วันจันทร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
“ศาลรัฐธรรมนูญ” เด้งรับ รีบเคาะ “รับ-ไม่รับ” คดีไทยรักษาชาติ

“ศาลรัฐธรรมนูญ” เด้งรับ รีบเคาะ “รับ-ไม่รับ” คดีไทยรักษาชาติ

  • Share:

‘พิชิต’ โอดยังไม่ได้ฟังความ ชาติชายชี้โทษตัดสิทธิถาวร ‘บิ๊กแดง’ สั่ง นขต.หนุน รบ.

มติ กกต.เอกฉันท์ชงยุบไทยรักษาชาติ ศาลรัฐธรรมนูญสานต่อ 14 ก.พ. เคาะรับไม่รับคำร้อง “ชาติชาย” ชี้โทษหนักตัดสิทธิ กก.บห.ตลอดชีวิต ทษช.ครวญถูกประหารไร้โอกาสชี้แจง ไม่ได้เห็นแม้แต่ข้อกล่าวหา ดิ้นเฮือกสุดท้ายส่งทนายร้องศาล รธน. ขอทราบข้อกล่าวหา ซัด กกต.ชิงเชือดข้ามขั้นตอน ไม่ทำตาม พ.ร.บ.กกต.-ก.ม.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง ขอเมตตานำหลักฐานพยานสู้ “ปรีชาพล” ยันทุกคนตั้งใจดี ไม่มีใครปรารถนาร้าย “พิชิต” โวย 15 ก.พ. จ่อรับรองผู้สมัคร ส.ส.เดินงานด่วนจี๋ กกต.คิดอะไร “ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนฯ” เสียใจตั้งใจช่วยชาติ แต่เกิดปัญหาที่ไม่น่าเกิด “บิ๊กแดง” ดับข่าวลือ ลั่นไม่มีปฏิวัติ ฮึ่มต้องอยู่ในกติกาอย่าล้ำเส้น สั่ง นขต.หนุนรัฐบาลอย่าให้เสียของ “บิ๊กตู่” ลงพื้นที่บางแค จนท.เทศกิจเอาใจเปลี่ยนเก้าอี้ในงานจากสีแดงเป็นสีเขียว โบ้ยไม่เกี่ยวยุบพรรค ทษช.

คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) เสนอชื่อบัญชีนายกรัฐมนตรีขัดต่อ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองแล้ว โดยศาลรัฐธรรมนูญนัดพิจารณาว่าจะรับคำร้องหรือไม่ทันทีในวันที่ 14 ก.พ. เวลา 13.30 น. ขณะที่พรรคไทยรักษาชาติดิ้นสู้เฮือกสุดท้ายยื่นคำร้องขอความเมตตารับทราบข้อกล่าวหา พร้อมชี้แจงพยานหลักฐานหักล้างข้อกล่าวหาที่ กกต.เร่งรีบดำเนินการ

กองทัพสื่อรอมติ กกต.ยุบไทยรักษาชาติ

เมื่อวันที่ 13 ก.พ.ผู้สื่อข่าวรายงานจากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่า ตั้งแต่ช่วงเช้าบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีกองทัพสื่อมวลชนจำนวนมากมาปักหลักรอทำข่าวมติ กกต.อย่างเป็นทางการกรณีพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) เสนอชื่อ บัญชีนายกฯขัดต่อ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง หลัง กกต.ได้ประชุมพิจารณากันมาตั้งแต่วันที่ 11 ก.พ. ที่เดิมมีรายงานข่าวว่าจะตั้งคณะกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงเชิญคนนอกเข้ามาร่วม กระทั่ง กกต.มาประชุมพิจารณาต่อในวันที่ 12 ก.พ. ท่ามกลางกระแสข่าวปั่นป่วนตลอดวันว่า กกต.มีมติส่งศาลรัฐธรรมนูญให้ยุบพรรคไทย- รักษาชาติทันที โดยให้นายทะเบียนพรรคการเมืองใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.พรรคการเมือง มาตรา 93 ส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรค ทษช.ไปแล้ว จนนายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. ต้องชี้แจงผ่านไลน์ว่า ยังไม่มีมติอะไรทั้งสิ้นและ กกต.ยังพิจารณาไม่แล้วเสร็จ ขณะที่พรรค ทษช.ขอส่งตัวแทนเข้ายื่นหนังสือถึง กกต.เพื่อขอโอกาสชี้แจงข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายเพื่อต่อสู้แก้ข้อกล่าวหา

ทษช.ยื่น กกต.ขอโอกาสก่อนประหาร

เมื่อเวลา 09.00 น. นายสุรชัย ชินชัย คณะทำงานด้านกฎหมายพรรคไทยรักษาชาติ รับมอบอำนาจจากหัวหน้าพรรคไทยรักษาชาติ รีบเดินทางเข้ายื่นหนังสือถึงประธาน กกต.ขอให้ กกต.ปฏิบัติตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญและหลักนิติธรรม กรณีมีกระแสข่าวว่า กกต.มีมติส่งศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรคไทยรักษาชาติ จากเหตุการณ์เสนอชื่อแคนดิเดตนายกฯ เข้าข่ายกระทำการขัด พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองมาตรา 92 โดยนายสุรชัยกล่าวว่า พรรคเห็นว่าหาก กกต.จะพิจารณาและมีมติดังกล่าวควรให้โอกาสพรรคชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา อย่างน้อยควรให้โอกาสไต่ถามว่าสาเหตุที่กระทำไปมีเจตนาอย่างไร และมีพยานหลักฐานใดจะเข้าชี้แจงบ้าง การเร่งรีบรวบรัดตัดสินก่อนจะมีการเลือกตั้ง เหมือนนำพรรคไทยรักชาติออกไปจากสนามก่อน ไม่ต่างอะไรกับการลงโทษประหารชีวิต การยื่นคำร้องนี้จึงเพื่อให้รู้ว่าถ้าจะประหารชีวิตเราควรให้สมาชิกได้ลงคะแนนเลือกตั้งวันที่ 24 มี.ค.เสียก่อน แต่ถ้าจะตัดสินก่อนการเลือกตั้งก็สุดแล้วแต่ พร้อมจะยอมรับในดุลพินิจ

ติงไม่ได้ชี้แจงขัดหลัก ก.ม.-นิติธรรม

นายสุรชัยกล่าวว่า กกต.ต้องรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานให้รอบด้าน จะฟังความฝ่ายเดียวโดยไม่ให้โอกาสผู้ถูกกล่าวหาให้ได้ชี้แจงแสดงหลักฐานไม่ได้ ขัดต่อหลักนิติธรรมและหลักกฎหมาย อีกทั้งรัฐธรรมนูญยังให้การคุ้มครองเสรีภาพโดยกำหนดไว้ในมาตรา 4 แม้แต่ผู้ต้องหาในคดีอาญา ยังมีสิทธินำพยานหลักฐานเข้าต่อสู้คดีจนถึงที่สุด จึงต้องขอโอกาสให้พรรคได้ใช้สิทธิตามกฎหมาย หาก กกต.เปิดโอกาสให้พรรคเข้าชี้แจงแสดงหลักฐาน ฝ่ายกฎหมายของพรรคพร้อมจะนำพยานบุคคลเข้าชี้แจง จะขอใช้ความบริสุทธิ์ใจ จริงใจในการต่อสู้ รวมทั้งยืนยันว่าพรรคปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบกกต.และรัฐธรรมนูญ

“เอกชัย” อัดรวบรัดเร่งรีบฆ่าทิ้งนักกีฬา

ต่อมาเวลา 09.20 น. นายเอกชัย หงส์กังวาน นักเคลื่อนไหวทางการเมือง เข้ายื่นหนังสือขอให้กกต.ยุติการพิจารณายุบพรรคไทยรักษาชาติ ระบุว่าการเสนอชื่อแคนดิเดตนายกฯของ ทษช.จนเป็นเหตุให้ กกต.ไม่ประกาศรับรองรายชื่อแคนดิเดตนายกฯของพรรคเพียงพอแล้ว เมื่อไปดูมาตรา 92 พ.ร.บ.ว่าด้วยพรรคการเมือง แล้วเห็นว่าการกระทำของพรรคไทยรักษาชาติไม่ได้เป็นปฏิปักษ์หรือเป็นศัตรูต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขไม่เข้าใจว่าทำไมกกต.จึงจะยื่นให้ยุบพรรค กกต.เร่งรัดและเร่งรีบเกินไป เปรียบเทียบกับการแข่งกีฬา หากนักกีฬาแพ้ตกรอบถือว่าจบ ไม่ควรไปประหารชีวิตนักกีฬาอีก

เครือข่ายพุทธฯจี้สอย “ไพบูลย์”

จากนั้นเวลา 11.00 น. น.ส.เบญจรัตน์ มีเทียน ทนายปกป้องพุทธศาสนา พร้อมคณะเข้ายื่นหนังสือถึงประธาน กกต. ขอให้ตรวจสอบการกระทำของพรรคประชาชนปฏิรูป ที่นำคำว่า “พระพุทธเจ้า” มาใช้ในป้ายหาเสียง นำพระพุทธศาสนามาแสวงหาผลประโยชน์ทางการเมืองให้ฝ่ายตนเองได้รับการเลือกตั้ง ทำให้เสื่อมเสียต่อสถาบันพุทธศาสนา การกระทำของนายไพบูลย์ นิติตะวัน หัวหน้าพรรคผิดต่อศีลธรรมอันดีของประชาชนและขัดต่อขนบ ธรรมเนียมประเพณีเป็นอย่างยิ่ง จึงขอให้ กกต.พิจารณาและวินิจฉัยว่าเป็นความผิดหรือไม่ หากพบว่ากระทำความผิด ขอให้ กกต.ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

มติ กกต.ชงยุบทิ้งไทยรักษาชาติ

กระทั่งเวลา 12.40 น.สำนักงาน กกต.ได้ออกเอกสารข่าวระบุว่า เมื่อวันอังคารที่ 12 ก.พ.กกต.พิจารณากรณีพรรคไทยรักษาชาติ มีหนังสือแจ้งรายชื่อบุคคลเพื่อเสนอแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี 1 รายชื่อและเห็นว่าการดำเนินการดังกล่าวเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข จึงมีมติให้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณาวินิจฉัย มีคำสั่งให้ยุบพรรคไทยรักษาชาติ ตาม พ.ร.บ.บัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง 2560 มาตรา 92

“จรุงวิทย์” ยันเสียงเอกฉันท์ส่งศาลฟัน

จากนั้นเวลา 12.50น. ที่ศาลรัฐธรรมนูญพ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต.ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมืองได้รับมอบหมายจากกกต.ให้เป็นผู้ยื่นคำร้องและดำเนินคดีตลอดจนมีอำนาจในการดำเนินกระบวนการพิจารณา ในศาลรัฐธรรมนูญ แทน กกต.เดินทางไปยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ภายหลังยื่นแล้วเสร็จ พ.ต.อ.จรุงวิทย์ กล่าวสั้นๆว่า กกต.มีมติเป็นเอกฉันท์ให้ยื่นยุบพรรคไทยรักษาชาติ และมีมติในช่วงค่ำวันที่ 12 ก.พ.

จากนั้นมีเจ้าหน้าที่เดินเปิดทางพาไปขึ้นรถเพื่อเดินทางออกจากสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญท่ามกลางสื่อมวลชนรุมล้อมซักถามข้อสงสัย โดยเลขาธิการกกต.เลี่ยงที่จะตอบข้อซักถามและขึ้นรถโบกมือให้ผู้สื่อข่าว

ศาล รธน.นัดทันทีเคาะรับ-ไม่รับคำร้อง

ต่อมาเวลา 14.11 น.สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญออกเอกสารข่าวระบุว่าเลขาธิการ กกต.ได้รับมอบอำนาจจาก กกต.ให้มายื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ กรณี กกต.ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัย เพื่อมีคำสั่งยุบพรรคไทยรักษาชาติ ตาม พ.ร.บ.ประกอบ รัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 92 สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญได้รับคำร้องไว้ในทางธุรการและอยู่ระหว่างการตรวจคำร้อง โดยจะเสนอคำร้องดังกล่าวต่อที่ประชุมคณะกรรมการตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อพิจารณาว่าจะรับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัยหรือไม่ในวันที่ 14 ก.พ. เวลา 13.30 น.

ทนายร้อง กกต.ลงดาบข้ามขั้นตอน

จากนั้นเวลา 16.00 น. นายสุรชัย ชินชัย ทนายความผู้รับมอบอำนาจ จากหัวหน้าพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) เดินมาที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ เข้ายื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญส่งสำเนาคำร้องยุบพรรคของ กกต.ให้แก่พรรค ทษช. โดยระบุว่าหากศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องของ กกต. ขอให้ศาลส่งสำเนาคำร้องให้แก่พรรค เพื่อให้ได้มีโอกาสโต้แย้ง ชี้แจงข้อกล่าวหา ข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย รวมทั้งแสดงพยานหลักฐาน ทั้งพยานบุคคล พยานเอกสาร และพยานวัตถุ เพื่อประกอบการพิจารณาและวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ และขอชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญว่าการพิจารณาออกมติของ กกต. เป็นการข้ามขั้นตอนไม่ปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้งและไม่ปฏิบัติตามกฎหมายวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง ที่ต้องแจ้งให้คู่กรณีทำคำชี้แจ้งแก้ข้อกล่าวหา ต่อพนักสอบสวนและกรรมการ แต่ปรากฏว่า กกต.กลับทำมติส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญ โดยไม่แจ้งกับพรรค ทษช.ก่อน เปรียบได้กับตำรวจส่งฟ้องคดีต่อศาล โดยไม่สอบปากคำและแจ้งข้อกล่าวหาก่อน การกระทำของ กกต.กระทบกระเทือนสิทธิของพรรค ทษช. จึงเสนอคำร้องเสนอศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยต่อไป

“พิชิต” โอดรีบประหารโดยไม่ฟังความ

ก่อนหน้านี้บรรยากาศที่พรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) เมื่อเวลา 09.30 น. ที่พรรคไทยรักษาชาติ นายพิชิต ชื่นบาน ประธานที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมายพรรคไทยรักษาชาติ กล่าวถึงการยื่นพยานหลักฐานต่อ กกต.ว่าเราเตรียมทั้งพยานบุคคลและพยานเอกสารยื่นต่อ กกต. ขอโอกาสให้ฟังความทุกฝ่าย เพราะเป็นเรื่องสำคัญในหลักนิติรัฐ นิติธรรมและหลักสากล การร้องให้ยุบพรรคไทยรักษาชาติคือการประหารชีวิตพรรค จึงขอวิงวอนต่อ กกต.ให้ยึดหลักนิติธรรม สิ่งที่สำคัญข้อกล่าวหายังไม่มี เราควรได้รับทราบข้อกล่าวหาก่อนว่ามีประเด็นใดบ้าง เพื่อพิจารณาว่าควรมีพยานหลักฐานอะไร ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยพรรค การเมือง มาตรา 92 เป็นกรณีข้อกล่าวหารุนแรง ถ้า กกต.ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรค จะใช้สิทธิตามกฎหมายที่พึงมีในทุกศาล ไม่ใช้การท้าทาย แต่วิงวอนขอความเป็นธรรมให้พรรคมีโอกาส กกต.ทั้ง 7 คนทราบดีและเป็นไปไม่ได้ที่จะประหารชีวิตพรรคการเมืองหรือยุบพรรคแล้วไม่ฟังความอีกฝ่ายเลย

โจ๋มอบกุหลาบสีชมพูให้กำลังใจ

ต่อมาเวลา 10.40 น. ร.ท.ปรีชาพล พร้อมนายฤภพ ชินวัตร รองหัวหน้าพรรค นายต้น ณ ระนอง รองเลขาธิการพรรค และ น.ส.ชยิกา วงศ์นภาจันทร์ นายทะเบียนพรรค เดินทางมาถึงพรรคเพื่อร่วมประชุมกรรมการบริหารพรรคและกรรมการสรรหาผู้สมัคร หารือถึงสถานการณ์ทางการเมือง ระหว่างเดินเข้าพรรคมีชายวัยรุ่นมาดักรอมอบดอกกุหลาบสีชมพู พร้อมจับมือให้กำลังใจทั้งหัวหน้าและกรรมการบริหารพรรค

“ปรีชาพล” จี้รวบรวมพยานหลักฐาน

ร.ท.ปรีชาพลกล่าวว่า พวกเรามีข้อกังวลเหมือนกัน แต่ต้องให้ฝ่ายกฎหมายและผู้เกี่ยวข้องดำเนินการไป ส่วนการลงพื้นที่หาเสียงต้องเดินหน้าต่อ ได้เชิญคณะกรรมการบริหารพรรคและคณะกรรมการสรรหากรรมการยุทธศาสตร์และแกนนำของพรรค มาหารือวางแผนเดินหน้าหาเสียง กระแสข่าวว่า กกต.มีมติส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณายุบพรรค ทษช.โดยเร็ว กังวลใจว่ามาตรา 93 ของ พ.ร.บ.ว่าด้วยพรรคการเมือง กกต.ต้องมีหน้าที่รวบรวมพยานหลักฐานและเป็นหน้าที่ผู้ถูกกล่าวหาต้องชี้แจง ทั้งเหตุผลตลอดจนข้อกฎหมายและพยานต่างๆ จะเป็นประโยชน์ในการสู้คดี แต่ยังไม่มีการให้เราไปชี้แจงตามสิทธิอันชอบธรรมตามรัฐธรรมนูญ เราต้องมีสิทธิแสดงพยานหลักฐาน เมื่อถามว่า การเตรียมพยานบุคคลจะมีพระนามของทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนฯ ด้วยหรือไม่ ร.ท.ปรีชาพลกล่าวว่า ต้องปรึกษากับฝ่ายกฎหมายก่อน เป็นเรื่องค่อนข้างละเอียดอ่อน

ดิ้นร้องศาล รธน.ขอทราบข้อกล่าวหา

ต่อมาเวลา 13.20 น. ร.ท.ปรีชาพล นายพิชิต และคณะกรรมการบริหารพรรค ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนอีกครั้งหลังทราบว่า กกต.ยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรค ทษช.แล้วว่าทราบว่าขั้นตอนอยู่ในกระบวนการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ ตอนนี้เรายังไม่เห็นรายละเอียดในคำร้องของ กกต.ว่าร้องหรือตัดสินเราด้วยเรื่องอะไร เวลา 15.00น.วันที่ 13 ก.พ.จะให้ฝ่ายกฎหมายไปยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ขอใช้สิทธิในฐานะพรรคการเมืองรับทราบข้อกล่าวหาและแจงพยานหลักฐานต่อศาลรัฐธรรมนูญ เรายังงงๆว่าช่วง 1-2 วันที่ผ่านมา กระบวนการเป็นไปด้วยความรวดเร็ว

ยันตั้งใจดี ไม่มีใครปรารถนาร้าย

ร.ท.ปรีชาพลกล่าวอีกว่า ทีมหาเสียงของเราแบ่งเป็น 7 ทีมยังลงพื้นที่อยู่อย่างต่อเนื่อง ผู้ประสานของพรรคประสานงานกับผู้สมัคร ส.ส.โดยตลอด ส่วนแกนนำส่วนกลางจะพิจารณาการลงพื้นที่สัปดาห์หน้าว่าจะลงพื้นที่อย่างไร เพราะอาทิตย์นี้ทุกอย่างชุลมุนพอสมควร จึงต้องโฟกัสเรื่องคดีก่อน ยืนยันพรรคต้องเดินหน้าต่อ เพราะเราเป็นความหวังของผู้สมัครและประชาชน เราประกาศตัวชัดเจนว่าพร้อมลงสนามเลือกตั้ง สิ่งที่เกิดขึ้นไม่มีใครอยากให้เกิด ยืนยันเราตั้งใจดี ไม่มีใครปรารถนาร้าย ขอยืนยันคำเดิมว่าเราบริสุทธิ์ใจ ส่วนพรรคแผนสำรองคงเร็วเกินไปที่จะไปพูด ขอให้ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการก่อน จากนั้นค่อยว่ากันอีกที ณ วันนี้เราต้องสร้างความมั่นใจให้สมาชิกและผู้สมัคร ส.ส.ว่าเรายังเดินหน้าต่อ เพราะความสิ้นสุดของพรรคจะมีต่อเมื่อมีคำวินิจฉัยของศาลออกมา

โวยเดินงานเร็วมาก กกต.คิดอะไร

ด้านนายพิชิตแถลงข่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า พรรคการเมืองจะสิ้นสุดต่อเมื่อศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยสิ่งที่ กกต.กล่าวหา แต่การที่ กกต.ตั้งข้อกล่าวหาโดยพรรคไม่มีสิทธิแม้แต่รับทราบข้อกล่าวหา ไม่มีโอกาสแสดงข้อเท็จจริง พยานหลักฐานใดๆ ถือว่าชั้นสอบสวนเราไม่มีโอกาสเลย ฝ่ายกฎหมายจะไปยื่นคำร้องขอความเมตตาต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อให้มีโอกาสรับทราบข้อกล่าวหาตามกระบวนการที่กฎหมายกำหนด ตอนนี้พรรคไทยรักษาชาติถือเป็นคู่กรณีกับ กกต. ศาลรัฐธรรมนูญถือเป็นคนกลางในการวินิจฉัย เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมเราจะไปยื่นคำร้องเพื่อขอให้ศาลเมตตา โดยยึดหลักนิติธรรม ที่สำคัญที่สุดขอให้พรรค ทษช.มีโอกาสแก้ข้อกล่าวหา อ้างพยานหลักฐาน เพื่อพิสูจน์ว่าเราไม่ได้กระทำผิด ส่วนการยื่นพยานหลักฐานจะเป็นอย่างไรขอโอกาสเห็นข้อกล่าวหาก่อน จะได้รู้ประเด็นข้อกล่าวหา จึงยังบอกไม่ได้ว่าจะยื่นพยานอย่างไร เรามั่นใจในกระบวนการยุติธรรม เพราะศาลรัฐธรรมนูญถือเป็นองค์กรสูงสุดที่ทุกองค์กรต้องปฏิบัติตาม เมื่อเราเป็นคู่กรณีตามหลักนิติธรรมควรมีโอกาสแก้ข้อกล่าวหา เราเสียใจที่ชั้นสอบสวนไม่มีโอกาสแม้แต่จะทราบข้อกล่าวหา ทุกอย่างมันรวดเร็วมาก วันที่ 15 ก.พ. กกต.จะประกาศรับรองผู้สมัคร ส.ส. จึงตั้งข้อสังเกตว่า กกต.คิดอะไร

“ทูลกระหม่อม” เสียใจเกิดปัญหาไม่น่าเกิด

เมื่อเวลาประมาณ 23.00 น. วันที่ 12 ก.พ.ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนา พรรณวดี ได้โพสต์ภาพและข้อความผ่านบัญชีอินสตาแกรมส่วนพระองค์ @nichax โดยระบุว่า “ดิฉันเสียใจที่ความตั้งใจอย่างจริงใจ ที่จะมาช่วย ทำงานให้ประเทศและพวกเราคนไทย ก่อให้เกิดปัญหาที่ไม่น่าจะเกิดในยุคสมัยนี้ #howcomeits thewayitis” ซึ่งมีผู้กดไลค์เป็นจำนวนมาก และยังมีประชาชนที่ติดตามอินสตาแกรมต่างเข้ามาเขียนข้อความให้กำลังใจเป็นจำนวนมาก และติดแฮชแท็ก #ทรงพระสเลนเดอร์ ซึ่งพระองค์ได้ทรงตอบกลับทั้งเขียนตอบและส่งสัญลักษณ์ไอคอนรูปหัวใจ อาทิ มีผู้ให้กำลังใจเขียนมาว่า “ขอเป็นกำลังใจให้ท่านหญิงเสมอ และขอร่วมไว้อาลัยกับการเดินถอยหลังลงคลอง” ไม่ต้องการอยู่ในฐานะนั้นลาออกนานแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากนี้ยังมีผู้ใช้อินสตาแกรมบางรายแสดงความเห็นอีกว่า “ยังมีงานด้านอื่นอีกมากที่ท่านได้ทำเพื่อประเทศของเราอย่างเต็มที่เสมอมา และข้าพเจ้าเชื่อว่าท่านก็จะทำต่อไป ท่านไม่เคยทิ้งพวกเรา ขอเป็นกำลังใจเล็กๆนี้ให้ท่านค่ะ” แต่ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนฯ ทรงโพสต์ตอบกลับไปว่า “ไม่ต้องการอยู่ในฐานะนั้น เพราะลาออกตั้งนานแล้ว” เป็นต้น

“เจ๊เบียบ” เอาผิดคนโพสต์บิดเบือน

ช่วงเย็น นางระเบียบรัตน์ พงษ์พานิช มารดาของ ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช หัวหน้าพรรคไทยรักษาชาติ นำเอกสารหลักฐานข้อความทางเฟซบุ๊กและสื่อออนไลน์เข้าแจ้งความต่อ ร.ต.อ.ปิยะศักดิ์ พ้องเสียง รอง สว. (สอบสวน) สภ.เมืองขอนแก่น เอาผิดกับผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “เสาวนิต การสุทธิ์” ที่โพสต์ข้อความอ้างคำพูดของนายสุขุม นวลสกุล ในรายการทีวีช่องหนึ่ง ทำนองว่า คุณแม่ของหัวหน้าพรรค ทษช. ชี้แจงว่า ได้โทร.คุยกับลูกชายแล้วบอกว่า เดิมไม่เคยทราบมาก่อนว่าจะเสนอพระนามทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนฯ เป็นนายกฯของพรรค แต่เขาสั่งมา ทำให้มี การสื่อไปว่า มีผู้อื่นครอบงำพรรค ซึ่งตนยืนยันไม่เคยให้สัมภาษณ์ตามที่กล่าวอ้าง

“วิษณุ” ชี้ศาล รธน.ทำคดียุบเร็วอยู่แล้ว

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการที่ กกต.มีมติยุบพรรคไทยรักษาชาติและส่งศาลรัฐธรรมนูญ พรรคดังกล่าวต้องหยุดหาเสียงก่อนหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ในกฎหมายกำหนดให้ถามศาลรัฐธรรมนูญ ศาลจะบอกให้หยุดหรือไม่หยุดก็ได้ระหว่างรอคำวินิจฉัย เแต่ละอย่างไม่รู้ว่าข้อหาเบาหรือหนักขนาดไหน ข้อหายุบพรรคมีหลายเรื่อง เช่น ถ้าข้อหาที่ถูกร้องยุบพรรคเป็นความผิดที่ทำซ้ำๆกันอยู่ทุกวัน ระหว่างกระบวนการวินิจฉัยยุบพรรคยังไม่จบ จะให้ทำต่อคงไม่ได้โดยปกติคดียุบพรรคแบบนี้ ศาลจะพิจารณาด้วยความรวดเร็วอยู่แล้ว ส่วนที่พรรคไทยรักษาชาติท้วงว่า กกต.ไม่ได้ไต่สวนพรรคก่อนลงมติเสนอยุบพรรค ไม่ทราบว่าในชั้น กกต.จำเป็นต้องฟังใครขนาดไหน เป็นกระบวนการของ กกต. แต่ถ้ายื่นศาลรัฐธรรมนูญทั้งสองฝ่ายต้องไปชี้แจง ในชั้น กกต.เป็นเพียงการรวบรวมหลักฐานว่ามีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าจะต้องยุบพรรค ส่วนกรณีพรรคพลังประชารัฐพยายามหาข้อกฎหมายให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ไปช่วยหาเสียง ทุกอย่างจบลงเมื่อได้เชิญตัวแทน กกต.มาหารือตั้งแต่เมื่อวันที่ 31 ม.ค. หากมีอะไรสงสัยว่าทำอะไรได้หรือไม่ได้ ให้ถาม กกต.เขายินดีตอบทุกพรรค

“บิ๊กป้อม” ไม่ห่วงเหตุความไม่สงบ

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงสถานการณ์ความไม่สงบในช่วงนี้มีอะไรน่าเป็นห่วงหรือไม่ว่า ไม่มีอะไรที่ต้องเป็นห่วง ไม่ต้องกำชับอะไร เพราะได้กำชับหมดไปแล้ว เมื่อถามถึงกระแสข่าวลือการทำรัฐประหาร และการยุบพรรคไทยรักษาชาติ พล.อ.ประวิตรปฏิเสธที่จะตอบคำถาม

“บิ๊กแดง” ดับข่าวลือลั่นไม่มีปฏิวัติ

ที่กองบัญชาการกองทัพบก พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ.และเลขาธิการ คสช. ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวรัฐประหารว่า ข่าวลือก็คือข่าวลือ มีคนพยายามสร้างสถานการณ์ให้คิดว่าจะมีการปฏิวัติรัฐประหาร พยายามหยิบประเด็นหลายอย่างมาเชื่อมโยงกัน ไม่ได้เป็นความจริง ส่วนการนำพาหนะของกองทัพออกมาเพื่อไปฝึกแต่มีการนำไปตีความ ขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนก ตกเป็นเหยื่อโซเชียลมีเดีย ที่พยายามบิดเบือนเชื่อมโยงสถานการณ์ ความจริงแล้วไม่มีอะไร ทุกอย่างเป็นไปตามไทม์ไลน์การเลือกตั้ง จุดยืนของกองทัพยังเหมือนเดิม

ฮึ่มทุกคนต้องอยู่ในกติกาอย่าล้ำเส้น

เมื่อถามว่ามีความพยายามทำให้เกิดความหวาดระแวงหรือไม่ พล.อ.อภิรัชต์ตอบว่า จะมีการเลือกตั้งวันที่ 24 มี.ค. ใครจะทำอะไรก็จะนำมาผูกโยงเรื่องการเมืองทั้งนั้น ซึ่งเป็นกลุ่มคนหน้าเดิมๆ เมื่อถามย้ำว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นฝีมือของกลุ่มการเมืองใช่หรือไม่ พล.อ.อภิรัชต์ตอบว่า ยังไม่ได้พูดแบบนั้น เมื่อถามว่ากองทัพกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. มีความสัมพันธ์ที่ดีอยู่หรือไม่ พล.อ.อภิรัชต์ตอบว่า กองทัพวางตัวเป็นกลาง จะยืนเคียงข้างประชาชน ตามที่เคยพูดไว้แล้วว่า อย่าล้ำเส้น คำนี้มีความหมายอยู่แล้ว ขอให้ทุกคนอยู่ในกติกาของตนเอง อย่าล้ำเส้น

ยัน คสช.–ทบ.วางตัวเป็นกลาง

เมื่อถามว่าสถานการณ์ขณะนี้กองทัพต้องระวังตัวมากขึ้นหรือไม่ พล.อ.อภิรัชต์ตอบว่า กองทัพระวังตัวมานานแล้ว วันนี้มีการประชุมหน่วยขึ้นตรงกองทัพบก (นขต.ทบ.) ได้เน้นย้ำกำลังพลทุกคนให้วางตัวเป็นกลาง จากนี้ไปต้องระมัดระวังทุกฝีก้าว อย่าให้ตกเป็นเหยื่อ ขอให้มีวินัย ยึดถือในชาติ ศาสนาและพระมหากษัตริย์ ที่อยู่ในหัวใจของทุกคน แต่วันนี้เราต้องไปอยู่ในโหมดของการเมือง ห้วงการเลือกตั้ง การดำเนินการต่างๆ เช่น การขอกำลังไปช่วยเหลือในคูหาเลือกตั้ง ทุกอย่างมีกฎระเบียบตามที่ กกต.ประกาศมา ได้เน้นย้ำผู้บังคับหน่วยไปชี้แจงกำลังพลให้ไปปฏิบัติตัวให้ถูกต้องว่าเราต้องรักษาความเป็น กลาง ทั้งในฐานะกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (กกล.รส.) และ คสช.ต่อการเลือกตั้ง

เชื่อถนนทุกสายมุ่งสู่ ลต.คงไม่มีเรื่อง

ผบ.ทบ.กล่าวว่า “ผมยังยืนยันในความเป็นกลางอยู่ กกต.ทำหน้าที่ของตัวเอง ผมไม่สามารถไปพูดอะไรกับ กกต.ได้ ทุกวันนี้ผมยังไม่อยากพูดกับใคร ทุกอย่างต้องอยู่ในกรอบของกฎหมาย ไม่ล้ำเส้นซึ่งกันและกัน สุดท้ายหากมีการล้ำเส้นกันจะทำอย่างไรนั้น ผมคิดว่าขณะนี้ยังไม่มี และถ้ามีก็ค่อยคิดกันต่อไปว่าจะทำอย่างไรต่อไป แต่เชื่อว่าคงไม่มี เพราะทุกวันนี้คนมองไปสู่การเลือกตั้ง ขอให้เป็นไปตามครรลองที่ถูกต้องของการเลือกตั้ง ผมเชื่อว่าคงไม่มีเหตุการณ์อะไร”

เตือนยกราชโองการไว้เหนือเกล้าฯ

เมื่อถามถึงกรณีที่พรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) เสนอชื่อทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เป็นนายกฯ พล.อ.อภิรัชต์ตอบว่ามีพระราชโองการออกมาแล้ว ไม่อยากพูดอะไรอีก ต้องยกไว้เหนือเกล้าเหนือกระหม่อม ขอให้น้อมนำไปปฏิบัติ เมื่อถามต่อว่าหากมีการยุบ ทษช.จะดูแลสถานการณ์กลุ่มคนหัวรุนแรงอย่างไร พล.อ.อภิรัชต์ตอบว่า เป็นการคาดการณ์กันว่าผลจะเป็นแบบนั้น ทุกอย่างมีกระบวนการและระเบียบการปฏิบัติอยู่แล้ว ต้องให้เป็นเรื่องของทางการเมือง คงไปพูดอะไรไม่ได้ หากพูดไปจะนำไปโยงเป็นเรื่องการเมืองอีก ถึงย้ำว่าเราต้องวางตัวเป็นกลาง

เชื่อจับตัวการปลอมราชกิจจาได้แล้ว

เมื่อถามถึงความคืบหน้าการตรวจสอบการปลอมราชกิจจานุเบกษาปลด ผบ.เหล่าทัพ พล.อ.อภิรัชต์ตอบว่า มีคนทำเพื่อสร้างสถานการณ์ การรับข้อมูลจากโซเชียลมีเดียต้องใช้วิจารณญาณ ได้ให้ศูนย์ไซเบอร์กองทัพบก (ศซบ.ทบ.) ติดตามแล้ว คงจะมีคนคิดอะไรแปลกๆและไปดำเนินการ มีความผิดตามกฎหมาย เจ้าหน้าที่กำลังหาตัว คิดว่าน่าจะได้ตัวแล้วกับขบวนการที่พยายามสร้างความสับสนให้กับประชาชน ขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนกกับข่าวสาร ส่วนจะเผยแพร่มาจากต่างประเทศหรือไม่ตนไม่ทราบ

สั่งหนุนงานรัฐบาลอย่าให้เสียของ

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ในที่ประชุมหน่วยนขต.ทบ.พล.อ.อภิรัชต์ ได้กล่าวในที่ประชุมช่วงหนึ่งว่า ขอให้กำลังพลสนับสนุนการทำงานของรัฐบาลอย่าให้ พล.อ.ประยุทธ์ ที่ได้เสียสละทำงานเพื่อประเทศชาติบ้านเมืองในช่วงที่ผ่านมาเสียของ ไม่ควรต้องไปเริ่มนับหนึ่งใหม่

“บิ๊กตู่” ลงพื้นที่เปลี่ยนเก้าอี้แดงเป็นเขียว

เมื่อเวลา 13.00 น. ที่ตลาดแสงฟ้า บางแค พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช.พร้อมคณะลงพื้นตรวจราชการ ติดตามการแก้ไขปัญหาจราจรบนถนนเพชรเกษม มี พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯกทม. ข้าราชการและประชาชนกว่า 1,000 คน ให้การต้อนรับ และนายกฤชนนท์ อัยยปัญญา ผู้สมัคร ส.ส.พรรคพลังประชารัฐและนายโกวิทย์ ธารณา ที่ลาออกจากสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์มาต้อนรับนายกฯด้วย ถือเป็นการลงพื้นที่ครั้งแรกหลัง กกต.ประกาศชื่อนายกฯที่พรรคการเมืองต่างๆเสนอ ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยเข้มงวด ตรวจเช็กคนเข้าออกรัดกุม และเจ้าหน้าที่เทศกิจยังเร่งเก็บเก้าอี้สีแดงที่เตรียมไว้ออกไป แล้วนำเก้าอี้สีเขียวมาให้ประชาชนนั่งแทน แต่เมื่อตกเป็นเป้าสายตาของนักข่าวช่างภาพสนใจรุมถ่ายภาพ เจ้าหน้าที่จึงรีบกลบเกลื่อนบอกว่าให้เก็บเก้าอี้สีอื่นที่ไม่ได้ใช้ไปด้วย ซึ่งมีทั้งสีขาว น้ำเงิน สีฟ้าปะปนกัน น่าสังเกตว่าได้เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยเข้มข้นขึ้น โดยเฉพาะการคุ้มกันนายกฯในระยะประชิด มีการเพิ่มกำลังคุ้มกันหนาแน่นยิ่งขึ้น เจ้าหน้าที่ระบุว่าเนื่องจากใกล้เลือกตั้ง จึงต้องเพิ่มมาตรการเข้มขึ้น

เรื่องคดีรัฐบาลไม่เคยก้าวล่วงศาล

ต่อมาเวลา 14.30 น. นายกฯและคณะ ตรวจเยี่ยมการใช้แนวทางปลูกป่าชายเลนตามธรรมชาติเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำทะเลกัดเซาะชายฝั่งบางขุนเทียน และเยี่ยมชมการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนเขตบางขุนเทียน ที่พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นกรุงเทพมหานคร เขตบางขุนเทียน โดยนายกฯกล่าวกับประชาชนว่า ไม่ต้องการไปพูดรบราฆ่าฟันกับใคร ไม่พูดให้บาดหมางขัดแย้ง ต้องระวังนิดพยายามไม่โมโห แต่มาทำเนียบฯงานเต็มไปหมด แต่จะได้ทำต่อหรือไม่อยู่ที่ประชาชน ส่วนเรื่องอะไรต่างๆ ที่เป็นความขัดแย้งหรือคดีความตนไม่เกี่ยวข้อง ถือว่าเป็นกลไกของรัฐ อย่าใช้ความรู้สึกอย่างเดียวไม่ได้ ทุกอย่างมีกฎหมายอยู่ ศาลเป็นคนตัดสิน ไม่เคยต้องไปสั่งอะไรใครทั้งสิ้น ที่รัฐบาลอยู่ถึงวันนี้ได้เพราะรัฐบาลไม่ไปก้าวล่วงใคร วันนี้โดนฟ้อง 400 คดี ถ้ามีอำนาจจริงต้องฟ้องไม่ได้ ไม่ว่าใครทำผิดทำถูกก็ฟ้องหัวหน้ารัฐบาล ตนต้องรับผิดชอบในฐานะหัวหน้ารัฐบาล

ชอบ “ปู” เนื้ออร่อยซื้อกลับไปกินบ้าน

จากนั้นนายกฯไปเยี่ยมชมบูธอาหารทะเลได้สอบถามราคาปูทะเล พร้อมใช้มือเขี่ยปูไปมา แล้ว ถามผู้ขายว่า “ปูเป็นใช่หรือไม่ เมื่อขึ้นมาจากทะเลแล้วจะอยู่ได้กี่วัน” ก่อนหันไปบอกกับทีมงานว่า ปูทะเลเนื้ออร่อย จากนั้นตัดสินใจซื้อปูดอง 2 กล่อง บอกว่าจะนำไปกินกับข้าวต้ม นอกจากนี้ นายกฯยังซื้อต้นส้มบางมด 3 ต้น ราคาต้นละ 1,500 บาท แต่ พล.อ.ประยุทธ์ให้เงิน 5,000 บาท บอกว่าให้เป็นค่าปลูกด้วย

จากนั้นเวลา 15.45 น. นายกฯและคณะ ลงเรือจากท่าเรือแพขวัญใจ เขตบางขุนเทียน ไปยังท่าเรือเจ้าแม่ศรีนิล ตามเส้นทางคลองศรีกุมาร เมื่อเดินทางถึงนายกฯได้ปั่นจักรยานไปนั่งจุดชมวิวป่าชายเลนทะเลกรุงเทพฯ ร่วมกิจกรรม “เพิ่มและขยายพันธุ์ไม้ป่าชายเลน” ด้วยการปลูกต้นโกงกางและยิงเม็ดแสมเข้าสู่ป่าชายเลนร่วมกับประชาชน ก่อนเดินทางกลับกทม.

โบ้ยเสียงหลงไม่เกี่ยว กกต.ชงยุบ ทษช.

ต่อมาเวลา 16.45 น. ที่ท่าเรือแพขวัญใจ พล.อ. ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์กรณี กกต.มีมติส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบพรรคไทยรักษาชาติว่า “เฮ้ย... ไม่เกี่ยวอะไรกับผม ไปถามคนที่ยุบนู้น” เมื่อถามว่า มองว่าเร่งรัดเกินไปหรือไม่ นายกฯกล่าวว่า ก็ไม่รู้สิ เมื่อถามว่า คิดว่าจะนำไปสู่สถานการณ์วุ่นวายอะไรหรือไม่ นายกฯตอบว่า ไม่มีหรอก ประชาชนเขารู้ อย่าไปดูถูกประชาชน ตนไม่ได้มีข้อกังวลอะไร กังวลกับงานของตนดีกว่ายังไม่เสร็จตั้งเยอะแยะ คนมีหน้าที่ให้เขาทำหน้าที่กันไปเข้าใจไหม เมื่อถามย้ำว่า สถานการณ์บ้านเมืองขณะนี้ถือว่าปกติดีใช่หรือไม่ นายกฯกล่าวว่า ปกติ ถ้าไม่ปกตินายกฯจะมานั่งเรือได้หรือ เมื่อถามว่า มีสิ่งบอกเหตุว่าการเลือกตั้งจะไม่ราบรื่นหรือไม่ นายกฯกล่าวว่า ไม่มี

“พี่ตู่–น้องแดง” ควงแขนร่วมงานรบพิเศษ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บ่ายวันที่ 14 ก.พ. พล.อ. ประยุทธ์มีกำหนดการเดินทางไปยังกองพลรบพิเศษที่ 1 และโรงเรียนสงครามพิเศษ ศูนย์สงครามพิเศษ จ.ลพบุรี เพื่อตรวจความพร้อมและชมการสาธิตด้านการบรรเทาสาธารณภัยแบบบูรณาการ ร่วมกับทหารรักษาพระองค์เหล่าทัพ โดยมี พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. และผู้บังคับบัญชาระดับสูงของกองทัพต้อนรับ ก่อนให้โอวาทแก่ผู้ว่าราชการจังหวัด 77 จังหวัด ท่ามกลางข่าวลือการรัฐประหาร และการปล่อยเอกสาร ปลอมคำสั่งหัวหน้า คสช. ปลด ผบ.เหล่าทัพ

พปชร.ได้ทีตั้ง “โกวิทย์” คุมทัพฝั่งธนฯ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เขตพื้นที่บางแคเป็นอีกเขตหนึ่งใน กทม. ที่พรรคพลังประชารัฐมั่นใจจะชนะเลือกตั้ง หลังนายโกวิทย์ ธารณา หรือ “วิทย์ บางแค” แตกหักกับนายจุติ ไกรฤกษ์ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ยื่นลาออกจากสมาชิกพรรคตั้งแต่วันที่ 6 ก.พ. เหตุไม่พอใจถูกตัดชื่อออกจาก ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ จะให้ไปลงสมัครเป็นผู้ว่าฯ กทม.ที่ไม่ชัดเจนจะมีเลือกตั้งเมื่อใด แม้ผู้ใหญ่พยายามกล่อมให้อยู่ต่อ ไม่ลงเลขรับใบลาออกให้ แต่นายโกวิทย์ ยืนยันลาออกจึงลงเลขรับใบลาออกให้เมื่อวันที่ 12 ก.พ. ซึ่งนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค พลังประชารัฐได้ทาบทามนายโกวิทย์เชิญมาคุยกับผู้บริหารพรรคทันทีที่พรรคพลังประชารัฐ มอบหมายให้วางยุทธศาสตร์และดูแลภาพรวมพื้นที่เลือกตั้งฝั่งธนบุรี 9 เขต

“มาร์ค” โต้ “บิ๊กตู่” พูดมากสุดใช่ว่างานดี

สำหรับบรรยากาศการหาเสียงของพรรคต่างๆ เมื่อเวลา 06.30 น. ที่หมู่บ้านสัมมากร นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ลงพื้นที่หาเสียง ช่วยนางนาตยา แดงบุหงา ผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขต 19 สะพานสูง และแขวงประเวศ จากนั้นจึงขึ้นรถแห่ ตระเวนในเขตเลือกตั้ง ทั้งนี้ นายอภิสิทธิ์กล่าวถึงกรณี กกต.ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรคไทยรักษาชาติว่าเป็นหน้าที่ขององค์กรอิสระจะพิจารณา แต่กรณีที่ ครม.อนุมัติเพิ่มงบประมาณบัตรทองอีก 1.9 แสนล้านบาท ประชาชนคงเข้าใจว่าเป็นอย่างไร โดยเฉพาะเปลี่ยนแปลงการอนุมัติงบฯผิดไปจากเดิมที่เคยทำมา 4-5 ปี สิ่งที่อยากเตือนคือประชาชนไม่ชอบคนเอาเปรียบคนอื่น ที่ พล.อ.ประยุทธ์จะไม่ขึ้นเวทีดีเบตกับใคร อยากให้ทุกคนเข้าใจกระบวนการประชาธิปไตยว่าคนที่อาสาตัวมาเป็นผู้นำของประเทศ ต้องพร้อมแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์และนโยบาย เพื่อประชาชนจะได้ทราบและมีสิทธิเปรียบเทียบ ส่วนที่นายกฯระบุว่าอย่าไปฟังคนที่พูดเก่ง แต่ทำไม่ได้ ช่วง 4-5 ปีมานี้ไม่มีใครพูดมากเท่าท่านและคนที่พูดไม่เก่ง ไม่ดี ไม่ได้แปลว่าจะทำงานดีทุกคน

นศ.รุมกรี๊ดฟ้ารักพ่อ “ธนาธร”

เมื่อเวลา 12.00 น. ที่มหาวิทยาลัยสยาม นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ พร้อม ด้วยผู้สมัคร ส.ส.และทีมงานลงพื้นที่พบปะประชาชนและนักศึกษา บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก นักศึกษาส่งเสียงกรี๊ดเชียร์รุมล้อมขอถ่ายรูปอย่างเป็นกันเอง พร้อมตะโกน “ฟ้ารักพ่อ” ดังลั่น นายธนาธรกล่าวกับนักศึกษาว่าขอให้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งไม่ว่าจะเลือกพรรคใด ที่ผ่านมาคนอายุ 18-25 ปี มาใช้สิทธิเลือกตั้งเพียง 30 เปอร์เซ็นต์ พรรคให้ความสำคัญลงพื้นที่พูดคุยกับนักศึกษาหลายมหาวิทยาลัย คนรุ่นใหม่กระตือรือร้นสนใจการเมือง ไม่ใช่อย่างที่ผู้ใหญ่พูดกัน คนรุ่นใหม่เป็นกลุ่มหลักยังไม่เคยเลือกพรรคไหนมาก่อน เป็นพื้นที่ที่เราจะปักธง

ท้าต่อ “บิ๊กตู่” จะเป็นผู้นำต้องดีเบต

นายธนาธรกล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ระบุไม่ดีเบตกับนักการเมืองคนไหนและไม่ให้ฟังคนที่พูดเก่งแต่ปฏิบัติไม่ได้ว่า เป็นสิทธิของ พล.อ.ประยุทธ์ แต่การดีเบตผู้อาสามาบริหารประเทศเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อให้ประชาชนตัดสินใจก่อนเลือกคนมาบริหารและดูแลทรัพยากรของประเทศ ผู้สมัครต้องแสดงวิสัยทัศน์ระบอบประชาธิปไตยสากลทำกัน เราร่วมงานกับพรรคไหนก็ได้ที่มีจุดยืนแบบเดียวกันคือแก้รัฐธรรมนูญปี 60 หยุดการสืบอำนาจ คสช.และล้มล้างผลพวงรัฐประหาร แต่ถ้าถึงวันที่เราเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลพรรคเดียวได้เมื่อใด จึงจะมีอำนาจ ทำได้เต็มที่ 40 วัน ที่เหลือจะทำเต็มที่ เชื่อว่าอาจถึงวันนั้นในรอบนี้

ภท.ร้องสอบ จนท.รัฐเอื้อบางพรรค

ที่พรรคภูมิใจไทย นายศุภชัย ใจสมุทร นายทะเบียนสมาชิกพรรค กล่าวว่า ขอเรียกร้อง กกต.ให้ลงมาทำงานเชิงรุก เอาจริงเอาจังในการตรวจสอบในจังหวัดแห่งหนึ่งทางภาคใต้ เนื่องจากมีรายงานว่ามีผู้มีอำนาจรัฐเรียกเจ้าหน้าที่ของรัฐ เพื่อให้ช่วยสนับสนุนพรรคการเมืองหนึ่ง เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม เพราะลำพัง กกต. นั่งรับเรื่องอยู่ที่สำนักงานหรือรับสายโทรศัพท์ร้องเรียนเพียงอย่างเดียว ไม่เพียงพออีกต่อไป

กรธ.ชี้โทษตัดสิทธิ กก.บห.ตลอดชีพ

นายชาติชาย ณ เชียงใหม่ อดีตกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวว่า หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบพรรคจะส่งผลให้คณะกรรมการบริหารพรรคถูกประหารชีวิตทางการเมือง ถูกเพิกถอนสิทธิลงสมัครรับเลือกตั้งตลอดชีวิตทันที ตามที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ มาตรา 98 (5) และ พ.ร.บ.ว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 92 วรรคท้ายที่ระบุว่า เมื่อศาลรัฐธรรมนูญไต่สวนแล้วมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าพรรคการเมืองกระทำการตามวรรคหนึ่ง ให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคการเมืองและเพิกถอน “สิทธิสมัครรับเลือกตั้ง” ของคณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองนั้น ถ้าดูส่วนนี้จะไม่มีระยะเวลามาเกี่ยวข้อง เป็นลักษณะต้องห้ามถาวร จะเป็นข้อห้ามการดำเนินการอื่นๆด้วย เมื่อพรรคถูกยุบผู้ลงสมัคร ส.ส.ทั้งแบบแบ่งเขตและบัญชีรายชื่อจะถือว่าไม่ได้ลงสมัคร และเมื่อความผิดของพรรคเกิดขึ้นก่อนเลือกตั้ง ควรดำเนินการให้ชัดเจนก่อนการเลือกตั้งวันที่ 24 มี.ค. เพราะความล่าช้าจะสะท้อนถึงความ ไม่ยุติธรรม ตรงนี้จะส่งผลดีต่อการรับรู้ของประชาชนด้วยว่าพรรคไทยรักษาชาติไม่ได้อยู่ในการแข่งขันนี้แล้ว แต่หากชี้ยุบพรรคไทยรักษาชาติหลังเลือกตั้งวันที่ 24 มี.ค.แต่ กกต.ยังไม่ประกาศรับรองผลการ เลือกตั้ง คะแนนของผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคจะไม่ถูกนับสักคะแนนจะได้คะแนนเป็นศูนย์

แบ่งเวลา 51 พรรคโฆษณาวิทยุ–ทีวี

เมื่อเวลา 13.30 น. ที่โรงแรมเซ็นทรา บายเซ็นทารา ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ นายแสวง บุญมี รองเลขาธิการ กกต.เป็นประธานการประชุมผู้บริหารสถานีวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์และพรรคการเมืองที่ส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการสนับสนุนการโฆษณาหาเสียง โดยมีพรรคที่ส่งผู้สมัครรวม 81 พรรค แต่มีพรรคที่แจ้งขอรับการสนับสนุนโฆษณาหาเสียงและจัดเวทีประชันนโยบาย 51 พรรค กกต.ได้กำหนดให้การออกอากาศโฆษณาหาเสียงและประชันนโยบาย 10 วัน แบ่งเป็น 2 ช่วง ช่วงละ 5 วัน ครั้งละ 6 พรรค ต่อวัน รวมจะออกอากาศวันละ 60 นาที มีสถานีวิทยุกระจายเสียงร่วมออกอากาศ 25 สถานี และสถานีวิทยุโทรทัศน์ 22 สถานี แต่ละสถานีจะแบ่งกลุ่มพรรคการเมืองออกเป็น 9 กลุ่ม และแต่ละสถานีจะสลับออกอากาศสลับกลุ่มกันไปให้ครบทั้ง 51 พรรค ทั้งนี้ จะจัดลำดับการออกอากาศโดยการจับสลาก

“สมศักดิ์–ยะใส” พ้นวงจรเลือกตั้ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังศาลฎีกามีคำพิพากษาศาลฎีกาสั่งจำคุก 6 แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย คดีบุกทำเนียบรัฐบาลเมื่อปี 2551 ที่มีนายสมศักดิ์ โกศัยสุข หัวหน้าพรรคสังคมประชาธิปไตยไทย กับนายสุริยะใส กตะศิลา เป็นผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรครวมพลังประชาชาติไทยอยู่ด้วย โดยคำพิพากษาดังกล่าวทำให้ขาดคุณสมบัติผู้สมัคร ส.ส.และแคนดิเดตนายกฯ กกต.ต้องพิจารณาว่าจะมีการประกาศถอนชื่อนายสมศักดิ์ออกจากบัญชีชื่อแคนดิเดตนายกฯของพรรคสังคมประชาธิปไตยไทย เนื่องจากกฎหมายไม่ได้เปิดช่องให้ กกต.ไปยื่นต่อศาล ส่วนที่นายสมศักดิ์และนายสุริยะใสมีชื่อเป็นผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อเป็นไปได้ว่าเมื่อได้หลักฐานคำพิพากษาของศาลฎีกา กกต.จะไม่ประกาศรายชื่อเป็นผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ

วอยซ์ทีวีเลื่อนฟ้องศาลปกครอง

อีกเรื่อง เมื่อเวลา 13.00 น. ที่ศาลปกครองกลาง สถานีโทรทัศน์วอยซ์ทีวีแจ้งสื่อมวลชนว่าขอเลื่อนการเข้ายื่นคำร้องต่อศาลปกครอง กรณีถูก กสทช.มีคำสั่งพักใช้ใบอนุญาตวอยซ์ทีวี 15 วัน เนื่องจากต้องรวบรวมสำนวนให้รัดกุม โดยนายเมฆินทร์ เพชรพลาย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วอยซ์ทีวี จำกัด (มหาชน) นายประทีป คงสิบ ผอ.อาวุโสฝ่ายข่าวและเนื้อหารายการ และฝ่ายกฎหมายจะไปยื่นร้องต่อศาลปกครองเวลา 08.30 น. วันที่ 14 ก.พ.

สมาคมฯสื่อออกโรงค้านคำสั่งจอดำ

ขณะที่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย สมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ ร่วมออกแถลงการณ์ เรื่อง หยุดลิดรอนเสรีภาพสื่อและประชาชน ทบทวนคำสั่งพักใบอนุญาตสถานีโทรทัศน์วอยซ์ทีวี โดยคัดค้านคำสั่งใช้ใบอนุญาตวอยซ์ทีวีเป็นระยะเวลา 15 วัน เพราะขัดแย้งกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ที่รับรองบุคคลที่ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชน การสั่งปิดกิจการสื่อมวลชนอื่นเพื่อลิดรอนสิทธิเสรีภาพจะกระทำไม่ได้ แต่หากรายการใดของวอยซ์ทีวี นำเสนอเนื้อหามีผลกระทบต่อความมั่นคง หรือละเมิดสิทธิบุคคล ผู้เสียหายหรือผู้มีส่วนได้เสียชอบที่จะใช้สิทธิแจ้งความดำเนินคดีตามปกติได้

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้