วันพฤหัสบดีที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ครบรอบ 8 ปี แผ่นดินไหว สึนามิญี่ปุ่น

ครบรอบ 8 ปี แผ่นดินไหว สึนามิญี่ปุ่น

  • Share:

เมื่อเวลา 14.46 น. วันที่ 11 มี.ค.ที่ผ่านมา หรือช่วงเวลาและวันเดือนเดียวกันนี้เมื่อ 8 ปีก่อน เกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ขนาด 9.0 แมกนิจูดในมหาสมุทรแปซิฟิก ตามด้วยคลื่นยักษ์สึนามิถาโถมเล่นงานหลายพื้นที่ตามแนวชายฝั่งภาคตะวันออกเฉียงเหนือของญี่ปุ่นและยังเกิดกัมมันตภาพรังสีรั่วไหล เป็นวิกฤติซ้ำร้ายเพราะเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ที่โรงไฟฟ้าฟูกูชิมา ไดอิจิ ในจังหวัดฟูกูชิมา หลอมละลายเพราะระบบหล่อเย็นไม่ทำงาน

เป็นหายนะภัยนิวเคลียร์เลวร้ายที่สุดในโลกตั้งแต่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์เชอร์โนบิลระเบิดเมื่อปี 2529

ข้อมูลสำนักงานตำรวจแห่งชาติญี่ปุ่นระบุว่า มีผู้เสียชีวิต หรือสูญหายจากแผ่นดินไหวและสึนามิครั้งนั้นราว 18,430 คน และอีกกว่า 3,700 คนส่วนใหญ่อยู่ที่ฟูกูชิมา เสียชีวิตเพราะป่วย หรือฆ่าตัวตายที่มีเหตุเชื่อมโยงกับภัยพิบัติดังกล่าว ขณะเดียวกัน ยังมีชาวญี่ปุ่นไร้ที่อยู่อาศัยอีกกว่า 51,000 คน

เนื่องในวาระครบรอบ 8 ปีภัยพิบัติธรรมชาติครั้งนั้น นายกรัฐมนตรีชินโสะ อาเบะของญี่ปุ่น นำทำพิธีรำลึกที่กรุงโตเกียวและยังมีชาวญี่ปุ่นทำพิธีรำลึกแยกย่อยในหลายพื้นที่ประสบภัย

“พวกเราคงช่วยอะไรไม่ได้ แต่รับรู้ความเศร้าโศกได้เมื่อคิดถึงความระทมทุกข์ของคนที่ผู้สูญเสียสมาชิกครอบครัว ญาติและเพื่อน” นายอาเบะกล่าว และว่า “กว่า 8 ปีผ่านมา งานฟื้นฟูก้าวหน้าด้วยดี รัฐบาลยังให้การสนับสนุน จะไม่ทอดทิ้งผู้คนที่ยังเผชิญการเป็นอยู่ลำบากจากภัยพิบัติ”

ปัจจุบันรัฐบาลยกเลิกคำสั่งอพยพในพื้นที่ส่วนใหญ่ที่ได้รับผลกระทบจากกัมมันตภาพรังสีรั่วไหล ยกเว้นเขตห้ามเข้าบางจุดที่มีกัมมันตภาพรังสีระดับสูง วอนชาวบ้านกลับคืนถิ่นในฟูกูชิมา

แต่หลายฝ่ายรวมทั้งกลุ่มเอ็นจีโอเช่นกรีนพีซยังไม่เห็นด้วย และยังมีชาวญี่ปุ่นราว 12,000 คนที่อพยพหนีภัยกัมมันตภาพรังสี ฟ้องร้องรัฐบาลและบริษัท เทปโก เจ้าของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เจ้าปัญหา

ส่วนผู้เขียนมีโอกาสไปดูงานฟื้นฟูภัยพิบัติที่ว่านี้นาน 2 สัปดาห์เมื่อช่วงเดือน ก.พ.2557 ในนาม สำนักงานความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น (JICA) ลงพื้นที่หลายจุดของเมืองเซนได และ มินามิซันริกุ จังหวัด มิยากิ

ระหว่างนั้นเข้าเยี่ยมให้กำลังใจผู้สูงอายุที่ศูนย์พักพิงภายในบริเวณโรงเรียนมัธยมที่ยังเก็บนาฬิกาแขวนบอกเวลาช่วงเกิดแผ่นดินไหวและสึนามิไว้เตือนสติเตือนใจ และลงเรือชมฟาร์มเลี้ยงปลาแซลมอน สาหร่าย หอยตลับและหอยนางรมในทะเลเมืองมินามิซันริกุ ได้ลองชิมซุปหอยนางรมแสนอร่อย เป็นการยืนยันว่าอาหารทะเลที่นั่นกินได้ ไม่ต้องห่วงเรื่องสารกัมมันตภาพรังสี เพราะอยู่ไกลจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟูกูชิมาฯมาก

ที่มินามิซันริกุเช่นกัน มีโอกาสดูตึกร้างที่สึนามิซัดถึงดาดฟ้าชั้น 4 ชมและแวะกินอาหารที่ชุมชนหมู่บ้านร้านอาหาร ซึ่งภาครัฐจัดให้ตั้งร้านทำมาหากินชั่วคราวระหว่างรอช่วยเหลือฟื้นฟูต่อไป เข้าพักและพบนาง อาเบะ ลูกสาวเจ้าของโรงแรมคันโย ซึ่งเปิดโรงแรมเป็นศูนย์พักพิงผู้ประสบภัยแบบไม่ห่วงเรื่องกำไร กระทั่งทางการเข้ามาช่วยเต็มตัว

เป็นอีก 1 แบบ อย่างการกระทำของฮีโร่ช่วยเหลือเพื่อนร่วมชาติยามเกิดภัยพิบัติโดยไม่ห่วงประโยชน์ส่วนตัว

การไปญี่ปุ่นรอบนั้น ยังได้ของแถมคือไปดูงานของสำนักงานในสังกัดของ JICA ที่สนับสนุนงานพัฒนาทั้งในและต่างประเทศ ให้ความสำคัญด้าน การป้องกันและลดผลกระทบ (จากภัยพิบัติ) มุ่งเน้นฝึกซ้อมมาตรการเตรียมพร้อมและรับมือให้กระชับอยู่เสมอ

เพราะภัยพิบัติเมื่อเกิดขึ้นแล้ว การสูญเสียนั้นเลี่ยงได้ยากและจะดีกว่ามาก ถ้าสามารถลดทอนผลกระทบ เสียหายให้เบาบางลงได้.

@ฒ.คอกาแฟ

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้