วันศุกร์ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
"จิตปัญญา" ชี้ถูกเรียกเข้าแคมป์ช้างศึก คือรางวัลของการไม่ยอมแพ้

"จิตปัญญา" ชี้ถูกเรียกเข้าแคมป์ช้างศึก คือรางวัลของการไม่ยอมแพ้

  • Share:

เจ้าพ่อลูกนิ่งของทีมต่อพิฆาต ออกมาเผยถึงความรู้สึกหลังถูกเรียกตัวติดทีมชาติไทยครั้งแรก ทั้งที่เพิ่งสลัดอาการบาดเจ็บครั้งใหญ่ในชีวิตมาได้ไม่นาน...

วันที่ 6 มี.ค.62 ความเคลื่อนไหวของทัพ “ช้างศึก” ทีมชาติไทย หลังการประกาศรายชื่อผู้เล่นจำนวน 30 คน เพื่อเตรียมเข้าร่วมการแข่งขันไชน่า คัพ 2019 ซึ่งเป็นเกมฟีฟ่า เดย์ ครั้งแรกของปี 2019 ที่ประเทศจีน ระหว่างวันที่ 22-25 มีนาคมนี้

ล่าสุด จิตปัญญา ทิสุด เจ้าพ่อลูกนิ่งของทีม “ต่อพิฆาต” พีที ประจวบ ได้เปิดใจถึงการถูกเรียกเข้าสู่แคมป์ทีมชาติไทย หลังเผชิญอุปสรรคครั้งใหญ่ในชีวิตว่า "ก่อนอื่นเลยผมก็รู้สึกดีใจมาก เพราะนี่ถือเป็นครั้งแรกอย่างเป็นทางการที่มีรายชื่อ ก่อนหน้านี้ก็เคยมีข่าวแต่ยังไม่ได้โอกาสสักที”

"อย่างปีก่อนยอมรับว่าเสียดายมาก ผมพยายามทำอย่างเต็มที่ในการเล่นให้กับสโมสร แต่สุดท้ายก็พลาดไปเพราะอาการบาดเจ็บ ในช่วงปรีซีซั่นที่ผ่านมาผมซ้อมอย่างหนัก ผมมาซ้อมก่อนที่ทีมจะมีการเก็บตัวประมาณ 1 เดือน เพราะอย่างที่รู้ว่าเพิ่งเสร็จสิ้นจากการผ่าเข่ามา และด้วยอาการบาดเจ็บด็ต้องการกลับมาแข็งแกร่ง สิ่งสำคัญคือ เราต้องทำงานหนักกว่าคนอื่นๆ 2-3 เท่า"

"ตอนนี้ก็เพิ่งหายเจ็บกลับมาสมบูรณ์ได้ไม่นาน ยังไม่ได้ตั้งเป้าหมายอะไรไกลมาก หลักๆ ก็คงเป็นการเล่นให้กับสโมสร ที่ผมอยากจะทำให้ทีมมีผลงานดีขึ้นสุด ส่วนทีมชาติถ้าได้โอกาสไปจริงๆ ก็จะพยายามเก็บเกี่ยวประสบการณ์ให้ได้มากที่สุด"

"ผมคิดว่ามันไม่ช้าเกินไปนะในวัย 27 ปี กับการติดทีมชาติ ถ้ามีโอกาสสักครั้งมันก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีจริงๆ ตลอดช่วงที่ผ่านมา ผมก็ดูทีมชาติไทยเล่นมาตลอด เพราะเราเองก็ต้องการเป็นส่วนหนึ่งของทีมชาติเสมอ ก็ต้องดูว่าเขาเล่นกันอย่างไร ต้องปรับตัวแบบไหน เพราะระบบทีมชาติกับสโมสรมีความแตกต่างกันเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว”

"นอกจากนี้ ผมก็ได้กำลังใจสำคัญเสมอจากครอบครัว ทั้งพ่อและแม่ที่ให้กำลังใจผมมาตลอด ยิ่งโดยเฉพาะตอนที่ได้รับบาดเจ็บอย่างหนัก มันยิ่งเป็นแรงผลักดันที่บอกตัวเองเสมอว่า ผมต้องกลับมาให้ได้"

“อีกใจมันก็ท้อนะ ผมไม่คิดหรอกว่ามันจะเกิดขึ้นกับตัวเรา ผมพยายามฝืนเล่นต่อแต่ก็ไม่ไหว อาการบาดเจ็บครั้งนี้มันทำให้เราต้องสู้กว่าเดิม อยากซ้อมหนักกว่าเดิม เพราะอย่างที่ทราบคนที่ผ่าตัดแล้วกลับมาลงเล่น ยังไงก็ไม่เหมือนคนปกติ"

"การมาติดทีมชาติครั้งนี้ มันก็เหมือนเป็นแรงกระตุ้นให้ตัวเองพัฒนากว่าเดิม มันเป็นเหมือนรางวัล และคอยบอกเราว่า เราต้องเดินหน้าต่อไป เพื่อให้เราดีและแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิม"

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้