ข่าว

วิดีโอ

'แทน'ลูกเทือกพบดีเอสไอ

ธาริตยืนยันชัดไม่ใช่การเมืองชี้‘อัยการ’อิสระ

“แทน เทือกสุบรรณ” ใจดีสู้เสือ เข้าดีเอสไอ รับทราบข้อกล่าวหาบุกรุกเขาแพง โดยทายาทนักการ เมืองคนดังปฏิเสธทุกข้อหา ยันซื้อที่ดินมาถูกต้อง และไม่ได้อยู่ในเขตป่าสงวน หลังแจงข้อมูลนาน 4 ชั่วโมง ดีเอสไอปล่อยตัวกลับ ขณะที่ธาริตยันเรื่องนี้ไม่ใช่คดีการเมือง ชี้ไม่มีใครแทรกแซงอัยการที่เป็นพนักงานสอบสวนร่วมได้ ส่วน “ป๋าเหลิม” บอกอย่าลากเข้าไปยุ่งกับคดีนี้เพราะตอนมีเรื่องร้องทุกข์ ประชาธิปัตย์ยังเป็นรัฐบาลอยู่

“แทน เทือกสุบรรณ” รับทราบข้อกล่าวหาคดีบุกรุกเขาแพง โดยเมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 9 ก.ค. ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ นายแทน เทือกสุบรรณ อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 1/1 หมู่ 2 ต.ท่าสะท้อน อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี ลูกชายนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.จังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ และนายแหลมชาติ เกษมสันต์ ทนายความ เข้าพบ พ.ต.อ.ประเวศน์ มูลประมุข รองอธิบดีดีเอสไอ เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาคดีบุกรุกที่สาธารณะ บนเทือกเขาแพง หมู่ 6 ต.แม่น้ำ อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ภายหลังสอบสวนกว่า 4 ชม. ดีเอสไออนุญาตให้นายแทน กลับ เนื่องจากเข้ารับทราบข้อกล่าวหาด้วยตัวเอง

นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ กล่าวว่า การออกหมายเรียกนายแทนเข้ารับทราบข้อกล่าวหา ก่อสร้าง แผ้วถาง หรือเผาป่า หรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการทำลายป่า หรือเข้ายึดถือ หรือครอบครองป่าเพื่อตนเองหรือผู้อื่น โดยไม่ได้รับอนุญาต ตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ และประมวลกฎหมายที่ดิน เนื่องจากสอบสวนพบว่า เมื่อวันที่ 5 ต.ค.44 นายแทนได้ซื้อ ที่ดินตาม น.ส.3 ก. เลขที่ 3301, 3302 และ 3285 หมู่ 6 ต.แม่น้ำ อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี จากห้างหุ้นส่วนเรืองปัญญาคอนสตรัคชั่น 3 แปลง เนื้อที่ประมาณ 48 ไร่ ต่อมา วันที่ 24 ก.ย.47 นายแทน ยื่นคำขอออกโฉนดที่ดิน อ้างการทำประโยชน์เป็น สวนมะพร้าว จากนั้น วันที่ 28 มิ.ย.48 นายแทนได้รังวัดออกโฉนดที่ดิน โดยรังวัดเนื้อที่เพิ่มเติมจากที่ดินตาม น.ส.3 ก. ทั้ง 3 แปลง รวมแล้ว 74 ไร่ มากกว่าเดิม 26 ไร่ เนื้อที่ส่วนเกินดังกล่าวมีสภาพ เป็นภูเขา มีความลาดชันเกิน 35 เปอร์เซ็นต์ ไม่มี การทำประโยชน์ต้องห้ามในการออกเอกสารสิทธิตามกฎหมาย ต่อมาได้สนับสนุนเจ้าพนักงานที่ดิน ออกโฉนดให้ครอบคลุมพื้นที่ส่วนเกิน 14 ไร่ โดยมิชอบ และออกเป็นโฉนดที่ดินเลขที่ 28109 เมื่อวันที่ 20 ก.ย.48 อันเป็นการดำเนินการโดยมิชอบ ด้วยกฎหมาย นอกจากนี้ ยังสร้างอ่างเก็บน้ำในพื้นที่ส่วนเกินดังกล่าวด้วย เหตุเกิดระหว่างวันที่ 28 มิ.ย. 2548 ต่อเนื่องถึงปัจจุบัน หลังแจ้งข้อกล่าวหา นายแทนให้การปฏิเสธ

นายธาริตกล่าวต่อว่า ได้ให้ความเป็นธรรมด้วยการเชิญนายแทนมาให้ถ้อยคำถึง 2 ครั้ง แต่เลื่อนไปทุกครั้ง พนักงานสอบสวนคดีพิเศษจึงร่วมกับพนักงานอัยการที่แต่งตั้งโดยอัยการสูงสุด มีความเห็นในเบื้องต้นมีมูลในการกระทำความผิด ออกหมายเรียกให้เข้ารับทราบข้อกล่าวหา ยืนยันว่าคดีนี้ไม่ใช่ คดีการเมือง เพราะเรื่องนี้มีการร้องเรียนในรัฐบาลที่แล้ว มีพนักงานอัยการร่วมสอบสวนจึงไม่มีใครแทรกแซงสำนักงานอัยการสูงสุดที่เป็นองค์อิสระตามรัฐธรรมนูญได้ ที่ผ่านมา ดีเอสไอดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่รัฐและผู้ครอบครองที่ดินในพื้นที่ อ.เกาะสมุย แล้ว 11 คดี ตั้งแต่ปี 49 เนื้อที่รวม 465 ไร่ มูลค่าความเสียหายไม่น้อยกว่า 2,000 ไร่ และอยู่ระหว่างสืบสวนกรณีบุกรุกที่ดินสาธารณะอีกหลายกรณี เพื่อมิให้ผู้มีอิทธิพลและกลุ่มนายทุนบุกรุกที่ สาธารณะยึดครองที่ดินเป็นของตนเอง

ขณะที่ พ.ต.อ.ประเวศน์ มูลประมุข รองอธิบดี ดีเอสไอ กล่าวว่า นายแทนขอกลับไปทำคำชี้แจงเพิ่มเติม เพื่อกลับมาชี้แจงใหม่อีกรอบ สำหรับรายละเอียดที่ซักถามในวันนี้มี 3 ประเด็นใหญ่ คือ 1. สอบถามที่มาของเงินซื้อขายที่ดินดังกล่าว 2. การสร้างอ่าง เก็บน้ำ และถนน ส่วนนี้นายแทนปฏิเสธว่า ไม่ได้สร้าง อ่างเก็บน้ำ แต่ยอมรับว่าได้สร้างถนนเข้าที่ตัวเองจริง 3. สอบถามบุคคลที่เกี่ยวข้องในการได้มาที่ดินดังกล่าว โดยการออกโฉนดเนื้อที่เกินกว่าเอกสารสิทธิ 14 ไร่ ของนายแทนไม่สามารถทำได้ ตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 เพราะถือว่าพื้นที่ที่มีความลาดชันเกินกว่า 35 เปอร์เซ็นต์ และจากการตรวจภาพถ่ายดาวเทียม พบว่า ที่ดินแปลงเกิดเหตุไม่มีการทำกิน และอยู่ในพื้นที่ป่า เป็นคนละประเด็นกับที่นายแทนชี้แจงว่า เป็นที่ดินตนเอง ไม่ได้รุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ

ด้านนายแทนกล่าวหลังให้ปากคำว่า ที่ดินไม่ได้อยู่ในเขตป่าสงวน ส่วนใหญ่ชี้แจงได้เกือบทั้งหมด เหลือเพียงรายละเอียดที่จะกลับไปรวบรวมมายื่นอีกครั้ง อยากให้ดีเอสไอบอกประชาชนให้ชัดเจน เรื่องนี้ไม่ได้เป็นเรื่องเกี่ยวกับป่าสงวน อยากได้รับการยืนยันจากดีเอสไอให้ชัดเจน ถ้าดีเอสไอยืนยันชัดเจน ไม่เกี่ยวข้องกับป่าสงวน ประชาชนจะได้ไม่สนใจ ไม่ตื่นเต้นมาก ส่วนเรื่องเอกสารสิทธิ จะนำหลักฐานมายื่นต่อไป สำหรับการทำถนน ตนทำถนนตามแนวเดิมโดยเทคอนกรีตบนพื้นถนนดิน ส่วนอ่างเก็บน้ำอยู่ในพื้นที่ข้างเคียง ไม่ใช่ที่ของตน อยากให้ดีเอสไอยืนยันให้ชัดเจน เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องป่าสงวน จะตรวจสอบเรื่องเอกสารสิทธิไม่มีปัญหา ยินดีให้ตรวจสอบ

นายแหลมชาติ เกษมสันต์ ทนายความ กล่าวเสริมว่า นายแทนได้ยื่นคำให้การเป็นหนังสือเบื้องต้น และได้ตอบคำถามที่ตอบได้ในวันนี้ ส่วนคำถามที่ยังตอบไม่ได้ จะกลับไปตรวจสอบเอกสารที่เกี่ยวข้องก่อนมาตอบใหม่อีกครั้ง สำหรับเรื่องการออกเอกสารสิทธิ เป็นเรื่องทางเทคนิคของกฎหมายที่ดิน ถ้าเนื้อที่ น.ส.3 ก. กับโฉนดไม่ตรงกัน เป็นเรื่องของกรมที่ดินที่ทำรังวัด เพราะมีหลายกฎเกณฑ์ขั้นตอน ความแม่นตรงมันต่างกันเนื้อที่อาจคลาดเคลื่อนกันได้

ขณะที่นายสุวิทย์ รัตนมณี อธิบดีกรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวถึงกรณีที่ดีเอสไอออกหมายเรียกนายแทนเข้ารับทราบข้อกล่าวหาว่า ขั้นตอนขณะนี้อยู่ที่กรมที่ดิน ว่าจะเพิกถอนสิทธิการถือครองที่ดินหรือไม่ เนื่องจากกรมที่ดินเป็นคนออกเอกสารสิทธิให้นายแทน ส่วนกรมป่าไม้ทำได้เพียงรอดูว่า หากดีเอสไอตัดสินว่านายแทนมีความผิด กรมป่าไม้จะเข้าไปดำเนินการนำที่ดินเขาแพงในส่วนที่นายแทนถือครองมาผนวกเป็นป่าสงวนแห่งชาติต่อไป อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ต้องถือว่านายแทนยังบริสุทธิ์ เนื่องจากมีเอกสารสิทธิครอบครองที่ดิน อาจจะเป็น สค.1 หรือเอกสารสิทธิอื่นใดอะไรก็ตาม ซึ่งต้องมาพิสูจน์กับดีเอสไอหรือ ป.ป.ช. หากเอกสารสิทธิถูกต้องก็ทำอะไรนายแทนไม่ได้

วันเดียวกัน ที่ทำเนียบรัฐบาล ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีนายแทน เทือกสุบรรณ อ้างว่าตนเกี่ยวข้องกับดีเอสไอในคดีนี้ ต้องขอปฏิเสธไม่เป็นความจริง คนระดับนายสุเทพ และครอบครัวไม่มีใครกล้าไปกลั่นแกล้ง ทุกอย่างเป็นไปตามข้อเท็จจริง คดีนี้ร้องทุกข์ในช่วงที่พรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล ตนยังไม่ได้ทำหน้าที่ตรงนี้ แต่เมื่อสืบสวนสอบสวนและมีพยานหลักฐาน ดีเอสไอต้องดำเนินคดี ใครก็ตามที่คิดว่าเรื่องนี้มีการกลั่นแกล้ง กำลังเข้าใจผิด ขั้นตอนตรงนี้มีอยู่ คดีใดที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดนั้น เอกสารนั้นข้อเท็จจริงจะชี้ชัด เพราะไม่ใช่พยานบุคคล ส่วนที่นายแทนอ้างว่าได้รับที่ดินนี้มาโดยชอบธรรมนั้น หากคิดว่าไม่ผิด วันพรุ่งนี้ต้องแจ้งความจับกุมนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และอัยการในคดีนี้ที่ร่วมสอบสวน กรุณาอย่านำตนไปเกี่ยวข้อง เพราะไม่มีนิสัยแบบนั้น ในทางการเมืองมันแกล้งกันไม่ได้

“หากผมมีเวลาจะเชิญนายบุญเชิด คิดเห็น อธิบดีกรมที่ดิน มาหารือ เพราะได้รับข้อร้องเรียนมามากในเรื่องการบุกรุกที่ดินเกาะสมุย เช่น บุกรุกที่สาธารณะ สร้างอ่างเก็บน้ำเป็นประโยชน์ส่วนตน ใช้งบประมาณราชการไปสร้างถนนเข้าบ้านพัก ฉะนั้นถึงคราวที่ทำความสะอาดเกาะสมุยแล้ว หากใครมาบอกว่าผิดกันทั้งนั้น ก็ต้องจับดำเนินคดีทั้งนั้น” ร.ต.อ.เฉลิมกล่าว

10 ก.ค. 2555 07:45 10 ก.ค. 2555 07:45 ไทยรัฐ