วันอาทิตย์ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เปิดสัญญา 6 พรรคการเมือง หากได้เป็นรัฐบาล ชาวอีสานจะได้อะไร

เปิดสัญญา 6 พรรคการเมือง หากได้เป็นรัฐบาล ชาวอีสานจะได้อะไร

  • Share:

6 พรรคการเมือง ให้สัญญาประชาชนชาวอีสาน หากได้เป็นรัฐบาลหลัง 24 มี.ค. จะทำอะไรได้ทันที อย่างช้าสุดไม่เกิน 1 ปี ต้องเห็นผลเป็นรูปธรรม เป็นไปได้ไง ชาวนาปลูกข้าวหอมมะลิคุณภาพดีที่สุดในโลก กลับจนสุดในโลก 

วันที่ 1 มี.ค. ไทยรัฐเลือกตั้ง 62 เวทีดีเบตภาคอีสาน ณ โรงแรมโฆษะ จังหวัดขอนแก่น “ชนะภาคอีสาน ชนะเลือกตั้ง?” โดย คุณจอมขวัญ หลาวเพ็ชร์ มีแขกร่วมรายการ 1.รศ.ดร.ปิยบุตร แสงกนกกุล พรรคอนาคตใหม่ 2.นายธีระชัย แสนแก้ว พรรคภูมิใจไทย 3.ทพ.ศุภผล เอี่ยมเมธาวี พรรครวมพลังประชาชาติไทย 4.คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ พรรคเพื่อไทย 5.นายกรณ์ จาติกวณิช พรรคประชาธิปัตย์ และ 6.นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ พรรคชาติพัฒนา

ทพ.ศุภผล เอี่ยมเมธาวี พรรครวมพลังประชาชาติไทย กล่าวถึงอย่างเรื่องยางพารา มีบทเรียนสมัย ปชป.เป็นรัฐบาล ตอนนั้นราคายางพุ่งพรวดไป 180 บาทต่อกิโล อย่างเช่นปีนั้นมีการประกาศราคาต้นทุน ประกาศราคา 100 บาท แต่ถ้าราคาไม่ถึง รัฐบาลจะเข้ามาชดเชยให้ได้ตามราคาที่ประกาศไว้ อีกเรื่องคือ การปฏิรูปที่ดิน เราต้องมีการปฏิรูปที่ดินให้ประชาชนภาคอีสานมีกรรมสิทธิ์ในที่ดิน เรื่องที่ 3 คือ เรื่องน้ำ ภาคอีสานมีพื้นที่ 105 ล้านไร่ พรรคยืนยันว่าไม่ต้องสร้างเขื่อนขนาดใหญ่ แต่จะให้มีการ สร้างแก้มลิง แก้มลิงพวงในเป็นเครือข่าย ยามหน้าแล้งก็ปล่อยน้ำได้ทั่วถึงทั่วพื้นที่ 

นายกรณ์ จาติกวณิช พรรคประชาธิปัตย์ เรามีความจำเป็นขยายพืชให้ครอบคลุมด้วยโครงการประกันรายได้ ที่สำคัญคือ ทักษะการบริหารราคาพืชผลให้ราคามันขึ้นด้วยตัวของมันเอง เพื่อไม่ให้เป็นภาระรัฐบาลมากเกินไป ยกตัวอย่างเรื่องข้าว เรามีข้าวพรีเมียม ข้าวที่ได้รับการยอมรับว่าดีที่สุดในโลก แต่ชาวนาเรากลับยิ่งทำยิ่งจน สิ่งแรก คือ พรรค ปชป.จะทำให้ต้องมีการปฏิรูปสหกรณ์การเกษตร และเราถ้าได้เป็นรัฐบาล เราเข้าไปจะดำเนินการประกันรายได้ก่อนเลย อย่าง ข้าวเจ้า เราจะทำทันที ประกันรายได้เกวียนละ 1 หมื่นบาท ถ้าไม่ถึงรัฐบาลก็จ่ายส่วนต่างให้ แล้วเรายิงส่วนต่างเข้าบัญชีเกษตรกรเลย ก็จะไม่มีทางรั่วไหล

นายธีระชัย แสนแก้ว พรรคภูมิใจไทย เราพูดรื่องเอางบประมาณแผ่นดินไปทลาย แต่เราจะใช้กลไกการค้าขายแทน อย่างเรื่องอ้อย น้ำตาลทราย แต่ทำไมราคามันตก เพราะรัฐบาลชุดนี้ใช้ ม.44 ทำให้ราคาอ้อย น้ำตาล ตก เพราะอ้างว่ากลัวต่างประเทศฟ้อง และผิด WTO ถ้าเราใช้ พ.ร.บ.อ้อย น้ำตาลทราย ราคามันก็ไม่ตกต่ำ ถ้าปล่อยไปตามกลไกตลาด

เรื่องข้าว เราจะเสนอกฎหมาย พ.ร.บ.กองทุนข้าว เราจะทำเป้นรับบแบ่งปันผลประโยชน์ เกษตรกรได้ 75% พ่อค้า และโรงสีก็จะแบ่งรายได้ไปตามส่วน เพื่อช่วยชาวนา ส่วนอ้อย เราจะเสนอกฎหมายใหม่ แบ่งปันผลประโยชน์ 70 ต่อ 30

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้ง พรรคเพื่อไทย ระบุว่าฐานเกษตรเป็นจุดแข็งของประเทศ แต่ที่ผ่านมาทิ้งจุดแข็ง ทั้งที่มีเกษตรกรเยอะ ยิ่งทำยิ่งเจ๊ง อย่าง 4 ปีทีผ่านมาราคาพืชผลต่ำลงทุกปี

จากนี้ 4 ปีข้างหน้าเราต้องเป็นศูนย์กลางผลิตอาหารเพื่อสุขภาพเพื่อคนทั้งโลก ได้ทั้งราคา และสุขภาพคนกิน เพราะปัจจุบันคนเป็นมะเร็งเยอะมาก จากการใช้สารเคมีมาก โดยเฉพาะภาคอีสาน อย่างอ้อย ใช้สารเคมีเยอะ เหมือนปลูกยาพิษ คนกรุงเทพฯ ก็กินยาพิษไปด้วย

สิ่งที่ต้องทำคือ จะมีกองทุนเปลี่ยนหน้าดินนาน 4-5 ปี จะช่วยพัฒนาการผลิต ช่วยเกวียนละ 5,000 บาท แต่อยู่ระหว่าง 36,000-75,000 บาท และมีตลาดให้ปรับหน้าดินทุกตารางนิ้วให้เป็นทอง ส่วนอ้อย มุ่งไปสู่เรื่องไบโอพลาสติก จะทำได้รัฐบาลต้องช่วยส่งเสริมเกษตรกรปลูกอ้อย มัน นอกจากมาทำพลังงานก็มาทำไบโอพลาสติกที่เป็นที่ต้องการของโลก เป้าหมายราคาอ้อย 1,100 บาทต่อตัน

คุณหญิงสุดารัตน์ เน้นว่า มี 3 หลักช่วยเหลือเกษตรกร คือ ปรับหนี้ เติมทุน ทำให้โลกทั้งโลกมาเป็นตลาดเพื่อขายสินค้าเกษตร เพราะเกษตรกรยิ่งทำยิ่งจน ยิ่งเป็นหนี้ มีหนี้ก้อนใหญ่กดทับเกษตรกรอยู่ วิธีการดำเนินการอย่างน้อย 2 ขั้น คือ ขั้นแรก ต้องพักชำระหนี้เกษตรกร 3 ปี เพราะตอนนี้สภาพเหมือนอยู่ไอซียู จึงต้องเติมน้ำเกลือก่อน และขั้นต่อมาต้องดันราคาสินค้าเกษตรให้ขึ้นทุกตัวภายใน 6 เดือนอย่างน้อย 30%

สิ่งที่ต้องทำคือ จะมีกองทุนเปลี่ยนหน้าดินช่วยพัฒนาการผลิตข้าว เกวียนละ 5,000 บาท อยู่ระหว่าง 36,000-75,000 บาท และมีตลาดให้ ปรับหน้าดินทุกตารางนิ้วให้เป็นทอง ส่วนอ้อย มุ่งไปสู่เรื่องไบโอพลาสติก จะทำได้รัฐบาลต้องช่วยส่งเสริม เกษตรกรปลูกอ้อย มัน นอกจากมาทำพลังงาน ก็มาทำไบโอพลาสติกที่เป็นที่ต้องการของโลก เป้าหมายราคาอ้อย 1,100 บาทต่อตัน

รศ.ดร.ปิยบุตร แสงกนกกุล พรรคอนาคตใหม่ เรื่องเกษตรก้าวหน้า เรามองปัญหาทำไมเกษตรกรไทยยังจนอยู่ แต่ต่างประเทศเกษตรกรกับมีรายได้ดี พบว่าเกษตรกรไทยเหมือนกับเป็นคนหาวัตุดิบเท่านั้น แต่ไม่มีอำนาจกำหนดอะไรเลย เราต้องมองไประยะยาวว่าทำอย่างไรให้อยู่ได้ ทุกวันนี้ผูกขาดปุ๋ยกับเมล็ดพันธุ์ ทำอย่างไรให้กลายเป็นเจ้าของโรงงานอบอ้าวได้ เพื่อเป็นตัวกำหนดราคา หากทำได้จะไม่ใช่คนหาวัตถุดิบธรรมดาๆ แล้ว แต่เขาจะสามารถกำหนดราคาได้ด้วย และภาคอีสานยังสามารถพัฒนาเป็นการท่องเที่ยวเกษตรก้าวหน้า แต่ที่ยากคือ เกษตรกรมีโซ่ตรวน ชรามากแล้ว ทำงานไม่ไหวแล้ว จะต้องมีการปลดหนี้ให้พวกเขา นโยบายการปรับคือ ต้องมีการปรับโครงสร้างหนี้ให้พวกเขา เรื่องที่ดินก็เช่นกัน นโยบายรัฐบาลทวงคืนผืนป่านี้ต้องหยุดลงก่อน มาพูดคุยแบ่งปันให้เรียบร้อย

นายสุวัจน์ อธิบายเพิ่มเติมว่า ต้องสร้างระบบความยั่งยืนเกษตร ต้องสร้างกระบวนการผลิต เหมือนสมัยนายกฯ ชาติชายทำ อย่างมันสำปะหลังมาทำเอทานอลได้ ดึงราคายาง ดึงราคามันสำปะหลัง สร้างความยั่งยืนให้ระบบการเกษตร ถ้ามีวิกฤติก็มีกองทุนสวัสดิการสำหรับเกษตร 2 หมื่นล้าน

นายสุวัจน์ กล่าวชัดเจนว่า ทำได้ทันที โดยแบ่งการทำ 3 ส่วน ส่วนแรก คือเชิงนโยบาย ถ้าคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ ไม่ว่าจะเป็น มัน อ้อย เปลี่ยนเป็นพลังงาน ราคาก็ขึ้นทันที

ส่วนสอง มาตรการจูงใจเอกชน มีบีโอไอพิเศษ เช่น สิทธิทางภาษี 12-15 ปี เพื่อดึงนักลงทุน ซึ่งไม่ได้เป็นการเอื้อเฉพาะเอกชน เพราะเมื่อตั้งโรงงานอุตสาหกรรจำนวนมาก ก็จะดูดซับพืชผลเกษตร.

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้