วันเสาร์ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ย้อนคดี 12ปี แก๊ง "เกลือเป็นหนอน" ร่วม 2 ทหาร ปล้นรถขนเงินบริษัทตัวเอง

ย้อนคดี 12ปี แก๊ง "เกลือเป็นหนอน" ร่วม 2 ทหาร ปล้นรถขนเงินบริษัทตัวเอง

  • Share:

ยังไม่มีระบบการป้องกันใด ออกมาแก้ไขปัญหา “รถขนเงินถูกปล้น” แม้เหตุการณ์จะเกิดขึ้นบ่อยๆ และล่วงเลยมาแล้วหลายสิบปี ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะสามารถป้องกันการบุกเข้าโจรกรรมเงินขณะขนเงินไปผ่องถ่ายตามที่ต่างๆ เหตุการณ์เกิดขึ้นทุกๆ ปี ดีหน่อยตรงที่ว่า พักหลังๆ สามารถเก็บภาพคนร้ายก่อเหตุได้ระหว่างทำการปล้น ..แต่ถ้าย้อนไปสมัยเมื่อ 10 กว่าปีก่อน??...ไม่ได้โชคดีมีวงจรปิดติดทุกที่เหมือนปัจจุบัน

ทีมข่าวเจาะประเด็นไทยรัฐออนไลน์ เล่าย้อนตำนานปล้นรถขนเงินบรรลือโลก เหตุเกิดขึ้นเมื่อเวลา 02.15 น. วันที่ 14 ธ.ค. 2550 พื้นที่ สน.คันนายาว พ.ต.ท.ยงยุทธ ทองเต็ม พนักงานสอบสวน (สบ.3) สน.คันนายาว รับแจ้งพบรถขนเงินของบริษัท สยามแอดมินนิสเทรทีฟเมนเนจเมนต์ จำกัด หรือแซมโก้ ที่ถูกคนร้ายปล้นนำมาทิ้งไว้ใกล้ทางเข้า “หมู่บ้านปัญญา" รามอินทรา โซนพี 5 ถนนปัญญา-รามอินทรา แขวงและเขตคลองสามวา กทม. ต่อมารองผู้บัญชาการตำรวจนครบาลหลายนายได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ หนึ่งในนั้นประกอบด้วย พล.ต.ต.กฤษฎา พันธุ์คงชื่น พล.ต.ต.เจตน์ มงคลหัตถี รอง ผบช.น.(ยศตำแหน่งในขณะนั้น) 

พนักงานถูกใส่กุญแจมือไพล่หลัง ขังไว้ในรถ

พื้นที่เกิดเหตุ พบรถขนเงินยี่ห้อนิสสัน รุ่นฟรอนเทียร์ สีขาวคาดเขียว ทะเบียน ตธ 5653 กรุงเทพมหานคร รหัสข้างรถ ซี 242 จอดอยู่ในลักษณะประตูทั้ง 2 ข้างเปิดทิ้งไว้ มี "นายกราณชัย อุตมาตย์ อายุ 28 ปี" พนักงานขับรถของบริษัท และ "นายถาวร มงคลนำ อายุ 30 ปี" หัวหน้าประจำรถ ถูกคนร้ายใส่กุญแจมือไพล่หลังขังไว้ด้านแค็บเบาะหลังคนขับ ก่อนทั้งคู่จะได้รับการช่วยเหลือ และนำตัวไปสอบปากคำที่โรงพัก ประสานเจ้าหน้าที่เปิดประตูตู้เก็บเงินบริเวณด้านหลังพบเงินเหลือเพียง 1 ล้านกว่าบาท ที่เหลือได้อันตรทานหายไป

นายกราณชัย หนึ่งในพนักงานเล่าให้ตำรวจฟังด้วยความระทึกว่า “ได้ขับรถขนเงินจำนวน 21.8 ล้านบาท" ออกมาจากบริษัทในซอยรามคำแหง 21 เพื่อนำเงินไปใส่ในตู้เอทีเอ็มทั่วกรุง 8 จุด เริ่มจุดแรกบริเวณหน้าร้านเซเว่นอีเลฟเว่นซอยพหลโยธิน 22 เป็นจำนวน 2.35 ล้านบาท เมื่อเสร็จเรียบร้อย และกำลังจะนำเงินไปใส่ตู้เอทีเอ็มจุดที่ 2 เกิดปวดท้องกะทันหัน จึงแวะเข้าห้องน้ำที่ปั๊มน้ำมันปิโตรนาส สาขาเสนานิคม ซอยพหลโยธิน 32 แขวงเสนานิคม เขตจตุจักร กทม.

"พอกลับมาขึ้นรถปรากฏว่า มีคนร้ายสวมหมวกไหมพรม 2 คน ใช้ปืนจี้ให้ผมและพนักงานอีกคน เข้าไปนั่งตรงแค็บหลังเบาะคนขับ ทำการใส่กุญแจมือจับไพล่หลัง บังคับให้ก้มหน้าหมอบ จากนั้นคนร้ายได้ขับรถไปจอดย่านวังหิน พร้อมขู่ให้ผมส่งกุญแจไขประตูตู้เก็บเงินมาให้ คนร้ายจึงลงไปไขประตูตู้เก็บเงิน แต่ไม่สามารถเปิดได้ เพราะต้องใช้กุญแจของพนักงาน 2 คนไขพร้อมกัน เลยมาบังคับเอากุญแจจากพนักงานไปอีกดอก เปิดประตูขนกระเป๋าใส่กล่องเงินไปใส่รถเก๋ง ไม่ทราบยี่ห้อและทะเบียนที่ขับตามมา ก่อนที่คนร้ายทั้ง 2 คนจะกลับมาขึ้นรถบริษัทขับไปจอดทิ้งถนนปัญญา-รามอินทรา แล้วพากันวิ่งหลบหนีไปท่ามกลางความมืด"

พบพิรุธ 2 ผู้ต้องสงสัย ห่างจากจุดทิ้งรถขนเงิน 3 กก. สุดท้ายโป๊ะแตก

เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ สน.คันนายาว ได้กระจายกำลังออกค้นหากระทั่งพบชายต้องสงสัย 2 คน ท่าทางพิรุธกึ่งเดินกึ่งวิ่งอยู่หน้าหมู่บ้าน โซนพี 1 ห่างจากที่พบรถขนเงินประมาณ 3 กม. จึงเชิญตัวไปโรงพัก ทราบชื่อภายหลัง นายบัณฑิต ถึงนอก อายุ 33 ปี (ทหาร) เป็นพนักงานของบริษัทแซมโก้ และ นายอุทิศ จันทร์สำเภา อายุ 22 ปี นักกีฬาวอลเลย์บอลของทหารสังกัด มทบ.11 ตำรวจนำตัวแยกสอบเดี่ยว เค้นความจริง

ท้ายที่สุด ทั้งคู่ยอมรับสารภาพว่าร่วมกับ นายวรรลพ สร้อยสงค์ อายุ 38 ปี หัวหน้าชุดปฏิบัติการของบริษัทที่สมัครเข้าทำงาน พร้อมนายบัณฑิต เมื่อวันที่ 29 ม.ค. 50 นายสุริยา ไพนริน อายุ 28 ปี อดีตพนักงานบริษัท แซมโก้ นายอานนท์ พ่วงอำไพ อายุ 22 ปี (ทหาร) เพื่อนนายอุทิศ (ทหาร) และชายไม่ทราบชื่ออีกคน วางแผนดักปล้นรถขนเงินนานกว่า 2 เดือน เมื่อสบโอกาสจึงลงมือ มีนายอุทิศรับหน้าที่ใช้ปืนปลอมจี้พนักงานให้นายบัณฑิตขึ้นไปขับรถ ส่วนที่เหลือขับรถเก๋งยี่ห้อฮุนไดตามประกบจนถึงถนนปัญญา-รามอินทรา ได้ขนกระเป๋าใส่รถเก๋งให้นายวรรลพกับนายอานนท์ขับหนีไป เจอจุดนัดแบ่งเงินที่หมู่บ้านเสนานิเวศน์ โครงการ 2 แต่นายบัณฑิตและนายอุทิศดันทะเล่อทะล่าถูกจับเสียก่อน

ค้นรังผู้ก่อเหตุ - สอบคนขับสองแถว ช่วยขนเงินย้ายไปอีกจุด


หลังจากได้ข้อมูล ทีมสืบสวนนครบาลเดินทางไปค้นห้องพักของนายวรรลพ สร้อยสงค์ ผู้ต้องหาที่ยังหลบหนี ที่อาคารเสรีอพาร์ตเมนต์ ซอยลาดพร้าว 107 แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กทม. พบรถเก๋งยี่ห้อฮุนได โซนาต้า สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน สฮ 3304 กรุงเทพมหานคร จอดอยู่ แต่ไม่เจอพนักงานบริษัทรถขนเงิน ตรวจสอบภายในรถยึดหมวกไหมพรมสีดำ ที่ใช้ก่อเหตุ 2 ใบ ปืนปลอม 1 กระบอก และเอกสารระบุแผนที่ตั้งตู้เอทีเอ็มของธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาสำโรง บางปู และซอยอุดมเดช จ.สมุทรปราการ จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน ขณะที่กำลังอีกชุดไปค้นห้อง 204 ของนายสุริยา ไพนริน ที่ติฤษณาแมนชั่น ซอยอ่อนนุช 41 แขวงและเขตสวนหลวง กทม. ไม่พบตัวเช่นกัน แต่เจอเงินสดของกลางจำนวน 1,412,000 บาท


สายวันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจยังได้รับแจ้งจาก นายวันชัย แซ่อึ้ง อายุ 43 ปี คนขับรถสองแถวในหมู่บ้านเสนานิเวศน์ โครงการ 2 แขวงจรเข้บัว เขตลาดพร้าว กทม. ว่า พบกระเป๋าเงินของบริษัทแซมโก้ 2 ใบ อยู่ในพงหญ้าของโครงการหมู่บ้าน โดยกระเป๋าทั้ง 2 ใบมีกล่องเหล็กบรรจุเงินอยู่ 4 กล่อง ที่คนร้ายลืมทิ้งไว้ เมื่อเปิดออกพบเงินสด 2.6 ล้านบาท

นายวันชัย ให้การว่า ช่วงตอน 6 โมงเช้า มีชาย 3 คน สวมชุดซาฟารี ขับรถกระบะยี่ห้อโตโยต้า รุ่นไทเกอร์ สีบรอนซ์เงิน จำได้แค่เลขทะเบียน 980 กรุงเทพมหานคร ว่าจ้างในราคา 500 บาท ให้ช่วยขนกระเป๋าที่วางอยู่ในพงหญ้า 4 ใบ ไปส่งที่ปั๊มน้ำมันเจ็ท ห้าแยกวัชรพล ก่อนขับรถนำหน้าให้ตนขับตาม พอถึงจุดหมาย ทั้งหมดได้ยกกระเป๋าใส่กระบะรถแล้วขับมุ่งหน้าทางซอยออเงินย่านสายไหม ตนจึงย้อนกลับมาที่หมู่บ้านแล้วเดินไปปัสสาวะที่พงหญ้า ถึงเจอกระเป๋าอีก 2 ใบซุกอยู่เลยแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ

เกลือเป็นหนอน ที่แท้ 1 ใน 2 พนักงานขับรถรู้เห็นเป็นใจ ให้ใส่กุญแจมือ

ทีมสืบสวนยังไม่ปักใจเชื่อว่าคดีที่เกิดขึ้น พนักงานประจำรถขนเงินในคืนเกิดเหตุจะไม่มี ส่วนรู้เห็นเป็นใจ โดยเฉพาะ นายถาวร มงคลนำ หัวหน้าคุมรถที่ส่อพิรุธกว่าเพื่อน ชุดสืบสวนจึงนำตัวไปเค้นปากคำอีกระลอกตลอดช่วงบ่าย นายถาวรถึงยอมรับว่า "เป็นหนอนบ่อนไส้” ร่วมรู้เห็นกับกลุ่มของนายบัณฑิตลงมือปล้นเงินนับสิบล้านบาทในครั้งนี้ด้วย หลังจากนายบัณฑิต กับนายวรรลพ เป็นคนชักชวนหว่านล้อมจะแบ่งเงินให้ครึ่งหนึ่ง เห็นว่าง่ายและเงินเป็นจำนวนมาก ประกอบกับบริษัทเคยโดนปล้นแล้วหลายครั้งแต่จับคนร้ายไม่ได้ น่าจะสวมรอยไปด้วย จึงรับปากทำหน้าที่แค่โทรศัพท์ ส่งซิกให้นายบัณฑิต ตอนเวลาขับรถออกจากบริษัทเท่านั้น พนักงานสอบสวนจึงแจ้งข้อหาร่วมกันปล้นทรัพย์เป็นผู้ต้องรายที่ 3 ที่ถูกจับกุม และเตรียมขยายผลเพิ่มเติมว่ามีใครในบริษัทร่วมวางแผนปล้นรถขนเงินของบริษัทแซมโก้อีกบ้าง

บริษัทรับพนักงานไม่ดี นโยบายการทำงานไม่รัดกุม


ต่อมาเวลา 18.00 น. พ.ต.ท.วันชัย แฉ่งอารี พนักงานสอบสวน (สบ.2) สภ.คลองห้า อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ตรวจสอบกระเป๋าต้องสงสัยเป็นของบริษัทแซมโก้ที่ถูกคนร้ายปล้นมาทิ้งในป่าหญ้า หมู่บ้านเอื้ออาทรรังสิต คลองห้า หมู่ 5 พบกระเป๋าขนาดใหญ่ 4 ใบของบริษัทแซมโก้ มีกล่องเหล็กบรรจุเงินที่ยังไม่ได้เปิดออกทิ้งอยู่ตามที่ชาวบ้านแจ้งข้อมูลไว้จริง จึงประสานนครบาลและบริษัทแซมโก้ร่วมเดินทางไปตรวจสอบ

ในเวลาไล่เลี่ยกันกำลังตำรวจกองปราบปราม นำโดย พ.ต.อ.วรายุทธ สุขวัฒน์ ผกก.1 บก.ป. พ.ต.ท.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ สว.กก.1 บก.ป. กับพวกสามารถจับกุมนายสุริยา ไพนริน ผู้ต้องหารายที่ 4 ของคดีได้แล้ว ขณะย้อนกลับไปที่ห้องพักในซอยอ่อนนุชเพื่อเก็บข้าวของและเงินที่ปล้นได้จำนวนนับล้านบาทหลบหนีอยู่ระหว่างนำตัวไปสอบปากคำเพิ่มเติมที่กองปราบปราม


พล.ต.ท.อัศวิน ขวัญเมือง ผบช.น. (ตำแหน่งในขณะนั้น) ให้สัมภาษณ์ว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสรุป บริษัทรับพนักงานไม่ดีเข้ามาทำงาน ประกอบกับระบบการจัดการไม่ดีพอ เพราะเท่าที่สอบปากคำผู้ต้องหา ต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ผู้บริหารของบริษัทเคยเรียกประชุมพนักงานวางนโยบายกำชับว่า หากมีเหตุประทุษร้ายต่อทรัพย์ อย่าให้พนักงานต่อสู้เพราะบริษัทมีประกันภัย เมื่อรับนโยบายมา เวลาเกิดเหตุจริง เคราะห์ก็ตกอยู่กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ถามว่าตำรวจบอกพร่องหรือไม่ ก็ยอมรับว่าบกพร่อง แต่บริษัทต้องปกป้องทรัพย์สินของตัวเองด้วย ควรรับคนที่มีวุฒิภาวะดีมาทำงาน และมีมาตรการป้องกันที่ดีกว่านี้

ตรวจสอบทะเบียนประวัติอาชญากรทุกครั้งก่อนรับ

นายอนุชัย อัมพะวัต ผู้จัดการฝ่ายสนับสนุนและพัฒนา บริษัทแซมโก้เปิดเผยว่า การขนเงินในช่วงเวลากลางคืนเป็นการขนเงินไปใส่เครื่องบริการเงินสดตามตู้เอทีเอ็ม ส่วนกลางวันจะเป็นการขนเงินไปส่งให้กับธนาคารต่างๆ ที่ผ่านมาบริษัทจะให้พนักงานพกปืน แต่ระยะหลังได้เปลี่ยนเป็นการติดระบบดาวเทียมติดตามที่ตัวรถแทน ระบบการป้องกันตู้เก็บเงินจะมีประตู 2 ชั้น ต้องใช้กุญแจ 2 ดอกไขพร้อมกัน พนักงานขนเงินของบริษัทก่อนที่จะรับเข้ามาทำงานต้องมีการส่งประวัติไปตรวจสอบที่ กองทะเบียนประวัติอาชญากร ห้ามพนักงานพกโทรศัพท์ส่วนตัว แต่บริษัทจะมีเบอร์โทรศัพท์ส่วนกลางให้ใช้ และเวลาพนักงานจะออกไปทำงานต้องมีการตรวจสอบเงินภายในตัวพนักงานด้วยว่า มีจำนวนเท่าไร เมื่อกลับมาต้องมีเท่าเดิม หากมีการใช้ไปก็ต้องนำใบเสร็จมายืนยัน

วางแผน 2 เดือน หารือที่ร้านยาดองใกล้บริษัท

คนร้ายที่ลงมือก่อเหตุในครั้งนี้มีทั้งหมด 7 คน เป็นพนักงานของบริษัทแซมโก้ จำนวน 5 คน ส่วนอีก 2 คนเป็นคนนอกและยังเป็นนักกีฬาวอลเลย์บอลสังกัดมณฑลทหารราบที่ 11 ที่ถูกชักชวนเข้ามาร่วมก่อเหตุในครั้งนี้ด้วย สำหรับหัวหน้าและถือเป็นหัวโจกของคดีนี้คือ นายบัณฑิต ถึงนอก อายุ 33 ปี ซึ่งนายบัณฑิตเป็นผู้ต้นคิดที่จะก่อเหตุปล้นรถขนเงินในครั้งนี้ ใช้เวลาในการวางแผนเป็นเวลากว่า 2 เดือน โดยจะใช้ร้านยาดองที่ตั้งอยู่บริเวณบริษัทแซมโก้เป็นที่ประชุมวางแผนในการก่อเหตุ ซึ่งร้านดังกล่าวมี "นายวรรลพ สร้อยสงค์" อายุ 38 ปี เป็นเจ้าของร้าน

สำหรับการก่อเหตุครั้งนี้คนร้ายได้มีการวางแผน โดยมอบหมายให้นายถาวร ซึ่งเป็นหัวหน้าชุดรถขนเงิน ไปแลกเวรการทำงานให้ตรงกับเวลาที่กลุ่มคนร้ายได้วางแผนไว้ ซึ่งก็คือเวลากลางคืน โดย นายถาวร สามารถแลกเวรการทำงานได้เมื่อวันที่ 11 ธ.ค.ที่ผ่านมา หลังจากที่นายถาวรสามารถแลกเวรการทำงานได้ ก็นำรถมารับเงินที่บริษัท เพื่อนำไปส่งตามตู้เอทีเอ็มตามจุดต่างๆ ที่ได้มอบหมายมา ซึ่งพนักงานจะไม่รู้ล่วงหน้าว่าในแต่ละวันจะต้องนำเงินไปใส่ที่ตู้เอทีเอ็มจุดใดบ้าง

วิธีการแยบยล พยายาม 2 ครั้งไม่สำเร็จ มาสำเร็จอีกทีครั้งที่ 3

แต่กลุ่มคนร้ายก็ได้ใช้วิธีการโดยให้ นายถาวร ซึ่งนั่งอยู่บนรถขนเงินเขียนสถานที่ต่างๆ ที่ต้องนำเงินไปใส่ในตู้เอทีเอ็ม หลังจากเขียนเสร็จก็จะทิ้งไว้ตามเส้นทาง โดยมีจะมีกลุ่มคนร้ายตามมาเก็บกระดาษดังกล่าว แต่การลงมือใน 2 วันแรก กลุ่มคนร้ายขับรถยนต์ตามไม่ทัน ทำให้ไม่สามารถเก็บกระดาษที่นายถาวรเขียนได้

“สำหรับเมื่อคืนที่ผ่านมาถือเป็นครั้งที่ 3 ที่กลุ่มคนร้ายลงมือก่อเหตุ โดยนายถาวรได้เขียนเส้นทางที่จะต้องเดินทางส่งเงินใส่กระดาษและทิ้งไว้ตามถนน โดยครั้งนี้กลุ่มคนร้ายสามารถเก็บกระดาษดังกล่าวได้ จึงติดตามรถขนเงินมาได้ เมื่อกลุ่มคนร้ายติดตามรถขนเงินมาได้สักระยะ ทางนายกราณชัย อุตอามาตย์ อายุ 28 ปี พนักงานขับรถขนเงินคันดังกล่าวได้เกิดปวดปัสสาวะ จึงได้ขับรถแวะเข้าไปในปั๊มน้ำมันปิโตรนาส สาขาเสนานิคม โดยนายกราณชัยและนายถาวรก็ได้ลงรถไปเข้าห้องน้ำทั้ง 2 คน ซึ่งขณะนั้นคนร้ายได้ขับรถเก๋งยี่ห้อฮุนได ซึ่งเป็นของ นายบัณทิต ติดตามมา ก่อนจอดบริเวณท้ายรถขนเงิน” พล.ต.อ.วงกต มณีรินท์ รอง ผบ.ตร. กล่าว

ผู้ต้องหาส่อพิรุธ ระหว่างเดินหนี รปภ.แจ้งตำรวจ คุมตัวได้

พล.ต.อ.วงกต กล่าวต่อว่า หลังจากที่นายกราณชัยเข้าห้องน้ำเสร็จก็ได้เดินมาขึ้นรถ แต่นายกราณชัยได้สังเกตเห็นว่ามีรถเก๋งมาจอดปิดท้ายรถไว้จึงรู้สึกผิดสังเกต โดยจังหวะนั้นนายกราณชัยเห็น นายอุทิศ จันทร์สำเภา อายุ 22 ปี นักกีฬาวอลเลย์บอลสังกัดมณฑลทหารราบที่ 11 และเป็นคนร้าย เดินลงมาจากรถเก๋งคันดังกล่าวและเดินตรงเข้ามาหา จึงได้รีบวิ่งขึ้นรถและสตาร์ตรถเพื่อหลบหนี แต่นายกราณชัยได้จอดรถรอนายถาวรอยู่ จังหวะนั้นนายอุทิศได้เปิดประตูรถด้านหน้าฝั่งซ้ายเข้าไปในรถ ก่อนที่นายอุทิศจะใช้อาวุธปืนปลอมซึ่งเป็นปืนไฟแช็กจี้บังคับนายกราณชัยให้หมอบลงกับพื้นและบังคับให้นายกราณชัย และนายถาวรซึ่งรู้กันกับคนร้ายที่นั่งบริเวณแค็บรถยนต์ด้านหลัง โดยได้ใส่กุญแจมือทั้ง 2 คนไว้ จากนั้นนายอานนท์ได้ส่งอาวุธปืนให้กับนายอานนท์ พ่วงอำไพ อายุ 22 ปี คนร้ายอีก 1 คนถืออาวุธปืนคุมเชิงไว้ ก่อนที่นายอุทิศจะขึ้นไปนั่งรถบริเวณเบาะด้านหน้าฝั่งซ้าย ส่วนนายอานนท์ก็ได้ขึ้นมาบนรถด้วยและมีนายบัณฑิตเป็นผู้ขับรถขนเงินหลบหนี

"เมื่อคนร้ายขับรถมาถึงจุดที่คนร้ายนัดหมายกันไว้ว่าจะเป็นจุดขนถ่ายเงิน กลุ่มคนร้ายที่ขับรถเก๋งมาได้เกิดพลัดหลงกัน แต่กลุ่มคนร้ายก็ได้ขับรถวนจนมาเจอกับกลุ่มคนร้ายที่ขับรถเก๋ง จากนั้นก็ได้มีการขนถ่ายเงินใส่รถเก๋งบริเวณซอยมัยลาภ ซึ่งเป็นจุดที่กลุ่มคนร้ายทำกระเป๋าเงินตกไว้ จากนั้นนายอานนท์จึงส่งอาวุธปืนให้กับนายอุทิศเป็นผู้ดูแลนายกราณชัยและนายถาวรต่อ ก่อนที่นายบัณฑิตจะขับรถขนเงินมาจอดทิ้งไว้บริเวณหน้าหมู่บ้านปัญญาอินทรา ย่านรามอินทรา เมื่อนายบัณฑิตและนายอุทิศนำรถขนเงินมาจอดทิ้งไว้บริเวณดงักล่าวก็ได้บังคับให้นายกราณชัยและนายถาวรหมอบลงกับรถ ก่อนจะวิ่งหลบหนีไป จากนั้นนายกราณชัยจึงได้ลงจากรถมาขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ รปภ.ของหมู่บ้านดังกล่าว ซึ่งก่อนหน้านี้ทางเจ้าหน้าที่ รปภ.ได้เห็นนายบัณฑิตและนายอุทิศเดินไปด้วยท่าทางมีพิรุธ จึงได้แจ้งไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจอาสา ก่อนที่จะสามารถจับกุมนายบัณฑิตและนายอุทิศได้"

ปี 2550 เกิดเหตุปล้นรถขนเงินมาแล้ว 3 ครั้ง

ครั้งที่1 เหตุเกิดในท้องที่ สน.หัวหมาก เวลา 12.15 น. วันที่ 12 มิถุนายน 50 3 คนร้ายใช้อาวุธปืนปล้นรถแซมโก้ ที่ด้านหลังธนาคารกรุงศรีอยุธยา สาขาถนนพระราม9-ศรีนครินทร์ ถนนพระราม9 ซอย60 แขวงและเขตสวนหลวง กทม.ก่อนเชิดเงิน 3.5 ล้านบาทขึ้นรถกระบะโตโยต้า วีโก้ สีบรอนซ์เงินหลบหนีลอยนวล

ครั้งที่2 เหตุเกิดในท้องที่ สน.จรเข้น้อย เวลา 14.30 น.วันที่ 29 พฤศจิกายน 50 3 คนร้ายใช้อาวุธปืนปล้นรถแซมโก้ บริเวณธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ถ.ฉลองกรุง แขวงและเขตลาดกระบัง กทม. ก่อนเชิดเงิน 22.8 ล้านบาท แล้วซิ่งรถเก๋งโตโยต้าอัลตีส สีบรอนซ์เงิน ยิงฝ่าด่านตำรวจหลบหนีลอยนวล

ล่าสุดครั้งที่ 3 เหตุเกิดในท้องที่ สน.หพลโยธิน และพบรถแซมโก้คันเกิดเหตุ และสามารถจับกุมคนร้ายได้ ในท้องที่ สน.คันนายาว เหตุเกิดเมื่อเวลา 02.30 น. วันที่ 14 ธันวาคม 4 คนร้ายขับรถตามประกบรถแซมโก้ได้เงินไปกว่า 17 ล้านบาท หลังก่อเหตุสามารถจับกุมคนร้ายได้ยกแก๊ง ซึ่งเป็นพนักงานของแซมโก้เอง (เกลือเป็นหนอน) แล้วนำตัวมาสืบสวนต่อไปว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการปล้นรถขนเงิน ทั้ง 2ครั้งหรือไม่.

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้