ข่าว
100 year

เผ่าทองกับไอที (2)

เผ่าทอง ทองเจือ 12 ก.ค. 2555 05:30 น.
SHARE

จากสัปดาห์ที่แล้วที่ผมเคยเป็นปฏิปักษ์กับเรื่องไอทีทั้งหลายทั้งปวง จนเริ่มใจอ่อนยอมที่จะฝึกฝนจนอ่อนใจ แทบจะไล่ตะเพิดให้เปิดเปิงไป จนถึงขั้นที่ลูกศิษย์แทบจะขนเครื่องคอมเผ่นออกจากบ้านไปแล้วนั้น ผมก็ยังมีคำถามคาใจตลอดว่าเรามันเป็นคนตกยุคแล้วจริงๆ เหรอ เพราะผมเองก็มีคติประจำใจในทุกเรื่องว่า 'อย่ายอมแพ้' แต่ในเมื่อยังมีงานอย่างอื่นทำล้นมือ เวลาการทำงานก็หมดไปอย่างรวดเร็วทุกวัน เรื่องเส้นทางสู่ไอทีก็เป็นอันระงับ พับเก็บไว้ก่อน ประหนึ่งสการ์เลต โอ ฮาร่า แห่ง “GONE WITH THE WIND” ปฏิญาณตนว่า “Tomorrow is another day”....

หลังจากนั้นพักใหญ่ ในชีวิตที่สวมหมวกหลายใบและหลากหลายบทบาทของผม ซึ่งหนึ่งในนั้นคือการทำทัวร์ทางด้านวัฒนธรรมและศิลปะ ทำให้ผมต้องเดินทางบ่อยมากทั้งในประเทศและต่างประเทศ ชีวิตจึงมีโอกาสได้พบปะผู้คนมากมายหลายหลากอาชีพ คราวไปตุรกีก็มีลูกทัวร์ที่มาฝากตัวเป็นลูกศิษย์ สุดท้ายเวียนมาเป็นคนใกล้ชิดจนได้รับบทเป็นกึ่งๆ หัวโจกของ 'สมาคมเพื่อน แพน' อันเป็นตำแหน่งที่ไม่ได้มาจากความสามารถหรือการตอบคำถามรอบสุดท้ายชนะใจผมแต่อย่างใด แต่เพราะเหตุว่ามีอาวุโสสุดในบรรดาสมาชิกของสมาคมหรืออาจนิยามสั้นๆ คือ--แก่สุด ที่ตามปกติก็เห็นตั้งอกตั้งใจฟังบรรยายในสถานที่ต่างๆ ทางวัฒนธรรมเป็นอย่างดี มาคราวนี้เห็นง่วนอยู่กับโน้ตบุ๊กที่อุตส่าห์หอบข้ามน้ำข้ามทะเลไปด้วย แถมมาขออนุญาตถ่ายทอดสด พร้อมทั้งมีการแปะเรื่องแปะรูปแบบออนไลน์ส่งกลับไปเมืองไทยได้แบบทันทีทันใด  

ผมแอบสังเกตอยู่พักใหญ่จนอดรนทนไม่ได้ สุดท้ายก็ปรารภไปว่าทำไมคอมพิวเตอร์มันถึงได้ใช้ยากใช้เย็นนัก คำตอบที่ได้คือ...ก็คอมพิวเตอร์มันโง่กว่าเรา เราเป็นคนสั่งให้มันทำงาน ถ้าบอกมันไม่ละเอียด มันก็จะไม่เข้าใจ จึงจำต้องบอก ต้องสอนให้มาก ยิ่งบอกมากมันก็จะตอบสนองเราได้มาก...นี่เป็นคำตอบที่จุดประกายให้ผมจริงๆ และผมก็เล่าเรื่องเส้นทางสู่ไอทีของผมแต่กระทำการไม่สำเร็จให้ฟัง เจ้าหล่อนหัวเราะคิก คิก บอกว่า อาการของผมเป็นอาการร่วมสมัยที่เป็นเรื่องปกติ เพราะ USER ทั้งหลาย ส่วนใหญ่ก็ต้องผ่านการเซ่อมาก่อน แล้วถึงจะ 'ยูส' ได้ ถ้าผมอยากใช้เป็นจริงๆ ก็ต้องคลุกคลีกับมัน สัมผัสมันให้มากขึ้น ที่สำคัญคือต้องมีและต้องใช้มัน...

ทัศนคติ ขวัญ และกำลังใจที่มีต่อคอมพิวเตอร์ของผมเริ่มดีขึ้นเล็กน้อย ในช่วงนั้นสิ่งที่มาแรงมากก็คือ  'ฮิห้า' หรือว่า 'HI5' (ใครเคยมียกมือขึ้น) ผมจึงได้บัญชาการให้บรรดาเหล่าสมาชิกของผมช่วยกันเนรมิต hi5 ของผมขึ้น และสังเกตการณ์อยู่ห่างๆ จากนั้นก็เกิดอาการตระหนกตกใจมาก ทีจู่ๆ มีเพื่อนแอดมานับเป็นพันกว่าคน สารภาพไว้ตรงนี้ว่าที่ผมมีส่วนร่วมจริงๆ ก็คือแค่การเลือกรูปที่เป็นสไลด์วิ่งไปวิ่งมาหน้าจอเท่านั้น นอกเหนือจากนั้นผมได้ใช้ร่างทรงทั้งหมด ป่านนี้ไม่รู้ว่ายังมีซากหลงเหลือหรือเปล่า ใครมีเวลาอยากจะลองแวะไปชมวัตถุโบราณของโลกออนไลน์ปฐมบทของผมที่ www.hi5.com/paothong ก็กราบเรียนเชิญได้นะครับ

หลังจากที่ได้ทำความคุ้นเคยกับการมี HI5 เป็นของตัวเองระยะหนึ่ง ก็เริ่มเกิดความมั่นอกมั่นใจ ริอ่านอยากมีโน้ตบุ๊กเป็นของตัวเอง มอบหมายให้ลูกศิษย์หัวโจกของสมาคมเพื่อนแพนไปถอยมาให้ พร้อมทั้งออกตัวว่ารู้จักใช้แต่ไม่รู้จักซื้อ เพราะสเปกแต่ละรุ่นมันมีหลากหลายราคา และความสามารถก็แตกต่างกัน จนต้องระดมพลค้นหาทีมที่ปรึกษาไอที ในที่สุดก็ลงตัวที่เด็กวิทย์-คอมพิวเตอร์ สมัยนั้นยังเป็นนิสิตเรียนอยู่ที่จุฬา ชื่อน้องสน สถานะตอนโน้นคือดูแลเว็บหอพักนิสิตจุฬา โดนชักนำมาเพราะว่างมากที่สุดที่จะมาตอบโจทย์ผม

สเปกของโน้ตบุ๊กในฝันที่ผมสั่งการไปทีแรกคือต้องดีที่สุด แพงที่สุด และเป็นรุ่นออกใหม่ล่าสุด ซึ่งหัวโจกของสมาคมกลับดับฝันผม โดยยกตัวอย่างอ้างว่า การซื้อเฟอร์รารี่มาขับในกรุงเทพฯ เป็นการลงทุนที่ไม่คุ้มค่าที่สุด เพราะปัจจัยของถนนบ้านเราไม่เอื้อให้เฟอร์รารี่วิ่งได้เต็มประสิทธิภาพฉันใด การซื้อโน้ตบุ๊กดีๆ แพงๆ แต่คนใช้ (ยูสเซอร์--ที่ยังเซ่อ) ใช้งานไม่เต็มที่ (อย่างผม) ก็เสียตังค์เปล่าๆ ฉันนั้น ที่สำคัญ--มาสารภาพภายหลังว่า นึกว่าผมจะซื้อมาลองใช้สักสามสี่เดือนแล้วคงเบื่อในที่สุด จึงไม่อยากให้เสียสตางค์มาก

ที่ปรึกษาไอทีได้ระดมสมองจัดสเปกโน๊ตบุ๊กให้เหมาะกับการใช้งานของผม เป็นต้นว่า WINDOW ที่มากับเครื่องเป็น WINDOW VISTA ก็เอามายำและชำแหละใหม่ให้เป็น WINDOW XP เพราะมันใช้งานง่ายกว่า (เขาว่ามาก็ต้องเชื่อ) พอได้เครื่องเป็นของตัวเอง ก็เข้าข่ายขี้ใหม่หมาหอม ยอมอดทนฝึกใช้งานจริงจัง ก็มันเสียดายตังค์ ถ้าจะทิ้งไว้โดยไม่ใช้งานมันเลย ช่วงแรกๆ ก็มีเรื่องขัดใจ เพราะเวลาที่จะ SHUT DOWN ทีไร ทำไมนาฬิกาทรายมันหมุนไม่หยุด กดปิดพาวเวอร์ก็แล้ว อย่ากระนั้นเลย ปิดมันง่ายๆ แบบปิดพัดลม คือกระชากปลั๊กไฟออกซะเลย...จบข่าว!!!

แอบทำบ่อยเข้าก็ความแตก เมื่อเช้าวันหนึ่งเปิดเครื่องมาหน้าจอดำปิ๊ดปี๋ ไม่เห็นมีคำว่า WINDOW XP ขึ้นเหมือนเคย เดือดร้อนที่ปรึกษาต้องแจ้นมาที่บ้าน เจออาการ WINDOW หาย!!!

ลูกศิษย์ผมถึงขั้นกุมขมับแล้วบอกผมว่า ที่นาฬิกาหมุนก็เพราะอัพเดทข้อมูล ได้โปรดอย่าใจร้อน เมื่อ SHUT DOWN เสร็จแล้ว ก็ปล่อยทิ้งเอาไว้ จะไปเข้าห้องน้ำ ทำอะไรก็ได้แล้วจึงค่อยกลับมาดู ขอให้ใจเย็นๆ กับมัน....

พอกำลังจะเริ่มเบื่อ จู่ๆ โลกใบนี้ก็มี FB เปิดตัวขึ้น (มีคนรายงานว่า ที่จริงเปิดตัวนานแล้ว แต่เมืองไทยเพิ่งจะฮิต) ไปไหนมาไหนก็มีแต่คนพูดถึง ผมเองก็เกิดอาการเนื้อตัวสั่นจนถึงขั้นกำเริบว่าไม่มีไม่ได้แล้ว บรรดาเหล่าที่ปรึกษาก็พากันมาให้กำลังใจว่า ใช้งานง่ายมาก เหมือนเติมคำในช่องว่าง อยากสื่อสารอะไรไปก็จิ้มดีด แล้วประชากรทั้งหลายก็จะรับรู้รับทราบ การแปะรูป (อัพโหลด) ก็แสนง่าย เลือกจากไฟล์ที่มีในเครื่อง เพียงแค่กดตู้ม ภาพนั้นก็จะออกสู่สายตาสาธารณชน ใครที่เป็นแฟนคลับผมในยุคแรก อาจจะเจอแจ็กพอต เมื่อคราวที่ผมเลือกภาพผิด ภาพประจำตัวที่ผมอัพโหลดเองในช่วงฝึกหัดก็ออกมาเป็นภาพพิเศษที่ต้องเดือดร้อนพี่เลี้ยงมานั่งลบออกให้ ส่วนจะเป็นภาพอะไร...อิอิ...ไม่บอก...

เมื่อจิ้ม คล่องว่องไวแล้ว จากที่มีโน้ตบุ๊ก ผมก็เริ่มก๋ากั่นมั่นใจ เอาซี้...ไอโฟน...ไอแพด...ประดิษฐ์ออกมาแค่ไหน หรือยูสเซอร์ที่หายเซ่อ (บ้าง) ก็ไม่ขอยอมแพ้ เผ่าทองขอประกาศสู้ตาย เพราะ Steve Jobs คนประดิษฐ์ ที่ต้องกราบคารวะไว้ก็ได้ตายไปก่อนแล้ว โชคดีที่ผมปาดปื้ดดดดได้สำเร็จ ก่อนที่โครงการแจกแท็บเล็ตเด็กป.หนึ่งจะริเริ่ม ไม่งั้นคงต้องได้ชื่อว่าล้าหลังเด็ก...ถือว่าแม่แพน แผ่นดินเดียว...เอาอยู่!!!


ในที่สุดคำตอบของเส้นทางไอทีของเผ่าทองที่ได้ก็มาจากพื้นฐานง่ายๆ คือ...ผู้หญิงอย่าหยุดสวย อุ๊บสสสส...คนเราอย่าหยุดการเรียนรู้ โลกรอบตัวเราเปลี่ยนไปไวมาก สิ่งที่เคยรู้และทำให้อยู่รอดในครั้งเก่าครั้งก่อนอาจไม่พอเพียงหรืออยู่ได้ยากในยุคสมัยปัจจุบัน เมื่อโลกเปลี่ยนแปลงไปอย่างเร็วมาก ผมก็ต้องปรับตัวปรับใจเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ตามสมัยให้ทัน---ว่าแล้วก็หยิบไอโฟนมากดเข้า Apps. grindr...ประมวลผลออกมา...คนหน้าตาดี (จากรูปประจำตัว) อยู่ห่างจากตรงนี้ 120 เมตร...


เผ่าทอง ทองเจือ
www.facebook.com/paothong.pan
www.facebook.com/paothong.thongchua

 

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้