาคม เพราะถือเป็นวันที่ยิ่งใหญ่ของประเทศ

พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์

ช่วงเย็น ที่พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม มหาเถรสมาคม ร่วมกับรัฐบาล จัดพิธีเจริญพระ พุทธมนต์เจริญจิตภาวนา ถวายพระพรชัยมงคลและถวายเป็นพระราชกุศลแด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 85 พรรษา 5 ธันวาคม 2555 และถวายเป็นพระราชกุศล แด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ โดยมีสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ กรรมการมหาเถรสมาคม เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมด้วยพระเถระชั้นผู้ใหญ่ พระสังฆาธิการในเขตกรุงเทพฯ กว่า 500 รูปร่วมพิธี และมีนายนิวัฒน์ธำรงค์ บุญทรงไพศาล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานฝ่ายฆราวาส โดยมีประชาชนจำนวนมากเข้าร่วมพิธี

ธนารักษ์ถวายเหรียญพระคลัง

นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง กล่าวว่า กระทรวงการคลัง และกรมธนารักษ์ ตระหนักในพระมหากรุณาธิคุณ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ได้ทรงอุทิศพระองค์ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของพสกนิกรชาวไทยให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจแบบพอเพียง จึงได้นำเหรียญที่ระลึกพระคลัง ในพระคลังมหาสมบัติ จำนวน 4 ประเภท คือ เหรียญทองคำขัดเงา มีน้ำหนัก 300 กรัม จัดทำเป็นพิเศษโดยมีอักษร “พ” อยู่ที่ขอบเหรียญ เหรียญทองคำธรรมดา เหรียญเงินรมดำพ่นทรายพิเศษ และเหรียญทองแดงรมดำพ่นทราย จำนวนอย่างละ 1 เหรียญ ขึ้นทูลเกล้าฯถวายในโอกาสนี้ นอกจากนี้ กรมธนารักษ์ได้จัดสร้างเหรียญที่ระลึกพระคลัง ในพระคลังมหาสมบัติ ขึ้นเนื่องในวาระที่กรมธนารักษ์มีอายุครบ 80 ปี ในปี 2555 โดยรายได้ส่วนหนึ่งหลังหักค่าใช้จ่ายแล้วจะนำมาดูแลรักษาทรัพย์สินมีค่าของแผ่นดิน ผู้สนใจสั่งจองได้ที่สำนักการคลัง กรมธนารักษ์

ยิ่งดึกคนยิ่งแห่จองที่เฝ้ารับเสด็จ

ช่วงค่ำเจ้าหน้าที่ตำรวจเริ่มปิดการจราจร ถนนอู่ทองใน ถึงบริเวณลานพระบรมรูปทรงม้า ตระเตรียมสถานที่ ทั้งมีการนำแผงเหล็กมากั้นลานพระบรมรูปทรงม้า แบ่งพื้นที่ไว้รองรับคลื่นมหาชนเรือนแสนที่จะหลั่งไหลกันเข้ามา เป็น 3 โซน คือ 1. ด้านหลังลานพระบรมรูปทรงม้าฝั่งติดกับรั้วพระที่นั่งอนันตสมาคม ถึงบริเวณประตูทางเข้าสนามเสือป่า 2. โซนกลางลานพระบรมรูปทรงม้า และ 3. โซนทางเข้าลานพระบรมรูปทรงม้าฝั่งติดกับถนนศรีอยุธยา พร้อมตั้งจุดตรวจอาวุธตามรั้วเข้าโซนต่างๆโซนละ 4 ประตู ขณะเดียวกันด้านโซนที่ 1 ติดรั้วพระที่นั่งอนันตสมาคม คึกคักอย่างต่อเนื่องเมื่อมีพสกนิกรหลายร้อยคนหลั่งไหลกันมาจับจองพื้นที่กันมากขึ้นเรื่อยๆ โดยมีการตั้งเต็นท์ค้างแรมนับสิบเต็นท์รอบบริเวณ ทั้งนี้เหล่าพสกนิกรที่มาจับจองพื้นที่เฝ้ารับเสด็จฯ ส่วนหนึ่งเริ่มกระจายกันนอนพักเอาแรง บ้างจับกลุ่มพูดคุยกันถึงพระราชกรณียกิจต่างๆที่ทรงมีต่อประชาชน บางรายรวมกลุ่มกันร้องเพลง  สวดมนต์ถวายในหลวง บ้างก็นำอาหารที่ตระเตรียมมาแจกจ่ายกันกินด้วยมิตรไมตรีที่ดีต่อกัน ต่อมาเจ้าหน้าที่สำนักนายกรัฐมนตรีได้นำธงชาติไทยและธง ภปร. มาแจกจ่ายให้ประชาชนที่ค้างแรมที่ลานพระบรมรูปทรงม้าเตรียมไว้โบกสะบัดในเช้าวันที่ 5 ธ.ค. และยิ่งดึกประชาชนก็ยิ่งหลั่งไหลเพิ่มมากขึ้น

คนบันเทิงรวมใจรักในหลวง

ที่ลานการ์เด้น อาคารดิ ออฟฟิศ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ “กลุ่มคนบันเทิงรักประเทศไทย” นำโดยเหล่าคนบันเทิงทั้งนักแสดง ผู้สื่อข่าว ประชาสัมพันธ์รวมถึงบุคคลที่เกี่ยวข้องร่วมแสดงพลัง ในงาน “LONG LIVE THE KING จุดเทียนชัยถวายพ่อหลวง” เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในวันที่ 5 ธ.ค. โดยมีการจำหน่ายเสื้อยืดและถือกล่องรับบริจาค รวมถึงการออกบูธจำหน่ายสินค้าของศิลปินดารา รายได้ทั้งหมดมอบมูลนิธิพระดาบส (ลมหายใจของแผ่นดิน) โครงการตามกระแสพระราชดำริฯ โดยมี ต้อย-เศรษฐา ศิระฉายา ศิลปินอาวุโส   เป็นประธานในงาน มีนักแสดงชื่อดังมาร่วมงานและถือกล่องรับบริจาคอย่างคับคั่ง ได้รับความสนใจจากประชาชนทั่วไปร่วมแสดงพลังความสามัคคีและร่วมบริจาคเงิน รวมถึงแฟนคลับชาวจีนที่ร่วมประมูลเสื้อยืดพระเอกดัง อั้ม-อธิชาติ เป็นเงิน 5,000 บาท เวลาประมาณ 19.00 น. เหล่าคนบันเทิงหลายร้อยคนร่วมจุดเทียนชัยถวายพระพร และถือเทียนแปรอักษรเป็นคำว่า Long Live The King เป็นการแสดงพลังความจงรักภักดีอย่างน่าประทับใจ

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวแนะนำ

MOST VIEWED