วันจันทร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เรือใบโหด (สัส)

เรือใบโหด (สัส)

โดย หมวดแซม
12 ก.พ. 2562 05:01 น.
  • Share:


ถือเป็นสกอร์ที่เหนือความคาดหมายเอามากๆ สำหรับผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษคู่บิ๊กแมตช์ชนช้าง เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ซึ่งลงเอยด้วยการที่ “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ระเบิดฟอร์มโหดสัส (ปลัดบอก) เปิดรังเอติฮัด สเตเดียม ไล่ถล่ม “สิงห์บลู” เชลซี กระจุยยับแบบไม่ไว้หน้าถึงครึ่งโหล 6-0 เก็บสามคะแนนสำคัญ พร้อมกลับขึ้นไปยืนหนึ่งเป็นจ่าฝูงอีกครั้ง

จริงๆแล้วการที่แมนฯซิตี้เอาชนะเชลซีได้นั้น ไม่ใช่เรื่องเหนือความคาดหมายอะไร แต่สกอร์ที่แมนฯซิตี้ถล่มเชลซีถึงครึ่งโหลต่างหาก ที่ต้องบอกว่าเป็นสกอร์ที่เหลือเชื่อมากๆ

ความปราชัยย่อยยับครึ่งโหลของเชลซีในนัดนี้ กลายเป็นความพ่ายแพ้ที่ยับเยินที่สุดของทัพ “สิงห์บลู” ในการเล่นลีกสูงสุดของอังกฤษ นับตั้งแต่ที่แพ้น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ 0-7 เมื่อเดือนเมษายน ปี 1991

ไม่เพียงเท่านั้น นี่ยังเป็นความพ่ายแพ้นอก บ้าน 3 เกมติดของเชลซี ชนิดที่พวกเขายิงประตูคู่แข่งไม่ได้เลยแม้แต่ลูกเดียว ไล่ตั้งแต่แพ้อาร์เซนอล 0-2, แพ้ บอร์นมัธ 0-4 และล่าสุดก็แพ้ แมนฯซิตี้ เละเทะ 0-6

แถมยังส่งผลให้เชลซี หล่นมาอยู่อันดับ 6 ของตาราง แม้ว่าจะมีคะแนนและผลต่างประตูเท่ากับอาร์เซนอลก็ตาม เนื่องจากทีมปืนใหญ่ยิงประตูได้มากกว่า จึงขยับขึ้นมารั้งอันดับ 5 แทน

ศึกพรีเมียร์ลีกที่เอติฮัด สเตเดียมนัดนี้ พระเอกของแมนฯซิตี้ไม่ใช่ใครที่ไหน ซึ่งก็คือ เซร์คิโอ อเกวโร กองหน้าตัวเก่งชาวอาร์เจนไตน์ นั่นเอง หลังเจ้าตัวกดแฮตทริกเหมาซัดคนเดียว 3 ลูก ในนาที 13, 19 และจุดโทษนาที 56 ช่วยให้ทีมเรือใบสีฟ้าถล่มแหลกเชลซี 6-0

การแผลงฤทธิ์ยิงคนเดียวสามลูกในเกมล่าสุด กลายเป็นแฮตทริกที่ 11 ของกุน อเกวโร ในการเล่นพรีเมียร์ลีก ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดเทียบเท่ากับ “ฮอตชอต” อลัน เชียเรอร์ ตำนานกองหน้าของแบล็คเบิร์น โรเวอร์ส และนิวคาสเซิล

แต่ถึงกระนั้น กุนอเกวโร มีโอกาสสูงมากที่ จะทำลายสถิติซัดแฮตทริก แซงหน้าอลัน เชียเรอร์ ขึ้นไปเป็นเจ้าของสถิติสูงสุดแต่เพียงผู้เดียว หากยอดหัวหอกแมนฯซิตี้ทำแฮตทริกหนที่ 12 ของตัวเองได้

เมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อนหน้านี้ หลายคนมองว่า แมนฯซิตี้หมดลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ไปแล้ว หลังบุกไปแพ้นิวคาสเซิล แต่ทีมเรือใบสีฟ้ากลับไม่มีอาการสะทกสะท้าน และเดินหน้าคว้าชัยอย่างต่อเนื่องด้วยการเอาชนะทั้งอาร์เซนอล, เอฟเวอร์ตันและเชลซีเป็นรายล่าสุด จนกลับขึ้นมานำเป็นจ่าฝูงอีกครั้ง

แมนฯซิตี้แซงกลับขึ้นมานำเป็นจ่าฝูง ด้วยการมีประตูได้เสียที่ดีกว่าลิเวอร์พูลถึง 10 ลูกเลยทีเดียว หลังจากทั้งสองทีมมี 65 คะแนนเท่ากัน ทว่า ทีมเรือใบสีฟ้าแข่งมากกว่าหนึ่งนัด โดยตอนนี้แมนฯซิตี้ยิงไปแล้ว 74 ประตู และเสียไปเพียง 20 ลูกเท่านั้น

ต้องบอกว่าฤดูกาลนี้การลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกเข้มข้นมาก และบางทีอาจจะต้องตัดสินแชมป์กันด้วยผลต่างประตูได้เสียก็เป็นได้ ซึ่งตอนนี้แมนฯซิตี้ดูจะถือไพ่เหนือกว่าลิเวอร์พูลอยู่พอสมควร

ที่สำคัญพลพรรคนักเตะแมนฯซิตี้ รวมถึงกุนซือสมองเพชรอย่างเป๊ป กวาร์ดิโอลา มีประสบการณ์ในการลุ้นแชมป์ลีกมากกว่าลิเวอร์พูล ทีมของเจอร์เกน คลอปป์ กุนซือเฮฟวีเมทัลชาวเยอรมัน

อย่างไรก็ตาม ลิเวอร์พูลยังเหลือเกมในมืออีก 1 นัด หากลูกทีมของเจอร์เกน คลอปป์ คว้าชัยชนะได้ก็จะแซงแมนฯซิตี้กลับขึ้นมานำจ่าฝูงอีกครั้ง

นอกจากนี้ หาก “หงส์แดง” เก็บชัยชนะได้หมดทุกนัดในอีก 12 เกมที่เหลือของพวกเขา แชมป์พรีเมียร์ลีกซีซันนี้ก็จะไปอยู่ในถิ่นแอนฟิลด์อย่างแน่นอน.

หมวดแซม

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้