ไลฟ์สไตล์
100 year

ดึง32อุทยาน กรมดูแลเอง

ไทยรัฐออนไลน์
11 มิ.ย. 2555 09:00 น.
SHARE

ดำรงค์จัดระเบียบ ไม่ให้นักการเมือง เข้ามาแทรกแซง!

กรมอุทยานแห่งชาติฯ จัดทัพบริหารป่าใหม่ หวังแก้ปัญหาบริหารจัดการให้มีมาตรฐานเดียวกัน มีความเป็นสากลขึ้น  และเพิ่มศักยภาพในการปกป้องผืนป่าแบบเข้มข้น โดยดึง 32 อุทยาน 15 เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า 4 เขตห้ามล่าสัตว์ป่าดัง ทั้งเขาใหญ่ แก่งกระจาน สุรินทร์ สิมิลัน อินทนนท์ อุ้มผาง ทุ่งใหญ่ ห้วยขาแข้ง เขาบรรทัด ฯลฯ กลับส่วนกลางขึ้นตรงกับอธิบดีฯโดยตรง หลังพบส่วนราชการส่วนท้องถิ่น รวมทั้งนักการเมืองแทรกแซง ขณะเดียวกัน ชูโครงการ “ป่าสักนวมินทรราชินี” ป่าสักธรรมชาติที่สมบูรณ์ผืนสุดท้ายของประเทศไทยพื้นที่กว่า 492 ตร.กม. ใน  จ.แม่ฮ่องสอน  เพื่อ เทิดพระเกียรติ 80 พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ

กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช จัดกระบวนบริหารป่าใหม่ ดึงงานกลับมารวมศูนย์ในครั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 10 มิ.ย.ว่า ได้รับการเปิดเผยจากนายดำรงค์ พิเดช อธิบดีกรมอุทยานฯ ว่า ขณะนี้ได้ลงนามในคำสั่งให้โอนอุทยานแห่งชาติ จำนวน 32 แห่ง จากสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ไปสังกัดสำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานฯ หรือขึ้นตรงกับส่วนกลาง คืออธิบดีกรมอุทยานฯ ประกอบด้วย สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1 ปราจีนบุรี มีอุทยานฯ เขาใหญ่ จ.นครราชสีมา ปราจีนบุรี นครนายก และสระบุรี อุทยานฯทับลาน จ.ปราจีนบุรี และนครราชสีมา อุทยานฯปางสีดา จ.สระแก้ว ปราจีนบุรี และอุทยานฯ ตาพระยา จ.สระแก้ว บุรีรัมย์ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) มีอุทยานฯแก่งกระจาน

จ.เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ อุทยานฯเขื่อนศรีนครินทร์ จ.กาญจนบุรี อุทยานฯกุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ อุทยานฯเขาแหลม อุทยานฯไทรโยค อุทยานฯเฉลิมรัตนโกสินทร์ อุทยานฯเอราวัณ อุทยานฯทองผาภูมิ อุทยานฯลำคลองงู จ.กาญจนบุรี อุทยานฯเฉลิมพระเกียรติไทยประจัน จ.ราชบุรี อุทยานฯพุเตย จ.สุพรรณบุรี

สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 4 (สุราษฎร์ธานี) อุทยานฯเขาสก จ.สุราษฎร์ธานี สำนักบริหารพื้นที่ อนุรักษ์ที่ 5  (นครศรีธรรมราช) อุทยานฯตะรุเตา จ.สตูล อุทยานฯหมู่เกาะสุรินทร์ อุทยานฯสิมิลัน อุทยานฯอ่าวพังงา จ.พังงา อุทยานฯหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี จ.กระบี่ อุทยานฯหาดเจ้าไหม จ.ตรัง อุทยานฯธารโบกขรณี จ.กระบี่ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 8 (ขอนแก่น) อุทยานฯภูกระดึง จ.เลย สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 11 (พิษณุโลก) อุทยานฯทุ่งแสลงหลวง จ.พิษณุโลก เพชรบูรณ์ อุทยานฯน้ำหนาว จ.เพชรบูรณ์ ชัยภูมิ อุทยานฯภูหินร่องกล้า จ.พิษณุโลก เลย สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 11 (นครสวรรค์) อุทยานฯแม่วงก์ จ.นครสวรรค์ กำแพงเพชร อุทยานฯคลองวังเจ้า จ.กำแพงเพชร ตาก อุทยานฯคลองลาน จ.กำแพงเพชร สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 จ.เชียงใหม่ ประกอบด้วย อุทยานฯอินทนนท์ อุทยานฯดอยผ้าห่มปก จ.เชียงใหม่

นอกจากนี้ ยังโอนเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าและเขตห้ามล่าสัตว์ป่าอีก 15 เขต ประกอบด้วย เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว จ.จันทบุรี เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน จ.ชลบุรี ฉะเชิงเทรา สระแก้ว จันทบุรี และระยอง เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ จ.กาญจนบุรี เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ด้านตะวันตก จ.กาญจนบุรี เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองแสง จ.สุราษฎร์ธานี เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองนาคา จ.ระนองและสุราษฎร์ธานี เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาประบางคราม จ.กระบี่และตรัง เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฮาลา-บาลา จ.นราธิวาสและยะลา เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว จ.ชัยภูมิ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง จ.เลย เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง จ.อุทัยธานีและตาก เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง จ.ตาก เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ด้านตะวันออก จ.ตาก เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาว จ.เชียงใหม่ และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาบรรทัด จ.ตรัง สตูล และสงขลา รวมทั้งให้โอนเขตห้ามล่าสัตว์ป่าที่มีความสำคัญในระดับสูง โดยยึดหลักทางวิชาการ ซึ่งเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำระดับนานาชาติ อันมีศักยภาพในการพัฒนาให้มีมาตรฐานในระดับสากล จำนวน 4 เขต คือ เขตห้ามล่าสัตว์ป่าหมู่เกาะลิบง จ.ตรัง เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย จ.นครศรีธรรมราช พัทลุง และสงขลา เขตห้ามล่าสัตว์ป่าบึงโขงหลง จ.บึงกาฬ  และเขตห้ามล่าสัตว์ป่าหนองบงคาย จ.เชียงราย

นายดำรงค์กล่าวต่อว่า การดึงอุทยานฯและเขตรักษาพันธุ์ฯสำคัญมาไว้ที่ส่วนกลาง จะทำให้การ บริหารจัดการมีมาตรฐานเดียวกัน และได้รับการพัฒนาเพื่อเพิ่มศักยภาพในการคุ้มครองดูแลพื้นที่อย่างเข้มข้น เพื่อเป็นต้นแบบของการบริหารจัดการให้แก่อุทยานฯและเขตรักษาพันธุ์ฯอื่นๆต่อไป ที่สำคัญมีหลายอุทยานฯและเขตรักษาพันธุ์ฯมีพื้นที่ติดต่อกันหลายจังหวัด ทำให้ยากต่อการบริหาร เพราะในแต่ละพื้นที่ ราชการส่วนท้องถิ่นรวมทั้ง นักการเมืองก็มีความต้องการเข้ามาใช้ประโยชน์ในอุทยานฯ และเขตรักษาพันธุ์ฯ อย่างไม่ถูกต้องและไม่สอดคล้องกับกฎหมายของอุทยานฯ เช่น จัดชกมวยในอุทยานฯ เป็นต้น ทำให้เกิดความอึดอัดต่อข้าราชการชั้นผู้น้อยของกรมอุทยานฯ ดังนั้น เมื่อมาขึ้นกับอธิบดีกรมอุทยานฯ จะทำให้การทำงานง่ายขึ้น โดยเฉพาะการป้องกันการลักลอบตัดไม้ทำลายป่า

อธิบดีกรมอุทยานฯ กล่าวต่อว่า ที่สำคัญ เนื่องในโอกาสที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงได้รับการถวายพระราชสมัญญา “พระมารดาแห่งการคุ้มครองความหลากหลายทางชีวภาพ” และจะทรงมีพระชนมพรรษาครบ 80 พรรษา ในเดือน ส.ค.นี้ ดังนั้น เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ กรมอุทยานฯ ได้จัดทำโครงการ “ป่าสักนวมินทรราชินี” ในพื้นที่ป่าสักธรรมชาติที่สมบูรณ์ผืนสุดท้ายของประเทศไทยในพื้นที่กว่า 492 ตารางกิโลเมตร ใน อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน เพื่อเทิดพระเกียรติและเป็นการน้อมนำพระราชดำริด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้มาดำเนินการ โดยกรมอุทยานฯจะประกาศให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นเขตพิเศษเพื่อการบริหารจัดการและอนุรักษ์พันธุ์ไม้สักและให้หน่วยงานในพื้นที่เข้าไปประจำเพื่อป้องกันและเฝ้าระวังไม่ให้มีการบุกรุกพื้นที่ป่าเพิ่มเติมรวมทั้งจะมีการจัดตั้งศูนย์วิจัยไม้สัก เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวมีลักษณะพิเศษและมีความสำคัญในด้านพันธุกรรมไม้สัก

ด้านนายวิทยา หงส์เวียงจันทน์ ผอ.สำนักอุทยานฯ กล่าวว่า การโอนอุทยานฯและเขตรักษาพันธุ์ฯ มาขึ้นกับสำนักอุทยานฯ เพราะกรมอุทยานฯ ต้องการบริหารงานพื้นที่อนุรักษ์ในรูปแบบของกลุ่มป่าที่มีการเชื่อมต่อกันทั้งหมด ซึ่งมีทั้งส่วนที่เป็นมรดกโลกหรือในระดับอาเซียน และที่เตรียมการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก โดยอุทยานฯและเขตรักษาพันธุ์ฯทั้งหมด กรมจะนำมาบริหารจัดการให้ได้มาตรฐานสากล แบ่งเป็นกลุ่มใหญ่ๆ ประกอบด้วย กลุ่มป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ อุทยานฯเขาใหญ่ ทับลาน ปางสีดา ตาพระยา กลุ่มป่าแก่งกระจาน เริ่มตั้งแต่อุทยานฯ กุยบุรี แก่งกระจาน เป็นต้น กลุ่มป่าตะวันตกในพื้นที่ จ.กาญจนบุรี จ.ตาก กลุ่มอันดามันในภาคใต้ที่กำลังเตรียมยกระดับขึ้นเป็นมรดกโลก นอกจากนั้นยังมีกลุ่มป่าที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูงแตกต่างจากพื้นที่อื่นโดยเลือกจากแต่ละภาค ภาคใต้ คือ อุทยานฯ เขาสก ภาคเหนือ อุทยานฯ อินทนนท์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อุทยานฯ ภูกระดึง และแหล่งน้ำพุร้อน คือ อุทยานฯผ้าห่มปก

นายวิทยากล่าวต่อว่า อุทยานฯและเขตรักษาพันธุ์ฯ ที่ถูกเลือกเข้ามานี้ เราลงลึกเข้าไปในรายละเอียดเกี่ยวกับการบริหารจัดการพื้นที่ให้สอดคล้องกับการบริหารสากลให้มากขึ้น รวมทั้งเรื่องการป้องกันรักษาป่าให้สอดคล้องกับการจัดการท่องเที่ยว โดยจะดำเนินการตามแผน 4 ปี ซึ่งเชื่อว่าการบริหารจัดการที่ได้มาตรฐานสากลและการเชื่อมต่อผืนป่าจะประสบความสำเร็จแน่นอน จากนั้นจึงจะขยายไปยังอุทยานฯ ทั้ง 148 แห่งต่อไป อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการดึงงบประมาณเข้ามาในส่วนกลาง เพราะการเบิกจ่ายงบประมาณยังอยู่ที่สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์เช่นเดิม เพียงแต่ในเรื่องการบริหารจัดการจากเดิมที่ต้องรายงาน ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ทราบก่อน ก็ให้รายงานมาที่กรมก่อนจากนั้นจึงรายงานกลับไปที่พื้นที่

ข่าวแนะนำ

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันเสาร์ที่ 19 มิถุนายน 2564 เวลา 15:47 น.