วันอังคารที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
วิกฤติกุ้งแม่เจ้าพระยา โดนโรยยา..คนหาขาด

วิกฤติกุ้งแม่เจ้าพระยา โดนโรยยา..คนหาขาด

  • Share:

กรณีกุ้งแม่น้ำเผาตัวละ 1,000 บาท ที่ตลาดโต้รุ่งหัวหิน เมื่อหลายเดือนที่ผ่านมา อาจทำให้บางคนยังคงแคลงใจ...กุ้งไม่ได้กินทองคำเป็นอาหารซะหน่อย ไฉนจึงราคามหาโหดปานนั้น!!!

จะว่าไป ปรากฏการณ์เช่นนี้ มิได้เกิดขึ้นแต่ที่หัวหิน ถิ่นมีหอย จ.ประจวบฯ ที่ไหนๆก็มีให้เห็นกันทั้งนั้น ไม่ว่าแถว จ.ปทุมธานี หรือพระนครศรีอยุธยา แหล่งยอดฮิตติดอันดับต้นๆของคนนิยมกินกุ้งแม่น้ำ

คำถามจึงอยู่ที่ อะไรคือสาเหตุที่ทำให้กุ้งแม่น้ำมีราคาแพงระยับพอกันกับ ปลาเก๋าดอกแดง (มีจุดสีส้มตามลำตัว) ซึ่งขายกันตามร้านซีฟู้ด กก.ละ 1,200-1,500 บาท

บางคนเดาว่า คงเป็นเพราะ ดีมานด์ หรือความต้องการบริโภคกุ้งแม่น้ำที่มีอยู่เหนือ ซัพพลาย หรือจำนวนกุ้งที่หาได้ยากขึ้นทุกวัน

นั่นก็มีความสมเหตุสมผลในระดับหนึ่ง...แต่แท้จริงแล้ว น่าจะยังมีสาเหตุอื่นซ่อนเร้นอยู่อีกหรือไม่

“กุ้งน่ะ ตามแม่น้ำลำคลองแถวปทุมหรืออยุธยา ถึงจะหายาก ก็ยังพอมี แต่คนจับกุ้งแม่น้ำมาขายนี่สิ เดี๋ยวนี้หายากยิ่งกว่ากุ้งซะอีก เชื่อว่าอีกไม่เกิน 5 ปี แถวนี้คงไม่เหลือคนตกกุ้งขายแล้ว”

ปิติภา ประเสริฐพาณิชย์ เจ้าของร้านประเสริฐโภชนา ที่ ต.บางหลวง อ.เมือง หนึ่งในร้านกุ้งเผาชื่อดังของ จ.ปทุมธานี ตั้งข้อสังเกต

เธอว่า กุ้งแม่น้ำแท้ 100% (ไม่ใช่กุ้งออกซิเจน ที่เลี้ยงกันตามบ่อปูน แล้วแหกตาขายว่า เป็นกุ้งแม่น้ำ) ถ้าเป็นกุ้ง ไซส์หรือขนาด 3 ตัว/กก. ขึ้นไป ซึ่งถือเป็น กุ้งใหญ่ (กุ้งแม่น้ำที่หนักต่ำกว่าตัวละ 2 ขีดลงมา ถือเป็นกุ้งเล็ก) กว่าที่กุ้งเหล่านี้จะตัวโตได้ขนาดนั้นต้องใช้เวลาหากินในแหล่งน้ำธรรมชาตินานไม่ต่ำกว่า 4-5 ปี

ยิ่งเป็นกุ้งไซส์ยักษ์ ตั้งแต่ขนาด 2 ตัว/กก. หรือหนักตัวละครึ่งโลขึ้นไป ที่บางคนบอกว่า มีเนื้อแน่น เคี้ยวแล้วสู้ฟันนัก ที่หัวกุ้งยังมีทั้งมันสีเหลือง และมันแก้ว (สีส้มคล้ายไข่เค็ม ซึ่งกำลังจะเปลี่ยนไปเป็นไข่กุ้ง) คลุกกินกับข้าวสวยร้อนๆอร่อยสุดยอด กว่าที่กุ้งจะใหญ่ได้ถึงไซส์นี้ ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 10 ปีขึ้นไป ด้วยเหตุนี้จึงทำให้กลายเป็นของที่หาได้ยากยิ่งในปัจจุบัน

“ภา” บอกว่า นอกจากความหายากของกุ้งแม่น้ำตัวใหญ่ในธรรมชาติ บวกกับจำนวนคนที่จับกุ้งขายเป็นอาชีพ ซึ่งทุกวันนี้มีอยู่แทบนับนิ้วได้ แถมส่วนใหญ่ยังเป็นคนรุ่นเก่าวัย 60-70 ปีขึ้นไปทั้งนั้น ขณะที่คนรุ่นใหม่ก็หนีเข้าไปทำงานตามโรงงานกันหมด เพราะมองว่า อาชีพจับกุ้งแม่น้ำขาย มีรายได้ไม่แน่นอน

จึงไม่แปลกที่จะทำให้เดี๋ยวนี้ราคากุ้งแม่น้ำแท้ ขนาด 3 ตัว/กก. เมื่อนำมาเผาขาย รวมค่าเผาด้วยเตาถ่าน ค่าน้ำจิ้ม ค่าบริการ แถมหักน้ำหนักกุ้งที่หายไปกับน้ำอีก (กุ้งคายน้ำ) จึงมีราคาตัวละ 500-600 บาท

ยิ่งถ้าเป็นกุ้งแม่น้ำเผาไซส์ยักษ์ ขนาด 2 ตัว/กก. ซึ่งร้านอาหารมีต้นทุนรับซื้อมาจากตลาดในราคา กก.ละ 1,400-1,500 บาท เมื่อนำมาเผาขาย จึงต้องขายตัวละ 1,000 บาท ขึ้นไป จึงจะมีกำไร

ภาบอกว่า สิ่งที่เกิดขึ้นทุกวันนี้นอกจากจะไม่สามารถพึ่งพากุ้งแม่น้ำที่หาได้ใน จ.ปทุมธานีเพียงอย่างเดียว ลูกค้าเองก็ยังมีความต้องการจะบริโภคกุ้งเผาต่อเนื่อง จึงต้องแก้ปัญหาด้วยการสั่งซื้อกุ้งแม่น้ำบางส่วน มาจากชาวบ้านที่ตกได้แถวเขื่อนปากมูล จ.อุบลราชธานี แพ็กใส่กล่องโฟม น็อกน้ำแข็งขึ้นรถทัวร์จาก จ.อุบลฯ มาส่งให้ที่รังสิต จ.ปทุมธานี...เพื่อช่วยเสริมกุ้งแม่น้ำที่หาได้ในพื้นที่ จึงจะเพียงพอกับความต้องการ

วิภาดา รัตนราศี หรือ “ตา” หุ้นส่วนร้านอาหารครูจุก ที่ ต.บ้านปทุม อ.สามโคก จ.ปทุมธานี ขายกุ้งแม่น้ำเผามานานกว่า 21 ปี บอกว่า ถ้าเป็นกุ้งแม่น้ำแท้ที่จับได้ในแม่น้ำ ลำคลอง ลำตัวมักจะสะอาด มีสีเขียวสดอมฟ้า หรืออมม่วง มีก้ามยาวออกสีคราม หรือม่วงเข้ม ต่างกับกุ้งที่เลี้ยงตามบ่อ ลำตัวมักมีคราบตะไคร่เกาะแลดูสกปรกกว่า เพราะกุ้งพวกนี้อยู่แต่ในน้ำนิ่ง ไม่มีน้ำไหลผ่านตัว เหมือนกับกุ้งที่อยู่ตามแม่น้ำ ลำคลอง

“วิธีสังเกต กุ้งเลี้ยงที่หัวจะมีมันน้อยกว่า เนื้อก็นิ่มกว่ากุ้งแม่น้ำ เอาไปผ่าครึ่งแล้วเผาออกมา มักจะได้เนื้อไม่เต็มเปลือก และไม่ค่อยมีเนื้อที่ก้าม เพราะกุ้งพวกนี้กินรำข้าวกับหัวอาหาร ที่หัวจึงไม่ค่อยมีมัน”

“ถ้าเป็นกุ้งแม่น้ำแท้ ที่หัวจะมีมันเยอะ และกินอร่อยกว่า เพราะกุ้งหากินเองในธรรมชาติ เวลาจับได้ มักจะได้มาแบบคละไซส์เล็กใหญ่ไม่เท่ากัน กุ้งตัวผู้จะมีมันอร่อยกว่าตัวเมีย แต่กุ้งแม่น้ำเจ้าพระยาแท้ตัวใหญ่ เดี๋ยวนี้หายากมาก ส่วนใหญ่ถ้าไม่เป็นกุ้งที่มาจากพม่า ก็มักจะใช้กุ้งที่เลี้ยงในกระชัง”

เธอว่าที่ร้านของเธอจะไม่โกหกลูกค้า เป็นกุ้งประเภทไหนก็จะบอกไปตามตรง ลูกค้าขาประจำมักจะโทร.มาถามก่อนว่า วันนี้มีกุ้งแม่น้ำขายมั้ย ถ้าไม่มี เขาก็จะไม่มา ถ้ามีลูกค้าจะโทร.สั่งให้น็อกน้ำแข็งเก็บไว้ให้

ในแง่ความอยู่รอดของคนจับกุ้งขาย ตายอมรับว่า ทุกวันนี้เป็นอีกหนึ่งอาชีพที่ไร้ความแน่นอน นอกจากนักงมกุ้งที่ดำน้ำอึดบางรายอาจจะมีลำไพ่เสริมแบบฟลุกๆ จากการที่ลูกค้าซึ่งมากินกุ้งเผา แล้วทำโทรศัพท์มือถือร่วงหล่นน้ำ ซึ่งมักจะได้รับค่าจ้างให้ช่วยลงไปงมมือถือให้ ในราคาเครื่องละ 500-1,000 บาทอยู่บ่อยๆ

ถือเป็นอีกความอยู่รอดของนักงมกุ้งยุคโซเชียลมีเดีย!!!

อภิชาติ เอี่ยมสะอาด หรือ “เฮียเบี้ยว” อดีตนักตกกุ้งมือฉมังวัย 66 ปี ที่ ต.บ้านกระแชง อ.เมือง จ.ปทุมธานี ซึ่งยึดอาชีพตกกุ้งมานานถึง 40 ปี วันนี้ผันตัวมาเป็นเอเย่นต์รับซื้อกุ้งแม่น้ำจากนักตกกุ้งด้วยกัน บอกว่า

เวลานี้กุ้งในแม่น้ำเจ้าพระยายังมีให้จับอีกเหลือเฟือ ปัญหาอยู่ที่จับเป็นกันมั้ย และใครเป็นคนจับ

แกว่าอย่างน้อยคนหากุ้งต้องรู้ว่าช่วงไหน น้ำเกิด หรือ น้ำตาย ช่วงที่น้ำเกิด น้ำทะเลจะหนุนให้น้ำเจ้าพระยาขึ้นสูง และดันเอาน้ำกร่อยจากกรุงเทพฯ ขึ้นมาแถวนนทบุรี และปทุมธานีด้วย ต่างกับช่วงน้ำตาย น้ำทะเลหนุนไม่มากเท่าไร น้ำจึงขึ้นน้อยกว่าช่วงน้ำเกิด

“กุ้งแม่น้ำตกได้ทั้งกลางวันและกลางคืน แต่สู้ตกตอนกลางคืนไม่ได้ เพราะน้ำใสกว่า แถมยังตกได้ในน้ำตื้น ถ้าตกตอนกลางวันน้ำจะเชี่ยว แสงสว่างก็จ้าไป กุ้งไม่ชอบจะหนีลงน้ำลึก จึงตกยากกว่าตอนกลางคืน อีกอย่างธรรมชาติของกุ้งจะหนีน้ำเค็มและน้ำเสียที่ กทม.ระบายลงสู่เจ้าพระยา แล้วถูกน้ำทะเลหนุนสูง ดันเอาน้ำเหล่านั้นขึ้นมา กุ้งกับปลาแถวปทุมฯจะลอยขึ้นมาตายเป็นเบือ”

พี่เบี้ยวว่า การหากุ้งตามแม่น้ำสมัยนี้มีอยู่ 4 วิธีที่ใช้กัน วิธีแรก คือ ใช้เบ็ดตก โดยหาลวดหรือเข็มเย็บผ้ามาลนไฟให้งอ แล้วหย่อนเบ็ดรอให้กุ้งมากิน เหยื่อที่กุ้งแม่น้ำชอบที่สุดคือ เนื้อปูนา หรือหัวใจไก่หั่นเป็นชิ้นฝอย ไม่ก็ไส้เดือน หรือแมงกระชอน ตามแต่จะหาได้

วิธีถัดมา คือ งม เอาตามเลน หรือผิวน้ำตื้นๆ บางทีก็แค่ใช้เท้าย่ำเบาๆ หรือมือคลำไปตามริมตลิ่ง พอย่ำหรือคลำเจอกุ้งก็จับขึ้นมา

ปักซุ้มไม้ หรือ ล้อมก่ำ ทิ้งไว้ ปล่อยให้กุ้งและปลาเข้าไปอาศัยสักระยะ แล้วค่อยไปล้อมข่ายรอบซุ้ม ดึงไม้ออกแล้วงมกุ้งขึ้นมา จะได้กุ้งและปลาจำนวนมาก แต่ทุกวันนี้วิธีนี้พบเห็นได้น้อยมาก เพราะมักถูกพวกหัวขโมยมาก่อกวน แอบเอาไฟไปช็อต ขโมยกุ้งในก่ำ

สุดท้าย โรยยา ใช้ยาฆ่าปูในนาไปโรยที่เหนือน้ำ ตอนช่วงน้ำลงกลางคืน ปล่อยให้ยาไหลลงมาตามน้ำ กุ้งและปลาน้อยใหญ่จะลอยขึ้นมาตายเป็นเบือให้จับ “พี่เบี้ยว” ว่า วิธีนี้นอกจากผิดกฎหมาย มีโทษถึงติดคุก และมีคนถูกจับติดคุกไปแล้วหลายราย ยังถือเป็นวิธีล้างผลาญสัตว์น้ำ ที่มีแต่คนสาปแช่ง

แกว่าการยึดอาชีพตกหรืองมกุ้งขาย เป็นวิธีที่เบียดเบียนการแพร่ขยายพันธุ์กุ้งในแม่น้ำลำคลองน้อยที่สุดเมื่อเทียบกับวิธีอื่น แต่การตกกุ้งขาย ก็มีต้นทุนไม่น้อย

“เฉพาะค่าเรือสเตนเลส หรือเรืออีแปะต่อจากไม้ ก็ปาเข้าไปลำละ 28,000-30,000 บาทแล้ว ไหนจะค่าเครื่องยนต์ 13 แรง ค่าหางเรือ และอื่นๆ เบ็ดเสร็จต้องใช้ทุนไม่ต่ำกว่า 4-5 หมื่นบาท ทุกวันนี้กว่าจะตกกุ้งแม่น้ำได้แต่ละตัว ก็แสนยากเย็น ราคากุ้งที่ขายกันตอนนี้ ผมว่ามันยุติธรรมดีแล้ว”.

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้