วันจันทร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ฝุ่นพิษหวนคืนคาดป่วน กทม.เหตุลมสงบนิ่ง

ฝุ่นพิษหวนคืนคาดป่วน กทม.เหตุลมสงบนิ่ง

  • Share:

โรงเรียนหยุด 1 เหนือยังวิกฤติ

กรมควบคุมมลพิษเตือนฝุ่นพิษหวนกลับมาปกคลุมกรุงเทพฯ-ปริมณฑล อีกระลอก เผยเหตุ เพราะสภาพอากาศปิดหวั่น 14 ก.พ. PM 2.5 พุ่งสูงขึ้นหลายพื้นที่ ขณะที่โรงเรียนบางแห่งสั่งหยุดเรียนแล้ว ด้านภาคเหนือ เชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง ยังอ่วมบรรยากาศเหมือนอยู่เมืองในหมอก น่าเศร้าพบปัญหาส่วนใหญ่มาจากการเผาป่า ส่วนอีสาน-ขอนแก่น ฝนหลวงได้ผลฝุ่นควันลดลง สถานการณ์เริ่มคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น

วิกฤติฝุ่นพิษ PM 2.5 ยังไม่มีวี่แววคลี่คลาย ซ้ำยังแพร่กระจายต่อไปสร้างปัญหาแทบทุกภาคของประเทศ เมื่อวันที่ 13 ก.พ. กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) รายงานสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน หรือ PM 2.5 ในพื้นที่ กทม.และปริมณฑลว่า ค่าฝุ่นละอองอยู่ที่ 25-61 มคก./ลบ.ม. เกินมาตรฐาน 50 มคก./ลบ.ม. ใน 2 พื้นที่ คือ ถ.พหลโยธิน เขตบางเขน 61 มคก./ลบ.ม.และแขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ 51 มคก./ลบ.ม. ต่อมาเวลา 10.00 น. มีพื้นที่ค่าฝุ่นละอองเกินมาตรฐาน 2 จุด คือ ริม ถ.ลาดพร้าว เขตวังทองหลาง 51 มคก./ลบ.ม. ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง 52 มคก./ลบ.ม.

นายประลอง ดำรงค์ไทย อธิบดี คพ.กล่าวว่า ทุกพื้นที่มีค่า PM 2.5 เพิ่มขึ้น เนื่องจากสภาพอากาศปิดและลมใกล้พื้นผิวสงบ โดยค่าฝุ่น PM 2.5 เฉลี่ย 24 ชั่วโมง อยู่ระหว่าง 37-57 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) โดยรวมคุณภาพอากาศอยู่ในระดับคุณภาพดีถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ พื้นที่ที่มีค่าฝุ่นเกินมาตรฐาน ได้แก่ ริมถนนกาญจนาภิเษก เขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ ริมถนนพระราม 4 เขตปทุมวัน ริมถนนลาดพร้าว เขตวังทองหลาง ริมถนนดินแดง เขตดินแดง แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ต.ทรงคนอง อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ ต.อ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร สำหรับสถานการณ์ในวันที่ 14 ก.พ.จากโมเดลคาดการณ์ปริมาณฝุ่น PM 2.5 คาดว่า สภาพอากาศปิด ซึ่งจะส่งผลให้ค่า PM 2.5 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โรงเรียนเขมะสิริอนุสรณ์ ได้ออกประกาศให้นักเรียนหยุดเรียน 1 วัน ในวันที่ 14 ก.พ. เนื่องจากค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 เกินค่ามาตรฐาน ทั้งนี้ ทางโรงเรียนได้มีมาตรการติดตามค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กของเขตบางพลัดจากกรมควบคุมมลพิษทุกวัน หากพบว่ามีค่าฝุ่นละอองเกินค่ามาตรฐานโรงเรียนจะกำหนดให้วันนั้นๆ และวันรุ่งขึ้นเป็นวันหยุดพิเศษของโรงเรียน โดยจะทำการแจ้งให้ผู้ปกครองทราบทางเว็บไซต์ของโรงเรียนทุกวันเมื่อมีวันหยุดพิเศษ สำหรับกรณีมีนักเรียนบางชั้นจำเป็นต้องสอบหรือทำกิจกรรมที่โรงเรียน เช่น การสอบปลายภาคของนักเรียนระดับชั้นมัธยม ศึกษาปีที่ 3 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 และการสอบ O-NET เป็นต้น นักเรียนจำเป็นต้องมาโรงเรียน เมื่อนักเรียนอยู่นอกอาคารเรียนคุณครูจะควบคุมให้นักเรียนสวมหน้ากากอนามัยทุกคน

ขณะเดียวกันหลายจังหวัดยังคงเผชิญหน้ากับมลพิษทางอากาศที่สูงเกินค่ามาตรฐาน ที่ อ.เมือง เชียงใหม่ ซึ่งภูมิประเทศมีลักษณะเป็นแอ่งกระทะ ทำให้มีหมอกควันที่เกิดจากฝุ่นละอองเข้าปกคลุมไปทั่วเมืองเป็นวันที่ 2 ประกอบกับในช่วงเช้าเกิดเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชนหลังสถานีรถไฟในตัวเมืองเชียงใหม่ ทำให้กลุ่มควันเพิ่มขึ้น จากรายงานของกรมควบคุมมลพิษค่าฝุ่น PM 2.5 เวลา 06.00 น. อยู่ในระดับสีแดงและสีส้ม โดยที่ ต.สุเทพ วัดได้ 91 ค่าดัชนีคุณภาพอากาศ หรือ AQI วัดได้ 203 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) ต.ช้างเผือก ค่า PM 2.5 วัดได้ 90 ค่า AQI 200 มคก./ลบ.ม และ ต.ศรีภูมิ ค่า PM 2.5 วัดได้ 86 มคก./ลบ.ม ค่า AQI 190 มคก./ลบ.ม มีผลกระทบต่อสุขภาพมาก นพ.วรัญญู จำนงประสาทพร รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ ฝากเตือนประชาชนควรดูแลสุขภาพด้วย 5 มาตรการคือ “หลีก ปิด ใช้ เลี่ยง ลด” หากจำเป็นต้องออกไปทำกิจกรรมนอกอาคารควรสวมหน้ากากป้องกัน

เช่นเดียวกับที่ จ.ลำปาง ท้องฟ้าอยู่ในสภาพขุ่นมัวอึมครึมอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งเหตุมาจากการลอบจุดไฟเผาป่า นายสมเกียรติ ตันตระกูล รอง ผวจ.ลำปาง เผยว่า ขณะนี้สถานการณ์ไฟป่าและฝุ่นละอองยังคงวิกฤติหนักในทุกอำเภอ หนักที่สุด 2 แห่ง คือ อ.แม่เมาะ เกินมาตรฐาน 2 ตำบล คือ ต.สบป้าด และ ต.แม่เมาะ สูงถึง 138 มคก./ลบ.ม. ประชาชนเริ่มแสบตาและมีอาการแพ้อากาศ หากการเผาป่าไม่ลดลงจะยิ่งวิกฤติหนักกว่านี้ ส่วนที่ อ.เมือง ก็ยังมีปัญหาเช่นกัน ภูเขาสูงอยู่ห่างจากศูนย์ราชการไม่เกิน 1 กม. ทั้งในเขตดอยม่อนพระยาแช่ และดอยม่วงคำ หรือดอยพระบาท ยังมีการลักลอบเผาป่าทุกวัน ประชาชนไม่ให้ความร่วมมือ และเชื่อว่าจะหนักกว่าทุกปีที่ผ่านมา ส่วนการเผยแพร่คลิปในโซเชียลมีเดียอ้างว่ามีกลุ่มรับจ้างจุดไฟนั้นน่าจะเป็นคลิปทำเอง ส่วนตัวไม่เชื่อว่ามีจริง

จ.เชียงราย ยังมีหมอกควันปกคลุมจนฟ้าหลัวตลอดวัน ค่าฝุ่นละอองเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน ที่สำนักงานสาธารณสุข อ.แม่สาย วัดได้ 72 มคก./ลบ.ม. ที่ สนง.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อ.เมือง ก็วัดได้ 71 มคก./ลบ.ม. สูงจาก วันที่ 12 ก.พ.ทั้งสองแห่ง นายอำนาจ เจิมแหล่ ผอ.สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จ.เชียงราย กล่าวว่า ตั้งแต่วันที่ 10 ก.พ.ที่ผ่านมาได้ประกาศห้ามเผาทุกชนิดและให้ทุกอำเภอบูรณาการ ทำแนวกันไฟ รวมถึงคุมเข้มพื้นที่ตลอด 24 ชม. แต่เนื่องจากหมอกควันที่ปกคลุม จ.เชียงราย เกิดจากกระแสลมพัดพาฝุ่น PM2.5 เกินค่ามาตรฐานจากพื้นที่ใกล้เคียงรอบด้าน ทั้งทิศใต้ ตะวันตก ตะวันออก และทางเหนือประเทศเพื่อนบ้าน ส่งผลให้ค่าฝุ่นละอองเพิ่มสูงขึ้น

ส่วนหมอกควันจากไฟป่าในพื้นที่ชายแดน จ.ตาก ประกอบด้วย อ.พบพระ อ.แม่สอด และ อ.แม่ระมาด พบว่าแม้จะรณรงค์แทบทุกทาง แต่ยังมีไฟป่าเกิดขึ้นหลายจุด โดยเฉพาะสองข้างทางถนนสายแม่สอด-ตาก แม่สอด-อุ้มผาง และแม่สอด-ท่าสองยาง ส่งผลให้ค่าฝุ่นละอองในอากาศทวีความรุนแรงขึ้น เช้าวันที่ 13 ก.พ. ค่าฝุ่นละออง PM2.5 พุ่งขึ้นถึง 60 ส่วนคุณภาพอากาศ AQI 124 มคก./ ลบ.ม. เกินค่ากำหนดที่ 100 มคก./ลบ.ม. ขณะที่นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผวจ.ตาก แจ้งทุกส่วนราชการกำกับดูแลไม่ให้มีการเผาทุกชนิดในพื้นที่รับผิดชอบอย่างเคร่งครัด ทั้งในพื้นที่เกษตรกรรม พื้นที่รกร้างว่างเปล่า และพื้นที่สาธารณะ รวมทั้งการเผาขยะกิ่งไม้ตามบ้านเรือน

ที่ จ.ขอนแก่น สถานการณ์หมอกควันเริ่มลดลง วัดค่าฝุ่นละออง PM2.5 อยู่ที่ 55 มคก./ลบ.ม. ค่า AQI อยู่ที่ 111 มคก./ลบ.ม. สูงกว่าค่ามาตรฐานเล็กน้อย นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผวจ.ขอนแก่น กล่าวว่า ค่าเฉลี่ยฝุ่นละอองของจังหวัดอยู่ในระดับปานกลางคือระดับสีเหลือง และจะลดลงอย่างต่อเนื่อง เป็นผลมาจากการปฏิบัติการฝนหลวงในพื้นที่และจังหวัดใกล้เคียง ดังนั้น ต้องเร่งช่วงชิงสภาพอากาศเปิดปฏิบัติการฝนหลวงทันทีที่อากาศมีความพร้อมและยังคงเน้นหนัก 2 ภารกิจหลักสำคัญทั้งการลดปัญหาค่าฝุ่นละอองในอากาศ และการดับไฟป่าในพื้นที่ภาคอีสาน ด้วยการฉีดพ่นน้ำดูดซับฝุ่นละอองตามสถานที่ต่างๆ และคุมเข้มมาตรการป้องกันและดำเนินคดีผู้ลักลอบเผาหญ้า ขยะ รวมทั้งพืชผลทางการเกษตร เช่นอ้อย ตอซังข้าว อย่างไรก็ตามขณะนี้ยังคงพบการจุดไฟเผานอกเขต อ.เมือง อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงเย็นของแต่ละวัน จึงต้องเร่งดำเนินการกันต่อไป

ช่วงสายวันเดียวกัน ที่ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.ขอนแก่น นายสุรสีห์ กิตติมณฑล อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเปิดการสัมมนาเชิงปฏิบัติโครงการอาสาสมัครฝนหลวงภาคสนับสนุนว่า หลังเริ่มปฏิบัติการฝนหลวงโดยใช้เครื่องบินขนาดเล็ก 3 ลำ แบ่งบิน 2 เส้นทางบินคือ จ.ขอนแก่นและจ.เลย เพื่อแก้ปัญหาฝุ่นละอองและไฟป่าตั้งแต่วันที่ 11 ก.พ.เป็นต้นมา พบว่าการแก้ปัญหาฝุ่นละอองและไฟป่าใน จ.ขอนแก่น ได้ผลน่าพอใจ ค่าฝุ่นละอองลดลงอย่างต่อเนื่อง ขณะที่จ.เลย เกิดฝนตกดับไฟป่าได้หลายจุด อีกทั้งมีผลดี ต่อเกษตรกรช่วยแก้ปัญหาภัยแล้งด้วย

นายสัมฤทธิ์ ชอบชม สมาชิก อบต.สีบัวทอง อ.แสวงหา จ.อ่างทอง กล่าวว่า ในพื้นที่ ต.สีบัวทอง ยังมีชาวบ้านลักลอกเผาไร่อ้อยเป็นประจำทั้งกลางวันกลางคืน ทั้งที่ทางราชการได้แจ้งเตือนแล้ว สาเหตุเกิดจากการตัดอ้อยที่ใช้แรงงานคน หากไม่เผาคนรับจ้างก็เข้าไปตัดอ้อยไม่ได้ชาวไร่อ้อยจำเป็นต้องเผาแบบวิธีเดิมๆ ทั้งที่จริงๆแล้วเจ้าของไม่อยากเผาไร่อ้อย เนื่องจากโรงงานจะลดราคาอ้อยที่เผาตันละ 30 บาท แต่ถ้าไม่เผาก็ไม่ได้ เพราะไม่มีคนงานเข้าไปตัดอ้อยให้ จึงอยากให้รัฐบาลเข้ามาดูแล ให้คำแนะนำชาวไร่อ้อยอย่างเป็นระบบเพื่อจะได้หยุดการเผา

ที่สนามบินกองทัพอากาศ เมื่อเวลา 14.45 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กองทัพอากาศ (ทอ.) ได้นำเครื่องบิน จำนวน 2 ลำ ขึ้นบินโปรยละอองน้ำเพื่อบรรเทาปัญหาฝุ่นละอองในพื้นที่บางเขน และเขตวังทองหลาง พล.อ.ต.ฐานัตถ์ จันทร์อำไพ ผอ.สำนักกิจการพลเรือนและประชาสัมพันธ์ ทอ. กล่าวว่า กทม.ได้ประสานขอให้ ทอ.นำเครื่องบินขึ้นโปรยน้ำในพื้นที่กรุงเทพฯ เพื่อบรรเทาปัญหาฝุ่นละออง ทอ.จึงเตรียมเครื่องบิน BT-67 จำนวน 2 ลำ แต่ละลำจะบรรทุกน้ำ 3,000 ลิตร ขึ้นบินระดับความสูง 1,500 ฟุต โปรยละอองน้ำตั้งแต่บริเวณวัดพระศรีฯไปยังถนนพหลโยธิน และถนนลาดพร้าว โดยจะทำการบินในวันที่ 13-15 ก.พ. วันละ 4 เที่ยวบิน หลังจากนั้นในช่วงเวลากลางคืน กทม.จะล้างพื้นถนน ตั้งแต่สะพานใหม่ไปจนถึงเซ็นทรัลลาดพร้าว

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้