วันเสาร์ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ปลุกผีขัดแย้งหาเสียงโค้งสุดท้าย "เชื้อเก่า" โผล่ : อย่าเสี่ยงเสียของ ประคองเลือกตั้ง

ปลุกผีขัดแย้งหาเสียงโค้งสุดท้าย "เชื้อเก่า" โผล่ : อย่าเสี่ยงเสียของ ประคองเลือกตั้ง

  • Share:

โลกร้อนระอุ จากสถานการณ์ความขัดแย้งรุนแรง การเปิดศึกทางทหารระหว่างประเทศปากีสถานและประเทศอินเดีย ถึงขั้นมีประกาศปิดน่านฟ้า

ส่งผลกระทบสายการบินทั่วโลก โดยเฉพาะในส่วนของการบินไทยต้องประสานเครื่องบินที่กำลังบินอยู่บนน่านฟ้า เพื่อไปยุโรปประมาณ 3-4 ลำ ให้บินกลับมาลงที่ประเทศไทยก่อน

ยกเลิกเที่ยวบินใน 2 ประเทศ ออกไปอย่างไม่มีกำหนดและปรับเปลี่ยนเส้นทางการบินเพื่อความปลอดภัย

คู่รักคู่แค้นตลอดกาล อินเดีย ปากีสถาน 2 มหาอำนาจผู้ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ ระเบิดศึกซัดกัน ทำการเมืองโลกสั่นสะเทือนหลายแมกนิจูด

ในจังหวะสถานการณ์การเมืองในประเทศไทยก็กำลังลุ้นแรงสั่นสะเทือน

ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญออกเอกสารข่าวระบุว่า ได้พิจารณาคำร้องกรณีคณะกรรมการการเลือกตั้งขอให้ศาลพิจารณาวินิจฉัยมีคำสั่งเพื่อยุบพรรคไทยรักษาชาติ

โดยศาลได้พิจารณาแล้ว เห็นว่าคดีมีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะวินิจฉัยได้ จึงไม่ทำการไต่สวนตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ มาตรา 58 วรรคหนึ่ง และกำหนดประเด็นที่ต้องพิจารณาวินิจฉัย ศาลรัฐธรรมนูญจึงกำหนดนัดแถลงด้วยวาจา ปรึกษาหารือและลงมติในวันที่ 7 มีนาคม เวลา 13.30 น. และนัดอ่านคำวินิจฉัยให้คู่กรณีฟังในวันเดียวกันเวลา 15.00 น.

แน่นอน ได้รู้คำตอบชัดเจนก่อนการเลือกตั้งวันที่ 24 มีนาคม

โดยสถานการณ์ออกได้ 2 หน้า ถ้าศาลรัฐธรรมนูญตัดสินว่า ไม่ยุบพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) พรรคตัวย่อคล้องจอง “ทักษิณชัวร์” ก็เดินหน้าหาเสียงต่อไปในสถานการณ์ทางกระแสที่ชื่อกำลังติดลมบน

ผลพวงจากอานิสงส์ของบิ๊กเซอร์ไพรส์

โอกาสเก็บแต้มเป็นกอบเป็นกำ ไปรวมเสียงกับป้อมค่ายสาขาหลักพรรคเพื่อไทยและสาขาแฝงพรรคเพื่อชาติ ตามยุทธศาสตร์แตกแบงก์พันของ “นายใหญ่”

ลุ้นเหมาได้ปาร์ตี้ลิสต์ และกวาด ส.ส.เขตตามเป้า

ประกอบกับสถานการณ์ที่ “ไพร่หมื่นล้าน” นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ก็เพิ่งหายใจโล่งอก จากที่ตกเป็นผู้ต้องหาคดีความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี กรณีจัดรายการ “คืนวันศุกร์ให้ประชาชน” ผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ในเพจอนาคตใหม่ วิพากษ์วิจารณ์พลังดูดของ คสช.

แต่อัยการสั่งตั้งคณะทำงานพิจารณา โดยปล่อยตัวผู้ต้องหา ไม่มีการฝากขังหรือต้องประกันตัวแต่อย่างใด และจะนัดมาฟังคำสั่งอีกครั้งวันที่ 26 มีนาคมนี้

นั่นหมายถึงไม่มีคิวสะดุดหัวทิ่มก่อนวันหย่อนบัตร 24 มีนาคม

และจะแปรรูปเป็นกองกำลังผสม พรรคไทยรักษาชาติ ผนึกกับพรรคเพื่อไทย พรรคเพื่อชาติ พรรคอนาคตใหม่ พรรคประชาชาติ พรรคเสรีรวมไทย

ตีปี๊บเลือกฝ่ายประชาธิปไตย สกัดการสืบทอดอำนาจของเผด็จการทหาร

สถานการณ์น่าจะเข้าทางคนเดินหมากอยู่นอกประเทศ

แต่ในมุมกลับกัน เหตุพลิกตรงกันข้าม ตามรูปการณ์ถ้าศาลรัฐธรรมนูญตัดสินให้ยุบพรรคไทยรักษาชาติ เพราะพฤติการณ์ขัดรัฐธรรมนูญและ พ.ร.บ.พรรคการเมืองมาตรา 92

นั่นจะทำให้ยุทธการ “แตกแบงก์พัน” ขาดทุนยับ

ตามสภาพการณ์ที่แกนนำระดับกรรมการบริหารพรรคจะถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง และผู้สมัคร ส.ส.ทั้งระบบเขตเลือกตั้งและระบบปาร์ตี้ลิสต์จะสิ้นสภาพทันที

โดยไม่มีโอกาสลงสนามในการเลือกตั้งรอบนี้

คะแนนของพรรคไทยรักษาชาติก็จะมีปัญหาต้องผ่องถ่ายกันให้ทัน ครั้นจะเทไปที่พรรคเพื่อไทยก็ยาก จากการแบ่งโซน แยกเขตเลือกตั้ง หลบพื้นที่กันมาตั้งแต่ต้น

ทำให้พื้นที่ของทีมเอกับทีมบีของยี่ห้อ “ทักษิณ” อยู่ในสภาพ “โบ๋”

อาจจะมีแค่บางเขตที่มีคนของพรรคเพื่อชาติปักหลักรอส้มหล่น แต่ก็คงรองรับไม่ได้มากมาย หากเทียบกับตัวเลขการกวาด ส.ส.ที่วางธงกันไว้

ในมุมนี้ อานิสงส์ก็จะไหลไปที่แนวร่วมนอกค่าย ไล่ตั้งแต่พรรคอนาคตใหม่ พรรคประชาชาติภายใต้การนำของนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา และค่ายเสรีรวมไทยของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส

แบ่งสันปันส่วนกันไป ในฐานะพันธมิตรต้านท็อปบูต

แน่นอน โดยพลังที่ลดน้อยถอยลง ในสภาพเกมรบที่ต้องปรับกระบวนท่ากันตามสถานการณ์บังคับ

เทียบกับสถานการณ์ของอีกฝั่งที่กำลังถือ “แต้มต่อ” อยู่ในมือ

เลือกจังหวะดึงเกมเล่นได้ ในสถานการณ์แบบที่ “นายกฯลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช. ในฐานะ “แคนดิเดตนายกฯบัญชีพรรคพลังประชารัฐ”

บอกปัด ไม่รับท้าขึ้นเวทีดีเบตกับหัวหน้าป้อมค่ายต่างๆ ที่รุมท้าเหยงๆ

ไม่กลัว แต่ไม่อยากแข่งประดิดประดอยวาทกรรม

ตามทางมวยที่อ่านไต๋ได้ ถึงจุดนี้ “นายกฯลุงตู่” เป็นผู้นำตามโพลสถาบันหลัก

การันตี แค่ตีกรรเชียงแย็บ ทำคะแนน ไม่ต้องเสี่ยงคลุกวงในให้พวกจ้องไต่บันไดลิงอัตโนมัติ

พวกแต้มรองหวังปล่อยหมัดน็อกยกสุดท้าย

เป็นสิทธิของ พล.อ.ประยุทธ์ เลือกได้ที่จะจำกัดวงความปลอดภัย ไม่เสี่ยงโดนรุมสกรัม ที่สำคัญไม่หลงเหลี่ยมกับดัก โดนฝ่ายหมั่นไส้ ตัดเอาคำพูดมาย้อนศรย้อนเกล็ดลำบากภายหลัง

และตามยุทธศาสตร์ก็อย่างที่นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ กัปตันทีมเศรษฐกิจ เป็นตัวช่วยประคองเกม ยืนยัน นายกรัฐมนตรีมีหน้าที่บริหารราชการแผ่นดิน

ไม่มีหน้าที่ไปสนามชนไก่

ขณะที่นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เตรียมหารือกับ พล.อ.ประยุทธ์ จัดเวที “ลุงตู่” พบประชาชน ให้โชว์เดี่ยวไมโครโฟนตามสไตล์ถนัด

ทีมหนุน “ลุงตู่” จัดมุมให้หาเสียงโดยไม่ผิดกติกา

เรื่องของเรื่อง ในบรรดาฝ่ายหนุน “นายกฯลุงตู่” ที่หาเสียงได้แบบถึงแก่น โดยไม่ต้องดีเบต กลายเป็นคนไม่ค่อยสันทัดการพูดอย่างนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ที่ขึ้นเวทีปราศรัยได้ดีสุดในชีวิตทางการเมือง

ขอร้องประชาชนอย่าเลือกพรรค “เพื่อ” ของ “นายใหญ่”

ร่ายยาวแบบกระชับๆ การเลือกตั้งวันที่ 24 มีนาคม ที่ว่าเป็นการต่อสู้ระหว่างเผด็จการและประชาธิปไตย โดยพยายามวาดภาพให้พรรคพลังประชารัฐเป็นเผด็จการที่ต้องการให้ พล.อ.ประยุทธ์ สืบทอดอำนาจ พยายามวาดภาพให้ พล.อ.ประยุทธ์ เลวร้าย

ทั้งที่ข้อเท็จจริงแล้ว หากจำกันได้ เมื่อปี 2556 มีความขัดแย้งระหว่างสองฝ่าย คือเหลืองกับแดง และความขัดแย้งนั้นดำรงอยู่นานถึง 9 เดือน บ้านเมืองเสียหาย ประชาชนบาดเจ็บล้มตาย เศรษฐกิจยับเยิน

คนที่ทำให้บ้านเมืองกลับมาสงบ คือ พล.อ.ประยุทธ์ แม้จะถูกเรียกว่าเป็นเผด็จการ แต่ก็ทำเพื่อประชาชน ไม่เคยทำเพื่อครอบครัว เหมือนพรรคเพื่อไทย ที่เมื่อชนะการเลือกตั้งเข้ามา ก็ออก พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ช่วยให้อดีตนายกฯทักษิณพ้นจากข้อหาทุจริตคอร์รัปชัน ออกนโยบายเอื้อประโยชน์ให้ครอบครัว

จนกระทั่งล่าสุดที่มีการพยายามแก้ปัญหาเผด็จการรัฐสภาด้วยการออกกฎหมายป้องกัน แต่นายทักษิณ ก็พยายามทำให้พรรคการเมืองของตัวเองแตกพรรคออกมาเพื่อต่อสู้ ดังนั้นจึงขอให้ประชาชนอย่าเลือกพรรคตระกูล “เพื่อ” ทั้งหลาย หากไม่อยากให้ประเทศกลับไปสู่จุดเดิม

“สุริยะ” สถานะอดีตคนคุ้นเคย ลูกน้องเก่าที่ “ซัดได้ตรงเป้า”

เข้าจุดโฟกัสของทีม “นายใหญ่”

ในจังหวะสถานการณ์ที่เกมการชิงคะแนน เสียงเลือกตั้งมาถึงช่วงโค้งสุดท้ายก่อนเข้าทางตรง

ธงในเกมชิงชัยเริ่มสะบัดกันแรงๆ ยกระดับเป้าหมายให้เห็นกันชัดๆ

จะเอาเผด็จการหรือประชาธิปไตย

วัดใจให้ประชาชนเลือกเอา พล.อ.ประยุทธ์ หรือไม่เอา พล.อ.ประยุทธ์

ล่าสุดมาถึงจุดที่ฝ่ายความมั่นคงตามสะกดรอยพรรคสารพัด “เพื่อ” ทีมงานดูไบ เดินสายหาเสียงในพื้นที่ ขอให้ชาวบ้านเลือก เพื่อช่วยเอา “ทักษิณ” กลับบ้าน

10 กว่าปีผ่านมา เป้าของ “นายใหญ่” ยังเป็นคำตอบเดิม และคำตอบเดียว

และนั่นก็โผล่มาตามกลิ่นควันทันที ตามอาการขยับของ “ลุงกำนัน” นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้สนับสนุนพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) โพสต์โซเชียลฯกระตุ้นกองเชียร์เป็นเชิง

ยอมได้ไหม ให้ระบอบทักษิณกลับมา 24 มีนาคม ช่วยตอบผมที

ยอมรับตรงๆ ตามสไตล์นักเลงพุนพิน จงใจโพสต์เรียกคะแนนจากคน กปปส.เก่า เพราะหลายๆคนที่เขารักชาติรักสถาบัน เห็นว่าประเทศกำลังจะไม่ปลอดภัย “อีกแล้ว”

แม้ไม่ได้ชวน ก็พร้อมออกมา และไม่ต้องท้าก็พร้อมจะลุยสู้

“ลุงกำนัน” ปลุกผีต้านระบอบ “ทักษิณ”

คนหน้าเก่าๆกลับมาจุดชนวนหัวเชื้อไฟขัดแย้งเดิมๆ ให้คุโชน

ท่ามกลางความหวังของคนไทยส่วนใหญ่ กับโอกาสที่ฝ่ายคุมเกมอำนาจปล่อยสนามเลือกตั้งคืนประชาธิปไตย แม้ไม่เต็มใบ ครึ่งค่อนเสี้ยว แต่ก็ยังดีกว่าทหารเต็มใบ

ไม่เสี่ยงเสียของ ต้องประคองเลือกตั้งไว้ก่อน.

“ทีมการเมือง”

อ่านข่าวล่าสุด เจาะลึกข้อมูลเลือกตั้ง 2562

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้