ไลฟ์สไตล์
100 year

สอบย้อนหลังอุทยาน

ไทยรัฐออนไลน์
1 พ.ย. 2555 09:00 น.
SHARE

‘ปรีชา’ตั้งกก.ฟนจนท.เหตุขึ้นค่าธรรมเนียม พบนำเงิน-เที่ยวตปท.

“ปรีชา” สั่งกรมอุทยานฯชะลอการขึ้นค่าเข้าชมอุทยานฯไม่มีกำหนด เหตุเพราะกระทบการท่องเที่ยว เผยที่ผ่านมาทำตามอำเภอใจแทนที่จะเอารายได้มาทำนุบำรุงอุทยาน กลับนำไปเที่ยวต่างประเทศ เตรียมตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงการบริหารกรมอุทยานฯ ยุค “ดำรงค์พิเดช” เป็นอธิบดี พร้อมย้ำให้ชะลอจับกุมผู้บุกรุกป่า ด้านรักษาการอธิบดีกรมอุทยานฯ ยังไม่รื้อถอนบ้านพักหรูรุกเกาะเสม็ดทั้งที่เลยเส้นตายแล้วอ้างรอใบบังคับคดี ขณะที่การจับกุมนายทุนบุกรุกอุทยานสิรินาถ จ.ภูเก็ต ก็ต้องเลื่อนออกไป

กรณีนายปรีชา  เร่งสมบูรณ์สุข  รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรียกนายบุญชอบ สุทธมนัสวงษ์ อธิบดีกรมป่าไม้ นายเริงชัย ประยูรเวช อธิบดี กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช มารับทราบนโยบายที่ได้รับมอบหมายจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้ชะลอการจับกุมกรณีการบุกรุกพื้นที่ ป่าอนุรักษ์ ล่าสุด นายปรีชายังคงเดินหน้าจัดระเบียบภายในกรมป่าไม้และกรมอุทยานฯ อย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้  เมื่อวันที่ 31 ต.ค. นายปรีชาให้สัมภาษณ์ว่า การที่นายกรัฐมนตรีให้ชะลอการจับกุมผู้บุกรุก ป่าอนุรักษ์ หมายถึงกรณีประชาชนที่เข้าไปทำกินในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติหรือพื้นที่ป่าอื่นๆ ที่เสื่อมโทรมแล้ว โดยทำกินมาอย่างยาวนานบางคนเป็น 50 หรือ 100 ปี จะเร่งแก้ปัญหาให้ชาวบ้านเหล่านี้อย่างไร โดย เฉพาะพื้นที่ที่รัฐยังไม่ได้เข้าไปดูแลแก้ไขปัญหา ไม่ใช่เอะอะเจ้าหน้าที่ของกรมป่าไม้ หรือกรมอุทยานฯ เข้าไปดำเนินการโดยถามหาเพียงเอกสารหลักฐานการครอบครองที่ดิน  เมื่อชาวบ้านไม่มีก็บอกว่าบุกรุก ป่าและเรียกเก็บสินบน หรือผลประโยชน์จนชาวบ้าน เดือดร้อน  มีการร้องเรียนเข้ามาเกือบทุกจังหวัด รัฐบาลจึงต้องเร่งรัดเข้าไปให้การช่วยเหลือเรื่องนี้ นายกรัฐมนตรี ได้ตั้งคณะกรรมการร่วมระหว่างหลายหน่วยงาน ทั้ง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงการคลัง กระทรวงกลาโหม เป็นต้น ที่มีพื้นที่อยู่ในความรับผิดชอบให้ทำงานร่วมกัน โดย จะเน้นใช้การตรวจสอบภาพถ่ายทางอากาศ เพื่อพิสูจน์ สิทธิทำกินให้แก่ประชาชน ส่วนการบุกรุกเพื่อก่อสร้างรีสอร์ต บ้านพักตากอากาศ ในเขตอุทยานแห่งชาติฯ ของเอกชน ต้องดำเนินการต่อไปไม่มีหยุดยั้ง ไม่ว่าใครจะมาเป็นอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ ก็ต้องทำตามนโยบาย ไม่มีการชะลอทั้งเรื่องการจับกุมและการรื้อถอนรีสอร์ต บ้านพักที่บุกรุกพื้นที่ป่า

สำหรับในส่วนของกรมอุทยานแห่งชาติฯ นาย ปรีชากล่าวว่า ได้สั่งการให้ชะลอการดำเนินการปรับขึ้นค่าธรรมเนียมเข้าอุทยานแห่งชาติฯ ชื่อดัง จำนวน 29 แห่ง ที่เตรียมปรับในอัตราใหม่ในวันที่ 1 ม.ค. 2556 โดยชาวไทย ผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก 50 บาท ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 500 บาท เด็ก 300 บาท ออกไป ไม่มีกำหนด และให้กลับไปใช้อัตราเดิม คือ ชาวไทย ผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 400 บาท เด็ก 200 บาท เพราะการขึ้นค่าบริการส่งผลกระทบ กับการท่องเที่ยวของประเทศไทยที่มีมูลค่า 2 ล้าน ล้านบาทต่อปี  การที่กรมอุทยานแห่งชาติฯ ขึ้นค่าเข้า ชมอุทยานฯ ในช่วงที่ผ่านมาถือเป็นการทำตามอำเภอใจ รายได้จากอุทยานแห่งชาติฯ ที่ผ่านมาเคยนำมาดูแล ปัญหาในอุทยานแห่งชาติฯ แต่ละแห่งหรือไม่ ทั้งใน เรื่องห้องน้ำ ห้องสุขา หรือบ้านพักที่มีสภาพทรุดโทรม ควรนำเงินรายได้มาซ่อมบำรุง หรือปรับปรุงให้มีสภาพ ดีขึ้น ไม่ใช่นำเงินรายได้พากันไปท่องเที่ยวต่างประเทศ นี่คือปัญหา เรื่องนี้มีการพูดคุยและร้องเรียนมาในกรรมาธิการชุดต่างๆของสภา มีการร้องเรียนเข้ามา ที่ตน ดังนั้น จะต้องมีการสอบสวนและตั้งคณะกรรมการ ขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างแน่นอน ใครผิดใครถูกก็ว่ากันไปตามข้อเท็จจริง

ขณะที่นายเริงชัย ประยูรเวช รักษาการอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ กล่าวถึงกรณีการรื้อถอนรีสอร์ต 3 แห่ง ที่บุกรุกอุทยานฯ เขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด จ.ระยอง ซึ่งจะครบกำหนดการขอผ่อนผันรื้อถอนเองในวันที่ 31 ต.ค. เวลา 16.30 น. ว่า การรื้อ รีสอร์ตกลางน้ำทั้ง 3 แห่งนั้น กรมฯมีแผนชัดเจนและ เตรียมพร้อมอยู่แล้ว เดิมทีกำหนดเจ้าของรีสอร์ตจะ ต้องรื้อให้เสร็จหลัง 16.30 น. วันที่ 31 ต.ค.นี้ มิฉะนั้นกรมอุทยานฯจะไปรื้อเอง และเจ้าของจะต้องจ่ายค่า รื้อถอนให้กรมอุทยานฯด้วย แต่หลังจากกรมฯ ตรวจสอบเอกสารทางกฎหมายเพิ่มเติมในกรณีการบุกรุกพื้นที่เสม็ด กรมฯได้ให้กรมบังคับคดีเข้ามาร่วมด้วย เพื่อความรัดกุมในการปฏิบัติงาน จะได้ไม่มีข้อโต้แย้งจากฝ่ายต่างๆ โดยในรายของพลอยเสม็ดประกาศบังคับคดีให้รื้อถอนและขนย้ายทรัพย์สินออกไปจะสิ้นสุดลงในวันที่ 2 พ.ย. ส่วนมุกเสม็ดกับอันซีน รีสอร์ต จะสิ้นสุดในวันที่ 15 พ.ย. หลังจากนั้นกรมฯ จะเข้าไปรื้อถอนรีสอร์ตทั้ง 3 แห่งทันที ไม่ต้องกลัวว่าเรื่องนี้ จะกลายเป็นมวยล้ม เพราะกรณีรีสอร์ตทั้ง 3 แห่งนี้ คดีทางศาลสิ้นสุดแล้ว เหลือเพียงขั้นตอนที่จะต้องดำเนินการให้ถูกต้องตามระเบียบเท่านั้น

ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ ว่า นายปรีชาได้สั่งการไปยังอธิบดีกรมป่าไม้และกรมอุทยานฯว่า ในเรื่องการจับกุมผู้กระทำผิดที่บุกรุกพื้นที่อุทยานแห่งชาติฯ และป่าสงวนฯ หัวหน้าอุทยานฯ หรือหัวหน้าหน่วยป้องกันรักษาป่าฯ พบเห็นการบุกรุกและจะเข้าไปจับกุมดำเนินคดีจะต้องรายงานขึ้นมาตามลำดับชั้น จนถึงระดับกระทรวงไม่ให้เข้าไปจับกุมก่อน นอกจากนั้นในเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการในกรม ซึ่งเป็นอำนาจของอธิบดีก็ต้องชี้แจงเหตุผลว่าโยกย้ายเพราะอะไร และต้องรายงานมาที่กระทรวงเช่นกัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คำสั่งดังกล่าวของนายปรีชาส่งผลให้ข้าราชการโดยเฉพาะในส่วนของกรมอุทยานแห่งชาติฯ เกิดความสับสนอย่างมาก เพราะที่ผ่านมากรมอุทยานฯมีนโยบายในการจับกุมดำเนิน คดีกับผู้บุกรุกอุทยานแห่งชาติฯ โดยมีการตั้งชุดปฏิบัติการขึ้นมาดำเนินการทั้งกรณีอุทยานฯทับลาน อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา และ อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี กรณีการบุกรุกพื้นที่อุทยานฯสิรินาถ จ.ภูเก็ต ที่เตรียมดำเนินการจับกุมพื้นที่บุกรุก 372 แปลง เนื้อที่กว่า 3,000 ไร่ ที่กำหนดไว้ในวันที่ 29 ต.ค.ที่ผ่านมา ก็ต้องเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนด รวมทั้งกรณีการบุกรุกอุทยานฯ เขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด จ.ระยอง เป็นต้น ซึ่งจากนี้รัฐบาลและกระทรวงจะมีนโยบายอย่างไร และหากให้ชะลอการจับกุมจะเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งรีสอร์ตบ้านพักตากอากาศที่ถูกดำเนินการไปแล้วในหลายพื้นที่จะนำมาเป็นข้อต่อสู้กับเจ้าหน้าที่หรือไม่

ข่าวแนะนำ

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันเสาร์ที่ 19 มิถุนายน 2564 เวลา 14:32 น.