วันจันทร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
กระชับพื้นที่คุ้มครอง "ปลากัด" ป้องกันปัญหาโจรสลัดชีวภาพ-ขโมยพันธุกรรม

กระชับพื้นที่คุ้มครอง "ปลากัด" ป้องกันปัญหาโจรสลัดชีวภาพ-ขโมยพันธุกรรม

  • Share:



“พาณิชย์” ยกระดับคุ้มครอง “ปลากัดไทย” ทั้งในและต่างประเทศ แก้กฎหมายสิทธิบัตร กำหนดให้ใครจะใช้ประโยชน์ จะต้องแบ่งรายได้ให้เจ้าของ เจรจา “ไวโป” ทำข้อตกลงระหว่างประเทศคุ้มครองทรัพยากรพันธุกรรม และเชื่อมโยงฐานข้อมูลภูมิปัญญาท้องถิ่นในประเทศ เพื่อยืนยันว่ามีอยู่จริงในไทย ป้องกันโจรสลัดชีวภาพ

นางสาวชุติมา บุณยประภัศร รมช.พาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมทรัพย์สินทางปัญญาอยู่ระหว่างดำเนินการคุ้มครองทรัพยากรพันธุกรรมพันธุ์ “ปลากัดไทย” หลังจากที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้เห็นชอบให้ปลากัดไทย ซึ่งมีชื่อสามัญว่า “Siamese Fighting Fish” เป็นสัตว์น้ำประจำชาติ และได้ประกาศขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ส่งเสริมและรักษามรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม พ.ศ.2559 ไปแล้ว พร้อมกับกำชับให้สำนักงานพาณิชย์ในต่างประเทศเร่งประชาสัมพันธ์ และแจ้งสำนักงานทรัพย์สินทางปัญญาในประเทศต่างๆ ทราบว่า ปลากัดไทยเป็นสัตว์น้ำประจำชาติไทย ไม่ควรมีบุคคลใด นำไปจดทะเบียนสิทธิบัตรเพื่ออ้างความเป็นเจ้าของ

“กรมทรัพย์สินทางปัญญากำลังดำเนินการหลายเรื่อง เพื่อปกป้องปลากัดไทย หรือ Siamese Fighting Fish ไม่ให้ผู้อื่นเอาไปขึ้นทะเบียนเป็นเจ้าของ หรือหากจะนำไปใช้ประโยชน์ต้องแบ่งปันผลประโยชน์ให้เจ้าของด้วย ซึ่งปลากัดไทย สืบค้นได้ว่าเป็นพันธุ์ปลากัดดั้งเดิมของไทยมาตั้งแต่สมัยอยุธยา และปัจจุบันมีมูลค่าทางเศรษฐกิจมหาศาล”

ทั้งนี้ ได้ขอให้หน่วยงานและองค์กรที่มีความเชี่ยวชาญด้านทรัพยากรพันธุกรรมในสาขาที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนคนไทยทุกคนช่วยกันเฝ้าระวังไม่ให้มีการขโมยทรัพยากรพันธุกรรมของไทยไปใช้โดยไม่ชอบ เพื่อป้องกันปัญหาโจรสลัดชีวภาพ และรักษาสิ่งที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจและคุณค่าทางวัฒนธรรมไว้ให้ลูกหลานของไทย

นายทศพล ทังสุบุตร อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กล่าวว่า กรมกำลังดำเนินการ 4 เรื่อง เพื่อปกป้องคุ้มครองปลากัดไทย ได้แก่ การแก้ไขปรับปรุงร่าง พ.ร.บ.สิทธิบัตร (ฉบับที่...) พ.ศ. ... มีสาระสำคัญส่วนหนึ่งกำหนดให้ผู้ขอรับสิทธิบัตรการประดิษฐ์ ที่มีการใช้ทรัพยากรพันธุกรรมต้องเปิดเผยแหล่งที่มา และแบ่งปันผลประโยชน์ให้แก่เจ้าของทรัพยากรพันธุกรรมนั้น ในคำขอรับสิทธิบัตร เพื่อป้องกันปัญหาโจรสลัดชีวภาพ หรือการขโมยทรัพยากรพันธุกรรมไปใช้ประโยชน์โดยไม่ชอบ โดย ครม.ได้ให้ความเห็นชอบแล้ว อยู่ในชั้นการพิจารณาของกฤษฎีกา

“แม้กฎหมายสิทธิบัตรของไทยไม่ให้ความคุ้มครองพันธุ์พืช พันธุ์สัตว์ คือ ใครนำเอาพันธุ์พืช พันธุ์สัตว์ที่มีอยู่แล้วมาจดสิทธิบัตรไม่ได้ แต่หากใครมีกรรมวิธีใหม่ในการเพาะพันธุ์ปลากัด ก็นำมาจดสิทธิบัตรได้ จึงต้องแก้ไขกฎหมายสิทธิบัตรใหม่ ให้ต่อไปใครก็ตามไม่ว่าเป็นคนต่างชาติ หรือคนไทย จะมีกรรมวิธีใหม่ในการเพาะพันธุ์ หรือทำให้ได้ปลากัดพันธุ์ใหม่จากพันธุ์ปลากัดไทย ก็มาจดสิทธิบัตรได้ แต่ต้องบอกแหล่งที่มา และแบ่งปันผลประโยชน์ให้ด้วย ส่วนในต่างประเทศ แม้มีบางประเทศที่อนุญาตให้นำสัตว์ไปจดทะเบียนสิทธิบัตรได้ แต่ก็มีกระบวนการคัดค้าน และเพิกถอนการจดทะเบียน ตามขั้นตอนของกฎหมายภายในประเทศนั้นๆอยู่ ดังนั้น หากมีการนำสัตว์ที่เป็นทรัพยากรพันธุกรรมของไทย เช่น ปลากัดไทย ไปจดสิทธิบัตรในต่างประเทศ ไทยก็สามารถคัดค้าน หรือเพิกถอนการจดทะเบียนได้ ซึ่งไทยคงไม่นำพันธุ์ปลากัดไทยไปจดสิทธิบัตร เพราะเป็นพันธุ์ปลาที่มีดั้งเดิมในธรรมชาติมานานแล้ว

“ประเทศไทยยังได้เดินหน้าเจรจาเร่งรัด ผลักดันให้มีการจัดทำข้อตกลงระหว่างประเทศ ด้านการคุ้มครองทรัพยากรทางพันธุกรรม ภายใต้องค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก (ไวโป) หากเจรจาสำเร็จ จะเป็นประโยชน์ต่อประเทศ และชุมชนที่เป็นเจ้าของ เพราะจะมีข้อมูลยืนยันได้ว่า ทรัพยากรทางพันธุกรรม รวมถึงปลากัดไทย ที่ไทยได้ให้ข้อมูลไว้เป็นสิ่งที่มีอยู่ในไทย ประเทศอื่นๆจะนำไปขึ้นทะเบียน หรือจดสิทธิบัตรเป็นเจ้าของไม่ได้”

ขณะเดียวกัน กรมอยู่ระหว่างเชื่อมโยงฐาน ข้อมูลทรัพยากรพันธุกรรม รวมถึงศิลปวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่นที่อยู่ในความดูแลของหน่วยงานต่างๆ ซึ่งสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการตรวจสอบคำขอรับสิทธิบัตร เพื่อป้องกันการลักลอบนำทรัพยากรพันธุกรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่นของไทยไปใช้โดยไม่ชอบ และจะหารือกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงวัฒนธรรม เพื่อจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า “ปลากัดไทย” ให้เป็นตราสัญลักษณ์ประจำชาติไทย.

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้