เมื่อ 11 ก.พ. คณะกรรมการสหภาพยุโรป (อียู) เริ่มพิจารณาสอบสวน และเริ่มเผยแพร่ลงในวารสารเป็นทางการของอียูในวันรุ่งขึ้น ถึงประวัติที่ผ่านมาเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนและการปกครองระบอบประชาธิปไตยของกัมพูชา ซึ่งต้องใช้กระบวนการนาน 18 เดือน หรือจนกว่าจะถึงเดือน ส.ค.ปีหน้า ซึ่งอาจนำไปสู่การระงับสิทธิและผลประโยชน์การส่งออกสินค้าปลอดภาษีของกัมพูชา “ทุกอย่างยกเว้นอาวุธ” (EBA) อันเป็นโครงการที่อียูมีมาตรการสิทธิพิเศษทางการค้า (จีเอสพี) ให้กับกลุ่มประเทศที่ติดอันดับยากจนที่สุดในโลกขายสินค้าได้ทุกอย่างแบบปลอดภาษี ยกเว้นอาวุธเข้ายังกลุ่มประเทศสมาชิกของอียูที่มีอยู่ 28 ประเทศ
ทั้งนี้ นางเฟเดริกา โมเกรินิ ประธานกิจการต่างประเทศของอียูเผยว่า ทางอียูยอมรับว่าเจ้าหน้าที่กัมพูชาทำงานมีความก้าวหน้าขึ้นในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ทั้งการปล่อยตัวนักโทษการเมือง คลายกฎคุมเข้มสินค้ากับกลุ่มประชาสังคม ขณะที่สมาคมการค้าในกัมพูชา ตัวแทนภาคธุรกิจของยุโรปเผยการเคลื่อนไหวของอียูครั้งนี้จะขัดกับจุดประสงค์ของโครงการนี้ที่จะช่วยกำจัดความยากจนในกัมพูชา และเห็นว่าการเจรจาเป็นหนทางที่ดีที่สุด ด้วยกัมพูชาเป็นประเทศคู่ค้ารายใหญ่สุดของอียู ส่งออกสินค้าเมื่อปีกลาย 45% และเป็นผู้เข้า EBA ใหญ่เป็นอันดับ 2 รองจากบังกลาเทศ.