กีฬา
100 year

'ชินวรณ์'ยันไม่เกี่ยว งาบงบฯอาชีวะโยน'นริศรา'แจงเอง

ไทยรัฐออนไลน์12 พ.ย. 2555 18:43 น.
SHARE

“ชินวรณ์” โยน“นริศรา-อดีตเลขาฯ กก.อาชีวะ” แจงเอง งาบงบฯ อาชีวะ ระบุหากดีเอสไอ เรียกก็พร้อมเข้าชี้แจง ปัดตอบ ดิสเครดิตการเมือง

วันที่ 12 พ.ย. ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายชินวรณ์ บุญยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวถึงกรณีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) แจ้งข้อกล่าวหา การทุจริตครุภัณฑ์ของสถาบันอาชีวศึกษากว่า 5 พันล้านบาทว่า ตนยังไม่ทราบรายละเอียด แต่ก็พร้อมที่จะเข้าชี้แจง ซึ่งโครงการนี้ตนในฐานะเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาการ ก็ได้ได้มอบหมายให้ น.ส.นริศรา ชวาลตันพิพัทธ์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กำกับดูแลกรมอาชีวศึกษาในช่วงนั้น ก็ได้ดำเนินการโครงการจัดซื้อจัดจ้างดังกล่าว

รายละเอียดทั้งหมดคงต้องไปสอบถามจาก น.ส.นริศรา และอดีตเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ซึ่งตนยืนยันว่าไม่มีความเกี่ยวข้อง และก่อนที่ตนจะรับตำแหน่งดังกล่าว ก็มีเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการจัดซื้อครุภัณฑ์ ภายในกรมอาชีวศึกษาอยู่แล้ว โดยมีการตรวจสอบแล้ว

ทั้งนี้หากดีเอสไอทำหนังสือมาตนก็พร้อมเข้าชี้แจง ส่วนเรื่องนี้จะเป็นการดิสเครดิตทางการเมืองหรือไม่นั้น ตนไม่ทราบ แต่เป็นเรื่องของรัฐบาล ที่ใช้หน่วยงานในมือสอบสวน แต่ก็ไม่ได้รู้สึกกังวลอะไร เพราะทุกอย่างตนเป็นเพียงผู้กำกับดูแลเท่านั้น เนื้อหารายละเอียดทั้งหมดก็อยู่ที่ น.ส.นริศรา

โดยก่อนหน้านี้ ช่วงเช้าที่ผ่านมา นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ ได้แถลงข่าวและสรุปความคืบหน้าการสอบสวนกรณีทุจริตโครงการจัดซื้อครุภัณฑ์อาชีวศึกษา (SP2) ของสำนักงานคณะกรรมการอาชีวศีกษา (สอศ.) เพื่อจัดส่งให้วิทยาลัยอาชีวศึกษาทั่วประเทศ 415 แห่ง พบมีการจัดซื้อของแพง ไม่ได้คุณภาพ ไม่ตรงกับความต้องของวิทยาลัยและเอื้อประโยชน์ให้กับบริษัทเอกชน โครงการจัดซื้อครุภัณฑ์อาชีวศึกษา ภายใต้โครงการแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจไทยเข้มแข็งระยะที่ 2 (SP2) ในวงเงินงบประมาณ 5,300 ล้านบาทเศษ ขณะนี้การสอบสวนได้เสร็จสิ้นแล้ว คณะทำงานสืบสวนสอบสวนได้สรุปสำนวนคดีพิเศษ ที่ 1425/2555 โดยกล่าวหา นายชินวรณ์ บุญยเกียรติ อดีต รมช.ศึกษาธิการ น.ส.นริศรา ชวาลตันพิพัทธ์ อดีต รมช.ศึกษาธิการ นายเจี่ยง วงศ์สวัสดิ์สุริยะ ผอ.สำนักนโยบายและแผนการอาชีวศึกษา และนายบำรุง อร่ามเรือง ผอ.วิทยาลัยเทคนิคพระนครศรีอยุธยา มีส่วนเกี่ยวข้องร่วมกันปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต ทำให้สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา หรือ สอศ. กระทรวงศึกษาธิการ ได้รับความเสียหาย

อธิบดีดีเอสไอ กล่าวว่า จากการสืบสวนสอบสวนโครงการภายใต้แผนฟื้นฟูเศรษฐกิจไทยเข้มแข็ง ระยะที่ 2 (SP 2) พบว่ามีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้เกี่ยวข้องดังกล่าวข้างต้น ได้ร่วมกันดำเนินการจัดซื้อพัสดุครุภัณฑ์ซึ่งเป็นงบลงทุน วงเงินทั้งสิ้น จำนวน 5,300,385,500 บาท ในปีงบประมาณ 2553

โดยมีสาระสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตหรือกระทำโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย สรุปได้ดังนี้ 1.แต่งตั้งบุคคลใกล้ชิดสนิทสนมหรือพวกพ้องของรัฐมนตรีเป็นคณะกรรมการชุดต่างๆ ในการจัดหาครุภัณฑ์ ให้เป็นไปตามความต้องการของตนเอง 2.จัดซื้อครุภัณฑ์ที่มีราคาแพงเกินความจริง เช่น ครุภัณฑ์ห้องปฏิบัติการไฟฟ้าพื้นฐาน ราคาประมาณเพียงชุดละ 1 ล้านบาท แต่ตั้งราคาสูงถึง 3 ล้านบาท และจัดซื้อ 19 ชุด เป็นเงินกว่า 57 ล้านบาท ผู้ขายมีกำไรกว่า 38 ล้านบาท หรือครุภัณฑ์ที่จัดสรรให้วิทยาลัยไม่มีคุณภาพ และไม่เกิดประโยชน์ต่อการเรียนการสอน

ประเด็นที่ 3.ไม่ได้สำรวจความต้องการครุภัณฑ์ของสถานศึกษาที่มีความจำเป็นต้องใช้ในการเรียนการสอนแต่จัดครุภัณฑ์ไปให้โดยที่สถานศึกษาไม่มีส่วนร่วมในการกำหนดสเปก และไม่ตรงกับวิชาการเรียนการสอนหรือยังไม่มีการเรียนการสอนเกี่ยวกับครุภัณฑ์นั้น 4.ผู้ประกอบการหรือผู้ขายสินค้าครุภัณฑ์ให้กับ สอศ. อยู่ที่ดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ของรัฐบางคนเป็นผู้กำหนดเท่านั้น อันเป็นการกระทำที่เอื้อประโยชน์แก่คู่สัญญารายใดรายหนึ่ง โดยมุ่งหมายมิให้มีการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม และ 5.การตรวจรับครุภัณฑ์ ไม่ตรงตามสเปกหรือสัญญาซื้อขาย เช่น จุดเชื่อมวงจรไฟฟ้าตามสเปกหรือสัญญากำหนดไว้เป็นทองคำแท้เพื่อให้ครุภัณฑ์มีราคาสูง แต่จากการตรวจสอบพบว่าเป็นทองชุบเท่านั้น เหตุเกิดที่วิทยาลัยการอาชีพบ้านผือ จังหวัดอุดรธานี และที่วิทยาลัยเทคนิคปราจีนบุรี

ข้อเท็จจริงจากการสอบสวนปรากฏว่า ผู้ถูกกล่าวหาดังกล่าวข้างต้นเป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมาย มีอำนาจหน้าที่ในการดูแลรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบที่เกี่ยวข้อง แต่จงใจฝ่าฝืนกฎหมายตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542, กระทำผิดทุจริตต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ตลอดทั้งระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ.2535 และไม่ยึดหลักธรรมาภิบาลในการจัดซื้อจัดจ้าง ทำให้ สอศ.ได้รับความเสียหายกระทบต่อผลประโยชน์ของรัฐที่ต้องใช้งบประมาณแผ่นดิน จากการจัดซื้อครุภัณฑ์การศึกษาในราคาที่ขาดการแข่งขันตามความเป็นธรรมและความเหมาะสมแห่งสภาพครุภัณฑ์นั้นๆ อันอยู่ในอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ

ป.ป.ช.จึงต้องส่งสำนวนคดีนี้ให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อไต่สวนและวินิจฉัยตาม พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2442 มาตรา 19,43 และมาตรา 66 ต่อไป

ทั้งนี้เมื่อได้ส่งเรื่องผลการสอบสวนโครงการจัดซื้อครุภัณฑ์ที่พบมีการจัดซื้อพัสดุไม่ได้คุณภาพ ราคาแพงเกินจริงและมีการเอื้อประโยชน์ให้เอกชนให้ ป.ป.ช. แล้วตาม พ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547 และที่แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2551 กำหนดให้กรมสอบสวนคดีพิเศษทำการสอบสวนต่อไปอีกได้ จนกว่า ป.ป.ช.จะมีมติอย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งกรมสอบสวนคดีพิเศษจะได้ดำเนินการสอบสวนดังกล่าวต่อไป

เพื่อเปิดโอกาสให้บุคคลทั้ง 4 คน ในฐานะผู้ถูกกล่าวหาได้ชี้แจง แสดงหลักฐานของฝ่ายตนด้วย กรมสอบสวนคดีพิเศษจึงได้มีหนังสือแจ้งให้มาพบพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ในวันพฤหัสบดีที่ 15 พ.ย. 2555 เวลา 09.00 น. แล้ว ส่วนผลการชี้แจงจะเป็นอย่างไร ดีเอสไอก็จะส่งประกอบให้ ป.ป.ช.เพิ่มเติมต่อไป เพื่อความเป็นธรรมของทุกฝ่าย

 

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้