วันศุกร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
2 ชีวิตรักแท้ ถึงสามีตาย แต่ยังได้อยู่ด้วยกัน ซึ้งน้ำตาไหล สะเทือนใจทั้งประเทศ

2 ชีวิตรักแท้ ถึงสามีตาย แต่ยังได้อยู่ด้วยกัน ซึ้งน้ำตาไหล สะเทือนใจทั้งประเทศ

  • Share:

เมื่อความตายมิอาจพราก การจากลามิอาจแยก...เธอจึงตัดสินใจทำให้ความรักคงอยู่ไปตลอดกาล ทีมข่าวเจาะประเด็นไทยรัฐออนไลน์ ไล่เรียงเรื่องราวความรักอันยิ่งใหญ่ที่ไม่มีเหตุผลใด หรือสิ่งใดในโลกมาทำให้เธอและเขาต้องพลัดพราก...

ความตายมิอาจพราก ตายไปแล้ว 13 ปี ยังอยู่ด้วยกันทุกวัน!

ย้อนกลับไปปี 2561 มีเสียงร่ำลือจากชาวบ้านจังหวัดระยองว่า มีภรรยาของชายคนหนึ่งเก็บร่างของสามีที่เสียชีวิตมานานถึง 13 ปี เอาไว้ในบ้าน เสมือนว่าเขายังมีชีวิตอยู่

เมื่อข่าวลือแพร่สะพัดไปทั่วทุ่งทั่วท่า ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปยังบ้านของหญิงผู้คนนั้น เพื่อเสาะหาคำตอบที่แท้จริง กระทั่งได้พบว่า...

หญิงผู้นี้ ตั้งศพชายผู้เป็นสามีไว้กลางบ้านจริง และตั้งเช่นนี้มานานถึง 13 ปีแล้ว โดยหญิงผู้นี้อาศัยอยู่ในบ้านทรงไทยเนื้อที่ 4 ไร จังหวัดระยอง ซึ่งในโลงศพมีสามี คือ นายสมเกียรติ นพเกตุ หรือ ส.จ.หมู (ส.จ.เขต อ.บ้านค่าย 5 สมัย เป็นนายก อบจ.ระยองคนแรก เป็นอดีตประธานสภา) อยู่ภายในโลง

โดย นางธนิตา นพเกตุ อายุ 68 ปี ผู้เป็นภรรยา ได้เล่าว่า ตนแต่งงานกับพี่หมูตั้งแต่ปี 2511 มีบุตรด้วยกัน 4 คน เป็นหญิง 3 คน ชาย 1 คน ลูกเขยคนเล็ก ได้แก่ นายสาธิต ปิตุเตชะ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และอดีต ส.ส.ระยอง หลายสมัย มีคนถามว่ากลัวไหม ที่เอาศพสามีไว้ในบ้าน ตอบว่า คนที่เรารักไม่กลัว 2 ปีแรก สวดเดือนละ 2 ครั้ง และต่อมาสวดทุกเดือน ได้พบปะสังสรรค์ญาติสนิทมิตรสหายไปด้วย ซึ่งต้องขอบคุณญาติของพี่หมูที่มาไม่เคยขาดเลยทุกครั้ง จึงทำให้เรามีกำลังใจ 

“ที่บ้านอยู่กัน 3 คน ดิฉันลูกและแม่บ้าน ทุกปีในวันที่ 16 มิ.ย. จะทำพิธีสวดทำบุญเลี้ยงพระแล้วเลี้ยงโต๊ะจีนหลายสิบโต๊ะ มีเพื่อนพี่น้องมาร่วมงานเป็นร้อยคนจากทุกวงการ ทั้งข้าราชการ อดีตข้าราชการ พ่อค้า ชาวบ้าน”

“ศพยังคงเก็บไว้เหมือนเดิม เหมือนเขายิ้มอยู่ในโลงเย็น เป็นเพื่อนเรา ให้กำลังใจไปทำงานกลับมาก็หายเหนื่อย เขาเป็นที่รักของคนทุกวัยในอำเภอบ้านค่าย และเขาขยันทำงาน เป็นยอดคุณพ่อของครอบครัว และเป็นน้องชายที่น่ารักของ นายยงยุทธ นพเกตุ อดีต ส.ส.ระนอง” นางธนิตา กล่าว

ขณะที่ลูกๆ ได้เล่าถึงครั้งแรกที่แม่ต้องการนำศพของพ่อตั้งไว้ตั้งแต่แรก พวกลูกๆ และญาติๆ รวมทั้งเพื่อนฝูงคนสนิทก็จะมาร่วมฟังสวดทุกครั้งและมีปาร์ตี้กัน ซึ่งทุกคนจะไม่ถามถึงเหตุผล ส่วนที่เพิ่งเคยมา หรือไม่สนิท ก็จะถามว่าทำไมไว้นานขนาดนี้

“แม่คงมีเหตุผลของแม่ พวกเราพี่น้องเองก็ว่า เอาไว้อย่างนี้ก็ดีเหมือนกัน ถ้าถึงเวลาที่เหมาะสมแม่คงจะตัดสินใจเอง” ลูกสาว กล่าว

1 ชีวิตจากไป 1 ลมหายใจที่ยังอยู่ พิสูจน์รักแท้ไม่เสื่อมคลาย

หลายปีก่อนมีข่าวใหญ่สะเทือนใจคนไทยไปทั้งประเทศ เมื่อหญิงสาวคนหนึ่งต้องสูญเสียสามีผู้เป็นที่รักไปทั้งที่เพิ่งแต่งงานกันได้เพียง 8 เดือน และยิ่งไปกว่านั้นคือเธอเพิ่งจะทราบว่าตัวเองตั้งครรภ์ โดยที่สามียังไม่รู้ด้วยซ้ำ

รายการทีวีชื่อดังเชิญเธอมาพูดคุยถึงเรื่องราวแสนสะเทือนใจ เธอคนนั้นก็คือ คุณพิรชา ช่างสลัก (ปอ) ภรรยาของ พ.อ.วรพงศ์ ช่างสลัก (ปอ) หนึ่งใน 9 ทหารกล้าผู้สูญเสียชีวิตจากเหตุเฮลิคอปเตอร์ของคณะรองแม่ทัพภาคที่ 3 ตกที่ จ.พะเยา ในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2557 

หญิงสาวเปิดใจว่า นับตั้งแต่วันที่สามีเสียชีวิตไป ก็เหมือนกับโลกถล่ม เธอไม่รู้ว่าจะบอกเล่าให้คนอื่นเข้าใจได้อย่างไรว่าเธอต้องสูญเสียอะไรไปบ้าง สิ่งเดียวที่ทำได้ก็คือการบำบัดตัวเองด้วยการเขียนว่าเธอคิดถึงสามีมากแค่ไหน

เธอใช้ชีวิตเหมือนมีปอชายอยู่ด้วย เธอนำรูปของปอชายที่ใส่กรอบขนาดใหญ่ไปด้วยในหลายๆ สถานที่ ไม่ว่าจะไปทำงาน กินข้าวนอกบ้าน หรือแม้แต่กระทั่งดูหนัง เธอจะซื้อตั๋วหนัง 2 ใบเพื่อเอารูปปอชายขึ้นมาตั้งข้างๆเหมือนนั่งดูด้วยกัน

ปอหญิง ยังเผยว่า เธอรู้สึกเหมือนว่าสามียังคงอยู่กับเธอตลอด ซึ่งหลังจากที่สามีเสียชีวิตได้ราว 20 กว่าวัน ตัวเธอที่ยังหาทางออกให้ตัวเองไม่ได้และไม่อยากมีชีวิตอยู่ ได้ตัดสินใจหันหน้าเข้าหาธรรมะเพราะคิดว่าจะช่วยยึดเหนี่ยวตัวเองได้ ทว่าเพียงวันแรกที่ไปปฏิบัติธรรม ในคืนนั้นเธอเกิดความคิดฟุ้งซ่าน เหมือนใจยังไม่พร้อม หลังจากกลับห้องมาเธอก็คิดถึงแต่สามี ได้แต่หยิบรูปของ ปอชาย ออกมาดูและนั่งร้องไห้ คิดแต่ว่าอยากจะตาย ไม่อยากอยู่แล้วเพราะคิดถึงเขามาก แต่ในที่สุดเมื่อเธอคิดถึงว่ายังมีพ่อ-แม่อีก 4 คนที่เหลือเธอเป็นหลักเพียงคนเดียว เธอก็นึกขึ้นได้ว่าต้องอดทน

ในเช้าวันรุ่งขึ้นนั้นเอง อยู่ดีๆ ญาติของเธอก็เดินทางมาที่วัดและรีบตรงเข้ามาหาเธอด้วยอาการลนลาน ทั้งๆ ที่ไม่ได้ติดต่อกันทั้งคืน พร้อมทั้งบอกกับเธอว่า ปอชาย ได้มาเข้าฝันตัวเองเพื่อขอร้องให้มารับเธอที่วัด โดย ปอชาย บอกกับญาติของเธอในฝันว่า "ใครก็ได้ช่วยไปรับปอหญิงที่วัดที ผมไม่อยากให้ปอหญิงไปอยู่ที่วัดตอนนี้ครับ ปอหญิงอยู่คนเดียว และร้องไห้ และคิดจะทำอะไรที่ไม่ดี ใครก็ได้ครับช่วยผมที ไปรับปอหญิงที"  

หลังจากนั้น ปอหญิง ก็เพิ่งจะได้ทราบว่าตัวเองตั้งครรภ์ จนตอนนี้เธอตั้งครรภ์ได้ 3 เดือนแล้ว และถึงแม้ว่าสามีจะไม่อยู่ แต่พวกเขาก็เคยตั้งชื่อลูกไว้ก่อนหน้านี้แล้ว โดยหากเป็นเด็กหญิงจะชื่อ โบว์อ้วน ซึ่งเป็นชื่อน่ารักๆ ที่สามีชอบตอนดูหนังเกาหลี และหากเป็นเด็กชายจะชื่อ ฮิวอี้ ซึ่งเป็นชื่อของเฮลิคอปเตอร์ 

สุดท้าย ความโชคร้ายก็มาเยือนเธออีกครั้ง เธอสูญเสียลูก โดยมีสาเหตุมาจากการแท้งลูก ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้ทำให้เธอโศกเศร้าเสียใจอย่างหนัก และตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เธอยังเก็บข้าวของเครื่องใช้ทุกชิ้นของสามีไว้เช่นเดิม ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า บัตรประชาชน หรือแม้แต่เถ้ากระดูก ก็ไม่เคยถูกขยับเขยื้อนไปไหนให้ห่างจากกายเธอ.

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้