วันจันทร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
18 โล้นบวชหนีคดี ไม่พ้นมือตำรวจกองปราบ

18 โล้นบวชหนีคดี ไม่พ้นมือตำรวจกองปราบ

  • Share:

ใช้ยุทธการกวาดลานวัดกำจัดเหลือบ ‘ผ้าเหลือง’

กองปราบฯ เปิด “ยุทธการกวาดลานวัด” ลุยล่าผู้ต้องหาตามหมายจับ 4 กลุ่มคดี ตั้งแต่ฉ้อโกง อนาจารเด็ก ไปจนถึงฆ่าคนตาย ที่หนีคดีไปบวชเป็นพระตามวัดต่างๆ ทั่วประเทศ รอบนี้ลากคอมาได้ทั้งหมด 18 คน สารภาพไปในทางเดียวกัน โกนหัวซุกผ้าเหลืองเพราะต้องการหนีความผิดที่ก่อไว้ ขยายผลพบว่า บางคนมีมากกว่า 1 หมายจับ

ป.ล่าผู้ต้องหาตามหมายจับหนีไปบวช เปิดเผยขึ้นที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 13 ก.พ. พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป. พร้อมด้วย พ.ต.อ.อรุณ วชิรศรีสุกัญยา ผกก.2 บก.ป. พ.ต.อ.บุญลือ ผดุงถิ่น ผกก.3 บก.ป. พ.ต.อ.วิจักขณ์ ตารมย์ รรท.ผกก.สนับสนุน บก.ป. และชุดสืบสวนแถลงผลการจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับที่หนีไปบวชเป็นพระภิกษุตามวัดต่างๆทั่วประเทศ ตามแผน “ยุทธการกวาดลานวัด” จับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 18 คน แยกเป็นประเภทความผิด 4 กลุ่ม ประกอบด้วย กลุ่มที่ 1 คดีความผิดเกี่ยวกับชีวิต ร่างกาย และเพศ 4 คน กลุ่มที่ 2 คดีเกี่ยวกับทรัพย์ 9 คน กลุ่มที่ 3 คดีความผิดพิเศษ 1 คน และกลุ่มที่ 4 คดีความผิดที่รัฐเป็นผู้เสียหาย 4 คน

สำหรับผู้ต้องหาที่จับกุมครั้งนี้มีคดีที่น่าสนใจ 3 คดี คดีแรกจับกุมนายมนัส ชะบา หรือพระมนัส สุจิตโต อายุ 44 ปี ตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ที่ จ.446/2561 ลงวันที่ 13 ก.ค.2561 ข้อหากระทำอนาจารเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม โดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยเด็กนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ สืบเนื่องจากเมื่อต้นปี 2561 นายมนัสขณะบวชเป็นพระลูกวัดที่วัดแห่งหนึ่งในพื้นที่กรุงเทพฯ ก่อเหตุกระทำอนาจารเด็กหญิงวัย 10 ขวบที่อาศัยอยู่กับยายในเพิงพักคนงานก่อสร้างใกล้วัด ก่อนเกิดเหตุนายมนัสเห็นว่า ที่บ้านพักของผู้เสียหายเปิดเป็นร้านขายของชำ จึงทำทีสั่งของจากร้านแล้วให้ผู้เสียหายนำไปส่งที่กุฏิ ใช้กำลังปลุกปล้ำ กอดจูบลูบคลำผู้เสียหายพยายามขัดขืนจนดิ้นหลุดวิ่งหนีเอาตัวรอดออกมาได้ ก่อนนำเรื่องไปบอกให้ผู้ปกครองพาแจ้งความออกหมายจับไว้ ต่อมาชุดจับกุมสืบทราบว่า หลังก่อเหตุอดีตพระมนัสหนีไปจำวัดที่วัดแห่งหนึ่งใน จ.นครราชสีมา จึงนำกำลังเข้าจับกุมได้ดังกล่าว

คดีที่ 2 จับกุมนายบุญชู จำปาศรี หรือพระบุญชู อายุ 48 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดระยองที่ จ.29/2557 ลงวันที่ 21 ม.ค.2557 ข้อหาร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 7 ม.ค.2547 เวลา 15.30 น. นายบุญชูร่วมกับเพื่อนหญิงอีก 1 คน ที่ถูกจับกุมไปก่อนแล้ว ใช้ขวดปากฉลามแทงคู่อริรายหนึ่งบริเวณท้องจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ก่อนแยกย้ายกันหลบหนี ต่อมาตำรวจจับกุมหญิงสาวที่ร่วมก่อเหตุได้ เหลือนายบุญชู เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงกระจายกำลังลงพื้นที่สืบหาเบาะแส กระทั่งทราบว่า หลังก่อเหตุนายบุญชูหนีไปบวชเป็นพระอยู่ที่วัดแห่งหนึ่งใน จ.กาฬสินธุ์ จึงนำกำลังเข้าจับกุม นอกจากนี้ จากการตรวจสอบประวัติพบว่า นายบุญชูมีหมายจับคดีฆ่าผู้อื่นติดตัวอีก 1 หมาย หลบหนีคดีดังกล่าวมานานกว่า 15 ปีแล้ว

คดีที่ 3 จับกุมนายก้องชัชพงษ์ สุวรรณพรรค หรือพระก้องชัชพงษ์ อายุ 35 ปี ตามหมายจับ ศาลจังหวัดเชียงคำที่ 388/2556 ลงวันที่ 11 ต.ค.2556 ข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และหมายจับศาลอาญาที่ 636/2558 ลงวันที่ 30 มี.ค.2558 ข้อหาร่วมกันโฆษณาข้อความที่เป็นเท็จหรือเกินความจริง และร่วมกันฉ้อโกงประชาชน สืบเนื่องจากเมื่อปี 2556 ขณะนายก้องชัชพงษ์ยังไม่ได้บวชเป็นพระ มีพฤติกรรมโฆษณาหลอกขายแพ็กเกจทัวร์ท่องเที่ยวเกาหลีและประเทศต่างๆ มีผู้เสียหายหลงเชื่อซื้อทัวร์กับนายก้องชัชพงษ์จำนวนมาก แต่เมื่อถึงกำหนดผู้เสียหายกลับไม่สามารถเดินทางตามที่ตกลงกันไว้ เมื่อทวงถามจะพยายามบ่ายเบี่ยงก่อนขาดหายการติดต่อในที่สุด ผู้เสียหายจึงรวมตัวกันเข้าแจ้งความจนออกหมายจับ ต่อมาชุดจับกุมสืบทราบว่า หลังก่อเหตุนายก้องชัชพงษ์หนีคดีไปบวชเป็นพระอยู่ที่วัดแห่งหนึ่งใน จ.สงขลา จึงนำกำลังเข้าจับกุม

พล.ต.ต.จิรภพกล่าวว่า ยุทธการกวาดลานวัดเป็นไปตามนโยบายของ พล.ต.ท.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผบช.ก. สั่งการให้ตำรวจกองปราบฯ บูรณาการกำลังหน่วยงานต่างๆ ในสังกัด บช.ก. ตรวจสอบข้อมูลบุคคลที่มีหมายจับทั่วประเทศ ที่หลบหนีคดีด้วยการไปบวชเป็นภิกษุสงฆ์ตามวัดหลายแห่งทั่วประเทศ เนื่องจากบุคคลเหล่านี้ถือเป็นบุคคลที่ทำให้พุทธศาสนาเสื่อมหมอง จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้งหมดพบว่า ส่วนใหญ่รับสารภาพและยอมรับว่าบวชเพื่อต้องการหนีคดีทั้งสิ้น ต่อจากนี้จะขยายผลตรวจหาหมายจับค้างเก่าของคนร้ายที่ถูกจับกุมเพิ่มเติม พร้อมส่งตัวกลับไปดำเนินคดีที่โรงพักท้องที่เกิดเหตุ ขอฝากประชาสัมพันธ์ไปยังวัดหรือผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการบวช ให้ช่วยกันตรวจสอบประวัติผู้ที่จะเข้ารับการบวชว่า เคยต้องคดีอาญาใดหรือไม่ หากพบข้อมูลแจ้งเบาะแสกับตำรวจได้ทันที

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้