วันศุกร์ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
นิวซีแลนด์สั่งทบทวนกฎหมายพกปืน “ล้อมคอก” คดีคลั่งยิง

นิวซีแลนด์สั่งทบทวนกฎหมายพกปืน “ล้อมคอก” คดีคลั่งยิง

  • Share:

ส่งคนร้ายกราดยิงในมัสยิดในเมืองไครสต์เชิร์ช นิวซีแลนด์ เข้าเรือนจำ หลังรับทราบข้อหาฆาตกรรมและอาจเจอตามหลังอีกหลายกระทง ศาลนัดพิจารณานัดแรก 5 เม.ย.นี้ ด้าน นายกรัฐมนตรีหญิง “จาซินดา อาร์เดิร์น” เดินทางดูจุดเกิดเหตุ เล็งพิจารณาเปลี่ยนแปลงกฎหมายการครอบครองอาวุธปืน หลังคนร้ายมีใบอนุญาตถูกต้อง ขณะที่อินเดีย ปากีสถาน บังกลาเทศ ตุรกี อินโดนีเซีย ออกมาระบุมีพลเมืองได้รับบาดเจ็บ-เสียชีวิตจากเหตุกราดยิงครั้งนี้ด้วย

สำนักข่าวต่างประเทศยังเกาะติดรายงานเหตุกราดยิงที่มัสยิดลินวูด และมัสยิดอัล นูร์ ใจกลางเมืองไครสต์เชิร์ช ซึ่งอยู่ห่างกันราว 6.5 กม. ในประเทศนิวซีแลนด์ เมื่อช่วงเย็นวันศุกร์ที่ 15 มี.ค.ที่ผ่านมา (ตามเวลาท้องถิ่น) ขณะชาวมุสลิมกำลังประกอบพิธีละหมาด ทำให้มีผู้เสียชีวิตทั้งสองแห่งรวมกันถึง 49 ศพ บาดเจ็บอีก 48 ราย โดยคนร้ายที่ก่อเหตุที่เมืองไครสต์เชิร์ช ยังถ่ายทอดสดผ่านเฟซบุ๊กจากกล้องที่ติดไว้ที่ศีรษะ ขณะลงมือลั่นไกกราดยิง และยังโพสต์ว่ากลุ่มผู้อพยพเป็น “ผู้รุกราน” และตนเป็นพวกกลุ่มชาตินิยมขวาจัด ที่ออกมาแก้แค้นแทนชาวยุโรปที่ถูกกลุ่มมุสลิมโจมตีและสังหาร ส่วนการก่อเหตุที่มัสยิดในเมืองลินวูด ตำรวจสามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยได้ 3 ราย

ต่อมาเมื่อวันที่ 16 มี.ค. นายเบรนตัน ฮาร์ริสัน ทาร์เรนต์ วัย 28 ปี ชาวออสเตรเลีย คนร้ายที่ก่อเหตุกราดยิงในมัสยิดอัลนูร์ ที่เมืองไครสต์เชิร์ช ถูกนำตัวขึ้นศาลเขตเมืองไครสต์เชิร์ช เพื่อรับทราบข้อหาก่อเหตุฆาตกรรม ก่อนถูกส่งตัวเข้าเรือนจำและศาลนัดพิจารณาคดีอีกครั้งในวันที่ 5 เม.ย. ท่ามกลางเจ้าหน้าที่ที่มีอาวุธครบมือคอยคุ้มกันกว่า 10 นาย และมีนักข่าวรอทำข่าวอยู่ที่หน้าศาลเกือบ 50 คน ขณะที่นายทาร์เรนต์ถูกใส่กุญแจมือ อยู่ในชุดนักโทษสีขาวไม่ได้กล่าวหรือแสดงสีหน้าใดๆ ขณะที่ทนายของนายทาร์เรนต์ก็ไม่ได้ร้องขอประกันตัวลูกความ เจ้าหน้าที่เผยว่า นายทาร์เรนต์ยังจะถูกตั้งข้อหาอื่นๆตามมาอีกหลายกระทง

ด้านนายกรัฐมนตรีหญิง จาซินดา อาร์เดิร์น แห่งนิวซีแลนด์ บินไปยังเมืองไครสต์เชิร์ช เปิดเผยว่า คนร้ายรายนี้อาศัยอยู่ที่เมืองดะนีดีน เมืองติดทะเลตอนใต้ของเมืองไครสต์เชิร์ช เดินทางมาแล้วทั่วโลก พำนักอยู่ในประเทศเป็นช่วงๆ และมีใบอนุญาตครอบครองปืนถูกต้องตามกฎหมาย ส่วนปืนที่ใช้ก่อเหตุมี 5 กระบอก มีทั้งปืนสั้นและปืนกึ่งอัตโนมัติ ดังนั้นสิ่งหนึ่งที่ต้องทำในขณะนี้คือต้องมีการพิจารณาเปลี่ยนแปลงกฎหมายการครอบครองอาวุธปืน และการห้ามครอบครองปืนกึ่งอัตโนมัติ

ส่วนผู้ต้องสงสัยทั้ง 4 ราย รวมนายทาร์เรนต์ ต่างไม่มีประวัติอาชญากรรมหรือมีชื่ออยู่ในบัญชีเฝ้าระวังทั้งในนิวซีแลนด์และออสเตรเลีย แต่ที่มัสยิดลินวูดนั้น เจ้าหน้าที่พบระเบิด 2 ลูก ภายในรถผู้ต้องสงสัย อีกทั้งยังต้องสอบปากคำผู้ต้องสงสัยเพิ่มว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกันหรือไม่ นอกจากนี้ สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ได้รับการเปิดเผยจากเจ้าหน้าที่อาวุโสในประเทศตุรกีว่า นายทาร์เรนต์เดินทางมาที่ตุรกีหลายครั้งและพำนักอยู่เป็นเวลานาน อีกทั้งอาจจะเดินทางไปหลายประเทศในยุโรป เอเชียและแอฟริกา แต่ไม่เปิดเผยว่าเข้าตุรกีเมื่อใด

ขณะเดียวกันผู้นำประเทศต่างๆได้ออกมาแสดงความเสียใจกับเหตุการณ์กราดยิงในมัสยิดครั้งนี้ โดยนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ประกาศยืนเคียงข้างนิวซีแลนด์ และให้คำมั่นว่าจะช่วยเหลือในสิ่งที่ทำได้ และระบุไม่คิดว่ากลุ่มรักชาตินิยมผิวขาวกำลังเป็นภัยคุกคามทั่วโลก แต่คิดว่าเป็นเพียงกลุ่มคนเล็กๆที่มีปัญหามากๆ

สำหรับยอดผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจากเหตุกราดยิงในครั้งนี้ รายงานข่าวระบุว่า มีชาวอินเดีย 9 คนหายไปหลังเหตุกราดยิง ขณะที่นายกรัฐมนตรี นเรนทรา โมดี แห่งอินเดีย ส่งสารแสดงความเสียใจต่อนายกฯอาร์เดิร์นด้านกระทรวงต่างประเทศปากีสถานก็ระบุว่า มีชาวปากีสถาน 4 คนได้รับบาดเจ็บและอีก 5 คนสูญหาย ขณะที่ทางการตุรกีระบุมีชาวตุรกีบาดเจ็บอย่างน้อย 3 คน ส่วนกระทรวงต่างประเทศอินโดนีเซียเผยว่า มีชาวอินโดนีเซีย 2 คนได้รับบาดเจ็บ สถานกงสุลบังกลาเทศ ในเมืองโอ๊คแลนด์ ของนิวซีแลนด์ เผยว่า มีชาวบังกลาเทศ 3 คนเสียชีวิต บาดเจ็บอีกไม่น้อยกว่า 4 คน รวม 1 คนที่ต้องตัดขาทิ้ง อีก 2 รายอาการสาหัส และอีกรายถูกยิงที่หน้าอก

นอกจากนี้ มีรายงานว่า หลังเกิดเหตุไม่นาน ทางเฟซบุ๊กในนิวซีแลนด์ได้ลบคลิปวิดีโอความยาว 17 นาทีของคนร้ายที่เผยแพร่ไปทั่วโลก และพร้อมให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ เช่นเดียวกับทางยูทูบ และทวิตเตอร์ที่ต่างลบคลิปวิดีโอเหตุกราดยิงที่ปรากฏในเว็บไซต์ออกจนหมด กระนั้นเหล่านักการเมืองในหลายประเทศต่างออกมาเรียกร้องให้สื่อสังคมออนไลน์ ทั้งยูทูบ กูเกิล เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ ควรรับผิดชอบต่อสังคมด้วยการทำอะไรให้มากกว่านี้ ที่จะหยุดกลุ่มหัวรุนแรงที่กำลังใช้สื่อสังคมออนไลน์เป็นที่เผยแพร่ผลงานของพวกเขา

วันเดียวกัน สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเวลลิงตัน ออกประกาศเรื่องเหตุกราดยิงที่มัสยิดในเมืองไครสต์เชิร์ช ประเทศนิวซีแลนด์ ว่า ตามที่ได้เกิดเหตุกราดยิงอย่างอุกอาจและเหี้ยมโหดที่มัสยิด 2 แห่ง เมื่อวันที่ 15 มี.ค. และทางการนิวซีแลนด์กำลังเร่งสืบสวนหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าว รวมถึงติดตามจับกุม และดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุนั้น สถานเอกอัครราชทูตฯขอย้ำเตือนให้พี่น้องชาวไทยที่พำนักอาศัยอยู่ในนิวซีแลนด์ นักท่องเที่ยวชาวไทยที่กำลังท่องเที่ยวอยู่ในนิวซีแลนด์ โดยเฉพาะที่เมืองไครสต์เชิร์ช ซึ่งสถานการณ์ยังมีความอ่อนไหว และมีระดับของภัยคุกคามการก่อการร้ายสูงอยู่ จึงขอให้ใช้ความระมัดระวังอย่างสูงติดตามข่าวสารจากทางราชการของนิวซีแลนด์ รวมถึงข่าวสารของสถานเอกอัครราชทูตฯ ในช่องทางโซเชียลมีเดียอย่างใกล้ชิด และปฏิบัติตามคำแนะนำของทางการนิวซีแลนด์อย่างเคร่งครัด หากพบเหตุต้องสงสัยขอให้แจ้งที่หมายเลขโทรศัพท์ 111 ในทันที และหากมีความประสงค์จะติดต่อสถานเอกอัครราชทูตสามารถติดต่อได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ฉุกเฉิน 0-1289-6292 ตลอด24 ชั่วโมง สำหรับผู้ที่จะใช้บริการท่าอากาศยาน เมืองไครสต์เชิร์ชในช่วง 1-2 วันนี้ โปรดเผื่อเวลาเดินทางไปถึงสนามบินล่วงหน้าให้มากขึ้นเนื่องจากจะมีการตรวจเช็กผู้โดยสารก่อนขึ้นเครื่องทุกเที่ยวบินอย่างละเอียดกว่ามาตรการปกติ

ต่อมาในช่วงเย็นวันเดียวกัน นางจาซินดา อาร์เดิร์น นายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์ และนายไมค์ บุช ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาตินิวซีแลนด์ ได้กล่าวยกย่องความกล้าหาญของเจ้าหน้าที่ตำรวจ 2 นาย ที่ใช้รถตำรวจเบียดรถยนต์ของนายเบรนตัน ทาร์เรนต์ คนร้ายที่ก่อเหตุยิงในมัสยิดที่เมืองไครสต์เชิร์ช จนชนฟุตปาท ก่อนจู่โจมเข้าเปิดประตูข้างคนขับและใช้ปืนจ่อ จนคนร้ายยอมจำนน ทั้งที่ในรถของคนร้ายยังมีอาวุธปืนอีก 2 กระบอก รวมถึงวัตถุระเบิด โดยการจับกุมเกิดขึ้นหลังคนร้ายก่อเหตุแล้ว 36 นาที ซึ่งเวลาต่อมา นางอาร์เดิร์นเดินทางมาเยี่ยมอาการของเหยื่อ โดยสวมผ้าคลุมหัวสีดำเป็นการให้เกียรติและไว้อาลัย ซึ่งชุมชนมุสลิมในพื้นที่ต่างรู้สึกประทับใจ และมีความหมายอย่างมากที่นายกฯแสดงความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เช่นเดียวกับชาวเมืองไครสต์เชิร์ชต่างออกมาส่งกำลังใจและร่วมไว้อาลัยผู้เสียชีวิตอย่างต่อเนื่อง

ส่วนที่นครเมลเบิร์น ออสเตรเลีย สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ได้เกิดเหตุไม่คาดฝัน ในขณะที่นายเฟรเซอร์ แอนนิง วุฒิสมาชิกรัฐควีนส์แลนด์ กำลังให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนถึงคำแถลงก่อนหน้านี้ ที่ระบุถึงเหตุกราดยิงในมัสยิดที่เมืองไครสต์เชิร์ช นิวซีแลนด์จนมีผู้เสียชีวิต 49 ศพนั้น เป็นผลพวงจากการรับผู้อพยพชาวมุสลิมเข้าประเทศ จนทำให้เกิดกระแสความไม่พอใจ และมีวัยรุ่นชายถือไข่ปาไปที่ศีรษะนายเฟรเซอร์ ทำให้เจ้าตัวเลือดขึ้นหน้าหันมาชกหน้าวัยรุ่นชายไปหลายหมัดก่อนที่หน่วยรักษาความปลอดภัยเข้ามาจับแยก ต่อมานายสกอตต์ มอร์ริสสัน นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย ได้กล่าวตำหนินายเฟรเซอร์ว่าใช้คำพูดที่น่าเกลียด และไม่ควรอยู่ในออสเตรเลีย

นอกจากนี้ สื่อท้องถิ่นได้สัมภาษณ์นางเทรซี เกรย์ เจ้าของยิม ที่นายเบรนตัน ทาร์เรนต์ คนร้าย วัย 28 ปี เคยทำงานเป็นครูสอนฟิตเนส หลังเรียนจบมัธยมปลายเมื่อปี 2552 ว่า นายทาร์เรนต์เป็นคนขยันตั้งใจทำงาน แต่หลังเจ้าตัวลงทุนสกุลเงินดิจิทัล และได้เงินมาใช้ท่องเที่ยวไปทั่วโลกก็เริ่มเปลี่ยนไป แต่ไม่ทราบว่าเปลี่ยนเพราะสิ่งที่ไปเห็นมา หรือมีกลุ่มใดมาเปลี่ยนแปลงความคิดหรือไม่ ส่วนในเอกสารความยาว 74 หน้าที่นายเบรนตันเขียนทิ้งไว้ในเครือข่ายสังคมออนไลน์ ระบุว่าเริ่มคิดจะก่อเหตุตั้งแต่ช่วงเดือน เม.ย.-พ.ค.2560 ระหว่างเดินทางอยู่ในฝรั่งเศส และเห็นสถานการณ์ผู้อพยพที่นั่น ทั้งระบุว่าได้แรงบันดาลใจจากนายอันเดรส เบห์ริง เบรยวิค ชาวนอร์เวย์เหยียดผิว ฆาตกรก่อเหตุวางระเบิดและกราดยิงในนอร์เวย์ปี 2554 ที่มีผู้เสียชีวิต 77 ศพ

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้