พิธีหมั้นตามใจปลื้ม'รักที่สุด-ชั่วนิรันดร์'

ข่าว

    พิธีหมั้นตามใจปลื้ม'รักที่สุด-ชั่วนิรันดร์'

    ไทยรัฐออนไลน์

      27 ต.ค. 2555 09:00 น.

      “ชวน” สุดปลื้มวันแต่งงานลูกชาย อวยพรคู่บ่าวสาวขอให้รักกันอย่างมีคุณธรรมยอ “ปลื้ม” เป็นลูกที่ดีและเป็นผู้ใหญ่กล้าตัดสินใจ ขณะเดียวกันก็ชมลูกสะใภ้เป็นเด็กเก่ง ทำงานจนประสบความสำเร็จ พร้อมยืนยัน 3 คำ “ตามใจปลื้ม” ด้านเจ้าบ่าวหมาดๆ ยืนยันแม้อายุยังน้อย แต่ไม่ได้รีบแต่งเพราะป่อง หากมั่นใจเจอคนที่ใช่แล้ว เผยของหมั้นเป็นเครื่องประดับชุดทับทิมสยามล้อมเพชร ของประจำตระกูลมารดา แต่ไม่ยอมเผยจำนวนสินสอด และยังไม่คิดฮันนีมูน-มีทายาท ขอทำงานก่อน ส่วนอนาคตยังอยากสานฝันวัยเด็ก ลงเล่นการเมือง แล้วหยอดคำหวาน 3 คำ ให้เจ้าสาว “ชั่วนิรันดร์” ขณะที่ “ทับทิม” ก็ฝากกลับ 3 คำ “รักที่สุด”

      ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศวันแห่งความสุขและเริ่มต้นชีวิตคู่ของคู่รักคนดังเริ่มขึ้นตั้งแต่เช้าวันที่ 26 ต.ค. ที่ห้องโลตัสสวีท 6-7 ชั้น 22 โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ เมื่อปลื้ม-สุรบถ หลีกภัย อายุ 25 ปี บุตรชายของนายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ยกขบวนขันหมากหมั้นหมาย ทับทิม-มัลลิกา จงวัฒนา อายุ 24 ปี พิธีกรร่วมกันในรายการ วีอาร์โซ (VRZO) โดยมีผู้ใหญ่ทั้ง 2 ฝ่าย คือนายชวน หลีกภัย กับนางภักดิพร สุจริตกุล พ่อแม่ฝ่ายเจ้าบ่าว และนายพศธร จงวัฒนากับนางประภา โรจน์รุ่งฤกษ์ พ่อแม่เจ้าสาว และผู้มาร่วมเป็นสักขีพยานกว่า 100 คน รวมถึงเพื่อนสนิทในวงการบันเทิงของเจ้าบ่าวเจ้าสาว และผู้ใหญ่ในวงการเมืองมาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง อาทิ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี พล.อ.ธีรเดช มีเพียร อดีตประธานวุฒิสภา นายกษิต ภิรมย์ นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ นายกรณ์ จาติกวณิช นายมานิจ สุขสมจิตร หนึ่งในคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ หรือ คอป. ฯลฯ

      ทั้งนี้ พิธีมงคลที่มีนายมารุต บุนนาค อดีตประธานรัฐสภา พร้อมด้วยนายพิชัย รัตตกุล อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นประธานในพิธีหมั้น ที่จัดอย่างเรียบง่าย แต่บรรยากาศเต็มไปด้วยความชื่นมื่น เริ่มในเวลา 08.15 น. เมื่อฝ่ายเจ้าบ่าวตั้งและแห่ขบวนขันหมากถึงบริเวณด้านหน้าห้องจัดงาน ก็เจอญาติและกลุ่มเพื่อนเจ้าสาวร่วมกันกั้นประตูเงินประตูทองกว่า 10 ประตู ก่อนจะเข้าสู่ห้องพิธีได้ และในเวลา 09.00 น. ซึ่งเป็นฤกษ์มงคล ปลื้ม-สุรบถ ได้สวมแหวนหมั้น ซึ่งเป็นชุดทับทิมสยามล้อมเพชร พร้อมสร้อยคอและต่างหูทับทิมล้อมเพชร ให้เจ้าสาวต่อหน้าญาติผู้ใหญ่ และสักขีพยาน โดยมีสินสอดเป็นเงินสดและทองคำจำนวนหนึ่ง ขณะที่เจ้าสาวได้สวมแหวนทองคำขาวฝังเพชรให้กับเจ้าบ่าว ทั้งนี้ นายพิชัยได้กล่าวอวยพรคู่บ่าวสาวว่า ยินดีกับคู่บ่าวสาวอย่างจริงใจ ซึ่งตนก็ผ่านงานหมั้นมาหลายครั้ง แต่ครั้งนี้ถือเป็นงานหมั้นของลูกชายของเพื่อนรักที่รู้จักกันมานานร่วม 43 ปี ก็ขอแสดงความยินดีกับพ่อแม่ของเจ้าบ่าวและเจ้าสาว รวมถึงตัวเจ้าบ่าวเจ้าสาวด้วย

      ขณะที่นายชวน หลีกภัย กล่าวอวยพรให้กับคู่บ่าวสาวว่า รู้สึกดีใจที่ลูกชายได้เข้าพิธีแต่งงาน โดยในช่วงบ่ายวันนี้ จะเข้ารับพระราชทานน้ำสังข์จากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี แต่งานหมั้นจัดแบบเรียบง่ายและไม่ได้แจกการ์ดเชิญเป็นทางการ ส่วนใหญ่ที่มาเป็นเพื่อนสนิทเท่านั้นก่อน และจะเชิญอย่างเป็นทางการอีกครั้งในงานฉลองมงคลสมรส ในวันที่ 24 พฤศจิกายนนี้ ทั้งนี้ นายชวน ยังกล่าวถึงลูกชายและลูกสะใภ้ด้วยว่า ปลื้มและทับทิม เป็นเด็กรุ่นใหม่ เมื่อตัดสินใจแต่งงานกัน ทุกคนเคารพในการตัดสินใจ และพ่อแม่จะสนับสนุนช่วยเหลืออย่างเต็มที่ เพื่อให้เป็นฝั่งเป็นฝาครองรักกันตราบนานเท่านาน

      นายชวนกล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาปลื้มทำหน้าที่เป็นลูกที่ดีมาตลอด ตอนนี้เป็นผู้ใหญ่กล้าตัดสินใจ ดังนั้นในอนาคตนั้นบางครั้งต้องยอมเสี่ยงเผชิญกับอุปสรรคบ้าง ให้ฝ่าฟันให้ผ่านพ้นไป เพื่อจะเป็นผู้ใหญ่ที่แข็งแกร่งต่อไป ส่วนทับทิมเป็นเด็กเก่งทำงานหาเงินเองมาตั้งแต่สมัยเรียน จนประสบความสำเร็จ จึงขอให้ทั้ง 2 คน รักกันอย่างมีคุณธรรม และทำแต่สิ่งดีงาม ขอพูด 3 คำ ว่า “ตามใจปลื้ม” แต่งานนี้จะเป็นงานครั้งแรก และคงเป็นงานครั้งสุดท้าย คงไม่มีการแก้ตัวอีกครั้ง พร้อมกับกล่าวขอบคุณประธานในพิธี รวมถึงขอบคุณทั้งนายอภิสิทธิ์ ที่ได้ให้กำลังใจตนว่าอย่ากังวล เพราะตอนที่นายอภิสิทธิ์แต่งงานก็อายุประมาณนี้ และก็ได้ให้กำลังใจปลื้มในการสร้างอนาคต

      ด้านเจ้าบ่าว ปลื้ม-สุรบถ ได้ให้สัมภาษณ์หลังเสร็จพิธีหมั้นว่า เจอน้องทับทิมในรายการ VRZO และร่วมทำงานด้วยกันจนสนิทสนมกัน เพราะทับทิมเป็นคนอารมณ์ดีเข้ากับเพื่อนทุกคนได้ จึงเห็นความน่ารัก และจิตใจต้องกัน สุดท้ายจึงตกลงรักกัน ส่วนหลายคนมองว่าทั้ง 2 คน อายุน้อยอยู่นั้น คงไม่มีใครกำหนดว่าใครจะรักใครได้ตอนไหน ซึ่งเป็นบรรทัดฐานบุคคลภายนอกทั้งนั้น แต่แต่งงานครั้งนี้ได้ใช้บรรทัดฐานตัวเอง ในการตัดสินใจของชีวิตตัวเอง เพราะตนทำงานใช้ชีวิตหาเงินเองมาตั้งแต่อายุ 16 ปี จึงรู้สึกว่าสะสมประสบการณ์และเงินจำนวนหนึ่ง เพื่อมาขอผู้หญิงที่รักคนหนึ่งแต่งงาน ทั้งนี้ มนุษย์เกิดมามี 2 เหตุผล คือ 1.ฝากอะไรไว้กับโลก เรื่องของชื่อเสียง และ 2.เกิดมาเพื่อความรัก หากว่าเจอคนที่ใช่ในเวลาที่ใช่ และมั่นใจใช่ จึงตัดสินใจ และมุ่งมั่นดำรงชีวิตครอบครัวต่อไป

      เมื่อถามถึงเรื่องสินสอด ปลื้ม-สุรบถ กล่าวว่า ทั้งสร้อยคอ แหวนและต่างหู เป็นของเก่าของคุณแม่ ซึ่งก็ชอบทับทิมอยู่แล้ว ส่วนสินสอดทองหมั้นนั้น ตนไม่สามารถเปิดเผยมูลค่าได้ อาจจะเป็นคู่รักที่ค่าสินสอดถูกที่สุด เพราะว่าความรักไม่ได้เกี่ยวกับวัตถุสินสอดที่มากมายมหาศาลและการให้เกียรติ คือ การให้คุณค่าซึ่งกันและกัน ไม่ใช่เป็นเรื่องของการให้สินสอดกัน และตนนามสกุลหลีกภัย ไม่จำเป็นต้องแต่งงานกับคนนามสกุลใหญ่โต หรือรวยมหาศาล แต่ต้องการแต่งกับคนที่เรารักกัน ใช้ชีวิตเป็นคนธรรมดา สิ่งนี้คือความสุขที่แท้จริงที่สุด ส่วนเรื่องฮันนีมูน คงยังไม่ได้ไป แต่คิดว่าขอทำงานไปก่อน

      ปลื้มกล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาตนถูกเลี้ยงให้ใช้ความคิดตัวเอง ทำให้ครอบครัวไม่เคยมองว่าเป็นเด็ก และครอบครัวไม่เคยกำหนดการเดินของชีวิต แต่กลับเคารพการตัดสินใจเสมอ ซึ่งคุณพ่อและคุณแม่ อวยพรให้รักกันอย่างมีจริยธรรม ส่วนทายาทคงขอเวลาอีก 6-7 ปี เพราะการแต่งงานเร็วครั้งนี้ ไม่ใช่การท้องก่อนแต่ง สำหรับความฝันที่อยากเล่นการเมืองตั้งแต่เด็กคงเหมือนเดิม เพื่อต้องการสร้างให้ทุกคนมีความสุข เพราะอาชีพนักการเมือง เป็นอาชีพสามารถทำให้คนมีความสุขได้ แต่หากเล่นการเมือง และทำให้คนไม่มีความสุข จะไม่ขอเล่นการเมือง แต่จะไปทำในสิ่งที่ทำให้คนมีความสุขดีกว่า

      เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ขอ 3 คำให้เจ้าสาว นายสุรบถกล่าวว่า ว่า “ชั่วนิรันดร์” ขณะที่ทับทิม-มัลลิกา กล่าวว่า ส่วนตัวพี่ปลื้มเป็นคนดี ซึ่งมีความเสมอต้นเสมอปลาย สิ่งที่ประทับใจที่สุด คือ เป็นลูกที่มีความกตัญญูต่อพ่อแม่มาก จึงรู้สึกดีเมื่ออยู่ด้วย และตกลงรักกัน ส่วนเรื่องความกดดันของการเป็นลูกนักการเมืองนั้น ไม่มีความกดดันใดๆ เพราะเราเข้าใจในสิ่งที่เป็นอยู่ ซึ่งให้กำลังใจกันตลอดมา และขอบอกพี่ปลื้ม 3 คำว่า “รักที่สุด”

      จากนั้น ในเวลา 13.30 น. เจ้าบ่าวและเจ้าสาวจะเข้าพิธีรับพระราชทานน้ำสังข์จากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ณ วังสระปทุม และจะมีพิธีฉลองสมรสพระราชทานอีกครั้ง ที่โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ ในวันที่ 24 พ.ย.นี้

      อ่านเพิ่มเติม...

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      Trendvg3 logo
      Sonp logo
      inet logo
      วันเสาร์ที่ 16 ตุลาคม 2564 เวลา 15:18 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์