ข่าว
100 year

พระตำหนักภูพิงค์ (วันนี้)

ซูม3 ก.ค. 2554 05:00 น.
SHARE

เนื่องด้วยหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ และมูลนิธิไทยรัฐ และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กระทรวงศึกษาธิการ จะจัดสัมมนาผู้บริหารโรงเรียนไทยรัฐวิทยาทั่วประเทศ ที่จังหวัดเชียงใหม่ ในวันที่ 8–10 กรกฎาคมนี้

เป็นงานใหญ่ประจำปีงานหนึ่งของหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ และได้รับเกียรติจากผู้หลักผู้ใหญ่ของบ้านเมืองไปเป็นประธานในพิธีเปิดประชุมมาโดยตลอด

สำหรับปีนี้ ฯพณฯ พลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี กรุณาให้เกียรติไปเป็นประธานและแสดงปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “การพัฒนาจริยธรรมสำหรับเยาวชน” ในวันเสาร์ที่ 9 ก.ค. ณ โรงแรม เชียงใหม่พลาซ่า อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ซึ่งหนังสือพิมพ์ไทยรัฐจะนำสาระและรายละเอียดมารายงานท่านผู้อ่านในโอกาสต่อไป

เพื่อเป็นข้อมูลสำหรับชาวคณะบรรณาธิการไทยรัฐ ที่จะไปร่วมสัมมนาครั้งนี้ ทีมงานซอกแซกจึงส่งหน่วยพิเศษ นำโดย “ฤทธิ์  ศิษย์ซูม” ไปสำรวจเชียงใหม่เสียก่อนว่ามีอะไรน่าสนใจบ้าง? และควรจะไปเที่ยวที่ไหนบ้าง?

ฤทธิ์ ยืนยันว่า พระตำหนักภูพิงค์ ซึ่งขณะนี้เปิดให้ประชาชนเข้าชมได้โดยสะดวกนั้น น่าแวะไปเที่ยวมากที่สุด เพราะมีอะไรหลายๆอย่างที่เห็นแล้วประทับใจ

ฤทธิ์เกริ่นไว้ว่า...นักท่องเที่ยวไปเยือน จ.เชียงใหม่ เมื่อใด ร้อยทั้งร้อย อยากแวะไปดูความ น่ารักน่าชังของเจ้าหลินปิง แห่งสวนสัตว์เชียงใหม่กันทั้งนั้น

แต่ยังมีแหล่งเที่ยวอีกสถานที่หนึ่ง ที่นักท่องเที่ยวมักขับรถผ่านเลยไป เพราะคิดว่าเป็นเขตหวงห้าม นั่นคือ พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ ที่ปัจจุบันเปลี่ยนจากเขตหวงห้าม เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านพฤกษศาสตร์ และแหล่งพักผ่อนหย่อนใจ

พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์  เปิดให้ประชาชนทั่วไปได้เข้าชมตั้งแต่ปี 2543 แล้ว แต่นักท่อง เที่ยวยังไม่มาก เพราะคิดว่าเป็นเขตหวงห้ามดังกล่าว

จึงอยากจะเรียนให้ทราบว่า พระตำหนัก ภูพิงค์ในปัจจุบันนี้เปิดกว้างสำหรับทุกๆท่านครับ ถ้ามีโอกาสอย่าลืมแวะด้วย

บรรยากาศภายในพระตำหนักสวยงามไม่แพ้ที่ไหน อัตราค่าผ่านประตูก็ถูกแสนถูก โดยคิดคนไทย 20 บาท ต่างชาติ 50 บาท นักเรียน นักศึกษาในเครื่องแบบ เด็กสูงไม่เกิน 120 ซม. 10 บาท

แถมยังมีรถกอล์ฟไว้บริการนักท่องเที่ยวที่ข้อเข่าไม่ดี สนนราคา 300 บาท ต่อ 3 ท่าน ใช้เวลาเยี่ยมชม 50 นาที โดยพนักงานขับรถจะทำหน้าที่ไกด์บรรยายละเอียดยิบ ได้สัมผัสธรรมชาติอย่างใกล้ชิด

สำหรับประวัติคร่าวๆของพระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ ตั้งอยู่บนดอยบวกห้า ต.สุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ เป็นพระตำหนักที่ประทับในวโรกาสที่เสด็จพระราชดำเนินแปรพระราชฐานมาประทับแรมที่จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อทรงเยี่ยมเยียนราษฎรในเขตภาคเหนือ และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ใช้เป็นที่รับรองพระราชอาคันตุกะที่เสด็จ เยือนประเทศไทยด้วย

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระ กรุณาโปรดเกล้าฯให้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.2504 ระยะแรกพื้นที่ส่วนใหญ่ยังคงเป็นสวนป่า ระหว่างตัวพระตำหนักกับเรือนรับรองตกแต่งด้วยสวนไม้ใบและสวนหิน เป็นส่วนใหญ่

ต่อมา สมเด็จพระนาง เจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงริเริ่มให้มีการปลูกไม้ดอกที่มีสีสันมากขึ้น โดยเฉพาะ ดอกกุหลาบ จึงเป็นจุดเริ่มต้นของ “กุหลาบเวียงพิงค์” ซึ่งปัจจุบันมีถึง 340 สายพันธุ์

สำหรับพื้นที่ที่เปิดให้เข้าชมในขณะนี้ที่น่าสนใจ ได้แก่ “เรือนปีกไม้”  ซึ่งเป็นเรือนที่ประทับของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณ วลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี หรือพระราชอาคันตุกะและผู้ได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พัก

“พลับพลาผาหมอน” และสวนเฟิน เป็นเนินเขาเตี้ยๆ แต่เดิมปลูกต้นไม้แบบสวนป่าธรรมชาติ มีกระท่อมแบบชาวเขา  สร้างด้วยไม้ไผ่  หลังคามุงแฝก ใช้เป็นที่ประทับพักผ่อนพระราชอิริยาบท และเสวยพระกระยาหารในบางครั้ง

นอกจากนี้ยังมี “สวนเฟินธรรมชาติ” รอบผาหมอน โดยนำเฟินชนิดต่างๆ มาออกแบบตกแต่งใหม่ให้กลมกลืนกับธรรมชาติมากที่สุด ต้นเฟินหลายต้นที่ปลูกมีอายุระหว่าง 60-100 ปี โดยเฉพาะบริเวณนี้จะมีจิ้งจกน้ำซึ่งเป็นสัตว์หาดูได้ยาก ใส่ตู้กระจกไว้ให้ชม

ส่วนพระตำหนักอื่นๆที่น่าสนใจก็มีพระตำหนัก สิริส่องภูพิงค์ มีชื่อเรียกโดยทั่วไปว่า “พระตำหนักยูคาลิปตัส” ก่อสร้างตามพระราชเสาวนีย์ของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่ทรงให้นำไม้ยูคาลิปตัสมาทดลองใช้ประโยชน์ในการก่อสร้างที่พักอาศัยในรูปแบบล็อก เคบิน โดยกองทัพภาคที่ 3 เป็นเจ้าของโครงการ

พระตำหนักพยัคฆ์สถิต ซึ่งเป็นพระตำหนักยูคาลิปตัสแบบบล็อก เคบิน อีกหลังที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ มีพระราชเสาวนีย์ให้สร้างขึ้น เพื่อพระราชทาน สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร สำหรับทรงใช้เป็นที่ประทับ

พระตำหนักพฤกษาวิสุทธิคุณ เป็นอาคาร 2 ชั้น มีชั้นใต้ดิน ตั้งอยู่บนเนิน เป็นสถาปัตยกรรมไทยภาคกลางผสมกับภาคเหนือ เป็นที่ประทับของ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์

นอกจากนี้ยังมี สวนสุวรี เป็นสวนกุหลาบที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้มีพระราชเสาวนีย์ให้ดำเนินการจัดสร้างเมื่อ พ.ศ.2542 และพระราชทานนามว่า “สวนสุวรี” เพื่อเป็นการรำลึกถึงท่านผู้หญิง สุวรี เทพาคำ นางสนองพระโอษฐ์ที่ถึงแก่อนิจกรรมไปแล้ว

อ่างเก็บน้ำ และ น้ำพุ เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่กักเก็บน้ำไว้ใช้บริเวณพระตำหนัก ริมอ่างเก็บน้ำด้านข้าง มีพลับพลาที่ประทับ สร้างด้วยไม้สักทองรอบๆอ่างเก็บน้ำจะมีเป็นสวนดอกไม้เมืองหนาวที่ทั้งแบบประดิษฐ์ กับแบบธรรมชาติ และในอ่างเก็บน้ำมีน้ำพุประกอบเสียงดนตรี ชื่อน้ำพุ “ทิพย์ธาราแห่งปวงชน”

โซนนี้จะมีมุมร้านขายชา ให้นักท่องเที่ยวแวะนั่งจิบชา ดื่มด่ำกาแฟ และลิ้มรสขนมวอฟเฟิลร้อนๆจากเตา สูตรเฉพาะไม่เหมือนใคร รับรองว่าจะได้รสชาติไปอีกแบบ

ขากลับยังสามารถแวะอุดหนุนเห็ดหลินจือ จากโครงการพิเศษสวนเกษตรเมืองงาย บริเวณ ด้านหน้าโครงการมาฝากคนที่บ้าน เรียกว่าเป็นทริปทัวร์ประทับใจอีกแห่ง ที่ต้องกลับมาเยือนอีกครั้งช่วงหน้าหนาวนี้

สรุปว่า ช่วงนี้ถ้ามีโอกาสขึ้นเชียงใหม่อย่าลืมแวะไปเยือนพระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ด้วย รับรองไม่ผิดหวังแน่นอน

ส่งท้ายของส่งท้าย วันนี้อาทิตย์ที่ 3 ก.ค. เป็นวันเลือกตั้ง...อย่าลืมไปใช้สิทธิใช้เสียงด้วยนะครับ ตั้งแต่ 8 โมงเช้า ถึงบ่าย 3 โมงเย็น.

 

“ซูม”

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้