ไลฟ์สไตล์
100 year

อุทยานฯจับสลากชุดเคลื่อนที่เร็ว ทำคดีรุกวังน้ำเขียว-ทับลาน

ไทยรัฐออนไลน์
23 มี.ค. 2555 02:58 น.
SHARE

152 ชุดเคลื่อนที่เร็วอุทยานฯ จับสลากเลือก 104 คดีรุกวังน้ำเขียว-ทับลานภาค 3 ส่งศึกษาพื้นที่ก่อน 1 เดือน หลังจากนั้นก็จะดำเนินการทันที คาดดำเนินการได้หลังสงกรานต์ โดยจะใช้เวลาในการแจ้งความดำเนินคดีไม่เกิน 3 วันให้แล้วเสร็จ ...

เมื่อวันที่ 22 มี.ค. ที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายดำรงค์ พิเดช อธิบดีกรมอุทยานฯ เรียกประชุมหัวหน้าหน่วยงานภาคสนาม เช่น หัวหน้าอุทยานแห่งชาติ  เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เขตห้ามล่าสัตว์ป่า หัวหน้าหน่วยจัดการต้นน้ำ เป็นต้น ทั่วประเทศจำนวน 152 คน ซึ่งเป็นหัวหน้าชุดหน่วยเคลื่อนที่เร็ว ดำเนินคดีการบุกรุกอุทยานแห่งชาติทับลาน อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา และ อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี ในช่วงเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา เพื่อซักซ้อมแนวทางปฏิบัติและรับมอบภารกิจหัวหน้าหน่วยเคลื่อนที่เร็วเพื่อการปฏิบัติงานด้านการป้องกัน และปราบปราม การบุกรุกทำลายทรัพยากรธรรมชาติ โดย ได้ให้หัวหน้าหน่วยเคลื่อนที่เร็วฯ แต่ละคนจับสลากเลือกหมายเลขคดีการบุกรุกพื้นที่อุทยานฯ ทับลาน ที่จะต้องเตรียมดำเนินคดีในรอบที่ 3 อีกจำนวน 104 คดี จาก 116 คดี ซึ่ง 12 คดีที่เหลือจะให้เป็นความรับผิดชอบของอุทยานฯ ทับลานเอง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศในการจับสลากเป็นไปอย่างคึกคัก นายดำรงค์ ได้ให้เจ้าหน้าที่นำหมายเลขบ้านพักและรีสอร์ตทั้ง 104 คดีที่บุกรุกพื้นที่อุทยานฯทับลาน ใส่ลงในกล่องปิดทึบ เพื่อให้หัวหน้าชุดแต่ละคนจับสลากว่าใครจะต้องรับผิดชอบคดีใด ทั้งนี้ เมื่อจับสลากครบหมดทั้ง 104 คดี ปรากฏว่ามีหัวหน้าชุดเคลื่อนที่เร็วเหลืออีก 48 ชุด ที่ไม่ต้องทำคดีทับลาน-วังน้ำเขียวในรอบนี้ เนื่องจากหมายเลขคดีถูกจับไปหมดแล้ว ทำให้หัวหน้าชุดที่ไม่ต้องรับผิดชอบเรื่องนี้ถึงกับเฮลั่นห้องประชุม

นายดำรงค์ กล่าวว่า ในพื้นที่ที่ถูกบุกรุกในเขตอุทยานฯทับลานนั้น ยังมีส่วนที่สำนักงาน สปก. ออกเอกสารสิทธิทับที่อุทยานฯกว่า 20 แปลงอีกด้วย เวลานี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบความชัดเจน หากพบว่าเป็นการออกเอกสารสิทธิทับที่อุทยานฯ ก็จะแจ้งความดำเนินคดีกับ ส.ป.ก.ด้วย  โดยการเข้าไปทำงานครั้งนี้จะให้เวลาหัวหน้าชุดเคลื่อนที่เร็วไปศึกษาพื้นที่ก่อนประมาณ 1 เดือน หลังจากนั้นก็จะดำเนินการทันที โดยคาดว่าจะดำเนินการได้หลังเทศกาลสงกรานต์ โดยจะใช้เวลาในการแจ้งความดำเนินคดีไม่เกิน 3 วันให้แล้วเสร็จ

“ตอนนี้ขอให้ทุกหน่วยเข้มงวดกับการบุกรุกป่า ในพื้นที่ภาคเหนือนั้นหนักไปทางรุกป่าเพื่อปลูกกะหล่ำปลี ส่วนภาคใต้และภาคตะวันออกเฉียงเหนือนั้น จะรุกป่าเพื่อปลูกยางพารา เป็นหลัก ทั้งนี้การโค่นป่า เพื่อปลูกกะหล่ำปลีนั้นจะหนักกว่า เพราะมีการใช้ปุ๋ย ใช้ยาฆ่าแมลง ที่ทำให้สารเคมีไหลลงมาแม่น้ำที่อยู่ด้านล่าง โดยเฉพาะแม่น้ำแม่กลองน้อยที่เป็นแหล่งผลิตน้ำประปาให้คน กทม.ใช้อุปโภค บริโภค” นายดำรงค์ กล่าว

เมื่อถามว่า กรมอุทยานฯจะมีการรณรงค์ไม่ให้ประชาชนกินกะหล่ำปลี ที่มีการบุกรุกพื้นที่ป่า อย่างไร นายดำรงค์ กล่าวว่า ในอุทยานฯ และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภาคเหนือ มีบางพื้นที่ที่รุกป่าใหม่เพื่อปลูกกะหล่ำปลี แต่บางพื้นที่ก็ปลูกอยู่ก่อนแล้วตามการผ่อนผันมติ ครม. 30 มิ.ย. 2541 ซึ่งที่น่าเป็นห่วงก็คือ การใช้ปุ๋ยและยาฆ่าแมลงอย่างหนัก ตนจึงเป็นห่วงคนที่กินกะหล่ำปลี ที่อาจได้รับพิษจากยาฆ่าแมลงสะสมในร่างกาย  คนในเมืองที่เห็นกะหล่ำปลีสวยๆ ซื้อมากินก็ต้องระวัง ยิ่งกินดิบๆ กับส้มตำก็ต้องยิ่งระวัง เพราะมันปนเปื้อนสารเคมีมาก ต้องล้างให้ดี ซึ่งได้ให้เจ้าหน้าที่ที่มาในวันนี้ไปทำความเข้าใจกับประชาชนด้วย

ด้านนายอนันต์ โตวิริยะเวช ผอ.สำนักพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1 (ปราจีนบุรี) กล่าวว่า ในการดำเนินการทั้ง 104 คดีต่อไปนี้ ขอให้หน่วยเคลื่อนที่เร็วทุกชุดอ่านเอกสารการจับกุมและการให้ปากคำอย่างละเอียด พร้อมทำถ่ายสำเนาเอกสารหลักฐานต่างๆ ไว้ด้วยเพื่อป้องกันความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทั้งนี้สำหรับผลการดำเนินการของหน่วยเคลี่อนที่เร็วจำนวน 151 คดี ที่ได้ดำเนินการไปตั้งแต่ช่วงต้นเดือน ม.ค.ที่ผ่านมานั้น ในส่วนของการบุกรุกอุทยานแห่งชาติทับลาน ในท้องที่ ต.ไทยสามัคคี และ ต.วังน้ำเขียว อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา สรุปผลได้ว่าแปลงพื้นที่ที่หน่วยเคลื่อนที่เร็วได้เข้าไปดำเนินการตรวจยึด และกล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนสถานี ต.ภูธรวังน้ำเขียว รวมทั้งสิ้น 139 คดี มีพื้นที่ป่าถูกบุกรุก จำนวน 2,077 ไร่ 1 งาน 51.52 ตารางวา สิ่งปลูกสร้างรวมทั้งสิ้น 1,121 รายการ ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้นำค่าพิกัดทั้ง 139 แปลง มาตรวจสอบพิสูจน์การถือครองที่ดิน ผลปรากฏว่าไม่ปรากฏในสารบบ 38 ราย ไม่ผ่านการพิสูจน์ถือครองที่ดิน 68 ราย อยู่ก่อนวันประกาศเขตป่า 4 ราย อยู่หลังวันประกาศเขตป่า 29 ราย  ขณะที่การดำเนินการของหน่วยเคลี่อนที่เร็วในพื้นที่ อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี มีจำนวน 12 คดี เนื้อที่กว่า 173 ไร่  สิ่งปลูกสร้างทั้งหมด 62 หลัง และสามารถจับกุมผู้หา 1 คน.

ข่าวแนะนำ

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันเสาร์ที่ 19 มิถุนายน 2564 เวลา 15:58 น.