นายกฯ ลั่นไม่สนใจพวกหาเสียงไม่เอา "ลุงตู่" ปล่อยไปหาเสียงปลุกเลือกข้าง "ประชาธิปไตย-เผด็จการ" ชี้เป็นเรื่องธรรมดา พร้อมสัญญาไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น วันข้างหน้าจะนำพาประเทศให้ได้สำเร็จ แย้มถ้าได้เป็นนายกฯต่อ จัดทัพ ครม.ผสมการเมืองมืออาชีพ

เมื่อวันที่ 11 มี.ค.62 ที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เดินทางมารับฟังการบรรยายของผู้แทนพิเศษระหว่างประเทศ เรื่อง การเปลี่ยนแปลงโลก บรรยายโดย Mr. Salim Ismail

ต่อมา พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้ที่มาฟังเพราะตนเป็นแฟนคลับ ติดตามตลอดช่องทางต่างๆ ขณะที่ทุกวันที่ทำงานมาไม่ได้คิดเองทั้งหมด บางอย่างต้องอ่านหนังสือ บางอย่างก็ฟังจากกูเกิลมา และมีการแปลบ้าง ต้องใช้เวลา ตาต้องใช้มากในแต่ละวัน ไม่อย่างนั้นเกิดความคิดไม่ได้ที่ต้องประมวลบางส่ิงที่เกิดมาแล้ว สิ่งที่เป็นอนาคตที่ต้องไปด้วยกัน วันนี้เท่าที่ตนคุยกับเขามาก่อนและคณะทำงาน ก่อนที่จะเข้ามาในห้อง เขาชื่นชมประเทศไทย เขาเห็นหลายๆ อย่างที่พร้อมที่จะเดินหน้า อย่างที่ตนบอกระบบการเงินก็เข้มแข็ง กองทุนสำรองก็มี เกษตรก็มีจำนวนมาก ที่ดินมีเยอะแยะ เพียงแต่เราต้องจัดระบบให้ดี ซึ่งตนกำลังจัดอยู่เรื่องเกษตรแปลงใหญ่ ถ้าเกษตรกรทุกคนลงทุนแค่ 10 ไร่อย่างไรก็ไม่คุ้ม เพราะต้นทุนการผลิตสูง วันนี้ทำเกษตรแปลงใหญ่ได้รายได้เพิ่มขึ้น พัฒนาคุณภาพและผลผลิตได้มากขึ้น เราต้องเดินไปแบบนี้

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า เพราะฉะนั้นเรื่องผู้มีรายได้น้อย เกษตรกร ผู้ยากจน หรือผู้ยากจนที่เขาพูดๆ กัน ตนไม่เคยสบายใจ ที่เข้ามาวันนี้ก็เพราะเรื่องนี้ด้วย เรื่องสำคัญที่สุดคือเรื่องคนจน จะทำอย่างไรกับเขา ถึงได้มีนโยบายแก้ปัญหาเรื่องหนี้นอกระบบมาโดยตลอด ค่อยๆ เดินไป ค่อยๆ ดีขึ้น ถ้าเราไม่ก้าวแรกก็ไม่มีก้าวสองเสมอ แล้วเราทำงานมา 4-5 ปีคงไม่ใช่ว่าไม่สำเร็จเลยสักอย่าง ปลดล็อกหลายๆ อย่างไป กฎหมายสำคัญที่สุด ถ้าเราเดินนอกกรอบกฎหมายกันหมด ทุกคนคิดนอกกรอบอยากได้ แต่ไม่ดูกฎหมาย กฎระเบียบ การเงินการคลังไปไม่ได้ทั้งหมด

...

นายกฯ กล่าวว่า ตนมาวันนี้ก็อยากมาคุย เมื่อกี้ก็ไม่ได้ตั้งใจขึ้นไปพูด แต่ก็มีอารมณ์ขึ้นมา ฟังเขาพูดแล้วก็ได้รู้ว่าเขาเห็นศักยภาพประเทศไทย เขาถึงพูดเรื่องนี้ขึ้นมา และตรงกับที่เราเร่ิมไว้หลายๆ อย่าง เร่ิมจาก 1 ไป 2 และ 3 แต่วันนี้เรามีหลากหลายมาก เพราะเราเร่ิมใหม่ทั้งหมด เราจึงต้องพูดถึงการบริหารจัดการด้วย ซึ่งตนกำลังเร่งในเรื่องนี้ว่า การเงินการคลัง กองทุนจะเข้าหาอย่างไร เอสเอ็มอีจะเป็นอย่างไร ทั้งหมดคือการเดินหน้าสู่อนาคต

"ผมสัญญาว่า จากนี้ต่อไปผมไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น แต่ผมคิดว่าจะต้องมีคนทื่ต้องนำพาประเทศชาติไปตรงโน้น ไปด้วยความรับผิดชอบ ด้วยจิตสำนึก ด้วยเป็นหน้าที่ ไม่ใช่เข้ามาทำอะไรต่างๆ สักอย่างด้วยวัตถุประสงค์อื่น ผมไม่เคยคิดอย่างนั้น ฝากพวกเราทุกคนช่วยไปกันด้วยก็แล้วกัน สำคัญที่สุดคนรุ่นใหม่ รุ่นกลาง และคนรุ่นเก่า ทั้ง 3 รุ่นต้องเดินไปด้วยกัน เราฐานะคนรุ่นเก่าต้องสร้างอนาคต สร้างชีวิตที่ดีกว่า วันนี้คนจน และภาคเกษตรเขาลำบากอยู่ เราต้องสร้างตรงนี้ให้ได้ ผมอยากให้ทุกคนที่เป็นนักการเมืองคิดทำนองนี้ออกมาบ้าง นโยบายพูดออกมาบ้างแบบนี้ สมมติไปพูดเรื่องจะให้ จะไม่ให้ อะไรต่างๆ ผมก็ว่ามันจนใจ ผมก็ไม่รู้จะว่าอย่างไร เขาอาจจะคิดของเขาก็ได้ ผมไม่ว่าอะไร" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

เมื่อถามว่า คำสัญญาของนายกฯ หมายความว่า วันข้างหน้า ถ้าได้กลับมาเป็นนายกฯ แสดงว่าจะมีทีมรัฐมนตรีที่คัดสรรมาอย่างดี พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ตนพยายามบอกว่าถ้าอยากทำต้องทำให้สำเร็จ ทีมที่จะมาทำงานก็ต้องคัดสรรหา ไม่ใช่เอาทีมเดิมทั้งหมดได้ที่ไหน ต้องคัดสรรมาใหม่ ต้องมาจากการเมือง ก็ต้องว่ากันมา แต่ตนก็ต้องเป็นรัฐบาลที่มีอำนาจตามหน้าที่ ในการขับเคลื่อนของตน นายกฯ ต้องมีแรงในการขับเคลื่อนและทำทุกอย่างให้อยู่ในกรอบให้ได้มากที่สุด ซึ่งหลายอย่างมีกฎหมายอยู่แล้ว เราก็ทำตามแค่นี้ ในส่วนอื่นๆ ก็เป็นเรื่องของการเมืองเขาก็ว่ากันไป ถ้าสมมติตนอยู่ก็ต้องดูแลตรงนี้ให้ได้ แต่ไม่อยากให้มองใหม่ๆอย่างเดียว อาจต้องมองเก่าผสมใหม่บ้าง เพราะตนต้องการให้คนรุ่นเก่าและรุ่นใหม่ไปด้วยกัน ต้องมีตัวประสานงาน กลไก ตรงนี้หรือเปล่า

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า วันนี้ดีใจที่การเลือกตั้งของเราได้รับความสนใจ ก็คาดว่าจะมีประชาชนมาใช้สิทธิ์จำนวนมากมาย แม้ในต่างประเทศก็มาใช้สิทธิ์กันเป็นจำนวนมาก แต่ก็ยังมีข้อบกพร่องอยู่บ้าง เป็นเรื่องที่กกต.ต้องแก้ไขต่อไป ก็ต้องเห็นใจมันไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนแบบนี้ ที่คนไทยสนใจการเมืองขนาดนี้ ถ้าโทษกันไปว่ากันมามันก็ไม่ได้อะไรขึ้นมาทั้งสิ้น ขอให้มันใสสะอาดก็แล้วกัน โปร่งใส เป็นธรรมก็จบแล้ว

เมื่อถามว่า มีคำพูดหนึ่งบนนายกฯ พูดว่าในสนามรบต้องชนะเท่านั้น แพ้ไม่ได้ นายกฯ กล่าวว่า ต้องทำให้สำเร็จ "ต้องขึ้นอยู่กับผู้บังคับบัญชาจะสั่งให้กลับหรือไม่ หากผู้บังคับบัญชาดูแล้วไม่คุ้มค่า แต่ถ้าผมอยู่แนวรบข้างหน้า ภารกิจแรกถ้าไม่สำเร็จ ผมก็ต้องทำให้สำเร็จ แต่ถ้าผู้บังคับบัญชาข้างหลังพิจาณาแล้วว่าเป็นการเสี่ยงที่ไม่คุ้มค่า เขาอาจสั่งถอนก็ได้ ผมก็ต้องถอน ผมเชื่อมั่นในตรงนี้ ในสายบังคับบัญชาที่ชัดเจน ลูกน้องต้องปลอดภัยให้มากที่สุด"

เมื่อถามว่า นายกฯ คิดอย่างไรที่ตอนนี้นักการเมืองให้เลือกจุดยืน ระหว่างฝั่งเผด็จการกับประชาธิปไตย  พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ธรรมดาๆ ปล่อยเขาเถอะ เมื่อถามว่า รู้สึกอย่างไรที่นักการเมืองใช้ยุทธศาสตร์หาเสียงไม่เอา พล.อ.ประยุทธ์ นายกฯ กล่าวว่า "ผมไม่สนใจ".