วันจันทร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
จับตา ‘กสิกรไทย’ ในวันที่ธนาคารไร้พรมแดน ทั้งออฟไลน์และออนไลน์

จับตา ‘กสิกรไทย’ ในวันที่ธนาคารไร้พรมแดน ทั้งออฟไลน์และออนไลน์

โดย Advertorial
14 ก.พ. 2562 06:01 น.
  • Share:

การเปลี่ยนแปลงของโลกเทคโนโลยีเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ชนิดที่ธุรกิจไหนปรับตัวไม่ทันท่วงทีก็อาจตกยุค ขณะเดียวกันความสามารถในการตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย ก็มีความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อก้าวสู่ความเป็นหนึ่ง ‘ธนาคารกสิกรไทย’ ในกลุ่มธุรกิจการเงินการธนาคาร เป็นตัวอย่างที่น่าสนใจมากจากการปรับเปลี่ยนตัวเองในการก้าวสู่โลกยุคใหม่ เพื่อสร้างบริการสำหรับชีวิตที่ดีขึ้นของผู้บริโภค ในวันที่ธนาคารไร้พรมแดน ทั้งโลกออฟไลน์และออนไลน์

แม้สายตาของโลกภายนอกจะมองการแข่งขันในธุรกิจการเงินการธนาคาร ว่าเป็นการชิงพื้นที่สู่ความเป็นหนึ่งในประเทศ แต่ธนาคารกสิกรไทยกลับมองว่าทิศทางสำคัญในวันนี้ไม่ใช่การแข่งขันเพื่อ ‘สิ่งนั้น’ แต่เป็นการตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคให้ได้มากยิ่งขึ้น ตามความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว พร้อมความก้าวหน้าของเทคโนโลยี ซึ่งส่งผลให้ธนาคารในวันนี้ไร้พรมแดนมากขึ้นทั้งในโลกจริง และโลกของการทำธุรกรรมออนไลน์ การประกาศพันธกิจสำคัญเพื่อผนวก ไอที - ดาต้า - คน - พันธมิตร ของธนาคารกสิกรไทย จึงเป็นมากกว่าการเดินหน้าสู่การเป็น ‘แบงก์ยุคใหม่’ แต่คือการผนึกกำลังของทีมผู้บริหารและบุคลากรแนวคิดใหม่ในการสร้างบริการเพื่อชีวิตที่ดียิ่งขึ้น ผ่าน 5 แนวทางสำคัญ

คุณปรีดี ดาวฉาย กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย

1) เป็นตัวกลางทางการเงินที่มีประสิทธิภาพ

ธนาคารกสิกรไทย พร้อมวางตัวเป็นตัวกลางทางการเงินที่มีประสิทธิภาพ เพื่อความสะดวกสบายในการเข้าถึงธุรกรรมทางการเงินแบบไร้ข้อจำกัดมากขึ้น รับการขยายตัวของธุรกรรมบนโลกดิจิทัลที่มีมากขึ้น สิ่งที่น่าสนใจคือ นอกจากจะเดินหน้าสู่การร่วมมือสร้างโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินเพื่อรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต อย่างโครงการพร้อมเพย์ที่มีผู้ลงทะเบียนแล้วกว่า 46.5 ล้านไอดี ไปจนถึงการสร้างมาตรฐานคิวอาร์โค้ด ระบบชำระเงินสำหรับประเทศไทย การขยายศักยภาพ ITMX ระบบกลางที่รองรับธุรกรรมข้ามธนาคารให้เป็น 1,000 รายการต่อวินาที หรือแม้แต่สนับสนุนการชำระเงินด้วยบัตรเดบิตแทนเงินสด จนถึงความร่วมมือ TB-CERT เพื่อความมั่นคงและปลอดภัยของระบบไอทีของสถาบันการเงิน ภายในอนาคตอันใกล้ พรมแดนทางธุรกรรมก็จะขยายออกไปมากขึ้น จะเกิดให้บริการคิวอาร์โค้ด มาตรฐานไทยในประเทศ CLMV+3 จะเกิดขึ้น ผู้ที่มี แอป โมบาย แบงกิ้ง ของธนาคารไทยทุกธนาคาร สามารถสแกนชำระเงินนอกประเทศได้ ขณะเดียวกันการเปิดบัญชีผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ก็สามารถทำได้ทุกที่ทุกเวลา โดยไม่ต้องแสดงตนที่สาขา หรือแม้แต่การขอสินเชื่อและเปิดบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ ก็ทำได้ผ่านออนไลน์

คุณขัตติยา อินทรวิชัย กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย

2) รู้ใจลูกค้ามากยิ่งขึ้น

ธนาคารกสิกรไทย เชื่อมั่นว่า การแข่งขันในยุคธนาคารไร้พรมแดน จำเป็นต้องรู้จักเพื่อให้รู้ใจลูกค้ามากยิ่งขึ้น ด้วยเหตุนี้การเดินหน้าเพิ่มศักยภาพด้าน Analytics เพื่อแปลงข้อมูลเป็น Insight เสนอบริการที่ตอบสนองความต้องการเฉพาะบุคคล จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องทำควบคู่กับการสร้างประสบการณ์ที่สะดวกไร้รอยต่อ ทุกที่ ทุกเวลา (Frictionless, Anywhere, Anytime) ทั้งการชำระเงินทุกที่ทุกเวลาแบบไร้รอยต่อ เทคโนโลยีล้ำสมัยจะถูกนำเข้ามาผสานกับ Data Analytics เพื่อปรับบริการที่ตรงใจ และทำให้ชีวิตของลูกค้าง่ายขึ้น พร้อมขยายการให้บริการไปสู่ฐานลูกค้าที่กว้างขึ้น เช่น จากเดิมโอกาสการขอสินเชื่อของลูกค้าในกลุ่มที่มีการเดินบัญชีน้อย หรือไม่มีหลักฐานแสดงรายได้ที่สม่ำเสมอ อาจเป็นเรื่องยาก แต่อนาคตอันใกล้ ด้วยศักยภาพด้าน Analytics สิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นก็จะเกิดขึ้น ทั้งนี้การบริการทั้งหมดเกิดขึ้นจากการขับเคลื่อนผ่านบุคลากรที่ได้รับการเพิ่มพูนทักษะ (Re-Skill) เพื่อผสานความฉลาดของคนเข้ากับเทคโนโลยี และเดินไปสู่การเป็นธนาคารอัจฉริยะ (Cognitive Banking) ที่หมายถึง ตอบโจทย์ ตรงใจ และรู้ใจลูกค้ามากยิ่งขึ้น

คุณพิพิธ เอนกนิธิ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย

3) แข็งแกร่งภายใต้เศรษฐกิจผสานมิติ

ทุกวันนี้โลกขับเคลื่อนด้วย ‘เศรษฐกิจผสานมิติ’ หรือ Augmented Economy ที่ดิจิทัลเทคโนโลยีเชื่อมโลกออฟไลน์และออนไลน์อย่างกลมกลืน ทว่าธุรกิจใดจะอยู่รอดได้ก็ต้องอาศัยทักษะความชำนาญที่ตนมี มาผสานกับดิจิทัลเทคโนโลยีเพื่อเข้าถึงลูกค้าให้ได้มากที่สุด เพื่อสร้างความแข็งแกร่งภายใต้เศรษฐกิจผสานมิติ ธนาคารกสิกรไทยได้ปรับกระบวนทัศน์ โดยก่อตั้งบริษัท KVision เพื่อแสวงหาเทคโนโลยีและลงทุนในฟินเทคหรือสตาร์ทอัพ ด้วยเงินลงทุนกว่า 8 พันล้านบาท จัดตั้ง Innovation Lab ขึ้นใน 5 ประเทศ ได้แก่ ไทย อิสราเอล จีน อินโดนีเซีย และเวียดนาม พร้อมเชื่อมโยงลูกค้าให้เข้าถึงผู้บริโภคใน CCLMVI (จีน กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา เวียดนาม และอินโดนีเซีย) มากยิ่งขึ้น ในขณะเดียวกันก็พร้อมผลักดันธุรกิจไทยสู่ต่างประเทศ ด้วยการเชื่อมโยงการค้าตั้งแต่ต้นน้ำถึงผู้บริโภครายย่อย ผ่าน 3 แนวคิด คือ Beyond Frontier หรือการมองหาโอกาสในตลาดภูมิภาค โดยเฉพาะกลุ่มประเทศ CCLMVI Beyond Banking การมองหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นและวางเป้าหมายที่จะอยู่ในทุกๆ ช่องทางที่ลูกค้าใช้ชีวิต และ Beyond Competition หรือ การมองหาโอกาสร่วมกับพันธมิตรใหม่ๆ ทั้งฟินเทค สตาร์ทอัพข้ามประเทศ ข้ามอุตสาหกรรม เพื่อยกระดับการให้บริการของธนาคาร และเสริมศักยภาพให้ธุรกิจไทยเดินเข้าสู่ตลาด CCLMVI ได้อย่างราบรื่น

คุณพัชร สมะลาภา กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย

4) ยกระดับธุรกรรมการเงินดิจิทัลเพื่อโอกาสที่มากขึ้น

K PLUS เป็นที่จดจำและครองใจผู้บริโภคได้มากขึ้น ธนาคารกสิกรไทยจึงเล็งเห็นโอกาสทางธุรกิจที่มีมากขึ้น ผ่านการยกระดับธุรกรรมการเงินช่องทางดิจิทัลที่มากยิ่งขึ้น พร้อมเชื่อมต่อธุรกิจข้ามประเทศในระดับภูมิภาค แนวทางที่น่าสนใจที่จะมาพร้อมโอกาสสำหรับผู้บริโภค คือ การผนึกพันธมิตรแพลตฟอร์มขยายฐานลูกค้า เพื่อรองรับลูกค้าทั้งบนแพลตฟอร์มของธนาคารผ่าน K PLUS และเชื่อมต่อกับแพลตฟอร์มอื่นๆ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตลูกค้าในทุกมิติ และด้วยการผนึกพันธมิตรแพลตฟอร์มชั้นนำเหล่านี้ ก็จะทำให้สามารถเรียนรู้ทำความเข้าใจลูกค้าได้มากขึ้น เพื่อเสนอบริการตอบโจทย์ อย่าง ข้อเสนอสินเชื่อผ่านช่องทางดิจิทัล ซึ่งเกิดจากวิเคราะห์ความต้องการและศักยภาพการชำระคืน เป็นต้น ในอนาคตอันใกล้ บริการใหม่ๆ ที่เกิดจากการผนึกกำลังของเทคโนโลยีก็จะตรงใจและความต้องการมากยิ่งขึ้น

คุณรุ่งโรจน์ พูนผล ประธาน กสิกร บิซิเนส – เทคโนโลยี กรุ๊ป

5) ผนวกปัญญาประดิษฐ์เข้ากับประสบการณ์บุคลากร

ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี KBTG หรือ กสิกร บิซิเนส – เทคโนโลยี กรุ๊ป กำลังก้าวไปข้างหน้าเพื่อขับเคลื่อนธนาคารกสิกรไทยสู่การเป็น ‘ธนาคารอัจฉริยะ’ โดยให้ความสำคัญกับทั้ง ความอัจฉริยะของปัญญาประดิษฐ์ และประสบการณ์อันเกิดจากการสั่งสมความรู้ ความเข้าใจในธุรกิจและลูกค้าอย่างลึกซึ้งของบุคลากร การผนวกประสบการณ์ของพนักงานธนาคารเข้ากับความชาญฉลาดของปัญญาประดิษฐ์ นำไปสู่แนวคิดด้านนวัตกรรมทางการเงินที่เรียกว่า Cognitive Banking ที่พร้อมมอบคุณค่า 3 ประการสำคัญแก่ลูกค้า นั่นคือ บริการที่ฉลาดรู้ใจ (Highly Intelligence) บริการที่ปรับรูปแบบตามไลฟ์สไตล์ของลูกค้า (Highly Adaptive) และบริการที่เข้าใจ รู้ใจ ลูกค้าแต่ละคนอย่างลึกซึ้ง (Highly Personalized)

คุณพัชร สมะลาภา กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย

คุณปรีดี ดาวฉาย กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย

คุณขัตติยา อินทรวิชัย กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย

คุณพิพิธ เอนกนิธิ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย

คุณรุ่งโรจน์ พูนผล ประธาน กสิกร บิซิเนส – เทคโนโลยี กรุ๊ป

การเงินการธนาคารเกี่ยวข้องกับชีวิตของเราทุกคน ไม่เพียงแค่เรื่องง่ายๆ อย่างความสะดวกสบายในการใช้บริการในชีวิตประจำวันเท่านั้น แต่ยังมีความสำคัญต่อภาพรวมของระบบเศรษฐกิจ ที่มีผลอย่างมากต่อความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ขณะเดียวกัน การแข่งขันกันเพื่อมอบบริการที่ตอบโจทย์ ตรงใจ และทันยุคมากขึ้น ก็เป็นจุดเริ่มต้นสำหรับใครหลายคนในการค้นพบโอกาสทางธุรกิจ และชีวิตที่มีคุณค่ามากขึ้นได้เช่นกัน

สามารถรับชมบรรยากาศภายในงานเพิ่มเติมได้จากคลิปด้านล่างนี้

อ่านเพิ่มเติม...