วันจันทร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
วลาดิเมียร์ ปูติน ผู้ปลุกกระแสทัวร์ไทย

วลาดิเมียร์ ปูติน ผู้ปลุกกระแสทัวร์ไทย

  • Share:

“วลาดิเมียร์ ปูติน”...บุรุษผู้ปลุกกระแสรัสเซียทัวร์ไทย

ดูจะเป็นคำกล่าวที่ไม่เกินจริง

ถ้าล้อมวงกลางสภาคาเฟ่เรือนกระจก แล้วถกกันเรื่องคนหลังม่านเหล็กรัสเซีย นิยมเที่ยวเมืองไทยเป็นจุดหมายปลายทาง เพื่อรับกับคริสต์ศักราชใหม่ก็ไม่น่าจะผิด เพราะก่อนหน้าคือราวๆปี 2560 ผู้สันทัดกรณีตลาดอินบาวด์รัสเซีย ต่างพูดไปในทิศทางเดียวกันว่า...“ปีนั้นชาวหมีขาวรัสเซีย แห่มาบ้านเรามากถึง 1,340,376 คน ทำรายได้กว่า 102,657 ล้านบาท ติดท็อปเทนอินบาวด์ทัวร์ไทย ทั้งที่เศรษฐกิจรัสเซียยามนั้นแกว่งไปแกว่งมาไม่สู้จะเสถียรเท่าไรนัก แต่ก็ไม่กระทบตลาดหมีขาวแห่ทัวร์ไทยอยู่ดี”

ครั้นผ่านมาถึงปี 2561 ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงกันยายน หมีขาวเข้ามาแล้ว 1,000,402 ล้านคน จากจำนวนประชากร 144 ล้านคน ทำเงินให้ไทย 80,106 ล้านบาท และปีนี้นักการตลาดคาดการณ์กันว่าคนประเทศนี้จะหนีหนาวมาเที่ยวบ้านเราอย่างน้อย 17.5 ล้านคน สร้างรายได้ไม่ต่ำกว่า 1.4 แสนล้านบาท

นักวิเคราะห์ตลาดท่องเที่ยวรัสเซียเลยชวนตั้งคำถามพร้อมตอบเองบ้างว่า “แล้วรู้มั้ย ใครคือผู้จุดประกายให้คนรัสเซียหันมาสนใจเที่ยวบ้านเรา?”

นักวิเคราะห์นายนี้จึงเฉลยว่า...“ปี 2534 สหภาพสาธารณรัฐสังคมนิยมโซเวียต ถึงกาลล่มสลายครืนใหญ่ ทำให้นายฮาอิล กอร์บาชอพ ประธานาธิบดีขณะนั้นสละตำแหน่งให้นายบอริส เยลต์ซิน ส่วนกลุ่มเครือรัฐเอกราช 12 รัฐ พากันลงนามสถาปนาเป็นประเทศเอกราชทั้งหมด คือสหพันธรัฐรัสเซีย, ยูเครน, เบลารุส, มอลโดวา, จอร์เจีย, อาเซอร์ไบจาน, อาร์เมเนีย, คาซัคสถาน, คีร์กีซสถาน, อุซเบกิสถาน, เติร์กเมนิสถาน และทาจิกิสถาน”

นักวิเคราะห์ตลาดบอกอีกว่า เศรษฐกิจภายในสหภาพโซเวียตก่อนการล่มสลาย ยุคนั้นตกต่ำสุดขีด ประชาชนทั้ง 12 รัฐส่วนใหญ่ประสบภาวะอดอยากไม่มีจะกิน การเดินทางท่องเที่ยวก็มีอยู่บ้างโดยการเที่ยวกันเองภายในเครือรัฐเอกราชด้วยกันจะมีออกจากหลังม่านเหล็กมาเที่ยวเมืองไทยช่วงนั้นบ้างก็ประปรายราวๆ 43,632 คน

พอปี 2539 ขยับเล็กน้อยเป็น 53,206 คน ถัดมาเศรษฐกิจโลกทรุดหนัก ทำให้รัสเซียทัวร์ไทยหล่นตุ้บลงมา 49,516 คน ปี 2541 รัสเซียลดค่าเงินรูเบิลหมีขาวมีคนมาเที่ยวไทย 49,295 คน

มาถึงปี 2542 ประธานาธิบดีบอริส เยลต์ซิน ประกาศลาออกจากตำแหน่งเป็นผลให้ “นายวลาดิเมียร์ ปูติน” อดีตสายลับเคจีบีรัสเซีย ทำหน้าที่รักษาการแทน และลงสมัครรับเลือกตั้งชิงตำแหน่งประธานาธิบดีแล้วก็ชนะเลือกตั้งแบบถล่มทลาย ด้วยคะแนนเสียง 54% ของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง

นับเป็นประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญของรัสเซียเลยทีเดียว โดยปูตินเริ่มนั่งตำแหน่งผู้นำประเทศสมัยที่ 1 ตั้งแต่ปี 2543 เป็นต้นมา และเริ่มพัฒนาบ้านเมืองให้เป็น New Russia ด้วยการนำทรัพยากรธรรมชาติด้านพลังงานที่มีล้นหลาม เช่น แร่ธาตุ ถ่านหิน น้ำมันเชื้อเพลิง มาเป็นสินค้าส่งออกขายต่างประเทศ

ขณะเดียวกันก็ส่งเสริมคนหนุ่มสาวให้หันมาช่วยกันพัฒนารัสเซียใหม่ ตามยุทธศาสตร์ที่วางไว้แล้วก็สัมฤทธิผลงดงาม ประชากรที่เคยยากแค้นลำเค็ญกลับมีงานทำ สร้างรายได้ครัวเรือนกันถ้วนหน้า

ทุกครอบครัวมีบ้านมีรถขับกันแน่นถนนกลางกรุงมอสโก จนเกิดปรากฏการณ์ใหม่คือรถราติดขัดในชีวิตประจำวันชาวรัสเซียไม่ต่างจากบ้านเรา แล้วก็ยังปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการท่องเที่ยว จากที่เคยเที่ยวในกลุ่มเครือรัฐเอกราชกันเอง ก็เปลี่ยนเข็มทิศเป็นก้าวไกลไปประเทศใหม่ฝั่งกรีซ สเปน ยูเครน และจีน ส่วนที่ประมาทไม่ได้คือเพื่อนบ้านอาเซียน

ไทยติดอันดับ 8 ที่คนประเทศนี้ให้ความสนใจ ด้วยมีปัจจัยด้านแหล่งท่องเที่ยว เช่น ทะเลและแสงสีเมืองพัทยา สิ่งอำนวยความสะดวก ทันสมัย อาหารการกินล้วนถูกปากและค่าครองชีพต่ำ ผู้คนก็มีความเป็นมิตรสูง

“แต่คนรัสเซียไม่เหมือนชาติอื่น จากเคยถูกการเมืองกดดันสูง สีหน้าพวกเขาจึงดูเคร่งขรึมจริงจังกับชีวิต พอมาเจอคนไทยหน้าตายิ้มแย้มแจ่มใสพูดไปยิ้มไป คนรัสเซียถึงอดไม่ได้ที่จะถาม...ยูจะบ้ารึไง? ถึงได้พูดพร้อมยิ้มตลอดเวลา บางคนกลับหาว่าคนไทยชอบยิ้มเยาะเย้ยไม่มีเหตุผลกับคนรัสเซีย”

นักวิเคราะห์ตลาดสะท้อนมุมมองต่อไปว่า หลังปูตินก้าวขึ้นบริหารประเทศทำให้บรรยากาศท่องเที่ยวไทยเริ่มมีสีสันขึ้นทันที

โดยปี 2543 พวกเขาเดินทางมา 49,586 คน จากนั้นขยับขึ้นปีละ 5% ทุกปี จนปี 2547 ขณะปูตินครองอำนาจสมัยที่ 2 หมีขาวทัวร์ไทยเพิ่มเป็น 118,895 คน ทว่า...พอปลายปีไทยโชคร้ายถูกคลื่นยักษ์สึนามิเล่นงานอ่วม ทำเอาปี 2548 ร่วงหล่นลงมาอยู่ที่ 107,017 คน

ปี 2549 ดรรชนีเริ่มดีขึ้นเป็น 190,834 คน เพิ่มขึ้นถึง 78.32% ปี 2550 เงินรูเบิลแข็งค่าขึ้นทำให้เพิ่มเป็น 279,771 คน และเป็นปีเดียวกับที่ปูตินมาเที่ยวพักผ่อนเกาะภูเก็ต

นิตยสารท่องเที่ยวชื่อดังอเมริกา Traveller & Leisure ได้นำภาพของเขาขณะโพสยืนกอดอกอยู่บนโขดหินริมทะเล ไปขึ้นปกพร้อมนำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับเกาะภูเก็ต

...เป็นการโปรโมตประเทศไทยได้อย่างคุ้มค่ามหาศาล โดยไทยไม่ต้องควักงบประมาณซื้อหน้านิตยสารชั้นนำ เพื่อชวนชาวหมีขาวมาเที่ยวพักผ่อนเกาะภูเก็ต ตามผู้นำขั้นเทพคนนี้!

ปี 2555 ก็เข้าหลักล้านที่ 1,316,564 คน และ 2556 ทะยานไม่หยุดเป็น 1,736,990 คน

ตลาดท่องเที่ยวนี้มีแต่แกว่งขึ้นๆลงๆตามภาวะเศรษฐกิจ โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ยืนยันว่า ปีที่ผ่านมาตรงเป้าที่ 1.5 ล้านคน ศูนย์วิจัยกสิกรไทยพยากรณ์ไว้ที่ 1.6 ล้านคน

ถึงยุคพฤติกรรมนักท่องเที่ยวโลกเปลี่ยนแปลงตามสภาพสังคม แต่คนรัสเซียส่วนใหญ่ยังนิยมพึ่งพาบริษัทนำเที่ยวเพราะปัญหาเรื่องภาษาและมักมากับเครื่องบินเช่าเหมาลำลงอู่ตะเภา กับเที่ยวบินประจำสัปดาห์ละ 160 เที่ยว ผลจากการเติบโตที่ว่านี้ทำให้นักธุรกิจรัสเซีย ขยายฐานมาตั้งสำนักงานสาขายังเมืองไทยที่พัทยากันมากขึ้น

จนวันหนึ่งธุรกิจทัวร์รัสเซียรายหนึ่ง เกิดพ่นพิษปิดกิจการไปดื้อๆ ทิ้งหนี้ค่าโรงแรมกับค่าอาหารในเมืองพัทยาไว้กว่าครึ่งร้อยล้าน วลาดิเมียร์ ปูติน ไม่ยอมให้เสียหน้าและกระทบต่อสัมพันธ์อันดีด้านท่องเที่ยว แม้ไทยจะได้เปรียบดุลท่องเที่ยวไปทัวร์รัสเซียปีละหย่อนหมื่นคนนิดๆ...

จึงสั่งให้รีบใช้หนี้ไทยและรีบเอาตัวจำเลยรายนั้นกลับไปดำเนินคดี นี่คือความจริงใจของบุรุษระดับโลกอย่างปูติน ที่มีให้กับท่องเที่ยวไทยอย่างฉันมิตร

ว่ากันว่า...สำหรับด้านธุรกิจนำเที่ยวรัสเซียที่พัทยาซึ่งมี 3-4 ราย ถึงจะสัญชาติรัสเซีย แต่บริหารโดยคนตุรกีวัยสตาร์ตอัพ ใช้คนรัสเซียกับไทยร่วมทำงาน ขณะนี้กำลังเร่งปรับแผนขายทัวร์รัสเซียกันใหม่

เนื่องจากโรงแรมภูเก็ตหลังถูกพิษ “ทัวร์จีน” เล่นงาน จึงหันมาขายห้องพักราคาถูกให้ “ทัวร์รัสเซีย” ทำเอาพัทยากระเทือนหนักเพราะรัสเซียจัดทัพไปทัวร์กินนอนภูเก็ตกันแล้ว จากกรณี...ทัวร์จีนทิ้งระเบิดไว้ให้

แต่ปัญหานี้ “ปูติน” ซึ่งนั่งเป็นประธานาธิบดีสมัยที่ 4

ก็คงจะช่วยอะไร “เมืองไทย” ไม่ได้แน่นอน...เอวังก็มีด้วยประการฉะนี้.

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้