ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    กรุงเทพฯติดกลุ่มเมืองเสี่ยงมีภัยพิบัติ

    ไทยรัฐออนไลน์30 มี.ค. 2555 09:00 น.
    SHARE

    พายุนํ้าท่วมร้อนแล้งรายงานสหประชาชาติไมอามี่กับเซี่ยงไฮ้ด้วย

    ไอพีซีซีเตือนภัยโลกร้อน แนะนานาชาติเตรียมรับมือหายนะใหญ่จากภัยพิบัติทางธรรมชาติ ชี้หลายเมืองเสี่ยงเจอมหันตภัยหนักหน่วง ทั้งจมน้ำ พายุถล่มอากาศร้อนตับแลบ โดยกรุงเทพฯเสี่ยงประสบภัยน้ำท่วมพอๆกับไมอามี่ เซี่ยงไฮ้ กวางโจว โฮจิมินห์ ซิตี้ ย่างกุ้ง และเมืองโกลกาตา ส่วนประเทศหมู่เกาะ เช่น มัลดีฟส์ อาจต้องอพยพพลเมืองหนีภัยน้ำทะเลหนุนสูงจนอยู่ไม่ได้ ประธานไอพีซีซีชี้ประเด็นความเหลื่อมล้ำชาติร่ำรวยเป็นผู้ก่อปัญหา ผลิตก๊าซเรือนกระจก แต่ประเทศยากจนกลับอ่วม

    สำนักข่าวเอพีรายงาน เมื่อวันที่ 29 มี.ค.ว่าคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือ ไอพีซีซี (Intergovernmental Panel on Climate Change: IPCC) หนึ่งในหน่วยงานที่อยู่ในความดูแลขององค์การสหประชาชาติ ได้เผยแพร่รายงานความยาว 594 หน้า เตือนภัยชาวโลกถึงปัญหาโลกร้อนในอนาคตอันใกล้ และขอให้ประเทศต่างๆ เตรียมรับมือกับภัยพิบัติทางธรรมชาติที่อาจมีระดับความรุนแรงชนิดไม่คาดฝัน พร้อมกล่าวโทษว่าระดับความหายนะของภัยธรรมชาติในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เป็นผลพวงจากฝีมือของมนุษย์ที่ทำให้เกิดปัญหาโลกร้อน รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของจำนวนประชากรและความยากจน

    นายคริส ฟิลด์ นักนิเวศวิทยาประจำสถาบันวิทยาศาสตร์คาร์เนกีในกรุงวอชิงตัน ดีซี. ประเทศสหรัฐอเมริกาซึ่งเป็นหนึ่งในคณะผู้นำเสนอรายงานของไอพีซีซีครั้งนี้กล่าวว่า ปัญหาโลกร้อนจะก่อให้เกิดพายุรุนแรง อุทกภัย ภัยแล้ง คลื่นความร้อน และพื้นที่ที่ถือว่าตกอยู่ในอันตรายมากกว่าใครคือพื้นที่ชุมชนหนาแน่น และกลุ่มประเทศยากจน กระนั้นในสถานการณ์นี้ไม่ว่าจะเป็นที่ใดในโลกก็ไม่ปลอดภัยทั้งนั้น ตัวอย่างเช่นบางพื้นที่ของนครมุมไบ ประเทศอินเดีย อาจไม่สามารถอยู่อาศัยได้ในอนาคตเนื่องจากภัยน้ำท่วม พายุ และน้ำทะเลหนุน แค่ในปัจจุบันก็แย่อยู่แล้วเพราะจากการสำรวจพบว่ามีประชากรในนครมุมไบถึง 2.7 ล้านคน อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงต่อน้ำท่วม

    ส่วนเมืองที่มีความเสี่ยงจากภัยน้ำท่วมเช่นกันแต่น้อยกว่า ได้แก่ กรุงเทพมหานคร เมืองหลวงของประเทศไทย เมืองไมอามี ในรัฐฟลอริดา ประเทศสหรัฐอเมริกา นครเซี่ยงไฮ้และเมืองกวางโจว ประเทศจีน นครโฮจิมินห์ ซิตี้ ประเทศเวียดนาม นครย่างกุ้ง ประเทศพม่า และเมืองโกลกาตา ทางภาคตะวันออกของประเทศอินเดีย ขณะที่กลุ่มประเทศหมู่เกาะต่างๆ อย่างประเทศมัลดีฟส์ อาจต้องอพยพประชากรออกจากเกาะเนื่องจากน้ำทะเลหนุนสูงและเกิดพายุรุนแรง ซึ่งประเด็นเรื่องการจะอพยพหรือไม่อพยพคน ถือเป็นหนึ่งในปัญหาที่ประชาคมโลกจะต้องประสบในอนาคตอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตาม ในรายงานมิได้คาดคะเนชัดเจนว่าภัยธรรมชาติดังกล่าวจะเกิดขึ้นในช่วงเวลาอีกกี่ปีนับจากนี้

    นายคริส ฟิลด์ ยังกล่าวถึงการเตรียมตัวรับมือกับปัญหา โดยยกตัวอย่างประเทศบังกลาเทศ ที่ประสบความสำเร็จในการรับมือพายุไซโคลนในปี 2550 ถึงจะมีผู้เสียชีวิตถึง 4,200 ศพ แต่ดีกว่ารอบแรกในปี 2513 ที่ทางการไม่มีแผนรับมือและทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 300,000 ศพ ขณะที่ประเทศพม่าเมื่อปี 2551 ก็เป็นตัวอย่างให้เห็นถึงความไม่พร้อมรับมือภัยพิบัติ ทำให้มีผู้เสียชีวิตจากไซโคลนนาร์กิสถึง 138,000 ศพ นอกจากนี้ ในรายงานดังกล่าวได้ทำนายไว้ด้วยว่าพายุไซโคลนในภูมิภาคเอเชีย รวมถึงพายุเฮอร์ริเคนในสหรัฐฯ จะทวีความรุนแรงยิ่งขึ้นเนื่องจากปัญหาโลกร้อน กระนั้นพายุจะไม่เพิ่มจำนวนมากขึ้น และมีความเป็นไปได้ที่จะลดน้อยลง

    ส่วนนายราเจนทรา ปาจาอุรี ประธานไอพีซีซี กล่าวว่า ประเด็นผลกระทบของสภาพอากาศที่แปรปรวนมากขึ้นได้ก่อให้เกิดคำถามถึงความยุติธรรม เพราะแม้ว่าทุกประเทศในโลกจะได้รับผลกระทบกันถ้วนหน้า แต่จำนวนผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่มาจากกลุ่มประเทศที่ยากจนหรือกำลังพัฒนา ขณะที่กลุ่มประเทศที่ร่ำรวยกลับผลิตก๊าซเรือนกระจกมากขึ้นเรื่อยๆ จากการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง

    ทั้งนี้  ไอพีซีซีเป็นหน่วยงานที่องค์การสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ และองค์กรอุตุนิยมวิทยาโลก ร่วมกันก่อตั้งขึ้นมาในปี 2531 เพื่อเป็นฝ่ายวิชาการด้านการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญจากประเทศต่างๆ รวมถึงกลุ่มนักวิทยาศาสตร์ ผู้คว้ารางวัลโนเบลอันทรงเกียรติ ทำหน้าที่รวบรวมและสังเคราะห์ข้อมูล และพิมพ์เผยแพร่ความก้าวหน้าทางวิชาการเพื่อเป็นแหล่งข้อมูลทางวิชาการที่เป็นกลาง

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันอังคารที่ 22 กันยายน 2563 เวลา 22:05 น.