Thairath Logo
กีฬา

"ทางตัน" ของใครกันแน่

Share :

ไม่ผิดจากความเป็นจริง แต่อาจผิดหูคนหมั่นไส้

กับอารมณ์ของมวยเขี้ยวการเมืองระดับนายสมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำพรรคพลังประชารัฐ ออกมาอวยคนร่างรัฐธรรมนูญฉบับ “มีชัย” มองเกมขาด อ่านปัญหาล่วงหน้า

ในการใช้ 250 ส.ว.มาแก้ชนวนการเมืองไม่ให้ลุกเป็นไฟ

ตามฉากสถานการณ์มันก็เป็นอะไรที่ “มโน” กันได้หากไม่มีบทเฉพาะกาลรัฐธรรมนูญกำหนดให้การเลือกนายกรัฐมนตรีต้องทำในที่ประชุมรัฐสภา ส.ส.500 คน บวกกับ ส.ว.250 เสียง

ตามเงื่อนไขสถานการณ์ ถ้าไม่กี่ชั่วโมงภายหลังการเลือกตั้งวันที่ 24 มีนาคม ขุมข่ายนายห้างดูไบ พรรคเพื่อไทย แท็กทีมพรรคอนาคตใหม่ของ “ไพร่หมื่นล้าน” นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ พรรคประชาชาติ พรรคเพื่อชาติ พรรคเศรษฐกิจใหม่ของ “เฮียมิ่ง” นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ จับขั้วกันติด

และน่าจะไม่พลาดกับคิวของ “เสี่ยหนู” นายอนุทิน ชาญวีรกูล พรรคภูมิใจไทย รีบโดดเกาะขบวน

เป็นรัฐบาลเสียงข้างมากเกินกึ่งหนึ่งของสภาเกือบ 300 เสียง

ชิงพลิกขั้วอำนาจจากฝั่ง คสช.กลับไปอยู่มือของ “นายใหญ่” ทันที

และนั่นก็จะจุดหัวเชื้อชนวนไวไฟทันที กับกระแส “นิรโทษกรรม” ตามรอยที่นายธนาธรแบะท่าถางทางรอไว้ตั้งแต่ก่อนเลือกตั้ง ต้องเปิดโอกาสให้อดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร กลับมาเคลียร์คดีทุจริตกันใหม่ เพราะโดนตัดสินจากอำนาจหลังรัฐประหาร

ตั้งท่ารื้อกระบวนการยุติธรรม ทั้งๆที่ศาลมีคำพิพากษาไปแล้ว

แนวโน้มได้ปะทะกันเดือดแน่ เพราะอีกฝั่งก็อ่านทางดักสัญญาณไว้ ในอารมณ์แบบที่ “ลุงกำนัน” นายสุเทพ เทือกสุบรรณ หัวขบวนพรรครวมพลังประชาชาติไทย กระตุกขุมกำลัง กปปส.ให้เตรียมพร้อมทำสงครามรอบใหม่ ถ้าระบอบ “ทักษิณ” ฟื้นกลับมา
สถานการณ์วนกลับเข้า “หลุมดำ” บ้านเมืองลุกเป็นไฟ

บังเอิญติดด่าน 250 ส.ว.ทำให้ขุมกำลังดูไบตั้งได้แค่ “รัฐบาลลม” เพราะรวมเสียงยังไงก็ไม่ถึง 376 แต้ม เกินกึ่งหนึ่งของรัฐสภา แถมเสียงยังแกว่งไปแกว่งมาเพราะกติกาเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญใหม่ ไม่ได้รวมแต้มกันง่ายๆ ตั้งรัฐบาลได้ตั้งแต่คืนแรกหลังรู้ผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ

นั่นก็เลยนำมาซึ่งอาการพาลล้มกระดานเลือกตั้ง อย่างที่นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ มือกฎหมายยี่ห้อ “ทักษิณ” เดินเกมยื่นร้องผู้ตรวจการแผ่นดินส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ

หลังล็อกเป้าถล่ม “7 เสือ กกต.” คณะกรรมการการเลือกตั้ง แห่กระแสโซเชียลฯตีปี๊บข้อหาจัดเลือกตั้งไม่โปร่งใส ตุกติกการนับคะแนน คิดแต้มปาร์ตี้ลิสต์เข้าทางขั้วหนุน “นายกฯลุงตู่” ตีตั๋วต่อ

โหนคราบประชาธิปไตยขี่คอเผด็จการ

แต่โหมเกมเล่นไปเล่นมา มันเผลอย้อนคอหอยกันเอง

กับอาการของนักเลือกตั้งอาชีพ ทั้งพรรคเพื่อไทยขุมข่าย “นายใหญ่” ทีม “เจนอัลฟา” พรรคอนาคตใหม่ รวมไปถึงพรรคครึ่งๆกลางๆอย่างยี่ห้อประชาธิปัตย์

ตั้งท่าต่อต้าน 250 ส.ว. ปิดสวิตช์ไม่ให้โหวตเลือกนายกรัฐมนตรี เพราะไม่เป็นประชาธิปไตย

ทั้งๆที่ 250 ส.ว.เป็นบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญที่ผ่านการทำประชามติ 16 ล้านเสียง

เทียบกับเกมแห่ “รัฐบาลแห่งชาติ” ที่ไม่มีอยู่ในรัฐธรรมนูญ

โดยที่เงื่อนไขสถานการณ์ก็ยังไม่ถึง “ทางตัน” แต่อย่างใด

ในเมื่อ กกต.ยังไม่ทันประกาศผลเลือกตั้งอย่างเป็นทางการในวันที่ 9 พฤษภาคม ขณะที่ยังไม่รู้ผลศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยปมนับคะแนนปาร์ตี้ลิสต์ออกมาอย่างไร

อีกทั้งไม่ว่าจะออกมุมไหน “นายกฯลุงตู่” ก็ยังเป็นนายกรัฐมนตรีต่อแน่

ไม่ได้เกิดสุญญากาศในการบริหารราชการแผ่นดิน

หรือประเมินกันตามรูปการณ์ มองโลกในแง่ร้ายสุด ถ้าทีมหนุนนายกฯลุงตู่รวบรวมแต้ม ส.ส.ได้ไม่ถึง 251 เสียง ไม่เกินกึ่งหนึ่งของสภาฯ ก็ต้องเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย ยุบสภาเลือกตั้งใหม่

นั่นก็ยังได้วัดใจ “งูเห่า” จะเสี่ยง หรือเลื้อยมาเดี่ยว มาเป็นก๊วน หรือมายกพรรค

เลือกตั้งยังไม่ถึงทางตัน ตรงกันข้ามสถานการณ์ “ทางตัน”

น่าจะเป็นทีมประชาธิปัตย์ของ “เทพไท เสนพงศ์” ที่เป็นสายตรง “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” เกาะเอวฝั่งปรมาจารย์ชวน หลีกภัย

แต่ตามจังหวะ “ดุลอำนาจ” ไปอยู่กับทีมของนายถาวร เสนเนียม แกนนำพรรคสายตรง “ลุงกำนัน” ที่แพ็กแนวร่วม ส.ส.สอบได้ส่วนใหญ่กว่า 30 เสียง พร้อมหนุน “ลุงตู่” เป็นตีตั๋วต่อนายกรัฐมนตรี

แน่นอนโควตาเก้าอี้รัฐมนตรี ก็น่าจะอยู่ในโซนของทีม “ถาวร”

ส่วนในมุม “ทางตัน” ของทีม “นายห้างดูไบ” รอบนี้ถ้าพลิกขั้วอำนาจล้มทีม “ลุงตู่” ไม่ได้

หนทาง “นิรโทษกรรม” กลับบ้าน เลิกฝันไปเลย.

ทีมข่าวการเมือง

อ่านเพิ่มเติม...
สมศักดิ์ เทพสุทินอนุทิน ชาญวีรกูลเทพไท เสนพงศ์250 ส.ว.นิรโทษกรรมวิเคราะห์การเมืองทีมข่าวการเมืองเลือกตั้ง