Thairath Logo
กีฬา

ต้องเป็นผู้นำชี้ทิศทางประเทศ "สมคิด" ปลุก สศช.ฮึกเหิมพาชาติแข็งแกร่ง

Share :

“สมคิด” แนะ สศช.ให้ฮึกเหิมในการทำงาน ย้ำให้กลับไปเป็น สศช.แบบเดิมที่เป็นคลังสมอง หรือ Think Tank ที่เป็นคนนำทิศทางของประเทศ ไม่ใช่กระโถน ครม.โดยเป็นผู้ชี้นำกระทรวงต่างๆ ว่าจะเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการผลิตของประเทศอย่างไร เชื่อจะนำพาประเทศไปสู่ความแข็งแกร่งได้ และต้องเป็นหน่วยงานจับตา หากงานกระทรวงไหนไม่เดิน ให้รายงาน ครม.ได้ พร้อมให้จับคู่กับสำนักงบประมาณ ที่มีความโหด สามารถตัดงบได้ทุกกระทรวงไม่กล้าเถียง!

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยในระหว่างตรวจเยี่ยมสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ว่า ต้องการให้ สศช.กลับไปเป็น สศช.แบบเดิมที่เป็นผู้ชี้นำว่าจะเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการผลิตของประเทศอย่างไร กระทรวงไหนควรทำอะไร โดย สศช.จะต้องเป็นคลังสมอง หรือ Think Tank ที่เป็นคนนำทิศทางของประเทศได้ และถ้าจะพัฒนา สศช.ให้แข็งแรง หากต้องการให้รัฐบาลช่วยอะไรให้บอกมา เพราะรัฐบาลไม่อยากให้ สศช.เป็นกระโถน ครม. แต่อยากให้เป็นคนที่ชี้นำ ครม. และตนเองเชื่อว่า สศช.จะนำประเทศไปสู่ความ
แข็งแรงได้

รองนายกรัฐมนตรีกล่าวด้วยว่า การพลิกบทบาทการทำงานของ สศช.ให้มีพลังมากขึ้น ต้องชี้แนะโครงการของกระทรวง หรือขวางอย่างมีเหตุผลว่า ถ้าโครงการไหนไม่ให้เกิดต้องไม่เกิด หรือบอกว่าเรื่องไหนจำเป็นต้องทำ ซึ่งถ้าหน่วยงานไหนไม่ทำ ก็สามารถเข้าไปบอกใน ครม.ว่าหน่วยงานนั้นไม่ทำ และต้องไปจับคู่กับสำนักงบประมาณที่มีความโหด สามารถตัดงบได้ ทุกกระทรวงไม่กล้าเถียง แต่ต้องอยู่บนความชอบธรรม และต้องช่วยกันดูว่าแผนงานที่ต้องทำ แต่ละโครงการเป็นไปตามแผนหรือไม่ งบประมาณมีอะไรบ้าง โครงการไปถึงไหน ไม่ใช่ปล่อยให้รองนายกฯไปคะยั้นคะยอให้เบิกจ่ายงบประมาณ

“ที่ผ่านมาโครงสร้างเศรษฐกิจไทยเปลี่ยน แปลงไม่ทันกับจุดสมดุล เพราะเราพึ่งพาการส่งออกมากถึง 60-70% ขณะที่พึ่งพาเศรษฐกิจภายในประเทศ 30-40% เท่านั้น เมื่อเศรษฐกิจโลกมีความผันผวน และยังมีเรื่องสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯกับจีนแล้ว เชื่อว่าเศรษฐกิจโลกไม่ดีอย่างแน่นอน ยอดการส่งออกของไทยในเดือน ม.ค.นี้ คงไม่ดีด้วยเช่นกัน ดังนั้น สศช.จะต้องพยายามปรับเปลี่ยนและเพิ่มสัดส่วนการพึ่งพาเศรษฐกิจภายในประเทศให้มากขึ้น”

นายสมคิด กล่าวด้วยว่า ให้ สศช.ทำแผนการพัฒนาภาคต่างๆ ให้มีเค้าโครงเรื่องให้ชัดเจนก่อน และสร้างให้เกิดการเชื่อมโยง ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคเหนือ (NEC) เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (NeEC) และเขตพัฒนาพิเศษภาคใต้ (SEC) อาทิ SEC นั้น คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติมาหนึ่งปีแล้ว ยังไม่มีอะไรเกิดให้เห็น ซึ่ง สศช.ต้องช่วยดูด้วย

“เรามียุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีเป็นกรอบกว้าง แต่การให้หน่วยงานราชการ และกระทรวงต่างๆเดินตามได้อย่างไรนั้น สศช.ต้องมีเค้าโครงเรื่องที่ชัดเจน ฟังแล้วเห็นภาพชัด เหมือนการต่อเรือ สศช.ต้องทำหน้าที่วางกระดูกเรือเป็นแกนของเค้าโครงเรือในแต่ละเรื่อง แล้วให้แต่ละหน่วยงานทำรายละเอียด”

ด้านนายทศพร ศิริสัมพันธ์ เลขาธิการ สศช. กล่าวว่า ได้รับเอาแนวนโยบายของรอง นายกรัฐมนตรี ที่มอบหมายให้ สศช.ไปเพิ่มบทบาทในการเป็นหน่วยงานที่มีการชี้นำแนวทางในการพัฒนาประเทศ ทั้งเรื่องสร้างความสมดุลทางเศรษฐกิจ สร้างความเชื่อมโยงระหว่างการเกษตร อุตสาหกรรม และภาคบริการ กระตุ้นให้เกิดการสร้างมูลค่าเพิ่มของสินค้าและบริการในทุกขั้นตอนการผลิต รวมทั้งนโยบายการศึกษา ซึ่งชี้ว่านโยบายการศึกษาจะต้องมุ่งไปสู่ทิศทางใด รวมถึงนโยบายที่เกี่ยวกับดิจิทัล หรือ “Digital for all” การพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ และการพัฒนาตลาดการเงิน

ขณะที่นายวิชญายุทธ บุญชิต รองเลขาธิการ สศช. กล่าวว่า ในเรื่องของเศรษฐกิจมหภาคปีนี้ การส่งออกอาจได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจโลก โดยการส่งออกในไตรมาสสุดท้ายของปี 61 ที่ผ่านมาขยายตัวได้ 2.3% โดยสินค้าที่มีการส่งออกได้เพิ่มขึ้นคือกลุ่มสินค้าที่ได้รับผลกระทบจากการกีดกันทางการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐฯ แสดงว่าสินค้าในกลุ่มนั้นยังมีโอกาสขยายตัวได้เพิ่มขึ้นในปีนี้เช่นกัน ซึ่ง สศช.ได้มีการรวบรวมรายการสินค้าที่มีศักยภาพในการส่งออกไว้กว่า 5,000 รายการ ซึ่งรองนายกฯได้สั่งการให้ สศช.ไปหารือกับกระทรวงพาณิชย์เพื่อจัดประชุมผู้ส่งออก เพื่อชี้ให้เห็นโอกาสในสินค้าดังกล่าว.

อ่านเพิ่มเติม...
สมคิด จาตุศรีพิทักษ์สศช.Think Tankเศรษฐกิจไทยยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี