วันอังคารที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ขึ้นเวทีเพื่อผลการเลือกตั้ง

ขึ้นเวทีเพื่อผลการเลือกตั้ง

โดย สายล่อฟ้า
6 มี.ค. 2562 05:01 น.
  • Share:

งานนี้มีได้มีเสีย...

ด้วยคะแนนเสียงที่มีการประเมินจากพรรคการเมืองที่ส่งผู้สมัครจากโพลต่างๆ หน่วยราชการ นักวิชาการหรือกลุ่มการเมืองในแวดวงต่างๆ

ล้วนต้องการเจาะลึกลงไปว่าพรรคการเมืองไหนจะได้กี่ที่นั่ง

ยิ่งเฉพาะพรรคใหญ่ไม่ว่าจะเป็นเพื่อไทย พลังประชารัฐ ประชาธิปัตย์ ทั้ง 3 พรรค ซึ่งมีการคาดการณ์ว่ามีโอกาสที่ขึ้นป้ายอันดับ 1

ยิ่งพรรคที่หายใจรดต้นคอกัน หรือจะว่าคะแนนสูสียิ่งต้องเพิ่มศักยภาพเพื่อหวังเพิ่มจำนวนให้มากขึ้น

จุดสำคัญก็คือในสัดส่วนประชากรซึ่งมีสิทธิลงคะแนนเสียงจากจำนวน 51 กว่าล้านคน ยังมีผู้มีสิทธิเลือกตั้งกว่าครึ่ง ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะเลือกใคร พรรคการเมืองไหน

พูดง่ายๆเป็นเสียงเงียบที่พร้อมจะเทเสียงให้ใครก็ได้

อย่างที่บอกกันว่า “เสียงเงียบ” นี่แหละจะเป็นเสียงชี้ขาด ซึ่งในจำนวนนี้ล้วนกำลังรอการตัดสินใจสุดท้ายที่จะส่งผลต่อพรรคการเมืองนั้น

หรืออย่างที่เรียกว่า “กระแส” พัดพาไปก็เคยเกิดขึ้นในสนามการเมืองไทยมาหลายครั้งหลายหน โดยเฉพาะสนามกรุงเทพฯนี่แหละ...

พรรคการเมือง นักการเมืองไหน หากสามารถสร้างกระแสหรือเกาะกระแสในสถานการณ์นั้นได้เป็นอย่างดีก็จะเป็นโอกาสสำคัญ

อย่างที่ผ่านมามีกระแสอย่างหนึ่งเมื่อพรรคการเมืองหนึ่งใช้คำพูดที่ว่า “แบกะดิน” เพื่อเปรียบเปรยพรรคการเมืองหนึ่งในลักษณะไม่ให้ราคาเหยียดหยามกัน...ทำนองนั้น

เท่านั้นแหละ...กระแสพัดพาไปที่พรรค ซึ่งถูกหยามอย่างฉับพลัน

ว่ากันถึงหัวเลี้ยวหัวต่อก่อนที่จะถึงวันเลือกตั้งนั้น 3 พรรคการเมืองใหญ่ดังที่กล่าวมานั้น ล้วนพอจะรู้ตัวเลขคร่าวๆกันดีแล้ว

จึงเกิดแนวทางเพื่อเพิ่มสปีดสุดท้าย เพราะหวังเอาชนะคู่แข่งให้ได้ด้วยวิธีการต่างๆ อย่างที่มีการแย้มๆว่า จะปล่อยทีเด็ดชุดสุดท้ายเพื่อหวังมัดใจประชาชน

ในกระบวนคิดนี้การที่พลังประชารัฐกำลังดำเนินการด้วยการให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แคนดิเดตนายกฯของพรรคให้มาช่วยเดินสายหาเสียง และขึ้นปราศรัยบนเวทีของพรรค

เพราะหากพิจารณาจากโพลต่างๆ ที่ออกมาค่อนข้างจะมีคำตอบที่ใกล้เคียงกันมาอย่างต่อเนื่อง จากเสียงของประชาชนที่ระบุมาตลอดคือ ต้องการให้ พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ

แต่ขอเลือกพรรคเพื่อไทย...

เป็นผลที่น่าแปลกใจอยู่เหมือนกัน เพราะหากต้องการให้ พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ ก็ต้องเลือกพลังประชารัฐและกลับต้องการให้เพื่อไทยชนะเลือกตั้ง

พูดง่ายๆว่ายังเลือกตัวบุคคล และพรรคการเมืองที่แตกต่างกัน

“พลังประชารัฐ” คงจับจุดเพิ่มความนิยมให้สูงขึ้น ด้วยการใช้ตัวบุคคลคือ พล.อ.ประยุทธ์เป็นจุดขาย สร้างกระแสความนิยมให้เบ่งบานไปที่พรรคพลังประชารัฐ

เมื่อเหตุผลเป็นอย่างนี้ พล.อ.ประยุทธ์น่าจะยินยอมขึ้นเวที เพื่อสร้างคะแนนให้พรรคเพื่อปราศรัยตามจุดต่างๆที่พรรคกำหนด

แต่อุปสรรคจะอยู่ที่กฎหมายและฝ่ายตรงกันข้าม

เพราะการขึ้นเวทีนั้นสามารถทำได้แต่ต้องไม่ผิดกฎหมาย ที่สำคัญก็คือบรรดาคู่แข่งก็คงจะต้องเกาะติด เพื่อตรวจสอบว่าทำผิดกฎหมายหรือไม่เพื่อจะได้ฟ้องร้องกันต่อไป

ของพรรค์นี้ถ้าไม่ลองก็ไม่รู้ เพียงแต่เมื่อขึ้นเวทีแล้วจะต้องพร้อมทุกอย่าง มิฉะนั้นอาจจะถูกยุบพรรคหรือเกิดปัญหาได้เช่นกัน

พรรคคู่แข่งจึงพร้อมที่จะเสี่ยงและหนุนให้ขึ้นเวทีเลยแม้จะมีผลต่อการชี้ขาดก็ตาม.

“สายล่อฟ้า”

อ่านข่าวล่าสุด เจาะลึกข้อมูลเลือกตั้ง 2562

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้