ไลฟ์สไตล์
100 year

จิตสำนึก-เสียงปืน-ผืนป่า ‘สืบ นาคะเสถียร’ 21 ปีที่จากไป ป่าไทยยังคงวิกฤติ

1 ก.ย. 2554 05:35 น.
SHARE

เช้ามืดวันที่ 1 กันยายน 2533 "สืบ นาคะเสถียร" หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ตัดสินใจปลิดชีพตัวเอง และเป็นจุดเริ่มต้นของ "ตำนานนักอนุรักษ์ไทย" ผู้ที่รักป่าไม้ สัตว์ป่าและธรรมชาติ ด้วยกายและใจ

จากวันนั้นถึงวันนี้ วันที่เสียงปืนดังขึ้นกลางป่าใหญ่ แต่ได้ยินชัดเจนไปทั้งโลก เป็นเสียงจากผู้เรียกร้องความยุติธรรม ทำให้คนมาสนใจในการอนุรักษ์ป่ามากขึ้น 21 ปีที่จากไปไม่สูญเปล่า มีผู้สืบทอดเจตนารมณ์อนุรักษ์มากมาย

ทว่า สถานการณ์ปัจจุบันยังคงมีการบุกรุกทำลายป่าไม้ให้เห็นอยู่เนืองๆ อย่างที่เกิดขึ้นเป็นประเด็นร้อนอยู่ในขณะนี้คือ การบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ พื้นที่อุทยานแห่งชาติ และที่ ส.ป.ก. ของบรรดารีสอร์ต และบ้านพักตากอากาศหรู ในพื้นที่ อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา พื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลาน ซึ่งพบข้อมูลที่น่าตกใจเมื่อมีที่ดินถูกนายทุนยึดครองไปร่วมหมื่นไร่

เปรียบกฎหมายเสมือน ‘มีด’ ต้องคม ฟันทีเดียวต้องขาด!

ข่าวแนะนำ



นายสุวิทย์ รัตนมณี อธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวกับไทยรัฐออนไลน์โดยยอมรับว่าตอนนี้ป่าไม้ในเมืองไทยเข้าขั้นวิกฤติแล้ว แต่แนวโน้มที่กรมป่าไม้ตรึงอยู่ตอนนี้คิดว่าจะสามารถหยุดการบุกรุกเพิ่มเติมได้แล้ว สิ่งที่ต้องทำต่อไป คือ สร้างป่าทดแทน ฟื้นฟู โดยการแสวงหาความร่วมมือกับภาครัฐด้วยกัน หรือหาความร่วมมือจากองค์กรเอกชนอื่นๆ พยายามประชาสัมพันธ์ทุกรูปแบบ สนันสนุนทุกอย่าง และกำชับหน่วยงานที่มาอาศัยพื้นที่อยู่นั้น ให้ใช้เท่าที่จำเป็น

"เรื่องการดำเนินการมาตรการรุนแรง มันไม่ใช่การต่อสู้ที่รบราฆ่าฟันกัน เป็นเรื่องของการดูข้อกฎหมาย สิ่งที่เราทำคือทำตามกฎหมาย ถ้าเราไม่ทำก็คือการละเว้นปฎิบัติหน้าที่ ถ้ากฎหมายไม่ศักดิ์สิทธิ์การบังคับใช้ก็ไร้ประโยชน์"

อธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวต่อว่า ต้องยอมรับว่ากฎหมายป็นเครื่องมือในการดูแลรักษาป่า แต่ถ้าเครื่องมือนั้นใช้ไม่ได้ก็ดูแลรักษาป่าไม่ได้ เราต้องทำเครื่องมือให้มีประสิทธิภาพ เปรียบว่าถ้าเป็นมีดก็ต้องคม ถ้าจะฟันก็ต้องให้ขาด เราต้องทำความถูกต้องให้เกิดขึ้น เพราะฉะนั้นคนจะเดือดร้อนก็คือคนที่ทำผิดเท่านั้นเอง

อย่างไรก็ตาม ขั้นตอนต่อไป คือ การดำเนินการปลูกจิตสำนึกให้คนเกิดการรักและหวงแหนป่า ว่าภัยพิบัติต่างๆ เกิดขึ้นจากธรรมชาติทั้งนั้น เรากำลังจะบอกว่าให้ทุกคนตระหนักถึงความสำคัญของป่าไม้ ในฐานะที่ป่าไม้เป็นแหล่งไม้ แหล่งอาหาร ชุมชนที่ข้างเคียงก็ก็จะมีความอุดมสมบูรณ์ขึ้นมาเอง นี่คือมาตรการเร่งด่วนที่เรากำลังทำ



"ยุคนี้มันวิกฤติถึงขั้นต่อสู้แย่งชิงพื้นที่กันแล้ว กระทำการโดยรวดเร็ว ปัจจุบันมีการรุกป่าอย่างรุนแรงและรวดเร็วเหลือเกิน ถ้าเราไม่รุกออกไปบ้าง เขาก็จะรุกเราจนแย่"

21 ปี มูลนิธิฯเหมือนลานนาฬิกา ทุกคนคือฟันเฟือง

ด้านนางรตยา จันทรเทียร ประธานมูลนิธิสืบนาคะเสถียร กล่าวกับไทยรัฐออนไลน์ว่า ถ้ามองว่า 20 ปีมานี้ คนมีจำนวนเยอะขึ้นมาก  การผันผวนของตลาดก็สูงขึ้น การที่เรารักษาทรัพยากรของป่าได้ขนาดนี้ก็ถือว่าสำเร็จแล้ว ซึ่งเป็นผลสำเร็จของทุกคนที่มีจิตใจร่วมกัน ไม่ใช่ของมูลนิธิเพียงอย่างเดียว

สำหรับการเดินหน้าเข้าสู่ปีที่  21 วันรำลึกจากไปของสืบ นาคะเสถียรนับจากนี้ คงไม่มีอะไรใหม่มาก ทำของเก่าให้ดีกว่าเดิม รักษาแหล่งน้ำ ต้นน้ำ ผืนป่าให้เราไว้ได้ก็พอ เพราะที่ทำมาก็อยู่ในทางที่ถูกต้องแล้ว มีอะไรที่จะทำให้เป็นปัจจัยลบที่จะทำให้ทรัพยากรนี้หมดไป เราก็พยายามที่จะบอกให้เพื่อนพ้องช่วยกันบอกว่าอย่าทำเลย งานเท่าที่ทำอยู่ปัจจุบันถือว่าครอบคลุมเยอะพออยู่แล้ว เราเป็นเพียงส่วนหนึ่งของลานที่ทำให้นาฬิกาเดินได้ ช่วยนึกว่าการที่จะทำงานอะไรให้สำเร็จได้นั้น มันก็จะประกอบไปด้วยเฟืองตัวเล็ก ตัวใหญ่ ตัวกลาง แล้วทำงานประสานกันมันจึงจะสำเร็จ

ประธานมูลนิธิสืบนาคะเสถียร ยังแสดงความเป็นห่วงหลายเรื่องๆ มีทั้งเรื่องที่คิดว่าจะแก้ได้ และเรื่องที่น่าจะแก้ยากอีกด้วย

"เรื่องที่แก้ได้นั้น ในเรื่องของป่าสงวนแห่งชาติที่มีการให้เช่าอยู่ ให้เช่าสัมปทานไปเก็บหาของป่าอยู่ ถ้าสภาพของพื้นป่าไม่เหลือเพียงเท่านี้แล้ว กติกาเหล่านี้ควรจะยกเลิก ถ้ายิ่งยกเลิกได้เร็วเท่าไรก็จะดี เรื่องของการให้เช่าพื้นที่ป่านั้นไม่ว่าจะอยู่ในที่ใดก็ควรจะยกเลิก ควรจะยกเลิกแล้วนำมาฟื้นฟูธรรมชาติได้ แผ่นดินยังเป็นของส่วนรวม แต่ถ้าแผ่นดินในที่ถูกเช่า การจะเก็บมาเป็นผืนป่ามันก็ยาก เพราะส่วนใหญ่ที่เช่าไปนั้นยังไม่เคยเห็นปรากฏว่าไม่มีใครปลูกป่าธรรมชาติกลับคืนมา แต่เอาไปทำสวนทำไร่แทน"

เมื่อถามถึงความน่าเป็นห่วงของสถานการณ์ของป่าเป็นอย่างไร  ประธานมูลนิธิสืบนาคะเสถียร กล่าวว่า มูลนิธิฯ ตามข่าวเหมือนประชาชนทุกคนทั่วไป แต่เห็นได้ชัดว่าความคิดที่จะส่งเสริมให้ประชาชนนั้นปลูกสวนยางพารา ซึ่งยางพาราในสมัยนี้ก็มีราคาที่สูงมาก จึงเป็นปัจจัยเร่งทำให้หลายคนที่อยากได้ที่ดินไปปลูกยาง โดยพยายามเข้าไปบุกรุกป่าสงวนเพื่อขยายพื้นที่ในการปลูกยางพาราเอาไว้เป็นส่วนตัว ถือว่าสถานการณ์ป่าของเราตอนนี้วิกฤติแล้ว ถ้าดูแผนที่จะเห็นว่าอยู่เพียงเท่านี้แล้ว ป่าของเราไม่ใช่เป็นเพียงแต่ป่า หรือเป็นบ้านของสัตว์ป่า แต่นี่เป็นต้นน้ำแหล่งน้ำของเราเลย รวมทั้งน้ำที่เราใช้ และดื่มกิน ซึ่งเป็นที่ซับน้ำ  การที่จะมีการทำลายภูเขาเพื่อปลูกสวนยาง ผลก็คือการซับน้ำก็ทำไม่ได้ ดินก็ทลายลงมา



"ส่วนที่คิดว่ายากมากที่คิดว่าถ้าแก้ปัญหานี้แล้วคิดว่าอาจแก้ปัญหาประเทศได้เลย คือการที่จะเอาที่ดิน 90 เปอร์เซ็นต์ แต่กลับอยู่ในมือคน 10 เปอร์เซ็นต์ของคนในประเทศออกมากระจาย ซึ่งผลของการสำรวจหลายองค์กร และที่พูดกันอยู่ในสมัชชาปฏิรูปประเทศ แผ่นดินไทยในวันนี้ 90 เปอร์เซ็นต์ อยู่ในมือกลุ่มคนเล็ก อันนี้คาดหวังว่าถึงตนเองตายไปแล้วก็น่าจะต้องแก้ปัญหานี้ เป็นความหวังสูงสุดที่จะแก้ปัญหาได้ ซึ่งดูแล้วจะเป็นความหวังที่สิ้นหวัง"

นางรตยา กล่าวทิ้งท้ายเรื่องการอนุรักษ์และจิตสำนึกในหวงแหนป่าเอาไว้อย่างน่าคิด ว่า หลายคนชอบพูดเรื่องนี้ ซึ่งเป็นเรื่องที่หลายฝ่ายกำลังพยายามกัน แต่มองว่าเป็นความล้มเหลวยังไม่สำเร็จ ถึงมีคนที่พร้อมมีจิตสำนึกมาก แต่มีคนที่เห็นแก่ตัวมากกว่า อันนี้ตอบไม่ได้เหมือนกัน เพราะขึ้นอยู่กับจิตสำนึกของคนจริงๆ คำถามคือทำอย่างไรที่คนจะทำอย่างไรให้คนส่วนใหญ่เห็นด้วย ส่วนเรื่องกฎหมายก็มีความเกี่ยวพันกัน คือกฎหมายบ้านเรามีกติกาอะไรต่างๆ ที่เยอะแยะ แต่คนที่ไม่มีความรู้สึก กฎหมายอะไรก็สร้างจิตอนุรักษ์ขึ้นมาไม่ได้ แต่กฎหมายก็คือกติกาส่วนรวม เป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตเท่านั้นเอง

นี่คือสถานการณ์ที่เป็นของป่าไม้ในเมืองไทยในขณะนี้ที่หลายฝ่ายกำลังประสานเสียงพร้อมกันว่าเข้าขั้นวิกฤติ เมื่อจิตสำนึกคนไทยกำลังจะค่อยๆจางหาย ป่าไม้ของไทยก็ลดลงตามไปด้วย หากทุกฝ่ายยังไม่ร่วมด้วยช่วยกัน ต่อให้มีมูลนิธิสิบนาคะเสถียรอีก 10 แห่ง หรือกรมป่าไม้อีก 10 กรม ก็ไม่สามารถที่จะต่อลมหายใจของผืนป่าเมืองไทยได้ อย่าให้ต้องมีเสียงปืนอีกครั้ง แล้วจึงค่อยหันมาอนุรักษณ์ผืนป่าอย่างจริงจัง.

 

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันเสาร์ที่ 19 มิถุนายน 2564 เวลา 14:50 น.