วันเสาร์ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
โค้งสุดท้ายเลือกตั้ง

โค้งสุดท้ายเลือกตั้ง

  • Share:

เข้าสู่โค้งสุดท้ายการเลือกตั้งจึงควักทีเด็ดออกมา มุ่งไปสู่เป้าหมาย ทั้งนโยบายและการทำให้คู่แข่งติดกับดัก วันนี้ไม่สามารถคาดเดาได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเพราะเงื่อนไขและตัวแปรมีมาก

ข่าว “เขย่าขวด” สุดสัปดาห์นี้เข้าสู่โค้งสุดท้ายอย่างเต็มตัวก่อนเข้าสู่สนามเลือกตั้ง ทำให้แต่ละพรรคต่างงัด “ทีเด็ด” เพื่อหวังได้คะแนนเต็มๆ

ทั้งนโยบายลด แลก แจก แถม และวิชามารทางการเมืองเพื่อชิงความนิยมด้วยรูปแบบต่างๆ อันเป็นวิธีการทางการเมือง

จริงบ้าง เท็จบ้าง...ก็ว่ากันไป!!!

การแสดงท่าทีการเมืองจึงทำให้บรรยากาศต่างๆเป็นไปอย่างเข้มข้น ดุเดือด ไม่มีใครยอมใคร

“ประชาธิปัตย์” ปล่อยทีเด็ดโดย “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” หัวหน้าพรรคที่ปล่อย “กามิกาเซ่” ใส่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แคนดิเดตนายกฯแห่งพลังประชารัฐ

ไม่เอา “ลุงตู่” เพื่อทำให้บ้านเมืองเสียหาย ทำให้เกิดความขัดแย้งและเป็นการสืบทอดอำนาจ เล่นเอาการเมืองร้อนขึ้นมาทันที

ย้ำด้วยว่าสามารถร่วมกับพรรคพลังประชารัฐได้ แต่ต้องไม่มี “ลุงตู่”

ก็มีคนส่งเสียงเชียร์ส่วนหนึ่งถือว่าเป็นการแสดงท่าทีที่ชัดเจน

อีกส่วนหนึ่งก็โดดจวกทั้งจากพรรค การเมืองและนักการเมืองที่กล่าวทำนองว่า ไม่เชื่อว่าจะเป็นไปเช่นนั้นได้

หรือพวกที่สนับสนุน “ลุงตู่” ก็แสดงอาการไม่สบอารมณ์โยนคำถามทำนองตอบโต้ว่าคิดจะไปรวมกับเพื่อไทยหรือ?

ต้องการที่จะเป็นนายกฯสืบทอดอำนาจอีกครั้ง

ว่าไปแล้วเป็นเรื่องสีสันทางการเมืองก่อนเลือกตั้ง แต่หากเอาเรื่องพูดกับความเป็นทางการเมืองแล้วอะไรก็เป็นไปได้ทั้งนั้น

การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นเรื่องที่คาดเดาได้ยากว่าอะไรจะเกิดขึ้นหลังการเลือกตั้ง ผลจะออกมาอย่างไร การตั้งรัฐบาลจะยุ่งยากมากน้อยแค่ไหน

เนื่องเพราะมีปัจจัยและเงื่อนไขมากกว่าการเลือกตั้งที่ผ่านมา ซึ่งสามารถมองเห็นและอ่านทะลุกันได้ง่าย

ไม่ว่าโพลที่ออกมาก็ยังไม่สามารถเชื่อถือได้ นับประสาอะไร

บรรดานักวิเคราะห์ นักสังเคราะห์ทั้งหลายก็ยังปวดหัวกันไปตามๆ เพราะไม่สามารถชี้ออกมาได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น

อีกทั้งการเมืองที่แบ่งขั้วกันอย่างนี้แม้จะเห็นกันชัดๆว่ามี 2 ขั้ว แต่ก็เกิดขั้ว ที่ 3 ขึ้นมาอีก เอาเป็นว่าเพื่อไทย พลัง-ประชารัฐ แล้วยังมีประชาธิปัตย์เป็นตัวแปรขึ้นมาอีก

อะไรก็เกิดขึ้นได้เสมอ?

หลังเลือกตั้งเมื่อรู้ผลออกมาแล้ว จึงมองไปที่การจับมือเพื่อให้ได้เสียงมากสุดตั้งแต่รู้ผล เพราะต้องมองไปที่ตำแหน่งประธานสภาผู้แทนฯเป็นการเริ่มต้น

ไม่ใช่มองไปที่การเลือกนายกฯและการจัดตั้งรัฐบาลในขั้นตอนต่อไป

ดังนั้น ตัวเลข ส.ส.ของแต่ละพรรคจึงมีความสำคัญยิ่ง โดยมีการมองไปที่พรรคใหญ่ 3 พรรคคือ เพื่อไทย พลังประชารัฐและประชาธิปัตย์

พรรคไหนได้ ส.ส.มากสุดโอกาสที่จะจัดตั้งรัฐบาลจึงมีความชอบธรรมที่สุด

แต่พรรคการเมืองที่ได้อันดับ 2 ก็มีความสำคัญเช่นกัน เพราะมีความชอบธรรมที่จะตั้งรัฐบาลหากพรรคอันดับ 1 ไม่สามารถรวมรวบเสียงได้มากสุด

ที่แย่งกันแทบเป็นแทบตายก็ตรงนี้ แหละ...

ทว่า อย่าลืมเป็นอันขาดว่าหากให้เอาตัวรอดไปได้ก็คือจะต้องไม่ทำผิดกฎหมายเลือกตั้งได้เพราะหากทำผิดจะมีโทษหนัก มีทั้งใบแดง ใบเหลือง ใบส้ม

ที่จะกำหนดโทษผู้กระทำผิด

ยิ่งมีการกำหนดว่าจะรับรอง ส.ส.ได้ต้องมี ส.ส. 95%

รัฐบาลชุดใหม่จะต้องได้ ส.ส.เกินกึ่งหนึ่งจึงมีเสถียรภาพและบริหารประเทศได้!!!

อ่านข่าวล่าสุด เจาะลึกข้อมูลเลือกตั้ง 2562

“ลิขิต จงสกุล”

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้