วันอังคารที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
5 อุบัติเหตุ-7 ศพ เขาโทนยังเฮี้ยน "พ่วงชนพ่วง" เละ

5 อุบัติเหตุ-7 ศพ เขาโทนยังเฮี้ยน "พ่วงชนพ่วง" เละ

  • Share:

อุบัติเหตุสยองวันเดียว 5 รายสังเวย 7 ศพ บาดเจ็บระนาว รายแรกรถบรรทุก ตู้คอนเทนเนอร์วิ่งลงเขาศาลปู่โทน เบรกแตกพุ่งชนท้ายรถพ่วงดับ 2 ศพ รายที่สองสาวซิ่งเก๋งเฉี่ยวต้นไม้พลิกคว่ำตกคูน้ำดับพร้อมเพื่อน 2 ศพ รายที่สามหนุ่มเมืองเบียร์ควบซีอาร์วีชนต้นไม้ริมทาง ไฟไหม้รถคลอกตัวเองบาดเจ็บ ส่วนเมียถูกอัดก๊อบปี้สิ้นใจคาที่ รายที่สี่ผัวเมียชะตาขาดขี่รถ จยย.ขึ้นสะพานข้ามทางรถไฟ ถูกรถเก๋งข้ามเลนชนประสานงาร่วงตกมากระแทกพื้นถนนเบื้องล่างตายทั้งคู่ และรายสุดท้าย รถทัวร์ซิ่งแข่งพายุเสียหลักตกร่องกลางถนน คนขับกับผู้โดยสารบาดเจ็บ 11 คน สุดสยองพระสงฆ์มือขาดกระเด็น

วันเดียวเกิดอุบัติเหตุรุนแรงหลายราย รายแรกรถบรรทุกเบรกแตกชนรถพ่วงเสียชีวิต 2 ศพ เมื่อเวลา 02.10 น. วันที่ 3 มี.ค. ร.ต.อ.ติพล วาดโคกสูง รอง สว. (สอบสวน) สภ.วังขอนแดง อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ 191 ว่า เกิดอุบัติเหตุรถชน กันมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต บนถนนสาย 304 ช่วง นาดี-กบินทร์บุรี หมู่ 4 ต.บุพราหมณ์ อ.นาดี ไปตรวจสอบพร้อมด้วยนายนพดล งามเหลือ นอภ.นาดี และเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยสัจจะพุทธธรรม กบินทร์บุรี

ที่เกิดเหตุพบรถบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ สีขาว ทะเบียน 60-3037 กรุงเทพมหานคร พุ่งชนท้ายรถพ่วงที่วิ่งอยู่ด้านหน้า ตัวรถเหวี่ยงกระแทกขอบปูนกั้นเลน พลิกคว่ำกีดขวางทาง 1 ช่องจราจร ภายในรถบรรทุกพบศพนายปรีชา เชื้อหอม อายุ 36 ปี คนขับ และ ด.ญ.จิรวรรณ ศรีระษา อายุ 7 ขวบ ลูกสาว มีผู้บาดเจ็บ 1 คน ทราบชื่อ น.ส.อรุณี ศรีระษา อายุ 40 ปี ภรรยานายปรีชา เจ้าหน้าที่นำส่งห้องผู้ป่วยฉุกเฉิน รพ.นาดี

สอบสวนทราบว่า นายปรีชาขับรถมาพร้อมกับครอบครัวจาก จ.นครราชสีมา มุ่งหน้าไปส่งของที่ท่าเรือแหลมฉบัง จ.ชลบุรี เมื่อมาถึงบริเวณที่เกิด เหตุเป็นทางลงเขาศาลปู่โทน ปรากฏว่ารถเบรกแตก พุ่งไปชนท้ายกับรถพ่วงที่อยู่ด้านหน้า ก่อนที่ตัวรถจะเหวี่ยงไปฟาดกับราวกั้นขอบทางจนเป็นเหตุสลด ก่อนหน้านี้บริเวณจุดเกิดเหตุเคยเกิดอุบัติเหตุขึ้นมาหลายครั้ง แต่ละครั้งมักจะเป็นรถพ่วงหรือรถบรรทุกเบรกแตก พุ่งชนรถเสียหายหลายคัน กระทั่งมาเกิดเหตุอีกครั้ง

รายที่สอง สาวซิ่งตกคูน้ำจมดับพร้อมเพื่อนสลด 2 ศพ บาดเจ็บอีก 3 คน เมื่อเวลา 02.00 น.วันเดียวกัน พ.ต.ท.กมล คิดอ่าน สว. (สอบสวน) สภ.เมืองลำปาง รับแจ้งเหตุรถเก๋งเสียหลักตกคูน้ำมีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บหลายราย ริมถนนซุปเปอร์ไฮเวย์สายลำปาง-งาว ขาเข้าเมืองลำปาง เลยปากทางเข้าวัดม่อนเขาแก้ว ไม่มากนัก ต.พิชัย พร้อมด้วยแพทย์ รพ.ลำปาง นำกำลังและเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยสมาคมกู้ภัยลำปาง รุดไปสอบสวน

ที่เกิดเหตุพบรถเก๋งฮอนด้าซิตี้สีดำ ทะเบียน กบ 553 ลำปาง สภาพพังยับเยินพลิกหงายท้องล้อชี้ฟ้าอยู่ในคูน้ำข้างทางจมไปครึ่งคัน ในซากรถพบ ศพ น.ส.ชไมพร พุทธวงศ์ อายุ 22 ปี คนขับ เป็นพนักงานบริษัทแห่งหนึ่ง อยู่บ้านเลขที่ 19/1 หมู่ 3 ต.นิคมพัฒนา อ.เมืองลำปาง ตายคาเบาะคนขับกับ น.ส.ภคินี สิงห์แก้ว อายุ 22 ปี ชาว อ.เมืองลำปาง อยู่เบาะหน้าซ้าย ทั้งคู่ไม่มีบาดแผลฉีกขาด คาดเสียชีวิตเพราะจมน้ำ คนเจ็บ 3 คน ถูกนำส่ง รพ.ลำปางไปก่อนแล้ว ชื่อ น.ส.วันทนา ถาวร อายุ 22 ปี น.ส.ธัญญา แก้วเสมอใจ อายุ 22 ปี และ น.ส. ปณิดา ลังกาวงค์ อายุ 22 ปี ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย จากแรงกระแทก

สอบสวนทราบว่า ผู้ตายกับเพื่อนร่วมรุ่นชั้นปวส.วิทยาลัยอาชีวศึกษาลำปาง รวม 6 คน บางคนเรียนต่อระดับปริญญาตรี เช่น น.ส.ภคินี เรียนอยู่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา เชียงใหม่ ใกล้จะจบแล้ว บางคนทำงานแล้ว นัดเจอกันและไปเที่ยวสถานบันเทิงแห่งหนึ่งในตัวเมืองลำปาง กระทั่งร้านปิด น.ส.ชไมพรอาสาขับรถไปส่งเพื่อนๆ กลับบ้าน โดยไปส่งเพื่อนคนแรกกลับเรียบร้อยแล้ว กำลังจะไปส่งเพื่อนอีกคนกลับหอพักที่หมู่บ้านลำปาง–คูณ ถึงที่เกิดเหตุรถเสียหลักเฉี่ยวชนต้นไม้ข้างทาง 2 ต้น แล้วรถพลิกคว่ำตกลงไปในคูน้ำ เป็นเหตุให้ น.ส.ชไมพร กับ น.ส.ภคินี จมน้ำอย่างน่าสลดใจ ส่วน เพื่อนบาดเจ็บ ตำรวจอยู่ระหว่างสอบสวนหาสาเหตุของอุบัติเหตุครั้งนี้ต่อไป

รายที่สาม รถฮอนด้าซีอาร์วีเสียหลักพุ่งชนต้นไม้ข้างทางดับ 1 ศพ เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 3 มี.ค. พ.ต.ท.ยุทธนา พุกสุข สว.(สอบสวน) สภ.คลองขลุง จ.กำแพงเพชร รับแจ้งเหตุรถยนต์ชนต้นไม้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต บริเวณห้องเครื่องยนต์เกิดไฟไหม้ที่ข้างทางถนนพหลโยธินสายกำแพงเพชร-นครสวรรค์ ช่วงขาล่อง หมู่ 2 ต.ท่าพุทรา อ.คลองขลุง พร้อมประสานรถดับเพลิงขององค์การบริหารส่วนตำบลท่าพุทรา และเจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างกำแพงเพชรร่วมตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบรถฮอนด้า ซีอาร์วี สีขาว ทะเบียน ขอ 6777 เชียงใหม่ เสียหลักชนต้นไม้ข้างทางตัวถังด้านหน้าพังเสียหาย เกิดเพลิงลุกไหม้ที่ห้องเครื่องและเริ่มลุกลามมาที่ห้องโดยสาร เจ้าหน้าที่เร่งให้ความช่วยเหลือ พร้อมฉีดน้ำสกัดเพลิงไหม้ ส่วนคนขับได้รับบาดเจ็บติดคารถ เจ้าหน้าที่นำตัวออกมาทราบชื่อนายแวคเนอร์ กันเตอร์ เฮอร์แมน อายุ 65 ปี ชาวเยอรมัน ถูกไฟคลอกที่ลำตัวช่วงศีรษะ และลำตัวด้านซ้าย นำตัวส่ง รพ.กำแพงเพชร ส่วนที่เบาะข้างคนขับพบศพนางนิจจารีย์ แวคเนอร์ อายุ 60 ปี ภรรยา อยู่บ้านเลขที่ 189/31 หมู่ 5 ต.ฟ้าฮ่าม อ.เมืองเชียงใหม่ ลำตัวอัดติดกับคอนโซล เจ้าหน้าที่ต้องใช้เครื่องตัดถ่างนำร่างออกมาด้านนอก

สอบสวนทราบว่า นายแวคเนอร์ขับรถมากับภรรยาชาวไทย เดินทางมาจาก จ.เชียงใหม่ เมื่อมาถึงในจุดเกิดเหตุเป็นทางตรงระยะทางไกล คาดว่าเกิดอาการหลับใน ทำให้รถเสียหลักพุ่งเข้าไปชนต้นไม้ข้างทาง เจ้าหน้าที่เร่งประสานญาติของผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต เพื่อสอบถามข้อมูลต่อไป

รายที่สี่ เก๋งซิ่งข้ามเลนชนประสานงารถ จยย. ผัวเมียกระเด็นตกสะพานดับสยอง 2 ศพ เปิดเผยเมื่อเวลา 05.25 น.วันที่ 3 มี.ค. ร.ต.อ.กำพล ภัทร-พงศ์พันธ์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.หาดใหญ่ จ.สงขลา รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุรถเก๋งชนรถ จยย.บนสะพานข้ามทางรถไฟ ถนนเพชรเกษม ตรงข้าม สภ.หาดใหญ่ เขตเทศบาลนครหาดใหญ่ ทำให้คนขี่รถ จยย.และคนนั่งซ้อนท้ายกระเด็นตกจากสะพานลงมาเสียชีวิตอยู่กลางถนนด้านล่าง 2 ศพ จึงนำกำลังตำรวจ พร้อมหน่วยกู้ภัยมูลนิธิมิตรภาพสามัคคีหาดใหญ่ ไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุเป็นสะพานสายหลักเข้าออกตัวเมืองหาดใหญ่ บนสะพานพบรถเก๋งโตโยต้าคัมรี่ สีทอง ทะเบียน ภต 295 กรุงเทพมหานคร สภาพด้านหน้าพังยับ กันชนหลุด กระจกแตกร้าว จอดขวางอยู่กลางสะพาน ส่วนคนขับทิ้งรถหลบหนีไป ห่างออกไปประมาณ 4 เมตร พบรถ จยย.ฮอนด้าเวฟ สีน้ำเงิน ทะเบียนป้ายเหลือง กกข 529 สงขลา ล้มอยู่ริมราวสะพาน สภาพด้านหน้าถูกชนจนล้อบิดงอ ที่แฮนด์รถมีถุงใส่กับข้าวแขวนอยู่ ส่วนคนขี่รถ จยย.และคนนั่งซ้อนท้ายกระเด็นตกลงไปอยู่กลางถนนรัถการเสียชีวิตทั้งคู่ ทราบชื่อนายสักกรินทร์ แซ่ตั่น อายุ 63 ปี และนางสมพร แซ่ตั่น อายุ 60 ปี ทั้งสองคนเป็นสามีภรรยากัน สภาพศีรษะแตกและร่างกายบอบช้ำจากแรงกระแทกอย่างรุนแรง

จากการสอบถามเบื้องต้นไม่มีพยานผู้เห็นเหตุการณ์ ตำรวจตรวจสอบสภาพรถในที่เกิดเหตุคาดว่า รถเก๋งขับมุ่งหน้าเข้าตัวเมืองหาดใหญ่ ถึงที่เกิดเหตุรถวิ่งด้วยความเร็วสูงเกิดเสียหลักข้ามเลนพุ่งเข้าชนประสานงากับรถ จยย.ที่ผู้ตายทั้งสองขี่สวนทางออกมาจากเมืองหาดใหญ่หลังไปจ่ายตลาด จนทั้งคู่ร่างกระเด็นร่วงตกจากสะพานที่มีความสูงประมาณ 4 เมตร ลงมากระแทกพื้นถนนเบื้องล่างจนเสียชีวิต 2 ศพ หลังเกิดเหตุคนขับรถเก๋งทิ้งรถหลบหนีไป ยังไม่สามารถระบุได้ว่าสาเหตุมาจากการเมาแล้วขับหรือไม่ ส่วนศพสองผัวเมียได้ประสานไปยังญาติให้มารับไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป

ต่อมาเวลา 11.00 น.วันเดียวกัน นายปกครอง สัตถาวร อายุ 30 ปี คนขับรถเก๋งโตโยต้าคัมรี่ เป็นพนักงานบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง อยู่บ้านเลขที่ 14 ถนนราษฎร์อุทิศ ซอย 29 อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เข้ามาให้ปากคำต่อพนักงานสอบสวน สภ.หาดใหญ่ รับสารภาพว่าขับรถชน จยย.ผู้ตาย ยืนยันว่าไม่ได้เมาสุรา สาเหตุเกิดจากขณะขับรถขึ้นสะพาน มีรถกระบะคันหนึ่งที่วิ่งสวนทางมาขับกินเลนข้ามมาฝั่งตน จึงหักหลบจนล้อรถไปกระแทกฟุตปาทริมราวสะพานทำให้เสียหลักหมุนคว้างไปพุ่งชนรถ จยย.ที่ขับตามหลังรถกระบะมาพอดี จนคนขี่และคนซ้อนท้ายกระเด็นตกลงไปเสียชีวิต ส่วนที่ทิ้งรถหลบหนีไปเพราะกลัวและอยู่ในอาการตกใจ เมื่อตั้งสติได้รีบมาพบพนักงานสอบสวนทันที ต่อมาตำรวจให้ตรวจแอลกอฮอล์โดยการเป่า ปรากฏว่าไม่พบแอลกอฮอล์ในร่างกายแต่อย่างใด และยังไม่ได้แจ้งข้อหาเนื่องจากต้องรอผลตรวจศพจากแพทย์ รวมทั้งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดในที่เกิดเหตุ และสอบสวนพยานแวดล้อม ก่อนจะเชิญตัวมารับทราบข้อกล่าวหาอีกครั้ง

ด้านว่าที่ ร.ต.ปัณณพงศ์ สหพงศ์ภัสร์ หลานของผู้ตายทั้งสองเดินทางมาพบพนักงานสอบสวนเพื่อรับทรัพย์สินส่วนตัวของผู้เสียชีวิตที่ตกอยู่ในที่เกิดเหตุ พร้อมเผยว่า ญาติไม่ได้ติดใจอะไร ให้ตำรวจดำเนินคดี ไปตามกระบวนการของกฎหมาย ส่วนศพทั้งคู่ตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดศรีสว่างวงศ์ หรือวัดเกาะเสือ อ.หาดใหญ่ ขณะที่พ่อค้าแม่ค้าในตลาดกิมหยงซึ่งรู้จักกับผู้ตายเผยว่า ทั้งสองคนเป็นคนดี ใช้ชีวิตสมถะถือศีล กินเจทั้งคู่ ฝ่ายสามีอาชีพขี่รถ จยย.รับจ้าง ส่วนภรรยา ขายนมอยู่ในตลาดกิมหยง ช่วงตี 5 ของทุกวันทั้งคู่จะขนของมาที่ตลาดแล้วออกไปรับนมมาขายแต่มาประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต สร้างความสะเทือนใจให้กับผู้ที่รู้จักเป็นอย่างมาก

และรายที่ห้ารถทัวร์ตกร่องกลางถนนพุ่งชนต้นไม้ทำให้ผู้โดยสารบาดเจ็บระนาวเมื่อเวลา 01.00 น. วันเดียวกัน ร.ต.อ.จรัญ สุขสวัสดิ์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.ธงชัย อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุรถทัวร์เสียหลักตกร่องกลางถนนเพชรเกษม กม.ที่ 371+700 หมู่ 2 ต.ชัยเกษม อ.บางสะพาน มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย จึงประสานไปยังเจ้าหน้าที่กู้ชีพ อบต.ชัยเกษม เจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิสว่างราษฎร์- ศรัทธาธรรมสถาน และเจ้าหน้าที่กู้ภัยตำรวจทางหลวง ไปให้ความช่วยเหลือ

ที่เกิดเหตุพบรถทัวร์โดยสารวีไอพีร่วมบริการ บขส. สายกรุงเทพฯ-กระบี่ ของบริษัท ลิกไนต์ทัวร์ จำกัด หมายเลขข้างรถ 950-4 ทะเบียน 15-5183 กรุงเทพมหานคร พลิกตะแคงอยู่ในร่องกลางถนน สภาพตัวถังรถฝั่งขวาพังยับ หน้ารถชนกับต้นไม้ขนาดใหญ่ มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 11 คน เจ้าหน้าที่กู้ภัย ช่วยเหลือลำเลียงส่ง รพ.บางสะพาน ในจำนวนนี้อาการสาหัส 4 คน ทราบชื่อนายจำรัส ขันสังข์ อายุ 51 ปี คนขับรถทัวร์ น.ส.เนาวรัตน์ โซ๊ะมัน อายุ 48 ปี พระประกิต ชวิโรจน์ อายุ 68 ปี และ น.ส.อร–อนงค์ ก้อซอ อายุ 25 ปี แพทย์นำเข้าห้องฉุกเฉิน ช่วยชีวิตเป็นการด่วน โดยเฉพาะพระประกิต หนึ่งใน ผู้บาดเจ็บสาหัสนั่งอยู่เบาะหน้าฝั่งขวา มือขวาขาดตกอยู่ในที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องนำใส่ถุงพลาสติกใส่กระติกน้ำแข็งรีบส่งไปให้แพทย์ผ่าตัดอย่างเร่งด่วน ส่วนอีก 7 คนบาดเจ็บเล็กน้อย แพทย์ปฐมพยาบาลแล้วให้กลับได้

สอบสวนทราบว่า นายจำรัส ขันสังข์ ขับรถทัวร์พาผู้โดยสาร 30 คน มีทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เดินทางออกจากสถานีขนส่งสายใต้ใหม่เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 2 มี.ค. มุ่งหน้าปลายทาง จ.กระบี่ เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุคาดว่าคนขับหลับในทำให้รถเสียหลักตกลงไปในร่องกลางถนน พลิกตะแคงขวาพุ่งชนต้นไม้อย่างจังทำให้คนขับและผู้โดยสารได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก จากการสอบถามผู้โดยสารเล่าว่า ก่อนมาถึงจุดเกิดเหตุรถวิ่งด้วยความเร็วสูงจนรู้สึกตกใจว่าทำไมรถทัวร์ถึงวิ่งเร็วผิดปกติ พยายามนั่งมองตลอดทางจนมาเกิดอุบัติเหตุขึ้นจนได้ ตำรวจจะได้เก็บรวบรวมหลักฐานในที่เกิดเหตุ พร้อมรอเรียก สอบปากคำพนักงานขับรถและผู้โดยสารเพื่อสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้