วันอังคารที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
วงเวียน 22 กรกฎา

วงเวียน 22 กรกฎา

โดย ซูม
19 ก.ค. 2552 05:00 น.
  • Share:

ภาพบริเวณวงเวียน 22 กรกฎา เมื่อ พ.ศ. 2490

จากข่าวคราวที่ว่า วันพุธที่ 22 กรกฎาคม ที่จะถึงนี้ จะเกิดปรากฏการณ์ "สุริยคราส" มองเห็นครึ่งดวงบ้าง เกือบเต็มดวงบ้างในประเทศไทย รวมทั้ง กทม. ของเราก็จะสามารถมองเห็นสุริยคราส 47 เปอร์เซ็นต์ด้วยนั้น

ทำให้ "วงเวียน 22 กรกฎา" ได้รับการกล่าว ขานขึ้นมาทันที เพราะ สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ ประกาศว่า จะยกกล้องดูพระอาทิตย์ไปตั้งที่วงเวียนแห่งนี้เป็นกรณีพิเศษ

เนื่องเพราะเป็นวงเวียนที่เกิดขึ้นในวันที่ 22 กรกฎาคม เช่นกัน

เพื่อให้เข้ากับบรรยากาศการดูสุริยคราส ณ วงเวียน 22 กรกฎา ทีมงานซอกแซกตัดสินใจส่งหน่วยหน้าไปหาข้อมูลมาฝากท่านผู้อ่านทันที โดยอาศัยทางด่วนดินแดงห้อเหยียดไปลงแถวๆหัวลำโพง ใช้เวลาแค่ 20 นาที ก็ไปถึงจุดหมายอย่างไม่น่าเชื่อ เมื่อเที่ยงของวันที่รถไม่ติดวันก่อน

วงเวียนตั้งอย่างโดดเด่นอยู่กลางถนน 3 สาย แต่มีถึง 6 แยก มีประวัติความเป็นมาที่น่าจดจำไม่ น้อยเลย

ในแผ่นป้ายหน้าประตูเข้าสู่วงเวียนเขียนข้อความไว้ว่า วงเวียนแห่งนี้สร้างขึ้นเมื่อ 27 มกราคม พ.ศ.2461 หลังจากได้เกิดเพลิงไหม้ใหญ่ในบริเวณ นี้ ซึ่งแต่ก่อนเรียกว่าตำบลหัวลำโพง จนราพณาสูรเมื่อ พ.ศ. 2460

กระทรวงนครบาล นำความกราบบังคมทูลรัชกาลที่ 6 เพื่อขอตัดถนนมาสู่ตำบลหัวลำโพง 3 สายด้วยกัน ซึ่งได้รับพระบรมราชานุญาต และพระราชทานนามว่า ถนน 22 กรกฎาคม เพื่อรำลึก ถึงวันที่ 22 กรกฎาคม 2460 ที่พระองค์ท่านทรงนำประเทศไทยเข้าสู่สงครามโลกครั้งที่ 1 โดยเข้า ร่วมกับฝ่ายพันธมิตรประกาศสงครามกับฝ่ายอักษะ และได้รับชัยชนะ

ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 7 กระทรวงมหาดไทย เห็นว่าการเรียกชื่อสิ่งก่อสร้างในบริเวณนั้น โดยเฉพาะ ถนน 3 สาย เป็นชื่อเดียวกันหมด อาจทำให้ประชาชนสับสน จึงขอพระราชทานเปลี่ยนชื่อถนนทั้ง 3 สาย เสียใหม่ โดย พระสารประเสริฐ เป็นผู้คิดค้นชื่อ ขึ้นใหม่ว่า ถนน ไมตรีจิต ถนน มิตรพันธ์ และถนน สันติภาพ ส่วนวงเวียนให้ใช้ชื่อว่า "22 กรกฎา" ตามนามพระราชทานแต่เดิม

ในหนังสือ "ชื่อบ้านนามเมืองในกรุงเทพฯ" ของ ศันศนีย์ วีระศิลป์ชัย (จัดพิมพ์โดยศิลป-วัฒนธรรมฉบับพิเศษ) อธิบายเหตุผลของพระสารประเสริฐว่า

จากชื่อถนนตั้งใหม่ และวงเวียนที่ใช้ชื่อพระราชทานเดิม เมื่อนำมาเรียงร้อยกันจะได้ใจความดังนี้...

"ด้วย ไมตรีจิต ที่ได้ร่วมกับ สัมพันธ์มิตร เพื่อผดุง สันติภาพ ของโลก จึงได้ประกาศสงครามเมื่อ วันที่ 22 กรกฎาคม"

สอดคล้องกับพระราชประสงค์ของรัชกาลที่ 6 ที่ทรงต้องการให้สิ่งก่อสร้างในบริเวณนี้เป็นที่ระลึกการเข้าร่วมในสงครามโลกครั้งที่ 1 ของสยามประเทศ

ครับ! ก็เป็นที่มาที่ไปของชื่อถนนและชื่อวงเวียนที่ยังเรียกขานกันอยู่ในปัจจุบัน

นับแต่วันก่อสร้าง 27 มกราคม 2461 จนถึงบัดนี้เป็นเวลา 91 ปีแล้ว...เฉพาะตัววงเวียนมีการเปลี่ยนแปลงไปหลายครั้งล่าสุด จะเป็นนํ้าพุ อยู่กลางและมีสวนหย่อมอยู่ โดยรอบ

ปัจจุบันนี้ทาง กทม.ก่อสร้างรั้วรอบขอบชิดมีประตูเข้าออก ซึ่งเขียนป้ายปะติดไว้ว่า เปิด 05.00 น. และปิด 21.00 น. ใครไปที่นี่ตอบ 3 ทุ่ม จะไม่สามารถเข้าไปในสวนหย่อมกลางวงเวียนได้

รอบๆวงเวียนยังมีบริษัทห้างร้านให้บริการต่างๆเช่นเดียวกับยุคก่อน โดยเฉพาะบริการเปลี่ยนยางรถยนต์ ขายยางรถยนต์ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของวงเวียน 22 กรกฎา เคียงคู่ไปกับร้านทำบล็อก ร้านออกแบบ ช่างศิลป์ ตรายาง และห้างขายพลาสติก ที่ดำเนินกิจการมายาวนานยังมีอยู่ครบครัน

ที่เปลี่ยนอย่างเห็นได้ชัด ได้แก่ ห้างขายยา หมอมี ที่กลายเป็นอาคารจอดรถขนาดใหญ่ หลายชั้น แต่ก็ทำให้บริเวณวงเวียน 22 กรกฎา ดูทันสมัยขึ้น

แม้ด้านนอกรอบวงเวียนจะดูคึกคัก แต่ถ้าเดิน เข้าไปตามซอกซอยที่อยู่ในแยกต่างๆ จะเห็นริ้วรอย ของความเงียบเหงาปรากฏอยู่พอสมควร

เช่นจะมีห้องว่างประกาศให้เช่า หรือไม่ก็ห้อง แถวที่เปลี่ยนมาเป็นร้านขายของเล็กๆน้อยๆ กับแผง อาหาร ไม่อึกทึกเหมือนเมื่อ 30 ปีก่อน ที่เคยเป็นศูนย์รวม ของการขนส่งสินค้าจาก กทม. ออกไปทั่วประเทศไทย

รวมทั้งตึก สำนักพิมพ์ ไทยวัฒนาพาณิช ที่เคยโด่งดังบนถนนที่จะพุ่งไปสู่หัวลำโพง ก็ปิดเรียบร้อยแล้ว ดูคล้ายๆจะมีการรื้อถอนทุบทิ้ง อีก ไม่นานข้างหน้า

มาพูดถึงอาหารการกินบ้าง ร้านอาหารที่ดัง ที่สุดย่านวงเวียน 22 กรกฎา เป็นที่โจษขานมานับสิบๆปี เห็นทีจะหนีไม่พ้นร้าน "เอี่ยมโภชนา" ซึ่งอยู่ในถนนที่ผ่านวงเวียนจะไปออกพลับพลาไชย

ร้านนี้จะอยู่ในซอยแยกอีกซอยหนึ่ง หา ไม่ยาก อาหารเด็ดของเขาก็คือ พวกหม้อไฟสดเปื่อยลูกชิ้น, สุกี้หม้อไฟ, เนื้อหมู ไก่ กระทะ ฯลฯ คนแน่นตลอด

ล่าสุด เขาเปลี่ยนเวลาขายใหม่ เปิด 4 โมงเย็น ปิดร้านตี 4 ซะแล้วครับ...ท่านที่เป็นแฟนหรือจะไปทดลองโปรดทราบเวลาใหม่ของเขาด้วย จะได้ ไม่ไปเก้อ

เมื่อพูดถึงอาหารการกินแล้วก็ต้องพูดถึง "บริการ" หรือ "กิจกรรม" ที่โด่งดังคู่วงเวียน 22 กรกฎา อีกอย่างคือ "หญิงขายบริการ" หรือโสเภณี ที่มีชื่อมาตั้งแต่หัวหน้าทีมซอกแซกเดินทางเข้ากรุงเทพฯเมื่อ 50 ปีก่อน

ทุกวันนี้ก็ยังมีอยู่ และมีตั้งแต่ตอนเที่ยงเศษๆ ที่ทีมงานของเราไปเดินเลาะตามซอกซอยแล้วด้วยซํ้า...ทีมงานเล่าว่า เธอทั้งหลายส่วนใหญ่อายุ 30-40 แต่งเนื้อแต่งตัวที่มองปราดก็รู้เลยว่าใช่

เธอจะนั่งเก้าอี้รออยู่ในซอย หลบแดดตามร้านกาแฟเล็กๆ กลุ่ม 3 คนบ้าง 4 คนบ้าง เข้าใจว่าเมื่อมีลูกค้าหรือตกลงกันได้ ก็คงจะไปโรงแรมเล็กๆแถบๆนั้น

ขออนุญาตไม่เขียนยาวนะครับเรื่องนี้ แต่จะไม่เขียนซะเลยก็ไม่ได้ เพราะเป็นสีสันส่วนหนึ่งของวงเวียน 22 กรกฎา

สุดท้ายใน "วันสุริยคราส" คาดว่าทีมงาน นักดาราศาสตร์คงจะไปตั้งกล้องกลางวงเวียน ซึ่งมีที่ว่างให้ตั้ง และที่ยืนรองรับผู้คนได้อย่างพอเพียง

ยังไงๆฝากดูการจราจรไว้ด้วยนะครับ เพราะเป็นวันทำงาน และเป็นช่วงเวลาภาคเช้าด้วย

ใครอยู่ใกล้ๆวงเวียน 22 กรกฎา จะไปร่วมดูสุริยคราสด้วยก็เชิญตามสะดวก...ส่วนท่านที่อยู่ไกลๆก็คงไม่จำเป็นต้องไปละครับ ดูที่บ้านหรือที่ทำงานเลยดีกว่า เพราะไปเยอะรถจะติดซะเปล่าๆ

อยากไปเที่ยววงเวียน 22 กรกฎา เพื่อรำลึก ความหลังกันจริงๆ ค่อยไปวันอื่นๆก็แล้วกัน.

"ซูม"

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้