วันศุกร์ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ถอดบทเรียนเวเนซุเอลา ศึกหาเสียงเลือกตั้งปี 62

ถอดบทเรียนเวเนซุเอลา ศึกหาเสียงเลือกตั้งปี 62

  • Share:

มีคนบอกว่าวิกฤติการเมืองในเวเนซุเอลา อดีตประเทศผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่และร่ำรวยที่สุดในแถบละตินอเมริกา ซึ่งพึ่งพาการส่งออกน้ำมันดิบเป็นหลัก มีทั้งตัวละครและพล็อตเรื่องบางด้าน คล้ายคลึงกับเมืองไทยราวพี่น้องฝาแฝด

ผู้คนที่นั่น แบ่งแยกเป็นฝักฝ่ายอย่างสุดขั้ว ฝ่ายหนึ่งสนับสนุนแนวคิดนโยบายประชานิยม ของนายฮูโก ชาเวซ อดีตประธานาธิบดีผู้ล่วงลับไปแล้ว ซึ่งถือเป็นขวัญใจคนจน หรือคนรากหญ้าของที่นั่น

ส่วนอีกฝ่ายที่คัดค้าน เห็นว่าแนวนโยบายดังกล่าว นอกจากทำลายความเป็นประชาธิปไตย หลังจากที่ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกตกต่ำหนัก ยังทำให้เศรษฐกิจของเวเนซุเอลาเกิดภาวะน้ำลดตอผุด ถดถอยรุนแรง จากความเป็นอยู่ที่รัฐเคยอุ้มชูให้ประชาชนสุขสบาย กลายเป็นมีสภาพไม่ต่างกับ...เทวดาตกสวรรค์

ย้อนกลับมาดูเมืองไทย ปฏิเสธไม่ได้ว่า “ประชานิยม” หรือจะเรียกว่า “ประชา...อะไร” ก็ตาม ที่รัฐเข้าไปช่วยเหลืออุ้มชูประชาชนในรูปแบบต่างๆ ทุกวันนี้ได้กลายเป็นสิ่งเสพติดไปแล้วสำหรับสังคมไทย

ดูจากการหาเสียงเลือกตั้งหลายครั้งที่ผ่านมา ชี้ชัดว่า “นโยบายประชานิยม” คือปัจจัยชี้ขาดในการชนะเลือกตั้ง พรรคการเมืองใดไม่นำแนวนโยบายนี้มาใช้หาเสียง ยากที่จะชนะใจผู้ไปใช้สิทธิลงคะแนน

แม้แต่การหาเสียงเลือกตั้งครั้งนี้ หลายพรรคการเมืองต่างนำเอา โปรโมชันประชานิยม ที่คิดว่าจะครองใจประชาชนมาเป็น “นางกวัก” ดูดคะแนนให้แก่ผู้สมัคร และพรรคของตัวเองกันแทบทั้งนั้น

ยกตัวอย่าง ประชาธิปัตย์ รอบนี้ชูนโยบายลดรายจ่าย เพิ่มเงินในกระเป๋า...เกิดปั๊บ (ทารกเกิดใหม่) รับสิทธิ์เงินแสน และเรียนฟรีทันที นอกจากนี้ยังมีการประกันรายได้ให้เกษตรกร ประกันค่าแรงต้องมีรายได้อย่างต่ำเดือนละ 10,000 บาท และที่ขาดไม่ได้คือ เบี้ยสูงอายุ ผู้ยากไร้ และคนพิการ

เพื่อไทย ต้นตำรับประชานิยมขนานแท้ดั้งเดิม หาเสียงรอบนี้เน้น ชูนโยบายดูแลเข้มเรื่องเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และส่งออก การลงทุนของเอกชนทั้งในและต่างประเทศ เน้นจุดขายเพิ่มรายได้ให้ประชาชน ทั้งภาคเกษตร ประมง การผลิต และบริการ ตบท้ายด้วยนโยบายลดรายจ่าย และขยายโอกาส

ส่วน พลังประชารัฐ ก่อนหน้านี้ไม่นาน ก็เพิ่งแจกเงินเข้าบัญชีประชาชนไปในรูปแบบที่เรียกว่า “ประชารัฐสวัสดิการ” เน้นต่อยอดนโยบายของรัฐบาลปัจจุบัน ในเรื่องสวัสดิการประชารัฐเป็นจุดขายหาเสียง

ขณะที่ ภูมิใจไทย ชู 12 นโยบายที่ตอบโจทย์แก้ปัญหาความยากจน เน้นเข้าไปแก้เรื่องหนี้สินของประชาชน ปรับโครงสร้างหนี้ เปิดโอกาสให้ปลดหนี้ และเน้นการสร้างตลาดที่เข้มแข็งสมบูรณ์อย่างจริงจัง

พลังชาติไทย ชูนโยบายปรับปรุงการท่องเที่ยว ปลดหนี้ให้ประชาชน และยกหนี้ให้ข้าราชการ

พรรคประชานิยม ชูนโยบายรัฐสวัสดิการเต็มรูปแบบในหลายเรื่อง เช่น เรียนฟรีตั้งแต่อนุบาลจนถึงปริญญาตรี รักษาพยาบาลฟรี ปรับลดค่าโดยสาร เพิ่มค่าแรงขั้นต่ำเป็น 360 บาทต่อคนต่อวัน

เพิ่มเงินเดือนผู้จบปริญญาตรีจาก 15,000 บาท เป็น 16,500 บาท ให้นายจ้างจ่ายเงินสมทบประกันสังคมทั้งหมดแทนลูกจ้าง รับซื้อน้ำยาง พาราสด กก.ละ 80 บาท จัดตั้งธนาคารครู ดูแลสวัสดิการของแพทย์ พยาบาล ครู ตำรวจ และข้าราชการอื่น เป็นต้น

รศ.ดร.วิษณุ อรรถวานิช อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ มองในเชิงถอดบทเรียนจากประเทศเวเนซุเอลาเทียบกับไทย ขณะที่หลายพรรคการเมืองกำลังแข่งกันชูนโยบายประชานิยม

แม้ไทยกับเวเนซุเอลา มิได้มีปัจจัยทางเศรษฐกิจ และการเมืองเหมือนกันไปหมดซะทุกเรื่อง แต่ก็มีบางแง่มุมที่คล้ายคลึง และอาจนำมาเทียบเคียงใช้เป็นบทเรียน หรือข้อพึงสังวรได้บ้าง

เขาบอกว่า ที่ผ่านมารัฐบาลของนายฮูโก ชาเวซ อดีตประธานาธิบดีเวเนซุเอลา ช่วงปี พ.ศ.2542 ต่อเนื่องจนถึงรัฐบาลของประธานาธิบดีนิโกลาส มาดูโร เคยมีรายได้จากการขายน้ำมันดิบมหาศาล ซึ่งเป็นแหล่งรายได้ของประเทศถึง 95% ของรายได้ทั้งหมด

ในช่วงที่เวเนซุเอลามีรายได้อู้ฟู่ จากการขายน้ำมันดิบ มีการใช้นโยบายประชานิยมเพื่อเอาใจประชาชนแบบสุดโต่ง เช่น อุ้มราคาสินค้าอุปโภคบริโภค ราคาน้ำมัน ค่าไฟ รวมทั้งอุ้มอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ให้ต่ำกว่าราคาที่เป็นจริงในตลาด

แต่เมื่อปี 2557 เป็นต้นมา ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกเริ่มตกต่ำ เหลือเพียงบาร์เรลละไม่ถึง 35 เหรียญสหรัฐฯ รายได้ประเทศเริ่มหดหาย ส่งผลกระทบกับโครงการอุ้มต่างๆ รวมทั้งเกิดภาวะเงินเฟ้ออย่างรุนแรง กระทั่งทุกวันนี้มีชาวเวเนซุเอลาหลายล้านคนต้องอพยพออกจากประเทศ

ดร.วิษณุบอกว่า ในการเลือกตั้งคราวนี้ แม้พรรคการเมืองหลายพรรคของไทยชูนโยบายประชานิยม หรือประชารัฐ เน้นบริหารประเทศ และดำเนินนโยบายเศรษฐกิจ เพื่อเอาใจประชาชน แต่ตราบใดที่เราไม่เอาอกเอาใจกันเกินไป จนประชาชนจ้องหวังแต่จะพึ่งพารัฐ ไทยเราก็คงไม่ถึงขั้นมีชะตากรรมซ้ำรอยกับเวเนซุเอลา

“ในทางเศรษฐศาสตร์ นโยบายใดก็ตามที่ทำให้คนเราได้เงิน หรือได้รับความช่วยเหลือมาง่ายๆ โดยไม่ก่อให้เกิดประสิทธิภาพ หรือไม่ได้ช่วยยกระดับการผลิตใดๆเลย นอกจากทำให้คนเราไม่รู้จักปรับปรุงตัวเองให้มีประสิทธิภาพ ยังทำให้ประสิทธิภาพที่มีอยู่เดิมถดถอย”

“อย่าลืมว่า ทรัพยากรทุกอย่างบนโลกนี้มีอยู่จำกัด จึงต้องคิดว่าทำอย่างไรจึงจะเกิดประสิทธิภาพในการใช้ทรัพยากรเหล่านั้นให้มากที่สุด มันก็เหมือนกับเวลาที่เราไปช็อปปิ้งตามห้าง ถ้าวันใดเรามีเงินในกระเป๋าแบบไม่จำกัด จะจับจ่ายอะไรเราแทบไม่ต้องคิดมาก เพราะเรายังไม่เจอข้อจำกัด”

ดร.วิษณุบอกว่า แต่ในโลกแห่งความเป็นจริง เงินในกระเป๋าคนเรา มักมีอยู่อย่างจำกัด ซึ่งเปรียบได้กับเศรษฐกิจของประเทศ ที่มีข้อจำกัดมากมาย เมื่อใดก็ตามที่เจอข้อจำกัด คนเราต้องตัดสินใจว่าวิธีใดดีที่สุด หรือต้องชั่งใจว่า เราจะใช้เงินที่มีอยู่จำกัดในกระเป๋าอย่างไร ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

“ไม่ใช่จู่ๆพรรคการเมืองที่ชนะการเลือกตั้ง เข้ามาถืออำนาจรัฐ นึกอยากจะส่งผ่านเงินงบประมาณแผ่นดิน แบบให้เปล่า แจกให้เกษตรกรไร่ละเท่านั้นเท่านี้ แจกเบี้ยคนชรา แจกหลักประกันสุขภาพ หรือประชารัฐสวัสดิการใดๆ โดยไม่คำนึงถึงงบประมาณแผ่นดินที่มีอยู่อย่างจำกัด บทเรียนที่ผ่านมาในอดีตพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า เมื่อถึงเวลาที่ต้องนำนโยบาย ซึ่งเคยใช้หาเสียงไปปฏิบัติ จะมีปัญหาใหญ่ตามมา”

ดร.วิษณุบอกว่า ประชานิยมใช่ว่าจะเลวร้ายไปเสียทั้งหมด เพียงแต่ว่าต้องนำมาใช้ให้สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริง

ยกตัวอย่าง ภาคเกษตร ซึ่งมีเกษตรกรทั่วประเทศเป็นฐานเสียงจำนวนมาก การที่แต่ละพรรคชูนโยบายให้สัญญาแก่เกษตรกรเต็มไปหมด โดยไม่คำนึงถึงความเป็นจริงว่า เราไม่สามารถควบคุมราคาสินค้าเกษตรในตลาดโลกได้ คำถามที่ตามมาก็คือ พอเกษตรกรได้รับเงิน หรือความช่วยเหลือไปแล้ว เขาได้นำไปปรับปรุงเพื่อยกระดับประสิทธิภาพการผลิต เพื่อให้ต้นทุนการผลิตต่ำลง และพร้อมที่จะแข่งขันกับคนอื่นได้หรือไม่

“ที่ผ่านมาเราตอบคำถามนี้ไม่ได้ เพราะไม่เคยติดตามว่า แจกเงินให้ไปแล้วเป็นไง ซึ่งได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า นโยบายเกษตรที่ชอบใช้วิธีแทรกแซงราคาสินค้าเกษตรมาหาเสียง สุดท้ายก็ไม่สามารถแทรกแซงราคาสินค้าเกษตรในตลาดโลกได้จริง แถมต้นทุนการผลิตสินค้าเกษตรของเรา ก็ยังสูงอยู่เท่าเดิม”

“เหมือนกับการไล่แจกปลาฟรี แต่ไม่เคยสอนวิธี หรือให้เครื่องมือเขาไปจับปลาเองนั่นแหละ เมื่อมันไม่ได้ช่วยทำให้ต้นทุนการผลิตของเกษตรกรต่ำลง หรือขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ที่รับเงินไปสูงขึ้น ภาครัฐจึงต้องตามอุ้มกันไปตลอด เหมือนเด็กที่เลี้ยงไม่รู้จักโต” ดร.วิษณุทิ้งท้าย.

อ่านข่าวล่าสุด เจาะลึกข้อมูลเลือกตั้ง 2562

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้