Thairath Logo
กีฬา

ซูดานแผ่นดินแห่งความขัดแย้ง (1)

Share :

ซูดานเป็นประเทศใหญ่ที่การเมืองในไม่เคยสงบครับ มีการปกครองแบบประชาธิปไตยก็จริง แต่เป็นเพียงรูปแบบประชาธิปไตยหลอกโลก ในด้านการปฏิบัติแล้ว ประเทศนี้ปกครองโดยเผด็จการที่มีการทะเลาะเบาะแว้งแย่งอำนาจของบุคคลระดับสูงในกองทัพตลอดเวลา

สัปดาห์ที่แล้ว มีการปฏิวัติรัฐประหารรัฐบาลประธานาธิบดีโอมาร์ อัล-บาเชียร์ เรื่องนี้น่าจะเป็นกรรมเก่าครับ เพราะประธานาธิบดีบาเชียร์ก็มาจากการปฏิวัติรัฐประหารเช่นกัน

ศาลอาญาระหว่างประเทศตั้งข้อหาว่านายบาเชียร์ทำอาชญากรรมสงครามและอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ การโดนหมายจับระหว่างประเทศ 2 หมายทำให้แกจึงไม่ค่อยกล้าเดินทางออกแผ่นดินซูดาน เพราะกลัวโดนจับถูกยัดใส่เครื่องบินไปส่งที่สวิตเซอร์แลนด์ แกจึงไปเฉพาะประเทศที่ยังพอมีความสัมพันธ์กับรัฐบาลของแกค่อนข้างดี อย่างอียิปต์ ซาอุดีอาระเบีย และแอฟริกาใต้ แต่ที่แอฟริกาใต้นี่ก็เคยมีปัญหา ‘เกือบไป’ เมื่อ พ.ศ. 2558 ขณะกำลังประชุม ศาลแอฟริกาใต้พิจารณาว่าจะดำเนินการจับกุมนายบาเชียร์ตามหมายจับระหว่างประเทศหรือเปล่า ทำให้นายบาเชียร์ต้องรีบหนีขึ้นเครื่องบินแล้วบินออกจากแอฟริกาใต้ทันที

ผู้เขียนไปซูดานหลายครั้ง ที่สนใจไปประเทศนี้เพราะเห็นว่ามีทรัพยากรธรรมชาติมากและเป็นประเทศใหญ่ที่สุดในทวีปแอฟริกา แม้ว่าจะถูกแยกไปเป็นเซาท์ซูดาน เมื่อ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2554 ซึ่งทำให้พื้นที่หายไป 619,745 ตร.กม. แต่ซูดานก็ยังเหลือพื้นที่มากถึง 1.86 ล้าน ตร.กม. ใหญ่กว่าไทย 3.5 เท่า ทว่ามีประชากรน้อยกว่าเรามาก

คนซูดานแตกแยกขัดแย้งกันเยอะ คบกับผู้คนทางแถบนี้มากๆ แล้วก็จึงรู้ว่าใต้สมองของคนพวกนี้มีแต่เรื่องโจมตีกัน สมัยที่ยังไม่แยกแตกประเทศเป็นเซาท์ซูดาน พวกนี้ก็ทะเลาะกันเรื่องศาสนาและเผ่าพันธุ์ พวกทางตอนใต้เป็นพวกแอฟริกันพื้นเมือง เป็นพวกเผ่าพันธุ์แอฟริกันของแท้ ผิวดำจัด ตัวสูงปรี๊ด นับถือศาสนาคริสต์ ในขณะที่พวกทางตอนเหนือเป็นเผ่าพันธุ์อาหรับ-แอฟริกัน นับถือศาสนาอิสลาม และต้องการนำหลักศาสนามาใช้ในการปกครองอย่างเคร่งครัด

คนทางเหนือเป็นพวกมีอำนาจ เป็นรัฐบาล เป็นพวกอาหรับ-แอฟริกันที่ในสมองนึกถึงแต่จะเอาแร่และน้ำมันไปขาย ผมมีประสบการณ์เข้าประชุมกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเหมืองแร่และน้ำมันที่กรุงคาร์ทูมเมื่อ 15 ปีที่แล้ว ทั้งที่น้ำมันส่วนใหญ่อยู่ในเซาท์ซูดาน แต่ในการเจรจา รัฐบาลไม่เคยพูดถึงการนำส่วนแบ่งไปให้พวกทางใต้เลย นี่อาจจะเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผู้คนทางใต้ทะเลาะกับรัฐบาลกลาง และแยกแผ่นดินทางใต้ไปตั้งเป็นประเทศเอกราชชาติใหม่

ส่วนทางตะวันตกก็มีปัญหาเยอะ อย่างที่ผมเรียนไปแล้ว ว่าผู้ปกครองมีเชื้อสายอาหรับ-แอฟริกัน แต่ทางตะวันตกแถวจังหวัดดาร์ฟัวร์เป็นคนแอฟริกันพื้นเมืองที่นับถือศาสนาอิสลาม แม้ว่าจะศาสนาเดียวกันกับกลุ่มผู้ปกครอง ทว่าเป็นคนละชาติพันธุ์ จึงถูกพวกรัฐบาลกลางที่กรุงคาร์ทูมเอาเปรียบในเรื่องสิทธิการถือครองที่ดิน แหล่งน้ำ น้ำมัน รวมทั้งการเข้าเรียนหนังสือและการทำงานในตำแหน่งต่างๆ

พวกตะวันตกต่อต้านรัฐบาลเหมือนคนทางใต้ แต่คนตะวันตกไม่สามัคคี แม้ว่าจะทำตัวเป็นกบฏเหมือนกัน แต่ก็ยังแยกแตกออกเป็น 13 กลุ่มย่อย รบกับรัฐบาลกลางด้วย รบกันเองด้วย ประเทศรอบซูดานบางแห่งก็ยอมให้กลุ่มกบฏเข้าไปตั้งศูนย์บัญชาการอยู่ในแผ่นดินของตนเอง มีปัญหาถูกปราบปรามก็หนีไปประเทศรอบบ้าน

ปัญหาความขัดแย้งในซูดานแรงมากขึ้น ส่วนหนึ่งเป็นเพราะจีนครับ จีนเป็นประเทศที่ต้องการน้ำมันไปใช้ในโรงงานการผลิตของตนเป็นจำนวนมาก จึงไปอุดหนุนน้ำมันจากรัฐบาลกลาง รัฐบาลซูดานได้เงินจากจีนก็นำไปซื้ออาวุธมาปราบกบฏ การปราบกบฏของรัฐบาลกลางได้ลามปามไปฆ่าฟันข่มขืนประชาชนคนทั่วไปตายเป็นแสนด้วย รัฐบาลซูดานจึงถูกโลกประณามว่าการปราบกบฏในดาร์ฟัวร์เป็นการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์มนุษย์ที่นับถือศาสนาอิสลามด้วยกันโดยแท้จะเป็นอย่างไร พรุ่งนี้มารับใช้กันต่อครับ.

นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย
songlok1997@gmail.com 

อ่านเพิ่มเติม...
ซูดานโอมาร์ อัล-บาเชียร์ปฏิวัติรัฐประหารประชาธิปไตยเปิดฟ้าส่องโลกนิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย