วันศุกร์ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
พรรคพลังประชารัฐเข็นลุงตู่ปราศรัยหาเสียงนอกเวลาราชการ

พรรคพลังประชารัฐเข็นลุงตู่ปราศรัยหาเสียงนอกเวลาราชการ

  • Share:

ไม่สนคําเตือนรองวิษณุ มาร์คให้ระวังใช้อํานาจรัฐ บิ๊กตู่ลาป่วย-ไปหาหมอ

พปชร.ตีปีกโค้งสุดท้ายได้ “บิ๊กตู่” ตัวช่วยกระตุกเรตติ้ง หนังสือตอบของ กกต.ถึงมือหารือแผนเชิญนายกฯเดินสายให้ชาวบ้านสัมผัส “นายกฯลุงตู่” นอกเวลาราชการ “อุตตม” มองข้ามคำเตือนเนติบริกร ฟัง กกต.เป็นที่สิ้นสุด “สุริยะ” ทำโพลเองมั่นใจกวาดเรียบ 7 ส.ส.สุรินทร์ “อภิสิทธิ์” เตือน “ประยุทธ์” มีสถานะพิเศษหาเสียงส่อมีปัญหา จับตาปมใช้อำนาจรัฐ เลขาฯ กกต.เตือนต้องระวัง ม.78 พ.ร.บ.เลือกตั้ง ส.ส. เป็นเจ้าหน้าที่รัฐต้องวางตัวเป็นกลาง “วิสุทธิ์” ร้อง กกต.สอบมือมืดโทร.ข่มขู่ เก็บบัตรประชาชน ชาวบ้านผวาชายชุดดำเต็มเมืองพะเยา “ประวิตร” เมินครหา คสช.ลากตั้ง 250 ส.ว. “วิษณุ” ยันไม่เปิดชื่อกรรมการสรรหา อ้างกลัวพวกวิ่งเต้นขอตำแหน่ง แจงไม่เปิดรับสมัครหยิบเอาจาก สนช.-สปช.-สปท. “บิ๊กตู่” เดี้ยงลางานครั้งแรกในรอบ 5 ปีเข้า รพ.พระมงกุฎเกล้าพบหมอ หลังเจ็บตามาตั้งแต่ลุยลงพื้นที่

หลังจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติชี้ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) สามารถไปปราศรัยและเดินสายหาเสียงช่วยพรรคพลังประชารัฐได้ ล่าสุดนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐระบุจะรอหนังสือตอบ กลับจาก กกต.อย่างเป็นทางการก่อนแล้วจะเร่งหารือจัดคิวให้รอบคอบ เหมาะสมทั้งข้อกฎหมายและความเหมาะสมทางการเมือง

“สนธิรัตน์” รอหนังสือ กกต.ค่อยหารือ

เมื่อเวลา 09.30 น. ที่ จ.สุรินทร์ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์กรณี กกต.อนุญาตให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในฐานะแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคพลังประชารัฐช่วยพรรคหาเสียงได้ว่าพรรคต้องรอหนังสือจาก กกต.อย่างเป็นทางการว่ารูปแบบที่จะให้ พล.อ.ประยุทธ์หาเสียงมีรายละเอียดอย่างไร แล้วจะหารือกันเร็วๆนี้ เพื่อวางแผนว่าจะให้มาช่วยพรรคอย่างไร โดยเฉพาะช่วงโค้งสุดท้ายของการหาเสียง พล.อ.ประยุทธ์เป็นคนของประชาชนอยู่แล้ว หากมาช่วยพรรคหาเสียงจะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อพรรคเป็นอย่างยิ่ง แต่จะดำเนินการให้รอบคอบ ตรงความ ต้องการของประชาชนและความเหมาะสมทั้งข้อกฎหมายและทางการเมือง เมื่อถามว่าหากให้ พล.อ.ประยุทธ์มาช่วยหาเสียงจะทำให้พรรคถูกโจมตีในปัญหาเดิมๆหรือไม่ นายสนธิรัตน์กล่าวว่า ที่ผ่านมามีการโจมตีกันมาต่อเนื่อง ไม่ว่าท่านจะลงมาช่วยหาเสียงหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ต้องใช้ความอดทนอย่างสูง แต่คิดว่าทุกอย่างต้องอยู่ในกรอบกติกาและหลักการ

โต้จุดไฟขัดแย้งแค่จ้อขึงขังให้คึกคัก

เมื่อถามว่าหลายพรรคโจมตีการปราศรัยที่ จ.สมุทรปราการ ใช้ถ้อยคำหยาบคายสร้างความขัดแย้ง แสดงให้เห็นถึงความพ่ายแพ้ นายสนธิรัตน์กล่าวว่าต้องให้ความเป็นธรรม เพราะมีคำพูดแค่ประโยคเดียว ขณะที่พรรคอื่นใช้ถ้อยคำรุนแรงกว่าตนเยอะ เชื่อว่าไม่มีปัญหาอะไร เจตนาสร้างความคึกคักให้ประชาชนที่มาฟังปราศรัย ไม่มีเจตนาสร้างความขัดแย้งหรือมีนัยใดๆ หากฟังโดยภาพรวมจะเข้าใจ ยืนยันว่าการปราศรัยของตนไม่ได้ใช้วาจาหยาบคาย ระมัดระวังการใช้วาจาสร้างความขัดแย้ง แต่ละพื้นที่จะมีบริบทและรูปแบบการปราศรัยต่างกันไป

ให้ชาวบ้านพบ “ลุงตู่” นอกเวลาราชการ

เมื่อเวลา 13.00 น. ที่พรรคพลังประชารัฐ นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค แถลงว่า หลังจาก กกต.มีหนังสือตอบกลับระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะแคนดิเดตของพรรคสามารถปราศรัยหาเสียงร่วมกับพรรคได้ หลังจากนี้ผู้บริหารพรรคจะหารือรายละเอียด ก่อนเดินทางไปพบ พล.อ.ประยุทธ์เพื่อนำเสนอกิจกรรมทั้งหมดให้ พล.อ.ประยุทธ์รับทราบต่อไป แต่ต้องตรวจสอบกับทีมงานนายกฯก่อนว่าสะดวกช่วงเวลาใด การพูดถึงชื่อพรรคได้ตรวจสอบจาก กกต.แล้วว่าสามารถพูดชื่อได้ เพียงแต่ กกต.ย้ำว่าต้องไม่ใช้อำนาจในทางกระทบกับผู้อื่น คำตอบของ กกต.ถือว่าเคลียร์และเป็นที่สิ้นสุดแล้วว่า พล.อ.ประยุทธ์ช่วยกิจกรรมของพรรคได้ทุกอย่าง โดยพรรคจะดูในส่วนที่ทำให้เกิดประโยชน์จริงๆกับประชาชน ก่อนหน้านี้ได้รับเสียงเรียกร้องว่าทุกคนอยากพบตัวจริงท่าน ส่วนรูปแบบเบื้องต้นจะใช้เวลานอกราชการ เช่นเดียวกับอดีตรัฐมนตรีทั้ง 4 คนของพรรค

ข้ามคำเตือน “วิษณุ” ฟัง กกต.เป็นสิ้นสุด

เมื่อถามว่าก่อนหน้านี้นายวิษณุ เครืองาม รอง นายกฯ ออกมาเตือนว่า พล.อ.ประยุทธ์ช่วยพรรคหาเสียงไม่ได้ และทำไม่ได้แม้กระทั่งการเอ่ยชื่อพรรค นายอุตตมตอบว่า เราถือว่าสิ่งที่ถาม กกต.ไปเป็นที่สิ้นสุดแล้ว ส่วนความเห็นของนายวิษณุถือว่าเป็นประโยชน์ แต่เราต้องทำตามกฎหมายอยู่แล้ว คำตอบของ กกต.วันนี้ ถือว่าเราได้รับความเท่าเทียมกับพรรคอื่น ไม่ใช่ได้เปรียบอะไร และเชื่อว่า พล.อ. ประยุทธ์จะยินดีที่จะตอบรับคำเชิญ และสิ่งนี้ถือเป็นขวัญกำลังใจให้กับผู้สมัครของพรรคทุกคน

“สุริยะ”โวทำโพลสุรินทร์ยึด 7 ที่นั่ง

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานยุทธศาสตร์ภาคอีสาน พรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า ได้ให้บริษัทจัดทำโพลสำรวจความเห็นของประชาชนในพื้นที่จ.สุรินทร์ทั้งหมด 7 เขตเสร็จสิ้นไปเมื่อวันที่ 28 ก.พ.พบว่าพรรคพลังประชารัฐจะได้ ส.ส.ทั้งหมด 7 ที่นั่ง เหตุใดที่ประชาชนชอบพรรคพลังประชารัฐมาจากราคาข้าว ไม่เคยมีรัฐบาลไหนทำราคาได้สูงขนาดนี้ คือ 18,000 บาท รวมถึงบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ประชาชน จึงมั่นใจว่าหากพรรคพลังประชารัฐได้เป็นรัฐบาลจะสานต่อและผลักดันเรื่องต่างๆเพื่อแก้ปัญหาปากท้อง ได้สำเร็จ เมื่อถามว่าผลโพลเชื่อถือได้ใช่หรือไม่เนื่องจากโพลสำนักอื่นๆมีผลสำรวจแตกต่างไป

นายสุริยะกล่าวว่า อาจเป็นของจังหวัดอื่น แต่ จ.สุรินทร์ดูมาต่อเนื่อง ยืนยันว่าได้ 7 ที่นั่ง ประกอบกับได้ลงพื้นที่สำรวจความคิดเห็นประชาชนพบว่าสอดคล้องกับผลโพล

“มาร์ค” ขู่ “บิ๊กตู่” หาเสียงระวังมีปัญหา

เมื่อเวลา 06.30 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคพร้อมคณะร่วมลงพื้นที่พบปะประชาชน แม่ค้าพ่อค้าในตลาดวิหารแดง อ.วิหารแดง จ.สระบุรี เพื่อขอคะแนนเสียงสนับสนุนนายอมร อมรรัตนานนท์ ผู้สมัคร ส.ส.สระบุรี เขต 2 โดย ชาวบ้านตอบรับเป็นอย่างดี นายอภิสิทธิ์กล่าวปราศรัยว่า วันที่ 24 มี.ค. เป็นวันสำคัญที่ประชาชนจะได้ใช้สิทธิในฐานะเจ้าของประเทศ กำหนดอนาคตของประเทศอีกครั้งหนึ่ง มีหลายอย่างถือเป็นเดิมพันชีวิตของท่าน สังคม และของประเทศ จากนั้นเวลา 09.00 น. นายอภิสิทธิ์และคณะเดินทางไปยัง จ.นครราชสีมาเข้าสักการะอนุสาวรีย์ย่าโม ก่อนไปพบปะ ประชาชนแม่ค้าพ่อค้าในตลาดแม่กิมเฮง อ.เมือง หาเสียงช่วยนายชุบ ชัยฤทธิไชย ผู้สมัคร ส.ส.นครราชสีมา เขต 1

นายอภิสิทธิ์ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ กกต.ให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ช่วยหาเสียงในฐานะแคนดิเดตนายกฯของพรรคพลังประชารัฐได้ว่า ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ดำเนินการทุกอย่างเท่าเทียมกับคนอื่นไม่มีปัญหา แต่ที่เป็นปัญหาที่ผ่านมาเพราะมีสถานะพิเศษ และมีปัญหาว่าจะมีการใช้อำนาจรัฐหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์จะต้องระมัดระวัง เรื่องการดีเบตไม่มีข้อห้าม เป็นการตัดสินใจของ พล.อ.ประยุทธ์เองที่จะไม่มา

ปชป.หั่นงบฯกลางโปะนโยบาย

วันเดียวกัน เว็บไซต์พรรคประชาธิปัตย์ ได้เผยแพร่รายละเอียดที่มาของเงินที่จะใช้ และความคุ้มค่าและผลกระทบความเสี่ยงการดำเนินนโยบายที่หาเสียงไว้ มีที่มาของรายได้จาก 6 แหล่ง ได้แก่ 1.ปรับลดงบประมาณบางรายการ เช่น งบฯกลาง รายการสำรองจ่ายฉุกเฉิน สำนักนายกฯ การ ลดงบฯโครงการเดิมที่มีวัตถุประสงค์เดียวกัน 2.ภาษีใหม่ที่เพิ่มขึ้นจากกลุ่มผู้มีรายได้สูง 3.เงินกู้ชดเชยการขาดดุลงบประมาณ 4.การเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บภาษี 5.รายได้ที่เพิ่มขึ้นจากการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ และ 6.เงินร่วมทุนจากเอกชนในโครงการโครงสร้างพื้นฐานและบริการสาธารณะ

ชง 13 เรื่อง 5 ด้านใช้ 4 แสนล้าน/ปี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นโยบายหาเสียงพรรคประชาธิปัตย์ แบ่งเป็น 5 ด้านรวมใช้งบฯ 392,015 ล้านบาท คือการศึกษา 62,348 ล้านบาท สวัสดิการสังคม 148,928 ล้านบาท เกษตรคุณภาพ 130,000 ล้านบาท แรงงาน 50,000 ล้านบาท สาธารณสุข 739 ล้านบาท แยกรายละเอียด 13 เรื่อง ทุกนโยบายยืนยันว่าไร้ผลกระทบและความเสี่ยง แต่บางนโยบายงบฯจะเพิ่มสูงขึ้น อาทิ ประกันรายได้แรงงานขั้นต่ำ ใช้งบฯ 5 หมื่นล้านบาท ช่วยเพิ่มรายได้ผู้ร่วมโครงการ 2.66 ล้านคน โดยไม่ทำให้รายจ่ายรัฐบาลเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญไม่เพิ่มภาระนายจ้าง รัฐบาลอาจต้องรับภาระมากขึ้นหากแรงงานไหลเข้าระบบมากขึ้น และเงินอุดหนุนเลี้ยงดูเด็กแรกเกิดใช้งบฯ 17,832 ล้านบาท เพื่อให้เด็กไทยทุกคนได้รับค่าเลี้ยงดู 1,000 บาทต่อเดือนแบบถ้วนหน้า ตั้งแต่แรกเกิดจน 8 ขวบ เดือนแรกจะได้รับ 5 พันบาท ครบ 8 ปี รัฐบาลต้องใช้เงินเพิ่มเป็น 59,000 ล้านบาทต่อปี การประกันรายได้พืชผลเกษตรใช้งบฯ 1 แสน ล้านบาท เพื่อชาวสวนยางพารา ปาล์มน้ำมัน ข้าว ข้าวโพดและมันสำปะหลังมีหลักประกันรายได้มั่นคง แต่ถ้าพืชผลเกษตรราคาตกต่ำที่สุดพร้อมกันในรอบปี รัฐบาลต้องใช้งบฯ 350,000 ล้านบาทต่อปี

ยึด ก.ม.รับผิดชอบไม่ซ้ำรอยประชานิยม

นายอภิสิทธิ์ให้สัมภาษณ์อีกครั้งถึงรายละเอียดแหล่งที่มารายได้ที่จะใช้ในนโยบายหาเสียงและรายละเอียดวงเงินโครงการว่า เป็นการพิสูจน์ว่าพรรคดำเนินการทุกอย่างโดยยึดกฎหมาย บนพื้นฐานความรับผิดชอบทางการเมือง เป็นเหตุผลสำคัญทำให้ทุกนโยบายของพรรคไม่เคยสร้างความเสียหายให้ประเทศ ขอเรียกร้องให้ทุกพรรคปฏิบัติกฎหมายพรรคการเมืองมาตรา 57 แสดงที่มารายได้และเงินทั้งหมดที่ต้องใช้จากนโยบายหาเสียง เป็นแนวทางตามหลักประชาธิปไตย ให้ประชาชนเป็นใหญ่มีส่วนร่วมตรวจสอบความเป็นไปได้ของนโยบาย ไม่ให้ซ้ำรอยประชานิยมในอดีตที่ทำให้ประเทศชาติเสียหาย และยังแสดงออกถึงความรับผิดชอบของพรรคการเมืองต่อประเทศชาติด้วย รวมทั้งทำให้การหาเสียงกลับมาสู่เรื่องนโยบาย แทนที่จะบังคับให้ประชาชนเลือกข้าง

โวยแชร์มั่วรูป “มาร์ค” ถกตั้งรัฐบาล

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ขณะนี้มีการใช้สื่อโซเชียลบิดเบือนแชร์รูปภาพผ่านทวิตเตอร์และเฟซบุ๊กเป็นนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์นั่งร่วมหารือกับหัวหน้าพรรคการเมืองต่างๆ ที่เป็นแคนดิเดตนายกฯ ยกเว้นพรรคพลังประชารัฐ จงใจให้เข้าใจว่าเป็นการหารือจับมือกันเพื่อร่วมรัฐบาล เป็นข้อมูลเท็จ ความจริงเป็นภาพนายอภิสิทธิ์นั่งสนทนากับหัวหน้าพรรคการเมืองหลายคนระหว่างรอออกรายการดีเบตที่สถานีโทรทัศน์ช่องหนึ่ง ทั้งนี้อย่าให้การเลือกตั้งครั้งนี้ต้องบีบให้ประชาชนเลือกข้าง ระหว่างฝ่ายประชาธิปไตยกับฝ่ายเผด็จการ ซึ่งไม่ใช่ประชาธิปไตยที่แท้จริง แต่เอาประชาธิปไตยมาบังหน้าแสวงหาประโยชน์ทางการเมือง ประชาธิปไตยที่แท้จริง เวลานี้มี 3 ทางเลือก คือ ฝ่ายนายทักษิณ ชินวัตร ฝ่าย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชาและฝ่ายประชาชนเท่านั้น พรรคประชาธิปัตย์ไม่ต้องการบีบบังคับประชาชนให้เลือกข้าง ไม่ต้องการเห็นการเมืองแบบเผชิญหน้า หรือไม่ต้องการให้ใครมาทำสงคราม โดยเปลี่ยนสนามเลือกตั้งมาเป็นสนามรบ เพิ่มความขัดแย้ง เพราะไม่ใช่เพื่อพาใครกลับบ้านหรือให้ใครสานต่อสืบทอดอำนาจ แต่ต้องการเห็นบ้านเมืองเดินต่อไปข้างหน้าได้

“สุดารัตน์” กัดติดขอ ส.ส.โคราชยกทีม

ขณะที่เมื่อเวลา 08.00 น. ที่ตลาดหัวรถไฟ อ.เมืองนครราชสีมา คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งและแคนดิเดตนายกฯพรรคเพื่อไทย นำ ร.ต.อ.สุปชัย อินทรักษา ผู้สมัคร ส.ส.เขต 1 และนายสุธรรม พรสันเทียะ ผู้สมัคร ส.ส. เขต 2 พรรคเพื่อไทย เดินตลาดหาเสียงสอบถามปัญหาการค้าขายกับพ่อค้า แม่ค้า โดยคุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า ได้รับเสียงสะท้อนจากพ่อค้าแม่ค้าว่าตลอด 4-5 ปีที่ผ่านมาค้าขายย่ำแย่ จึงถึงเวลาต้องเปลี่ยนแปลงให้พรรคเพื่อไทยมีโอกาสเข้าไปรับใช้ ต้องเลือกพรรคเพื่อไทยให้มากพอจึงจะได้ ตนและทีมงานถือโอกาสมาขอคะแนน ขอความไว้วางใจจากชาวนครราชสีมาให้กาพรรคเพื่อไทย ทุกเขตเลือกยกจังหวัด

ทษช.ปราศรัยใหญ่ลานคนเมือง

เมื่อเวลา 17.00 น. ที่ลานคนเมือง พรรคไทยรักษาชาติ จัดปราศรัยใหญ่ในพื้นที่ กทม. ภายใต้หัวข้อ “ร่วมกำหนดอนาคตประเทศไทย” นำโดยนายจาตุรนต์ ฉายแสง ประธานยุทธศาสตร์พรรคไทยรักษาชาติ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ประธานคณะกรรมการรณรงค์หาเสียงพรรคไทยรักษาชาติ มีคณะกรรมการบริหารพรรคบางส่วนเข้าร่วม อาทิ นายวิม รุ่งวัฒนจินดา นายคณาพจน์ โจมฤทธิ์ นาย ต้น ณ ระนอง รองเลขาธิการพรรค น.ส.ชยิกา วงศ์นภาจันทร์ นายทะเบียนพรรค มาให้กำลังใจแต่ไม่ได้ขึ้นเวที ขณะที่ ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช หัวหน้าพรรคไม่ได้มา แต่มีนางระเบียบรัตน์ พงษ์พานิช มารดา มาให้กำลังใจแกนนำพรรค โดยมีผู้สมัคร ส.ส. กทม. เข้าร่วมพร้อมเพรียง บรรยากาศคึกคักมีประชาชน มาร่วมรับฟังปราศรัยจำนวนมาก แกนนำและผู้สมัคร ส.ส. สลับกันขึ้นเวทีปราศรัยเน้นการชูนโยบายของพรรคที่สืบทอดจากพรรคไทยรักไทย ทำได้จริง รวมถึงแนวทางพัฒนากรุงเทพมหานครให้เจริญทัดเทียมนครชั้นนำของโลก และคัดค้านการสืบทอดอำนาจ เรียกร้องรัฐบาลประชาธิปไตยอย่างแท้จริง

“เต้น” หยันพรรคคู่แข่งหาเสียงง่ายขึ้น

นายจาตุรนต์ ให้สัมภาษณ์ว่า การปราศรัยของ พรรคไทยรักษาชาติเน้นเนื้อหานโยบาย แก้ปัญหาประเทศของพรรคและความจำเป็นในการหยุดการสืบทอดอำนาจของ คสช. การสร้างประชาธิปไตยในประเทศ แต่ไม่มีการปราศรัยเกี่ยวกับคดียุบพรรคไทยรักษาชาติ หากมีใครถามมาจะตอบเพียงว่าไม่มีความเห็น

ขณะที่นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ยิ่ง พล.อ.ประยุทธ์ช่วยพรรคพลังประชารัฐหาเสียง ยิ่งเป็นงานง่ายในการหาเสียงของพรรคฝ่ายประชาธิปไตย ย่อมวิพากษ์ วิจารณ์ พล.อ.ประยุทธ์ได้ หน่วยข่าวต้องยุติการประกบติดพรรคต่างๆ เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์เป็นบุคคลสาธารณะไม่ใช่เจ้าหน้าที่รัฐ จะเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ติดตาม พล.อ.ประยุทธ์อย่างใกล้ชิด เพราะผู้ไม่ใช่ เจ้าหน้าที่รัฐไปนั่งในทำเนียบรัฐบาลจะเป็นปัญหา สิ่งที่เกิดขึ้นสะท้อนความเหลวแหลกประเทศ เมื่ออำนาจเผด็จการต้องการสืบทอดอำนาจ คำอธิบายของนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯประเด็นการเป็นเจ้าหน้าที่รัฐไม่ได้เรียกว่าหลักกฎหมายหรืออภินิหารทางกฎหมาย แต่เป็นการเล่นอุจจาระต่อหน้าประชาชน

“สุเทพ” ชูธงปฏิรูปเปลี่ยนประเทศ

เมื่อเวลา 07.00 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตแกนนำ กปปส.และผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) และ ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล หัวหน้าพรรค ลงพื้นที่ตลาดนัดโรงงานยาสูบและตลาด 70 ไร่ ชุมชนคลองเตย เพื่อช่วยหาเสียงให้กับนายพิรสุต จันทรานุวัฒน์ ผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขต 4 (คลองเตย วัฒนา) โดยได้รับความสนใจจากประชาชนมอบดอกไม้ พวงมาลัย รับเอกสารแนะนำนโยบายพรรคและตัวผู้สมัคร ส.ส. โดยนายสุเทพกล่าวว่ายังคงย้ำว่าจะไม่รับทุกตำแหน่งทางการเมือง แต่ขอเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง เป็นพี่เลี้ยงให้กับพรรค การหาเสียงของพรรคเราชูสโลแกน ปฏิรูปเปลี่ยนแปลงประเทศตามเจตนารมณ์ของมวลมหาประชาชนเพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจชาวบ้าน พร้อมนำเสนอ 12 นโยบายกรุงเทพมหานครของพรรค อาทิ ตลาดนัดชุมชนโดยชุมชน คืนคลองใส

“ตู่” ฉุนปลุกมวลชนแลกหมัด “เทือก”

เวลาเดียวกัน นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำพรรคเพื่อชาติ นำคณะลงพื้นที่ตลาดยิ่งเจริญ เขตบางเขน ช่วย พ.ต.อ.นพ.ปิยพงษ์ สาครเย็น ผู้สมัคร ส.ส.กทม.หาเสียงกับพ่อค้า แม่ค้า และประชาชนที่มาจ่ายตลาด โดยนายจตุพรกล่าวว่า การลงพื้นที่เขตบางเขน เขตดอนเมืองหลายวันที่ผ่านมาได้รับการตอบรับมากขึ้น ที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำพรรค รปช.ไม่ให้ราคากับตนนั้น นายสุเทพพยายามปลุกให้คนไทยเลือกข้างประเทศไทย ผลักฝ่ายอื่นเป็นฝ่ายระบอบทักษิณ เท่ากับปลุกมวลชนของฝ่ายตนด้วย ล่าสุดปลุกวาทกรรมเผาบ้านเผาเมือง หากนายสุเทพไม่หยุดจะอธิบายความแบบแลกหมัดกัน ประชาชนจะได้ตัดสินใจกันง่ายขึ้น

ไม่ตื่นเต้น “ประยุทธ์” ลงหาเสียง

นายจตุพรกล่าวอีกว่า กรณี กกต.อนุญาตให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.ช่วยพรรคพลังประชารัฐหาเสียงได้นั้น ความจริงหาเสียงทุกวันอยู่แล้ว ทั้งรายการคืนความสุขยิ่งกว่าพรรคการเมืองมายกมือไหว้ขอคะแนนประชาชน ไม่มีเรื่องอะไรน่าตกใจ ส่วนศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยกรณีพรรคไทยรักษาชาติวันที่ 7 มี.ค.ขอส่งกำลังใจให้พรรคไทยรักษาชาติ ไม่มีความสุขกับการที่พรรคใดจะถูกยุบระหว่างหาเสียงเลือกตั้ง ส่วนที่ สนช.ผ่านร่าง พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ สะท้อนให้เห็นว่ายิ่งกว่าเผด็จการรัฐสภาคือเผด็จการทหารที่ปกครองประเทศมากกว่า 5 ปี แม้กระทั่งขณะรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งยังผ่านกฎหมายกระทบสิทธิเสรีภาพประชาชน โดยสนช.ไม่คัดค้านแม้แต่เสียงเดียว ทุกคนต้องเดินไปสู่การเลือกตั้งให้ได้ เพราะการเลือกตั้งจะทำให้มีทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน ต่างจากรัฐบาลรัฐประหารมีเพียงฝ่ายเผด็จการ

“วันนอร์” ไม่ร่วม รบ.สืบทอดอำนาจ

ที่มัสยิดยามีอุลค็อยรียะห์ ถนนบรรทัดทอง นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ ลงพื้นที่ช่วยนายวิโรจน์ เจษฎาดิลก ผู้สมัคร ส.ส.กทม.เขต 6 หาเสียง นายวันมูหะมัดนอร์ ให้สัมภาษณ์การสรรหา ส.ว.ว่า สวนทางกับวิถีการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ส.ว.ไม่ผูกโยงกับประชาชนเลย แต่กลับมีส่วนเลือกนายกฯ แต่รัฐธรรมนูญร่างมาอย่างนี้ต้องเดินไป การเลือกตั้งครั้งนี้ตั้งเป้าได้ ส.ส.ไม่น้อยกว่า 25 ที่นั่ง พร้อมเข้าร่วมกับรัฐบาลจากประชาชนโดยตรง ไม่ใช่รัฐบาลจากการสืบทอดอำนาจเผด็จการ นายกฯต้องมาจากประชาชน ไม่ใช่นายกฯที่มาจาก ส.ว.250 เสียง แล้วไปร่วมกับ ส.ส.เขตที่ประชาชนเลือกเพียงเล็กน้อย หากเป็นเช่นนั้นพรรคพร้อมเป็นฝ่ายค้าน

ไทยรัฐดีเบตสัญจรขอนแก่น

ที่ห้องมงกุฎเพชร โรงแรมโฆษะ จ.ขอนแก่น ไทยรัฐทีวีช่อง 32 ร่วมกับหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ และไทยรัฐออนไลน์ จัดเวทีดีเบตเลือกตั้งสัญจร 6 “ชนะภาคอีสาน ชนะเลือกตั้ง?” ถ่ายทอดสดทางไทยรัฐทีวี เฟซบุ๊กไลฟ์ แฟนเพจไทยรัฐ ไทยรัฐทีวี ตั้งแต่เวลา 18.00-20.00 น. ผู้ร่วมดีเบต 6 พรรค ประกอบด้วย นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ นายธีระชัย แสนแก้ว พรรคภูมิใจไทย นายศุภผล เอี่ยมเมธาวี พรรครวมพลังประชาชาติไทย พรรคเพื่อไทย มีคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ เป็นตัวแทน พรรคประชาธิปัตย์ ได้แก่ นายกรณ์ จาติกวนิช ส่วนพรรคชาติพัฒนา มีนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ เข้าร่วมดีเบต โดยมีสมาชิกพรรคต่างๆเข้ามาร่วมรับฟังอย่างคับคั่ง

“จรุงวิทย์” จี้ผู้นำระวัง จนท.รัฐเป็นกลาง

เมื่อเวลา 10.30 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต.ได้นำสื่อมวลชนตรวจเยี่ยมศูนย์รับแจ้งเบาะแสทุจริตการเลือกตั้ง ตอบข้อกฎหมายการสืบสวนไต่สวน และวินิจฉัยที่ชั้น 3 สำนักงาน กกต.เบื้องต้นมีเรื่องทุจริตการเลือกตั้งแจ้งเข้ามา 43 เรื่อง พ.ต.อ.จรุงวิทย์กล่าวว่า ขณะนี้มี 50 เรื่องเป็นข้อความใส่ร้ายทางโซเชียล เตรียมส่งให้ที่ประชุม กกต.สั่งลบ สำหรับการหาเสียงของ พล.อ.ประยุทธ์จะเดินหาเสียงขึ้นเวทีปราศรัยและร่วมกิจกรรมของพรรคพลังประชารัฐทำได้ แต่ต้องระมัดระวังมาตรา 78 พ.ร.บ.เลือกตั้ง ส.ส.เรื่องการวางตัวเป็นกลางของเจ้าหน้าที่รัฐ การใช้ทรัพยากรของรัฐทั้งรถและเจ้าหน้าที่ เป็นดุลพินิจผู้สมัครและพรรค กกต.ยึดกฎหมายเป็นหลักด้วยความเป็นกลาง ไม่ขึ้นกับอำนาจใด พล.อ.ประยุทธ์ก็อยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน

“วิสุทธิ์” ร้องชายชุดดำเต็ม จ.พะเยา

เมื่อเวลา 14.40 น. ที่สำนักงาน กกต.นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ผู้สมัคร ส.ส.พะเยา พรรคเพื่อไทย เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนขอให้ กกต.ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงพฤติกรรมของกลุ่มชายฉกรรจ์ที่แฝงตัวอยู่ในพื้นที่ จ.พะเยา นายวิสุทธิ์กล่าวว่า จ.พะเยาเริ่มไม่ปลอดภัย มีกลุ่มชายฉกรรจ์ชุดดำจำนวนมากเข้ามาโดยไม่ทราบสาเหตุ หรือวัตถุประสงค์ สร้างความหวาดกลัวให้ประชาชน ถ้าเป็นเจ้าหน้าที่อยากให้แต่งเครื่องแบบแสดงตัวหรือหน่วยงานและยังมีการโทรศัพท์ไปข่มขู่ประชาชน เก็บบัตรประชาชน ทั้งนี้ ในเอกสารร้องเรียนของนายวิสุทธิ์ระบุด้วยว่าขอให้ กกต.ลงพื้นที่ รวบรวมพยานหลักฐานกระทำความผิดโดยวิธีแจกเงิน สิ่งของและเก็บสำเนาบัตรประชาชนด้วย

“บิ๊กตู่” งดงานลาป่วยเข้า รพ.หาหมอ

สำหรับความเคลื่อนไหวของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ภายหลังเมื่อวันที่ 28 ก.พ. พล.อ.ประยุทธ์ได้เดินทางออกจากทำเนียบรัฐบาลเร็วกว่าปกติ แจ้งเพียงว่าไปภารกิจส่วนตัว (ว.5) จากนั้นไม่ได้เดินทางเข้ามาปฏิบัติภารกิจภายในทำเนียบฯอีก เมื่อวันที่ 1 มี.ค.ไม่มีวาระงานใดๆทั้งในและนอกทำเนียบฯ ทั้งนี้ทีมงานนายกฯแจ้งว่า พล.อ.ประยุทธ์จะไม่เดินทางเข้าทำเนียบฯทั้งนี้ นายกฯจะกลับมาทำงานตามปกติ โดยวันที่ 4 มี.ค.มีกำหนดการเป็นประธานในงานสัมมนา Thailand Investment Year-What’s New? ที่เมืองทองธานีและจะพักการลงพื้นที่ 2 สัปดาห์ ถือเป็นการลาป่วยครั้งแรกของ พล.อ.ประยุทธ์ ตลอดการเป็นนายกฯเกือบ 5 ปี

เผยบ่นตาเจ็บมาตั้งแต่ลงพื้นที่

พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ เปิดเผยว่านายกฯได้ลาป่วยเมื่อวันที่ 1 มี.ค.เพื่อตรวจสุขภาพทั่วไปตามปกติตามที่แพทย์นัด ที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า รวมถึงตรวจสายตา เนื่องจากช่วงลงพื้นที่ที่ผ่านมา นายกฯบ่นอยู่ตลอดว่าเจ็บตาเพราะอ่านหนังสือมาก แต่ไม่มีอะไรต้องกังวล ร่างกายด้านอื่นยังคงฟิตและแข็งแรงดี ไม่ส่ง ผลกระทบต่อการทำหน้าที่แน่นอน ส่วนกรณีที่ กกต.ยืนยันให้ พล.อ.ประยุทธ์ร่วมกิจกรรมปราศรัยหาเสียงและพบปะสมาชิกของพรรคพลังประชารัฐได้ ยังไม่มีโอกาสได้พูดคุยหรือสอบถามนายกฯ แต่นายกฯจะพิจารณาตามความเหมาะสม ภายใต้กรอบกฎหมาย ที่ผ่านมานายกฯชัดเจนในการทำหน้าที่อยู่แล้ว ส่วนข้อสังเกตการเปลี่ยนสถานะเพจเฟซบุ๊กส่วนตัว พล.อ.ประยุทธ์จากเจ้าหน้าที่รัฐเป็นบุคคลสาธารณะ ไม่ทราบรายละเอียด

นร.ตั้งคำถามวิธีฟันลูกน้องโกง

เมื่อเวลา 20.15 น. พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวผ่านรายการศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน ที่บันทึกรายการล่วงหน้าไว้ในช่วงลงพื้นที่ จ.ระยอง เมื่อวันที่ 27 ก.พ.มีนายทรงสิทธิ์ รุ่งนพคุณศรี และนางสินจัย เปล่งพานิช ดารานักแสดง เป็นพิธีกรซักถาม สลับให้นักเรียนจากโรงเรียนกำเนิดวิทย์ตั้งคำถาม ช่วงหนึ่งนายธชธน ลีละวัฒน์ ตัวแทนนักเรียนถามว่าหากพบว่าผู้ใต้บังคับบัญชาของนายกฯทุจริต จะมีวิธีแก้ไขอย่างไร ทำไมถึงใช้วิธีนั้น พล.อ.ประยุทธ์ ตอบว่าการกำจัดทุจริตสำคัญที่สุดต้องมีการร้องเรียน ร้องทุกข์ กล่าวโทษ ถ้าพูดกันอยู่ในโซเชียลมีเดียอย่างเดียวทำอะไรลำบาก ว่ากันด้วยพยานบุคคลหรือวัตถุพยาน ถ้าแจ้งมาพร้อมหลักฐานเราปกปิด และสอบทุกเรื่อง

“ประวิตร” เมินเสียงโจมตีเฟ้น 250 ส.ว.

ที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีที่มีการเรียกร้องให้เปิดเผยชื่อคณะกรรมการสรรหา ส.ว.ว่า หัวหน้า คสช.แต่งตั้งเรียบร้อยแล้ว ไม่จำเป็นต้องมีผู้ทรงคุณวุฒิมาเป็นกรรมการสรรหาด้วย ต้องแล้วแต่ คสช.เป็นธรรมดาที่ฝ่ายการเมืองต้องโจมตีอยู่แล้ว แต่เรายึดตามกฎหมาย รายชื่อออกมาจะรู้เอง แต่ยืนยันว่าไม่มีรายชื่อนายทหารที่กำลังจะเกษียณอายุราชการหรือยังอยู่ในราชการ จะไม่ส่งผลกระทบต่อบัญชีโยกย้ายนายทหารชั้นนายพลช่วงกลางปี กรณีที่ถูกเพจปลอมสร้างข้อมูลเท็จโจมตี เชื่อกันหรือไม่ ถ้าไม่เชื่อก็จบ ภาพที่เอามาลงเป็นภาพเก่า ได้แจ้งให้กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) ไปตรวจสอบหาที่มาและผู้กระทำความผิด

“วิษณุ” ปิดชื่อ กก.สรรหากลัววิ่งเต้น

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯกล่าวถึงการสรรหา ส.ว.ว่ารายชื่อคณะกรรมการสรรหาจะยังไม่เปิดเผย เพราะกังวลการวิ่งเต้น แต่สุดท้ายต้องเปิดเผยออกมา คณะกรรมการประชุมไป 1 ครั้ง จากนี้จะประชุมบ่อยขึ้น วิธีการคัดเลือกบุคคลให้ได้ 400 คนเพื่อเสนอ คสช.คัดเลือกเป็น ส.ว.จะไม่ใช้วิธีการสมัคร จะรวบรวมรายชื่อจากทั้งสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) รวมถึงองค์กรภาคเศรษฐกิจ อุตสาหกรรมและเอกชนต่างๆมาคัดเลือกให้สอดคล้องกับแนวทางปฏิรูปประเทศ 13 ด้าน ทั้ง 400 คนที่ส่งให้ คสช.วันที่ 9 มี.ค.จะไม่เป็นข้าราชการหรือพนักงานของรัฐ ที่กังวลว่า พล.อ.ประยุทธ์มีส่วนเลือก ส.ว.แล้วเป็นแคนดิเดตนายกฯพรรคพลังประชารัฐด้วยจะให้ทำอย่างไร รัฐธรรมนูญเขียนไว้เช่นนั้น ไม่รู้จะวิตกกันทำไม

เปิดกรุ กกต. “เลิศวิโรจน์” อู้ฟู่ 177 ล้าน

ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีการเปิดเผยบัญชีรายการทรัพย์สิน และหนี้สินของผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริตฉบับใหม่ที่มีผลบังคับใช้ให้กรรมการองค์กรอิสระที่เข้ารับตำแหน่ง หลังจากกฎหมาย ป.ป.ช.ฉบับใหม่มีผลบังคับใช้จะต้องยื่น และเปิดเผยบัญชีทรัพย์สิน มีบัญชีทรัพย์สินที่น่าสนใจ ประกอบด้วยนายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ และ นายฐิติเชฏฐ์ นุชนาฏ กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 4 ธ.ค.2561 โดยนายเลิศวิโรจน์แจ้งว่ามีทรัพย์สิน 177,622,064 บาท ทรัพย์สินส่วนใหญ่เป็นที่ดิน มูลค่ารวม 66,853,000 บาท พื้นที่ จ.นนทบุรี ปทุมธานีและสุโขทัย เงินฝาก 24,639,841 บาท เงินลงทุน 20,654,423 บาท รวมถึงรถเบนซ์ป้ายแดง มูลค่า 5,063,500 บาทที่แจ้งว่าเพิ่งซื้อในวันเดียวกับที่เข้ารับตำแหน่ง กกต. นอกจากนี้ยังมีรายการทรัพย์สินมีค่าอื่นๆอีกกว่า 8 ล้านบาท อาทิ ทองคำแท่งหลายรายการรวมน้ำหนัก 100 บาท มูลค่า 1,965,000 บาท พระเลี่ยมทอง 74 รายการ อาวุธปืน 5 กระบอก เป็นต้น

“ฐิติเชฏฐ์” ใช่ย่อยสมบัติร่วม 60 ล้าน

ขณะที่นายฐิติเชฏฐ์ แจ้งว่ามีทรัพย์สิน 58,395,918 บาท ส่วนใหญ่เป็นโรงเรือนและสิ่งปลูกสร้างในพื้นที่เขตดุสิต มูลค่ารวม 12,000,000 บาท ส่วนทรัพย์สินอื่นที่น่าสนใจอาทิ ทองรูปพรรณ 35 รายการ มูลค่า 2,126,986 บาท อาวุธปืน 3 กระบอก พระเครื่อง 57 รายการ มูลค่า 5,473,079 บาท เป็นต้น ส่วนกรรมการ กกต.อีก 5 คน ยังไม่อยู่ในข่ายต้องเปิดเผยรายการบัญชีทรัพย์สินในครั้งนี้ เนื่องจากเข้ารับตำแหน่งก่อนที่ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริตปี 2561 จะมีผลบังคับใช้

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้