ไลฟ์สไตล์
100 year

ไทยลงนามพิธีสาร 'นาโงยา' รักษาผลประโยชน์ทรัพยากรพันธุกรรม

ไทยรัฐออนไลน์
16 ก.พ. 2555 01:35 น.
SHARE

เลขาธิการ สผ. เผยประเทศไทยได้ร่วมลงนามในพิธีสารนาโงยา ให้กรมและกระทรวงต่างๆ เข้ามาทำวิจัย ทดลองที่เกี่ยวกับทรัพยากรชีวภาพในประเทศ เข้าถึงและแบ่งผลประโยชน์จากทรัพยากรพันธุกรรม...

เมื่อวันที่ 15 ก.พ. นายสุพัฒน์ หวังวงศ์วัฒนา เลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) แถลงข่าวว่า ประเทศไทย โดย สผ.ได้ร่วมลงนามในพิธีสารนาโงยา เรื่องการเข้าถึง และแบ่งผลประโยชน์จากทรัพยากรพันธุกรรม เพื่อแสดงเจตนารมย์ว่า จะมีส่วนร่วมในการดำเนินการให้มีการแบ่งปันผลประโยชน์ที่เกิดขึ้น จากการใช้ทรัพยากรพันธุกรรมให้กับผู้ที่เป็นเจ้าของทรัพยากร ซึ่งพิธีสารฉบับนี้นอกจากจะครอบคลุมการใช้ทรัพยากรพันธุกรรมแล้ว หรือทรัพยากรชีวภาพ ไม่ว่าจะเป็น พืช สัตว์ จุลินทรีย์ และส่วนประกอบของสิ่งมีชีวิต ที่โดยทั่วไปจะมีการเข้าถึง เพื่อนำไปใช้ในกิจกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการศึกษาวิจัย พัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ หรือใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร การเกษตร ยา หรือเครื่องสำอางแล้ว ยังครอบคลุมไปถึงภูมิปัญญาท้องถิ่น หรือองค์ความรู้ในการนำทรัพยากรชีวภาพนั้นไปใช้ให้เกิดประโยชน์               

“หลังจากที่เราลงนามแล้ว เราก็จะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมอุทยานแห่งชาติฯ กรมป่าไม้ ฯลฯ กำหนดกฎเกณฑ์วิธีการ และออกเป็นระเบียบที่เกี่ยวกับการเข้าถึงและการแบ่งปันผลประโยชน์จากการเข้ามาทำวิจัย ทดลองที่เกี่ยวกับทรัพยากรชีวภาพในประเทศ เพื่อให้สอดคล้องกับบทบัญญัติในพิธีสารนาโงยานี้ เมื่อทำเรียบร้อยแล้ว ชัดเจนแล้ว จะนำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) และเสนอเข้าที่ประชุมสภาฯ เพื่ออนุมัติให้ไปให้สัตยาบัน ร่วมกับภาคีสมาชิกอื่นๆ ให้พิธีสารมีผลบังคับใช้ต่อไป โดยเวลานี้มี 92 ประเทศทั่วโลกลงนามในพิธีสารดังกล่าวแล้วรวมทั้งประเทศไทย” นายสุพัฒน์ กล่าว               

เมื่อถามว่า หากประเทศไทยให้สัตยาบันในพิธีสารนาโงยาแล้ว จะสามารถเรียกผลประโยชน์ย้อนหลังจากภาคีสมาชิก ที่เคยมาใช้ประโยชน์จากทรัพยากรในประเทศไทย แต่ไม่ได้ให้ผลประโยชน์ได้หรือไม่ นาสุพัฒน์ กล่าวว่า พิธีสารไม่มีผลกับผลประโยชน์ย้อนหลัง แต่เข้าใจว่า สามารถเจรจาตกลงกันเองได้               

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พิธีสารนาโงยานี้ เป็นพิธีสารภายใต้อนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ พิธีสารดังกล่าวได้รับการพัฒนาขึ้นบนพื้นฐานแนวคิดที่ว่า ประเทศมีสิทธิอธิปไตยในทรัพยากรธรรมชาติที่อยู่ในขอบเขตอำนาจของตน ดังนั้น การเข้าถึงทรัพยากรพันธุกรรมในประเทศใดจึงต้องได้รับอนุญาตตามกฎหมายภายในของประเทศนั้นๆ เมื่อได้รับอนุญาตแล้ว ต้องมีการต่อรองเพื่อทำข้อตกลงในการแบ่งปันผลประโยชน์ที่เกิดจากการใช้ร่วมกัน โดยผลประโยชน์ที่แบ่งเป็นได้ทั้งตัวเงิน เช่น ค่าธรรมเนียม ค่าสิทธิ เงินทุนการวิจัย และผลประโยชน์ที่ไม่เป็นตัวเงิน เช่น การถ่ายทอดเทคโนโลยี และการร่วมเป็นเจ้าของสิทธิบัตร เป็นต้น โดยในอดีต ประเทศไทยเคยเสียผลประโยชน์ไปแล้วโดยไม่สามารถเรียกร้องใดๆ ได้ จากกรณีที่นักวิจัยชาวญี่ปุ่น เก็บเอาต้นเปล้าน้อยไปวิจัยพัฒนาจนกลายเป็นยารักษาโรคกระเพาะอาหาร.

ข่าวแนะนำ

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันเสาร์ที่ 15 พฤษภาคม 2564 เวลา 20:40 น.