กว่าคนไทยจะฟันขาว

ข่าว

    กว่าคนไทยจะฟันขาว

    บาราย

      5 ก.พ. 2555 05:00 น.

      เอนก นาวิกมูล เขียนไว้ในหนังสือ อยู่อย่างชาวสยาม (สำนักพิมพ์แสงแดด) เรื่องกว่าจะเป็นคนฟันขาวว่า คนไทยโบราณทั้งชายหญิงนิยมเคี้ยวหมาก การเคี้ยวหมากทำให้ฟันดำ

      นิโกลาส แชรแวส ฝรั่งที่มากรุงศรีอยุธยา สมัยสมเด็จพระนารายณ์ บันทึกไว้ในบทที่ 7 เรื่องการย้อมฟัน (ให้ดำ) ของคนไทยว่า สิ่งที่ผู้หญิงสยามไม่อาจทนดูพวกเราได้ ก็คือตรงที่พวกเรามีฟันขาว เพราะพวกนางเชื่อกันว่า ภูตผีปิศาจเท่านั้นมีฟันขาว และเป็นเรื่องที่น่าอับอายที่มนุษย์จะมีฟันขาวเหมือนสัตว์เดรัจฉาน

      ฉะนั้น พอหญิงชายมีอายุได้ 14-15 ปี ก็จะเริ่มทำให้ฟันดำ และเป็นเงา โดยวิธีการดังต่อไปนี้

      เมื่อเลือกบุคคลที่จะประกอบพิธีนี้ได้แล้ว เขาก็จะให้นอนหงายเอาหลังลงพื้น และให้นอนแช่อยู่เช่นนี้ 3 วัน ตลอดเวลาที่พิธีการดำเนินอยู่ ชั้นแรกชำระล้างฟันด้วยมะนาว แล้วใช้น้ำยาชนิดหนึ่งถูขัด จนกระทั่งมีสีแดง

      ครั้นแล้วใช้ผงกะลามะพร้าวเผาไหม้ ขัดทับจนเป็นสีดำ

      แต่ผู้หญิงที่รับการทำฟันจะอ่อนเพลียมาก เพราะการใช้น้ำยาเช่นว่านั้น กระทั่งว่าถ้าจะถอนฟันให้หลุดออกไปจากปากก็จะไม่รู้สึกเจ็บ ลางทีฟันก็ร่วง ถ้าเขาลองให้ขบเคี้ยวของแข็งๆดู

      ฉะนั้นในระยะเวลาสามวันนี้ จึงบริโภคได้แต่น้ำข้าวต้มเย็นชืด ซึ่งเขาให้หยอดลงในลำคอช้าๆ โดยมิให้สัมผัสกับฟัน แม้ต้องสายลมพัดสักหน่อย ก็อาจทำให้พิธีการนี้เสียผลได้

      ผู้ที่รับการทรมานเพราะการทำฟัน ถึงต้องล้มหมอนนอนเสื่อ จึงต้องห่มคลุมร่างกายให้มิดชิด จนกว่าจะรู้สึกว่าความร้าวระบมที่ไรฟันได้ค่อยคลายลงแล้ว และเหงือกหรือปากที่บวมเป่งอยู่นั้น ยุบหายลงเป็นปกติอย่างเก่าแล้ว

      เอนกบอกว่า น่าสังเกตว่า วิธีการย้อมฟันของคนไทยที่บรรยายโดยแชรแวสนั้น พิสดารมาก แชรแวสสละหน้ากระดาษบรรยายเรื่องนี้ยืดยาวผิดปกติ นอกจากแชรแวสแล้ว ไม่เคยมีใครเขียนถึงเรื่องย้อมฟันแบบนี้อีก

      โดยทั่วไปก็ทราบกันแต่ว่า คนไทยฟันดำเพราะกินหมาก กับอีกอย่างหนึ่งมีผู้จำได้เลาๆ น. ณ ปากน้ำ เล่าว่าเคยเห็นคนเอาซี่ มาขัดฟันให้เป็นสีดำ

      คำว่า ซี่ พจนานุกรมแปลว่า ยาสีฟันโบราณ ใช้สีเพื่อให้ฟันดำ สี้ หรือขี้ ก็เรียก แต่พจนานุกรม ไม่ได้บอกว่า ซี่ ทำมาจากอะไร

      น. ณ ปากน้ำ บอกว่า ซี่ ทำจากเอากะลามะพร้าวมาเผาไฟ จนยางกะลาออก เอายางนั้นมาใช้ขัดฟัน แต่จะผสมหรือมีวิธีการอะไร ไม่ทราบ

      คำว่าซี่ มีกล่าวถึงในขุนช้างขุนแผน ตอนนางพิมแต่งตัว

      เอาซี่สีฟันเป็นมันขลับ กระจกส่องเงางับดูจับแสง

      กาพย์ห่อโคลงนิราศธารโสกของเจ้าฟ้ากุ้ง บทที่ 9 ชมฟันผู้หญิงว่า

      พิศฟันรันเรียงเรียบ เป็นระเบียบเปรียบแสงนิล

      คำว่านิล แปลว่า สีดำ หรือสีขาบ หรือเขียวแก่ แต่สรุปแล้วก็ออกสีคล้ายกัน คือเชิงดำทั้งสิ้น

      ฟันของหญิงงามในทรรศนะเจ้าฟ้ากุ้ง และคนไทยทั่วไปในยุคก่อน  จึงหมายถึงฟันสีออกดำ

      หาใช่ฟันขาวอย่างที่คนทุกวันนี้นิยมกันไม่

      คนไทยทั่วไปปล่อยให้ฟันดำมาหลายร้อยปี จนในที่สุดเมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 จะเสด็จประพาสยุโรปเป็นครั้งแรก ในปี พ.ศ.2440 จึงเป็นจุดเริ่มการเปลี่ยนแปลงเรื่องฟันดำ มาเป็นฟันขาว ทั้งนี้ เพื่อปรับตัวให้เป็นไปตามอารยประเทศ ที่จะเสด็จไปเยี่ยมเยือน

      ดังปรากฏหลักฐานในพระราชหัตถเลขาของพระองค์เอง ที่ทรงมีถึงสมเด็จพระศรีพัชรินทรา บรมราชินีนาถ เป็นฉบับแรก (7 เม.ย. พ.ศ.2440)

      ได้ลงมือเอาถ่านถูฟัน มันเค็มๆคลื่นไส้ ต้องเอาทั้งดุ้นเข้าถูพอบางๆออกไปได้ แลเห็นขาวซีกเดียว อยู่ข้างจะเบื่อเต็มที พรุ่งนี้หมอรับจะจัดการ ลืมตัวจะเรียกกินหมากร่ำไป ตั้งแต่แม่เล็กไปแล้ว ได้กิน 2 คำเท่านั้น

      แม่เล็ก คือสมเด็จพระศรีพัชรินทรา บรม ราชินีนาถ ส่วนหมอ คือหมอไรเตอร์ หรืออี ไรเตอร์ มีบรรดาศักดิ์เป็นพระยาประเสริฐศาสตร์ดำรง

      ทรงกล่าวถึงการขัดพระทนต์อีกครั้ง ในวันรุ่งขึ้น

      พระการใหญ่ในเรื่องขัดฟัน ประดักประเดิดเต็มที วันนี้เกือบจะว่าถูกยังค่ำได้ ต้องสำเร็จกันด้วยมีด พอหินปูนหมดข้างนอก แต่ยังเขรอะขระน่าเกลียด ฉันเห็นอัศจรรย์ ที่หินปูนเข้าใจว่าน้อย พอขูดเข้าแล้ว ฟันเล็กลงเป็นกอง

      แม่เล็กทายถูกว่า น่าคงไม่บ้านัก แต่ก็ขันพอใช้อยู่

      หลังที่ทรงขัดพระทนต์ให้ขาวแล้ว หมอไรเตอร์ ก็กราบทูลว่า ทรงดูหนุ่มขึ้นอีก เหมือนมีพระชันษาเพียง 30 พรรษาเท่านั้น

      สรุปว่า รัชกาลที่ 5 ทรงเพิ่งเริ่มมาขัดพระทนต์ให้ขาวตามแบบฝรั่ง เมื่อเสด็จไปยุโรปครั้งแรก ก่อนนี้แสดงว่ายังทรงเคี้ยวพระศรีอยู่เหมือนคนไทยทั่วๆไป

      เจ้านายและขุนนางอื่น ก็พากันขัดตามเสด็จโดยทั่วหน้ากัน บางท่านเสียวฟันเอามากๆ แต่ก็ต้องทน

      เอนก นาวิกมูล ตั้งข้อสังเกตว่า ในพระราชนิพนธ์ไกลบ้าน เมื่อเสด็จไปยุโรปครั้งที่ 2 พ.ศ.2450...ตอนหนึ่งทรงเขียนว่า

      “วันนี้เป็นวันหลังที่สุดที่จะได้กินกับข้าวไทย ได้ขยักข้าวแช่ไว้กินที่นี่ และจะกินหมากเป็นคำหลังที่สุดด้วย เลิกอย่างไทยๆกันหมด”

      อ่านถึงตอนนี้ ก็ต้องไม่หลง ว่าเรื่องขัดพระทนต์ในครั้งแรก เมื่อทรงขัดไปแล้ว แต่เมื่อเสด็จมาเมืองไทย ก็ยังคงเสวยพระศรีเหมือนเดิม

      การเปลี่ยนค่านิยมเรื่องฟันดำฟันขาว มาใกล้สำเร็จเอาเมื่อสมัยรัชกาลที่ 8 คือสมัยจอมพล ป.พิบูลสงคราม ออกรัฐนิยมให้เลิกกินหมาก และในที่สุด คนไทยก็เลิกกินหมากกันหมด.

      O บาราย O

      อ่านเพิ่มเติม...

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      Trendvg3 logo
      Sonp logo
      inet logo
      วันเสาร์ที่ 23 ตุลาคม 2564 เวลา 17:07 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์