วันพฤหัสบดีที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ป้ายังไม่เชื่อ สามีเบิกเงินเอง 8.5 หมื่น! ธนาคารฯ นำลายเซ็นยืนยัน

ป้ายังไม่เชื่อ สามีเบิกเงินเอง 8.5 หมื่น! ธนาคารฯ นำลายเซ็นยืนยัน

  • Share:

ป้าที่ชัยนาท ผู้เสียหายที่เงินหายจากบัญชีธนาคารฯ 8.5 หมื่น ล่าสุดไปร้องศูนย์ดำรงธรม ทางธนาคารนำหลักฐานมายืนยัน มีการเบิกเงินไป 11 ครั้งจริง ลายเซ็นคนเบิกคล้ายลายเซ็นคนเปิดบัญชี คือ สามีป้า

จากกรณี นางบังอร สิงห์โตทอง อายุ 60 ปี อยู่บ้านเลขที่ 96 ม.1 ม.1 ต.ตลุก อ.สรรพยา จ.ชัยนาท ร้องทุกข์ต่อผู้สื่อข่าว กรณีที่ บัญชีเงินฝากประจำของสามี ชื่อบัญชี นายทองดี อินทร์ยัง เปิดบัญชีฝากประจำตั้งแต่เมื่อ 10 ปีก่อน กับ ธนาคารแห่งหนึ่ง สาขา อ.เมืองชัยนาท จำนวนกว่า 2 แสนบาท แต่เงินหายล่องหนไป 85,000 บาทเศษ หายจากบัญชีอย่างไร้ร่องรอย และเป็นปริศนา

ทั้งนี้ นางบังอร ยืนยันว่า ที่บ้านตนไม่มีใครไปเบิกเงินเลย แต่พบมีการถอนออกจากบัญชี ซึ่งเป็นชื่อของสามีไปแล้วจำนวน 11 ครั้ง เริ่มถอนตั้งแต่ปี 2554 ด้วยความที่สามีเชื่อใจ จึงไม่ได้ตรวจสอบอะไร แต่เมื่อไปถามกลับถูกพนักงานขู่ว่าถ้าไปแจ้งความก็จะฟ้องกลับทันที ทำให้รู้สึกว่าถูกรังแก และไม่ใช่เรื่องที่ถูกต้อง จึงวอนให้สื่อมวลชนช่วยเป็นกระบอกเสียงทวงความยุติธรรม และคืนเงินมาให้อยู่หมือนเดิม

ล่าสุดเวลา 10.00 น. วันที่ 18 ก.พ. นางบังอร สิงห์โตทอง ได้เดินทางมายังศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดชัยนาท พบกับ นางสาวพรเพ็ญ โตประเสริฐ ผู้อำนวยการกลุ่มงานศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดชัยนาท เพื่อขอคำปรึกษาและหาข้อยุติเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว พร้อมขอความเป็นธรรม เนื่องจากตนหาเช้ากินค่ำ เงินฝากที่จะเก็บไว้กินตอนแก่ และรักษาสามีที่ป่วยเส้นเลือดในสมองแตก ช่วยตัวเองไม่ได้แล้ว เงินที่เก็บไว้กลับต้องมาสูญหายอย่างไร้ร่องรอย

ขณะที่ นางสาวพรเพ็ญ โตประเสริฐ ผู้อำนวยการกลุ่มงานศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดชัยนาท เปิดเผยว่า เบื้องต้นได้เชิญทางธนาคารที่สามีนางบังอร เปิดบัญชีไว้มาชี้แจงข้อเท็จจริงว่าเกิดอะไรขึ้น โดยทางธนาคารรับปากว่าจะมาในช่วงบ่ายวันนี้ พร้อมนำเอกสารหลักฐานมาชี้แจง มีอัยการฝ่ายคุ้มครองสิทธิ มาเพื่อให้ความเป็นธรรม และเป็นตัวกลางในการเจรจาหาข้อยุติ คลายข้อสงสัยในเรื่องนี้

ต่อมา นายมนตรี สิงหะ อัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับดีจังหวัดชัยนาท นายอุเทน ทิพย์สิงห์ นิติกรสำนักงานยุติธรรมจังหวัดชัยนาท และเจ้าหน้าที่ของธนาคารฯ ที่ดูแลในส่วนภาคกลางตอนบน ภาคเหนือตอนล่าง ได้มาเจรจาไกล่เกลี่ย กรณีดังกล่าว

ทางเจ้าหน้าที่ของธนาคารได้ทำการชี้แจง พร้อมนำเอกสารการเบิกเงิน ที่มีลายมือชื่อของ นายทองดี อินทร์ยัง เจ้าของบัญชี เซ็นทุกครั้งที่มีการเบิกไปจำนวน 11 ครั้ง รวมเป็นเงิน 85,000 บาทเศษ ซึ่งลายเซ็นดังกล่าว มีความคล้ายคลึงกับลายเซ็นที่ทำการเปิดบัญชีไป ทางธนาคารยืนยันว่าตัวของเจ้าของบัญชี ได้มาทำการเบิกเงินไปเอง เรื่องการเบิกเงินที่เป็นเศษบาท เศษสตางค์ มาจากดอกเบี้ยในแต่ละครั้ง ที่จะทำการเบิกต้องตัดยอดออกไป จึงทำให้ไม่เป็นเลขที่ไม่มีเศษ

ส่วนเรื่องภาพวงจรปิดย้อนหลัง คงไม่ได้บันทึกไว้ เพราะเหตุการณ์ผ่านไปหลายปีแล้ว กล้องวงจรปิดจะบันทึกไว้แค่ 3 เดือนเท่านั้น โดยทางธนาคารได้ทำการขอโทษ นางบังอร สิงห์โตทอง ถึงกรณีที่มีการพูดสื่อสารไม่ดี อาจทำให้เข้าใจผิด แต่เรื่องการตรวจสอบลายมือชื่อ ลายเซ็น ก็พร้อมให้ความร่วมมือทุกอย่าง หากเป็นความผิดพลาดของธนาคารก็ยินดีรับผิดชอบ แต่หากเป็นฝ่ายผู้เสียหาย เข้าใจผิดหรือปิดบังกันเอง ก็ไม่เอาความ เพราะอยากให้ทางลูกค้าเชื่อมั่นในธนาคารต่อไป

นายมนตรี สิงหะ อัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับดีจังหวัดชัยนาท เปิดเผยว่า เบื้องต้นที่มีการไกล่เกลี่ยกันมีการพูดคุยเพื่อหาข้อยุติกรณีพิพาท ทางธนาคารมีรายการเบิกถอนจากบัญชีมายืนยัน ว่ามีการเซ็นชื่อเบิกเงินของเจ้าของบัญชีผู้ฝากเงิน ทางผู้ร้องทุกข์ ยืนยันว่าลายมือไม่น่าจะใช่ลายมือของสามีตัวเอง ยืนกรานว่าไม่มีการเบิกเงินแน่นอน ขอให้หน่วยงานของรัฐช่วยดูแลเรื่องการพิสูจน์รายมือชื่อ จึงเชิญเจ้าหน้าที่ของสำนักงานยุติธรรมจังหวัดชัยนาท มาร่วมหาแนวทางในการช่วยเหลือการพิสูจน์ลายมือ ว่าใช่หรือไม่ จากการไกล่เกลี่ยทางธนาคารยินดีให้ตรวจสอบ หากไม่ใช่ลายมือ ลายเซ็น ของเจ้าของบัญชี ก็จะดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป ส่วนผู้ร้องก็ยืนยันว่า ผลการตรวจพิสูจน์เป็นลายมือชื่อสามี ก็จะยอมรับ แต่ที่จะทำการพิสูจน์หลักฐานก็เพื่อความสบายใจทั้งสองฝ่าย 

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้