วันจันทร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
'ย้อนรอย' ปริศนาวินาศกรรมกรุงเทพฯ รอดบึมได้ตลอด เพราะอะไร...?

'ย้อนรอย' ปริศนาวินาศกรรมกรุงเทพฯ รอดบึมได้ตลอด เพราะอะไร...?

  • Share:

14 ก.พ. วันวินาศกรรมแห่งความรัก

เหตุการณ์วินาศกรรมภายในซอยปรีดีพนมยงค์ 31 ถนนสุขุมวิท 71 เมื่อวันแห่งความรักที่ผ่านมา โดยกลุ่มคนร้ายบันดาลโทสะโยนระเบิดใส่แท็กซี่เพราะโบกแล้วไม่จอด แถมยังปาระเบิดพลาดใส่ตัวเองจนบาดเจ็บสาหัส และก็เป็นอีกหนึ่งครั้งที่กรุงเทพฯ รอดการก่อวินาศกรรมได้อย่างหวุดหวิด หลายคนเรียกอาการรอดหวุดหวิดว่า ปาฏิหาริย์ เหมือนกับเหตุการณ์ใหญ่ที่กรุงเทพฯ จะโดนหลายๆ ครั้งที่ผ่านมา


ไทยรัฐออนไลน์ย้อนรอยแต่ละบรรทัดของเหตุการณ์วินาศกรรมกรุงเทพฯ ใหญ่ๆ ว่ากรุงเทพฯ รอดได้เพราะเจ้าหน้าที่ตำรวจเก่งกาจหรือว่าเพราะอะไร รับประกันอ่านแล้วมีอึ้งแน่นอน...? 

สิบล้อบรรทุกระเบิด บึมสถานฑูลอิสราเอล


เริ่มต้นด้วยปี พ.ศ.2537 เกือบเกิดเหตุระเบิดที่สถานทูตอิสราเอล เมื่อมีคนขับรถ 6 ล้อ บรรทุกระเบิดปุ๋ยยูเรียรวมทั้งระเบิดซีโฟร์ขับมุ่งหน้ายังสถานทูตอิสราเอล และนับว่าเมืองไทยรอดพ้นเหตุก่อการร้ายอีกครั้งเมื่อรถบรรทุกเกิดเฉี่ยวชนกับรถมอเตอร์ไซค์บริเวณหน้าห้างย่านชิดลมซะก่อน คนร้ายชาวอิหร่านจึงทิ้งรถบรรทุกระเบิดและหลบหนีไป

และในปีเดียวกันก็เกือบเกิดเหตุวินาศกรรมเช่นกัน แต่เป้าหมายอยู่สถานทูตสหรัฐอเมริกา ตำรวจจับกุมผู้ก่อการร้าย 2 คน ขณะเตรียมนำรถบรรทุกปุ๋ยยูเรียและส่วนผสมระเบิดเต็มคัน อาทิ ถังน้ำมันโซล่า ระเบิดซีโฟร์ในขวดน้ำอัดลมน้ำหนัก 2 ปอนด์ จำนวน 2 ลูก ดินระเบิดชนิดซีโฟร์ 5 ลูก และเชื้อปะทุที่ใช้จุดระเบิดก่อวินาศกรรม ไปถล่มสถานทูตสหรัฐอเมริกา ที่ถนนวิทยุ แต่โชคดีอีกครั้งที่แผนการล้มเหลว เมื่อกลุ่มก่อการร้ายเกิดขับรถซุกระเบิดไปประสบอุบัติเหตุที่แยกชิดลม ทำให้ตำรวจตรวจพบและยับยั้งการก่อวินาศกรรมเขย่ากรุงได้

บึมโบอิ้ง ทักษิณ

เป็นวินาศกรรมอีกครั้งหนึ่งที่มีการถกเถียงกัน 2 กระแส ว่าเป็นเรื่องจริงหรือเรื่องการสร้างข่าวเพื่อเรียกคะแนนเสียง วันที่ 3 มี.ค.2544 อดีตนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เกือบสิ้นชื่อเมื่อเกิดเหตุเครื่องบินของการบินไทย นามพระราชทาน นราธิวาส เกิดระเบิด ขณะจอดภายในท่าอากาศยานกรุงเทพฯ ก่อนที่เขาพร้อมด้วยครอบครัวจะขึ้นเครื่องลำนี้ บินกลับบ้านเกิดที่ จ.เชียงใหม่ แรงระเบิด ทำให้สจ๊วตเสียชีวิต 1 ศพ

คาร์บอมบ์ (คาร์บ๊อง)

ข่าวเขย่าประสาทชาวกรุงใน‪ช่วงกลางปี 2549 เกิด‪กรณีคาร์บอมบ์‪รถยนต์ เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2549 คนร้ายขับรถคันหนึ่งซึ่งขนวัตถุระเบิดกว่า 67 กิโลกรัม ประกอบด้วยซีโฟร์ น้ำหนัก 3.5 ปอนด์ ทีเอ็นที รวม 10.75 กิโลกรัม เชื้อปะทุไฟฟ้าทางทหาร M8 จำนวน 2 ดอก วงจรรีโมตคอนโทรล 1 ชุด สายฝักแค ระเบิด เดปคอร์ด (DEPCORD) ยาวประมาณ 12.22 เมตร เชื้อปะทุชนวน 4 ดอก เชื้อปะทุไฟฟ้า ทางทหาร แอนโฟ แอมโมเนียม ไนเตรต ฟูเอล ออยล์ (ANFO AMMONIUM NITRATE FUEL OIL) หนัก 17.33 กิโลกรัม กระสอบทราย 4 กระสอบจอดบริเวณใกล้ที่พักของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จอดไว้เชิงสะพานข้ามทางแยกบางพลัด ใกล้กับบ้านจันทร์ส่องหล้า

ถล่มวัดพระแก้ว สายไฟช่วยไว้


นับว่าเป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่เล่นเอาคนไทยอกสั่นขวัญแขวน กับเหตุการณ์ในวันที่ 20 มีนาคม 2553 เกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธสงคราม เครื่องยิงระเบิดอาร์พีจี ยิงใส่บริเวณวัดพระศรีรัตนศาสดาราม หรือ วัดพระแก้วโดยคนร้ายกล่าวว่า การจะร่วมต่อสู้เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของคนเสื้อแดงจะต้องก่อวินาศกรรม สถานที่สำคัญของทางราชการ หรือสถานที่สำคัญที่ประชาชนยึดเหนี่ยว แต่ด้วยอะไรบางสิ่งบางอย่างที่ดลให้หัวระเบิดพวยพุ่งติดสายไฟ

ถือเป็นความโชคดีของเราที่วัดพระแก้วสถานที่ยึดเหนี่ยวนำใจคู่บ้านคู่เมืองยังคงอยู่คู่คนไทยอย่างน่าอัศจรรย์

14 ก.พ. วันวินาศกรรมแห่งความรัก


ล่าสุด เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาเกิดเหตุการณ์วินาศกรรมขึ้นภายในซอยปรีดีพนมยงค์ 31 ถนนสุขุมวิท 71 ณ จุดเกิดเหตุพบร่างชายชาวต่างชาติคนหนึ่งนอนอยู่ข้างตู้โทรศัพท์สาธารณะในสภาพขาขาดทั้ง 2 ข้าง โดยพยานระบุว่าชายต่างชาติคนดังกล่าวเป็นคนโยนระเบิดใส่ตู้โทรศัพท์ และรถแท็กซี่ เบื้องต้นคาดว่ามีคนร้ายด้วยกัน 3 คน ซึ่งมากบดานเช่าบ้านอยู่ในซอยปรีดีพนมยงค์ 31 

ถ้าหากละเลียดเรื่องราวแต่ละบรรทัดข้างต้น คุณสังเกตเหตุอะไรไหมว่ากรุงเทพฯ แคล้วคลาดการก่อวินาศกรรมเพราะอะไรที่ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ตำรวจ...!!!

ไม่ว่าวัดพระแก้วจะรอดอาร์พีจีถล่มเพราะก็ติดสายไฟ  สถานทูตอิสราเอลรอดเพราะมอเตอร์ไซค์ สถานทูตอเมริการอดได้เพราะอุบัติเหตุ ล่าสุดเหตุระเบิดที่ซอยปรีดีพนมยงค์ 31 ถนนสุขุมวิท 71 คนร้ายก็พลาดทำระเบิดใส่ตัวเอง หลังจากโบกแท็กซี่แล้วไม่จอด เป็นต้น

นอกจากชุดความเชื่อเรื่อง สิ่งศักดิ์สิทธิ์และพระสยามเทวาธิราช (เทวดาที่พระมหากษัตริย์ตั้งแต่รัชกาลที่ 4 เคารพกราบไหว้บูชาคุ้มภัย) ช่วยคุ้มครองดูแล ทำให้เราแคล้วคลาดอันตรายแล้ว!

จะดีกว่า ถูกกว่า เหมาะสมกว่าหรือไม่!!! ถ้ารัฐบาล เจ้าหน้าที่ผู้มีส่วนในการดูแลป้องกันเหตุการณ์ร้ายจะเข้มข้นทุ่มสรรพกำลังกับการเฝ้าระวังพร้อมแจ้งเตือนภัยเป็นระยะๆ เพื่อให้ประชาชนรู้เท่าทันและเป็นหนึ่งในผู้ร่วมป้องกันภัย ชนิดที่ไม่ต้องหาที่ 'พึ่งพา' ทางใจด้วยการใช้ชุดความเชื่อว่าประเทศไทยมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองแล้วก็ชะล่าใจว่าท่านจะมาช่วยทุกครั้ง

 

โดยไม่หันมาสำรวจหัวแถว กลางแถว และปลายแถวของตัวเอง ถึงข้อผิดพลาดความหละหลวม เพื่อหาทางแก้ไขนำไปสู่สิ่งที่ดีกว่า...!!

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้