Thairath Logo
กีฬา

ชัยชนะบนความพ่ายแพ้

Share :

เป็นเรื่องตลกที่ขำไม่ออก เมื่อกฎหมายรัฐธรรมนูญ กับกฎหมายเลือกตั้ง ส.ส. ที่เป็นกฎหมายลูก เขียนกติกาขัดแย้งกันเองในการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ทำให้ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ต้องส่งไปให้ ศาลรัฐธรรมนูญ ตีความ เพราะถ้าเอา ส.ส.บัญชีรายชื่อไปแจกให้พรรคเล็กพรรคน้อยที่มีคะแนนเสียงเพียง 3–4 หมื่นคะแนน ซึ่งไม่มีสิทธิได้ ส.ส.อยู่แล้ว เพราะต่ำกว่าคะแนนเฉลี่ย ส.ส.ที่พึงมี คือ 71,000 คะแนนต่อ ส.ส. 1 คน ถ้า กกต.เอาไปแจกให้ 25 พรรคอย่างที่เคยประกาศ อาจขัดกับรัฐธรรมนูญมาตรา 91 (4) ที่กำหนดให้ การจัดสรร ส.ส.บัญชีรายชื่อให้แต่ละพรรคจะให้เกินกว่า ส.ส.ที่แต่ละพรรคพึงมีไม่ได้

มันก็เลยยุ่งเป็นฝอยขัดหม้ออย่างที่เห็น

ผมไม่ใช่นักกฎหมาย แต่คิดตามหลักกฎหมายธรรมดา ที่ประชาชนทั่วไปพึงต้องรู้ กฎหมายรัฐธรรมนูญ คือ กฎหมายสูงสุดของประเทศ เป็น กฎหมายแม่ ของกฎหมายทั้งหมด กฎหมายลูก กฎหมายเลือกตั้ง ส.ส. ส.ว. หรือกฎหมายอื่นใด จะขัดแย้งกับกฎหมายรัฐธรรมนูญไม่ได้ ถ้าขัดแย้งก็ต้องยึดกฎหมายรัฐธรรมนูญเป็นหลักปัญหาการเมืองที่เกิดขึ้นในประเทศไทยวันนี้ก็เป็นเพราะ การนำกฎกติกาพิสดารที่ไม่เป็นประชาธิปไตยมาเขียนไว้ใน

รัฐธรรมนูญ เขียนไว้ในกฎหมายลูก เช่น การคิดคะแนน ส.ส.บัญชีรายชื่อเพื่อจัดสรรให้พรรคต่างๆ ที่มีปัญหาจนต้องส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ เป็นบาปกรรม ที่ คณะกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ ชุด นายมีชัย ฤชุพันธุ์ สร้างไว้กับประเทศชาติ ถ้าไม่มีการแก้ไขให้ถูกต้อง เอาคะแนนเสียงบริสุทธิ์ของประชาชน ไป แจกให้พรรคการเมืองที่ประชาชนไม่ได้เลือก ทุกครั้งที่มีเลือกตั้ง ในที่สุดเราจะได้ “คนไม่ดี” ที่ ประชาชนไม่เลือก เข้าไปนั่งในสภา

ผมไม่ได้ติดใจที่ กกต. ส่งให้ ศาลรัฐธรรมนูญตีความ ไม่ว่าศาลรัฐธรรมนูญจะรับตีความหรือไม่รับตีความ หรือตีความออกมาแบบไหน ถ้า ส.ส.ไม่มีสปิริต ไม่มีจิตวิญญาณประชาธิปไตย ยอมเป็นงูเห่า ยอมขายตัว เหมือนที่เคยเกิดขึ้นในสภาหินอ่อนในอดีต กฎกติกาอะไรก็ช่วยไม่ได้

ปัญหาทางตันที่เกิดขึ้นในวันนี้ สองพรรคใหญ่ไม่สามารถรวม ส.ส. ได้เกินครึ่งในสภา 251 คน เพื่อเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล จึงพยายามสร้าง “งูเห่า” ขึ้นมาในรัฐสภา แม้จะสร้างงูเห่าได้สำเร็จ มีเสียงงูเห่าสนับสนุนเพียงพอที่จะจัดตั้งรัฐบาลได้ มี ส.ว.แต่งตั้งอีก 250 คนสนับสนุน แต่ก็ต้องแลกมาด้วยการลงทุนมหาศาล อนาคตที่ไม่มีความมั่นคง ต้องคอยเลี้ยงงูเห่าตลอดไป ไม่ให้แว้งกลับมาฉกกัด ซึ่งเป็นการเมืองน้ำเน่าแบบเดิมในอดีต แล้วเราจะฝากอนาคตประเทศชาติไว้กับการเมืองแบบนี้หรือ

เวลานี้เริ่มมีคนมองหาทางเลือกใหม่แล้ว เช่น รัฐบาลแห่งชาติ นายกรัฐมนตรีคนกลาง ในไลน์กลุ่มก็มีการเสนอชื่อ นายกรัฐมนตรีคนกลาง เล่นๆแล้ว แต่คงเป็นไปได้ยาก

ผมวิเคราะห์ตามสถานการณ์ที่เป็นอยู่คาดว่า พรรคพลังประชารัฐคงสามารถ จัดตั้งรัฐบาลผสมมากพรรคได้สำเร็จในที่สุด และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้เป็นนายกรัฐมนตรีสมัยที่สอง สมใจ แต่จะเป็นผู้นำรัฐบาลผสมที่อ่อนแอมาก เพราะผสมกันสิบกว่าพรรค ร้อยพ่อพันแม่ ทุกพรรคมีผลประโยชน์ทั้งนั้น การบริหารประเทศจะยากลำบาก การทุจริตคอร์รัปชันจะเต็มไปหมด เพราะนายกฯต้องเกรงใจ ส.ส.ในรัฐบาลผสมที่ยกมือให้ ลองหลับตานึกดูว่าอนาคตประเทศไทยจะเป็นอย่างไร

ที่ผมวิเคราะห์มานี้ ไม่ได้มโนเอาเอง แต่เป็นเรื่องจริงที่เคยเกิดขึ้นในประเทศไทยมาแล้ว ทำให้ประเทศไทยมีการ ปฏิวัติรัฐประหารถึง 13 ครั้ง ด้วยเหตุผลเดิมๆ

เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ ได้เป็น นายกรัฐมนตรีรัฐบาลผสมกว่าสิบพรรค แต่มีเสียงข้างมากปริ่มน้ำ ถ้าฝ่ายค้านรวมตัวกันเข้มแข็ง คัดค้านกฎหมายสำคัญของรัฐบาล เปิดอภิปรายบ่อยๆ มีโอกาสก็เปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี รัฐบาลผสมที่อ่อนแอเช่นนี้จะอยู่ได้นานแค่ไหน เผลอๆไม่เกินปีหน้าอาจได้เลือกตั้งใหม่ แต่สิ่งที่เสียไปก็คือโอกาสของประเทศชาติและประชาชน เศร้าใจจริงๆ.

“ลม เปลี่ยนทิศ”

อ่านเพิ่มเติม...
กฎหมายเลือกตั้งคำนวณ ส.ส.กฎหมายลูกรัฐธรรมนูญมีชัย ฤชุพันธุ์หมายเหตุประเทศไทยลม เปลี่ยนทิศ