วันอังคารที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
"อนุชา" ลั่นพลังประชารัฐ คือ แสงสว่าง นำพาบ้านเมืองพ้นความขัดแย้ง

"อนุชา" ลั่นพลังประชารัฐ คือ แสงสว่าง นำพาบ้านเมืองพ้นความขัดแย้ง

  • Share:

"พลังประชารัฐ" หาเสียง "อุบลฯ-อำนาจฯ" "อุตตม" โว กระแสดี หลังทุกพรรครุมกระทืบ วอน ปชช.ทิ้งของเดิม เลือกของใหม่ ด้าน "สุพล" สำนึกผิดทำบ้านเมืองเสียหาย ป้อง "ลุงตู่" ยึดอำนาจเหตุ เพราะสองฝ่ายทะเลาะไม่เลิก ขณะที่ "เสี่ยแฮงค์" ยก "ประยุทธ์" กอบกู้ชาติ พปชร.เป็นแสงสว่างขจัดความขัดแย้ง ขณะที่ "มาดามเดียร์” ลั่น เป็นรัฐบาล ได้ "มารดาประชารัฐ" ดูแลตั้งแต่ตั้งครรภ์ยัน 6 ปี ได้เงินร่วมแสน

เมื่อวันที่ 2 มี.ค.62 พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) นำโดย นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค นายอนุชา นาคาศัย ประธานยุทธศาตร์การเลือกตั้งภาคกลาง นายสุพล ฟองงาม แกนนำจังหวัดอุบลราชธานี และ น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี หรือ มาดามเดียร์ ผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ขึ้นปราศรัยกับประชาชน ที จ.อุบลราชธานี และ จ.อำนาจเจริญ รวม 4 เวที ซึ่งแต่ละเวที มีประชาชนร่วมฟังกว่า 10,000 คน

อุตตม สาวนายน

โดย นายอุตตม กล่าวปราศรัยว่า พรรคพลังประชารัฐมาจากหลายสาย ทั้งคนรุ่นเดิมที่มากประสบการณ์และคนรุ่นใหม่ ซึ่งมารวมตัวกันเพราะเห็นว่า ประเทศต้องมีคนอาสาเข้ามาทำงาน เนื่องจากที่ผ่านมาบ้านเมืองขาดความสงบสุข ประชาชนขัดแย้ง ดังนั้นวันนี้ของเดิมต้องทิ้งไว้ที่เดิม และเรามาร่วมกันเดินหน้าสร้างอนาคตให้คนไทยด้วยกัน อนาคตที่อยู่บนพื้นฐานในการทำให้ประชาชนสามารถทำมาหากิน ลูกหลานมีความหวังว่าจะมีงานทำ วันนี้พรรคมีกระแสแรงไม่ต้องกลัวใคร พรรคอื่นจึงกระทืบเราทุกวัน แสดงว่าเรามีพลังเขาถึงมาแตะเรา ทั้งนี้เราต้องเรียนรู้อดีตไม่ให้ผิดพลาดเหมือนเดิม และมาร่วมกันสร้างอนาคต ร่วมกันสร้างรากฐานประเทศ เกษตรกรต้องมีความสุขก่อน พรรคจึงนำเสนอนโยบายเพื่อสร้างอนาคตใหม่ สร้างความหวังให้เกษตรกรและคนไทย อย่างนโยบายข้าวได้ราคา ชาวนาได้เงินเพิ่ม ให้ราคาข้าวเหมาะสมกับราคาในกลไกตลาด เพิ่มค่าเก็บเกี่ยวจาก 1,200 บาท เป็น 2,000 บาท จำนวน 20 ไร่ ประชาชนที่มีภาระเรื่องหนี้สิน จากการกู้เงินในกองทุนหมูบ้านต้องจ่ายดอกเบี้ย ทำให้ต้องไปกู้เงินนอกระบบมาจ่าย พรรคพลังประชารัฐเห็นว่า คงปล่อยต่อไปไม่ได้ จึงเสนอพักหนี้กองทุนหมูบ้านให้ 3 ปี แล้วให้กู้ใหม่พร้อมวิธีการสร้างรายได้เสริมไปพร้อมๆกัน นอกจากนี้ยังมีนโยบาย บัตรประชารัฐ ที่จะสานต่อจากรัฐบาลชุดนี้ ซึ่งหากพรรคได้เป็นรัฐบาลจะเพิ่มบัตรให้กับประชาชนที่ตกหล่น อีก 2-3 ล้านคน นอกจากเพิ่มจำนวนแล้ว ยังมีการเพิ่มสิทธิประโยชน์ด้วย เพื่อให้ครอบคลุมคนแต่ละกลุ่ม โดยจะเริ่มตั้งแต่ผู้สูงวัย ให้มีการดูแลสุขภาพ ด้วยแนวคิด "หมอถึงบ้าน พยาบาลถึงเรือน" พร้อมดูแลผู้พิการให้เกิดการสร้างงาน สร้างโอกาส

นายอุตตม กล่าวย้ำว่า ไม่ได้มาขายฝัน และไม่ได้มาขายของที่มีปัญหา รวมถึงตนเองไม่กินแมงโม้ ทั้งนี้เน้นย้ำว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แคนดิเดทนายกฯ เป็นบุคคลที่เหมาะสม เพราะประชาชนต้องการก้าวข้ามความขัดแย้ง และ พล.อ.ประยุทธ์ ก็มีความตั้งใจทำงาน

สุพล ฟองงาม (ขวา)

ด้าน นายสุพล กล่าวปราศรัยว่า ก่อนที่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะเข้ามาบริหาร เกิดเหตุการณ์ความรุนแรง ทั้งการปิดถนน เผาบ้านเผาเมือง ล้มการประชุมอาเซียน ยึดสนามบิน เกิดความขัดแย้งอย่างรุนแรง ระหว่างประชาชนสองฝ่าย นำไปสู่การบาดเจ็บล้มตายวนเวียนเป็นระยะเวลากว่า 10 ปี ตนอยู่ในบ้านหลังนั้นเห็นทุกสิ่งทุกอย่าง จึงตัดสินใจออกมาเพื่อให้บ้านเมืองเดินหน้า ก้าวข้ามความขัดแย้ง บ้านเมืองต้องสงบและปรองดอง วันนี้สำนึกผิดที่ทำให้บ้านเมืองเสียหาย จึงขอโทษพี่น้องประชาชนด้วย และขอชี้แจงว่าอย่าไปหลงวาทกรรมที่ใช้โจมตีพรรคพลังประชารัฐ โจมตีรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ อย่าไปโทษคนปฏิวัติ แต่ต้องโทษคนสร้างปัญหา จนนำมาสู่การปฏิวัติ ถ้าเสื้อเเหลืองเสื้อแดงไม่ตีกัน พล.อ.ประยุทธ์ จะยึดอำนาจหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ได้สืบทอดอำนาจ เพราะขณะนี้อำนาจอยู่ในมือพี่น้องประชาชน ในการกำหนดอนาคตประเทศ จะเลือกใครก็เป็นสิทธิ แต่หากเลือกพรรคเดิม บ้านเมืองก็จะเป็นแบบเดิม ดังนั้นขอให้มาช่วยกันนำพาประเทศออกจากความขัดแย้ง

ขณะที่ นายอนุชา กล่าวปราศรัยว่า ตนเคยเป็น ส.ส.ของพรรคไทยรักไทย และถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง จากกรณียุบพรรค จนกระทั่งวันหนึ่งตัดสินใจก้าวเดินออกมาสังกัดพรรคเล็ก เพราะบ้านเมืองกำลังจะลุกเป็นไฟ จากคนที่ต้องการอำนาจ ด้วยการนำความรักความศรัทธาของประชาชนไปต่อสู้บนถนน เกิดการเข่นฆ่าพี่น้องคนไทยบาดเจ็บล้มตาย ความขัดแย้งกินระยะเวลานานกว่า 10 ปี จนกระทั่งวันนี้วันที่เห็นแสงสว่างจากความสงบสุข ที่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ เข้ามาแก้ปัญหา เข้ามากอบกู้หลายสิ่งหลายอย่างบนซากปรักหักพัง กอบกู้เศรษฐกิจที่พังเสียหายจากความขัดแย้ง จนประเทศมีแนวโน้มที่ดีขึ้น จากนั้นรัฐมนตรีในรัฐบาลชุดนี้ ยังได้มาร่วมกับคนทุกกลุ่มจัดตั้งพรรคขึ้นมาเพื่อเป็นทางเลือก เป็นแสงสว่าง ในการนำพาบ้านเมืองพ้นจากความขัดแย้ง ให้ประชาชนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ชาวไรชาวนาลืมตาอ้าปาก เพราะประชาชน คือ สิ่งสำคัญสำหรับพรรคพลังประชารัฐ

มาดามเดียร์

ด้าน น.ส.วทันยา กล่าวปราศรัยว่า วันนี้พรรคพลังประชารัฐมีนโยบายดีๆมาฝากพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะผู้หญิง อย่างนโยบาย "มารดาประชารัฐ" เพราะเด็กไทยคืออนาคตของชาติ ที่จะเติบโตขึ้นมาเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ จึงจำเป็นต้องให้ความสำคัญ และดูแลตั้งแต่อยู่ในท้อง โดยช่วยค่าฝากครรภ์เดือนละ 3,000 บาท รวม 9 เดือน เป็นเงิน 27,000 บาท นอกจากนี้ยังช่วยค่าคลอด 10,000 บาท ค่าเลี้ยงดูจนถึงอายุ 6 ปี เดือนละ 2,000 บาท รวมทั้งหมด 181,000 บาท ซึ่งยืนยันว่า หากพรรคพลังประชารัฐได้เป็นรัฐบาลโครงการนี้จะทำได้จริง ทำได้ทันที ดังนั้นวันที่ 24 มี.ค.นี้ ขอให้พี่น้องชาวอุบลราชธานี เลือกผู้สมัครของพรรคพลังประชารัฐทุกพื้นที่

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้