วันศุกร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
"ป๋อม" โผล่ไหว้พระ พรรคไทยรักษาชาติฮึด เดินหน้าหาเสียง (คลิป)

"ป๋อม" โผล่ไหว้พระ พรรคไทยรักษาชาติฮึด เดินหน้าหาเสียง (คลิป)

  • Share:

แซ่ดจรุงวิทย์ชงยุบทษช.เอง วิฑูรย์โวยปาร์ตี้ลิสต์อันดับ40 พรรคพลังประชารัฐปล่อยขบวนลุยกทม.!

“ป๋อม” ปรีชาพล ปรากฏตัวดับข่าวลือควง “ชยิกา” ไหว้พระขอพรที่พระนครศรีอยุธยา ทษช.โพสต์ขอบคุณแฟนคลับยันพร้อมสู้ต่อในสนามเลือกตั้ง “ณัฐวุฒิ” ยกนิยายกำลังภายในให้กำลังใจเพื่อนร่วมสำนัก “สังศิต” ชี้หมากนี้ “ทักษิณ” เดินพลาด จับตาวันนี้ กกต.ถกปมร้อน หึ่งเลขาฯ กกต.ใช้อำนาจตามมาตรา 93 กฎหมายพรรคการเมืองชงยุบทิ้ง ประธาน กกต.ลั่นต้องพิจารณารอบคอบและเป็นธรรม คาดรับรองผู้สมัคร ส.ส.-บัญชีนายกฯ ก่อน 15 ก.พ. “ศรีสุวรรณ” กัดติดยื่น กกต.ให้ศาล รธน.ฟัน “อภิสิทธิ์” โยนเป็นดุลพินิจกรรมการ “อุตตม” นำทีม “พลังประชารัฐ” ปล่อยรถหาเสียงขอคะแนนคนกรุง “ธนาธร” โชว์ขาอ่อนชวนชาว กทม. วิ่งออกกำลังกาย “วิฑูรย์”สุดช้ำเขียนร่ายยาวลงไลน์กลุ่ม ปชป.โดน “มาร์ค” เขี่ยลงปาร์ตี้ลิสต์อันดับ 40 โอดเท่ากับประหารทางการเมือง

สำหรับความเคลื่อนไหวของ ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช “ป๋อม” หัวหน้าพรรคไทยรักษาชาติ หลังเก็บตัวเงียบท่ามกลางข่าวลือต่างๆ ล่าสุดเดินสายไหว้พระทำบุญที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมกับ น.ส.ชยิกา วงศ์นภาจันทร์ นายทะเบียนพรรค ดับข่าวลือต่างๆที่เกิดขึ้นในช่วงนี้

“ปรีชาพล” โผล่ไหว้พระอยุธยา

เมื่อวันที่ 10 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.ชยิกา วงศ์นภาจันทร์ นายทะเบียนพรรค โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว เป็นภาพเดินสายทำบุญร่วมกับ ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช “ป๋อม” หัวหน้าพรรคไทยรักษาชาติ และนายสรพันธ์ คุณากรวงศ์ ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อลำดับ 72 ของพรรคไทยรักษาชาติ พร้อมลงข้อความระบุว่า “วันนี้เดินทางมาทำบุญไหว้พระที่วัดหน้าพระเมรุราชิการาม จ.พระนครศรีอยุธยา กับหัวหน้าพรรคค่ะ ขอบคุณทุกๆกำลังใจนะคะ”

ทษช.โพสต์สู้ต่อในสนามเลือกตั้ง

ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวของกรรมการบริหาร (กก.บห.) และแกนนำพรรคไทยรักษาชาติว่า ช่วง 1-2 วันที่ผ่านมาทั้งหมดเก็บตัวเงียบในที่ตั้ง สื่อมวลชนไม่สามารถติดต่อเพื่อสอบถามท่าทีพรรค และวันเดียวกันนี้เพจเฟซบุ๊กพรรคไทยรักษาชาติ โพสต์ข้อความว่า “พรรคไทยรักษาชาติ ขอขอบคุณทุกกำลังใจที่หลั่งไหลกันเข้ามาให้ในช่วง 1-2 วันที่ผ่านมา เราขอยืนยันกับพี่น้องประชาชน พรรคไทยรักษาชาติยังคงมีจุดยืนดังเดิมและจะเดินหน้าต่อไปในสนามเลือกตั้งเพื่ออาสาแก้ปัญหาให้ประเทศและประชาชน”

“ณัฐวุฒิ”ให้กำลังใจเพื่อนร่วมสำนัก

ด้านนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ประธานคณะกรรมการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง พรรคไทยรักษาชาติ ได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กมีใจความว่า “ข้าพเจ้าชมชอบนิยายกำลังภายใน เยาว์วัยใฝ่ฝัน อยากหยิบฉวยพู่กันสรรค์สร้างเรื่องราวของเหล่าชาวยุทธ์ ฉากหนึ่งในยุทธภพดึกสงัดในคืนเดือนมืด ม่านวิกาลบดบังทุกสายตา แต่ “เล่งฮู้ชง” ยังมองเห็น แสงสว่างมาจากที่ใด หัวใจ แสงนั้นย่อมมาจากหัวใจ หัวใจมนุษย์ดั่งตะเกียงส่องแสงตลอดเวลา แผ่วเบาหรือเจิดจ้า อยู่ที่กำลังใจ ประกายกระบี่คมกล้า ประกายสายตายังมุ่งมั่น “เล่งฮู้ชง” ล้วงเข้าไปในอกเสื้อ หยิบพลุสัญญาณจุดส่งถึงเพื่อนร่วมสำนัก เชิญตักเติมกำลังใจจากหัวใจข้าพเจ้า เช่นที่ข้าพเจ้าตักเติมกำลังใจจากทุกท่านตลอดมา เรามิได้ประสงค์เผชิญหน้ากับค่ายพรรคสำนักใด แต่มิอาจละวางความหวังของเหล่าชาวยุทธ์ในห้วงทุกข์เข็ญได้ นี่คือปณิธานของสำนักเรา

กก.บห.ชิ่งไม่เกี่ยวเสนอนายกฯ

ขณะที่มีรายงานว่า ในวันที่ 11 ก.พ. นายรุ่งเรือง พิทยศิริ หนึ่งใน กก.บห.พรรคไทยรักษาชาติจะไปยื่นหนังสือถึง กกต.เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับมติของพรรคไทยรักษาชาติในการเสนอชื่อบัญชีนายกฯของพรรค จากการประชุมกรรมการบริหารพรรคในวันที่ 4 ก.พ.โดยจะนำเอกสารการยื่นใบลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรค กก.บห.ที่เสนอต่อ น.ส.ชยิกา วงศ์นภาจันทร์ นายทะเบียนพรรค เมื่อวันที่ 4 ก.พ. มายื่นต่อ กกต.ด้วย และแม้จะมีการเสนอชื่อให้อยู่ในบัญชีปาร์ตี้ลิสต์ของพรรค แต่นายรุ่งเรืองได้ขอถอนตัวมาก่อนหน้านี้แล้ว

“ศรีสุวรรณ” ยื่น กกต.ส่งศาลยุบ ทษช.

เมื่อวันที่ 10 ก.พ. นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย กล่าวว่า วันที่ 11 ก.พ. จะไปยื่นต่อ กกต.กรณีพรรคไทยรักษาชาติ เสนอชื่อบัญชีนายกฯของพรรค ก่อให้เกิดการถกเถียงอย่างกว้างขวางในสังคมไทย และเป็นการดำเนินการที่ละเมิดต่อข้อ 17 ของระเบียบ กกต.ว่าด้วยวิธีการหาเสียงและลักษณะต้องห้ามในการหาเสียง ดังนั้นสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จึงจะนำความพร้อมหลักฐานไปเป็นต้นเรื่องแจ้งต่อ กกต. เพื่อให้วินิจฉัยว่า การกระทำของพรรคไทยรักษาชาติดังกล่าวขัดต่อกฎหมาย และระเบียบการหาเสียงของ กกต. ข้อ 17 อันเข้าข่ายองค์ประกอบมาตรา 92 (2) ของ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง 2560 จึงเห็นว่า กกต.ควรจะต้องนำกรณีดังกล่าวเสนอต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อพิจารณาวินิจฉัยยุบพรรคไทยรักษาชาติต่อไป

“เชิดชัย” ถาม “ศรีสุวรรณ” ยุ่งอะไร

ขณะที่ นพ.เชิดชัย ตันติศิรินทร์ สมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ กล่าวว่า นายศรีสุวรรณมายุ่งอะไรไม่เข้าใจ แม้จะไปยื่นได้แต่ควรรอ กกต.พิจารณาออกมาก่อน จะเป็นตามนั้นหรือไม่ยังไม่รู้ เป็นเรื่องอนาคต พรรคไทยรักษาชาติทำตามกฎหมายทุกอย่าง ถ้า กกต.วินิจฉัยว่าเราทำไม่ถูกต้องก็จบกระบวนการ ส่วนเรื่องข่าวลือแกนนำพรรคถูกควบคุมตัว คงเป็นโรคประสาท มีการไปสร้างข่าวลือต่างๆนานา แต่ความจริงคืออะไร ยังไม่มีใครรู้ ได้คุยกับรองหัวหน้าพรรคบางท่านบ้าง ไม่เห็นมีอะไร เท่าที่สอบถาม ทุกคนก็ปลอดภัยดี เมื่อถามถึงการกดดันให้ กก.บห.พรรคลาออก เพื่อแสดงความรับผิดชอบ นพ.เชิดชัย กล่าวว่า ยังไม่ถึงเวลาแสดงสปิริต จะเป็นความผิดหรือไม่ ยังไม่รู้ เพราะทำตามกฎหมาย และมีแถลงการณ์น้อมรับพระราชโองการ ส่วนตัวขอไม่ออกความเห็นมาก รอให้ กกต.พิจารณาออกมาก่อน แล้วค่อยมาว่ากัน เวลานี้อยากให้ทุกคนสงบ ไม่อยากให้มีการดึงสถาบันเพื่อมาทำร้ายคนอื่น เพราะถือเป็นเรื่องไม่เหมาะสม

“มาร์ค” โยน กกต.พิจารณา

เมื่อเวลา 15.15 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ลงพื้นที่เขตลาดกระบังช่วยนายอนันต์ ฤกษ์ดี ผู้สมัคร ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ หมายเลข 9 หาเสียง ย่านตลาดบวรร่มเกล้า และตลาดเกรียงไกร เขตลาดกระบัง พร้อมให้สัมภาษณ์ถึงกรณีพรรคไทยรักษาชาติยื่นบัญชีรายชื่อนายกฯว่า พรรคประชาธิปัตย์ไม่มีการเคลื่อนไหว อะไร เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นพรรคไทยรักษาชาติต้องรับผิดชอบสิ่งที่ได้ทำลงไปและเป็นหน้าที่ กกต.ต้องพิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไรหรือไม่ ยืนยันว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่มีการไปยื่นให้ยุบพรรคไทยรักษาชาติ

แนะ “บิ๊กตู่” วางตัวหาเสียงให้เหมาะ

เมื่อถามถึงการวางตัวของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หลังจากตอบรับให้เสนอชื่อในบัญชีนายกฯของพรรคพลังประชารัฐ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ต้องทำให้ทุกฝ่ายเกิดความมั่นใจว่าการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการเลือกตั้งที่เป็นธรรม เพราะท่านยังดำรงตำแหน่งอยู่และถืออำนาจพิเศษ จึงเป็นภาระของท่านจะต้องทำอย่างไรให้คนมั่นใจว่าจะไม่มีการใช้สถานะต่างๆ ให้เกิดความได้เปรียบ ส่วนการจะใช้เวลาราชการไปหาเสียงได้หรือไม่นั้น ในอดีตตนใช้นอกเวลาราชการสามารถทำได้ ซึ่งค่อนข้างเป็นปัญหาเล็ก แต่ปัญหาที่ใหญ่กว่าคือ ทำอย่างไรไม่ให้การเดินหาเสียงเกี่ยวข้องกับการใช้อำนาจรัฐหรือใช้ทรัพย์สินบุคลากรของรัฐ ดังนั้นจึงต้องแสดงท่าทีอย่างไรให้เหมาะสม เพราะเป็นผลประโยชน์ของประเทศไม่ใช่ผลประโยชน์ของฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด การเลือกตั้งที่จะให้ทั่วโลกและคนไทยทั้งหมดมั่นใจความมีเสรีและเป็นธรรม จึงจะเป็นการเรียกศรัทธาและความเชื่อมั่นของทุกฝ่ายคืนกลับสู่ระบอบประชาธิปไตย ที่ท่านควรพิจารณาว่าควรจะทำอย่างไร

เมินไอเดียรัฐบาลเฉพาะกาล

เมื่อถามถึงกรณีที่ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี เสนอให้มีรัฐบาลเฉพาะกาลเพราะหวั่นว่าจะเกิดความขัดแย้งซ้ำรอยเดิมอีกนั้นนายอภิสิทธิ์กล่าวว่า เห็นท่านเสนอมาหลายอย่างแล้ว แต่วันนี้สังคมเรา ประชาชนกำลังเดินหน้าตามกระบวนการตามรัฐธรรมนูญทุกฝ่ายยังสามารถเดินหน้าได้ ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ ทำให้เห็นแล้วว่าเราสามารถตั้งหลักและเดินไปได้ เพราะเรายึดหลักการ

“สังศิต” ชี้ “ทักษิณ” เดินพลาด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสังศิต พิริยะรังสรรค์ คณะบดีวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต ได้ส่งบทความระบุถึงสถานการณ์ 8 ก.พ.โดย ระบุว่า การเสนอชื่อนายกฯของพรรคไทยรักษาชาติส่งผลกระทบต่อการเมืองและการเลือกตั้งค่อนข้างสูง โดยเห็นว่าพรรคไทยรักษาชาติต้องยุติบทบาททางการเมืองในแง่พฤตินัยอย่างน้อยที่สุดเป็นการชั่วคราว แต่มีความโน้มเอียงสูงว่า พรรคไทยรักษาชาติอาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายด้วย ยุทธศาสตร์ของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯที่จะให้พรรคไทยรักษาชาติเก็บคะแนน ส.ส.บัญชีรายชื่อจึงไม่เป็นจริงอีกต่อไปคนได้เห็นกลยุทธ์ที่ผิดพลาดของนายทักษิณที่ทำให้คนเห็นว่าทำได้ทุกอย่างเพียงแค่ได้อำนาจกลับคืนเท่านั้น

ประธาน กกต.เผยหารือปมร้อน

ส่วนความเคลื่อนไหวของ กกต.เมื่อวันที่ 10 ก.พ.นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดเผยว่า กกต.จะประชุมกันทุกวันจันทร์และวันอังคาร ซึ่งในวันพรุ่งนี้ (11 ก.พ.) ก็น่าจะมีวาระการพิจารณาในเรื่องของพรรคไทยรักษาชาติด้วยเช่นกัน เนื่องจากมีคำร้องเข้ามาให้พิจารณา ส่วนเรื่องบัญชีชื่อนายกรัฐมนตรีของพรรคไทยรักษา-ชาติต้องดำเนินการอย่างไรต่อไปนั้น ต้องพิจารณากันในที่ประชุม กกต.และมีการให้ความเห็นร่วมกัน หรือออกเป็นมติบนพื้นฐานของกฎหมายก่อน

ลั่นต้องรอบคอบและเป็นธรรม

นายอิทธิพรกล่าวว่า สำหรับกรณีที่นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จะยื่นคำร้องให้ กกต.เสนอศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรคไทยรักษาชาติ วันที่ 11 ก.พ.การยื่นคำร้องดังกล่าว สำนักงาน กกต.จะพิจารณาก่อนว่า คำร้องสมควรจะรับไว้หรือไม่ อย่างไรตามอำนาจหน้าที่ของสำนักงาน กกต. เมื่อรับคำร้องแล้วจะเสนอมาให้ กกต.พิจารณาต่อไป เรื่องยุบพรรคไทยรักษาชาติขอไม่แสดงความคิดเห็นว่า การดำเนินการของพรรคไทยรักษาชาติเสี่ยงต่อการยุบพรรคหรือไม่ แต่ยืนยันว่าทุกเรื่องที่ กกต.รับไว้จะพิจารณาไปตามขั้นตอนของกฎหมาย ดังนั้น กรณีของพรรคไทยรักษาชาติทั้งหมดจะต้องรอการพิจารณาของที่ ประชุม กกต.ก่อน ย้ำว่าจะพิจารณาอย่างละเอียดรอบคอบ และมีความเป็นธรรมมากที่สุด

คาดรับรองผู้สมัคร-บัญชีนายกฯก่อน 15 ก.พ.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุม กกต.วันที่ 11 ก.พ.จะมีการรายงานผลการเปิดรับสมัครส.ส.ในระบบบัญชีรายชื่อ และรายชื่อแคนดิเดตนายกฯที่แต่ละพรรคการเมืองเสนอ พร้อมรายละเอียดการตรวจสอบคุณสมบัติ จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ได้แจ้งมาให้ กกต.ได้พิจารณา ร่วมกับประเด็นข้อกฎหมายว่า กกต.จะมีอำนาจตรวจสอบคุณสมบัติรายชื่อแคนดิเดตนายกหรือไม่ หรือมีอำนาจเพียงต้องประกาศรายชื่อที่พรรคการเมืองเสนอมา ซึ่งมีแนวโน้มว่า กกต.จะประกาศรับรองรายชื่อทั้งสองส่วนโดยเร็ว ก่อนวันที่ 15 ก.พ. เนื่องจากต้องการให้พรรคการเมืองสามารถนำภาพแคนดิเดตนายก ไปใช้ในการหาเสียงได้เร็วขึ้น ตามที่ก่อนหน้านี้เลขา– ธิการ กกต.ขอให้ทุกพรรครอการประกาศรับรองรายชื่อจาก กกต.ก่อนค่อยเริ่มใช้ภาพแคนดิเดตนายกฯหาเสียง

หึ่ง “เลขาธิการ กกต.” ชงยุบ ทษช.

ขณะเดียวกัน มีแนวโน้มว่า พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต.ในฐานะนายทะเบียน พรรค การเมือง จะใช้อำนาจตามมาตรา 93 ความปรากฏต่อนายทะเบียน ตั้งคณะทำงาน รวบรวมพยานหลักฐาน ว่ากรณีการเสนอชื่อว่าที่นายกฯของพรรคไทยรักษาชาติเป็นการกระทำการที่เข้าข่ายผิดมาตรา 92 กฎหมายเดียวกัน ที่นายทะเบียนต้องรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน เพื่อเสนอพร้อมความเห็นต่อ กกต.พิจารณาส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบพรรคไทยรักษาชาติ และเพิกถอนสิทธิสมัครกรรมการบริหารพรรคหรือไม่ ทั้งนี้ ตามมาตรา 92 พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง กำหนดไว้ว่า เมื่อ กกต.มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าพรรคการเมืองใดกระทำการ (1) ล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศ โดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ (2) กระทำการอันอาจเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคการเมืองและเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของ กก.บห.พรรคการเมืองนั้น

“เรืองไกร” โวยเสนอชื่อ “ลุงตู่” มิชอบ

นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ทีมกฎหมายพรรคไทยรักษาชาติ กล่าวว่า ในวันที่ 11 ก.พ.เวลา 13.30 น. จะไปยื่น กกต.ให้พิจารณาไม่ประกาศรายชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อเป็นแคนดิเดตนายกฯในบัญชีของพรรคพลังประชารัฐ เนื่องจากไม่ถูกต้องตามข้อบังคับพรรคพลังประชารัฐ กล่าวคือ ข้อบังคับพรรคพลังประชารัฐ ข้อ 91 (1) ระบุว่า การเสนอชื่อบุคคลเป็นนายกฯจะต้องให้บุคคลผู้นั้นมีหนังสือยินยอมก่อน หากไม่ดำเนินการตามนี้ถือว่าไม่มีการเสนอชื่อบุคคลนั้น แต่ข้อเท็จจริงปรากฏว่า พรรคพลังประชารัฐพิจารณาคัดเลือก พล.อ.ประยุทธ์อยู่ในบัญชีนายกรัฐมนตรีของพรรค ก่อนที่ พล.อ.ประยุทธ์จะมีหนังสือยินยอม โดยที่ประชุมพรรคพลังประชารัฐมีมติเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์วันที่ 30 ม.ค.2562 แต่พล.อ.ประยุทธ์ยินยอมตอบรับการเสนอชื่อในวันที่ 8 ก.พ.2562 ถือว่าไม่เป็นไปตามข้อบังคับพรรคพลังประชารัฐ นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ยังเข้าข่ายลักษณะต้องห้ามเป็นนายกรัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญมาตรา 93 (8) ที่ห้ามเป็นเจ้าของสื่อมวลชนใดๆ แต่พล.อ.ประยุทธ์ถูกร้องว่า เป็นเจ้าของสื่อออนไลน์หลายชนิด จึงต้องไปร้องต่อ กกต.ให้ตรวจสอบกรณีดังกล่าว

“หมวดเจี๊ยบ” ชม มธ.-จุฬาฯแปรอักษร

ร.ท.หญิง สุณิสา ทิวากรดำรง รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวในฐานะนิสิตเก่าคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และศิษย์เก่าคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ว่า การแปรอักษรและขบวนพาเหรดล้อการเมืองในงานฟุตบอลประเพณีธรรมศาสตร์-จุฬาฯ ครั้งที่ 73 สะท้อนว่าเยาวชนรุ่นใหม่ไม่นิยมระบอบเผด็จการ หวังว่าหลังจากนี้จะไม่มีใครไปกดดันอาจารย์หรือมหา วิทยาลัยให้ไปเล่นงานเด็กๆ ที่ทำกิจกรรม เพราะในโลกโซเชียลมีการแชร์ภาพเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบจำนวนมากที่ปลอมตัวใส่เสื้อเชียร์บอล ธรรมศาสตร์-จุฬาฯ เพื่อแฝงตัวแอบถ่ายรูปนิสิตนักศึกษา ทำให้ผู้ปกครองและเด็กๆไม่สบายใจ พล.อ.ประยุทธ์ ควรเปิดใจให้กว้างๆ แล้วยอมรับความจริงว่านี่คือเสียงสะท้อนของประชาชน

พปชร.คึกคักปล่อยรถหาเสียงใน กทม.

ด้านความเคลื่อนไหวการหาเสียงของพรรค การเมือง เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ลานคนเมือง กทม.นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รองหัวหน้าพรรค นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รองหัวหน้าพรรค นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ กก.บห. และนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล โฆษกพรรค พร้อมด้วยผู้สมัคร ส.ส.กทม. ร่วมปล่อยขบวนรถแห่ 60 คัน เพื่อหาเสียงในเขตกรุงเทพฯทั้ง 30 เขต นายอุตตมกล่าวเปิดงานว่า วันนี้เรามาแสดงในเชิงสัญลักษณ์ด้วยกัน จากนี้ไปขอให้ผู้สมัครเดินติดดิน เคาะทุกบ้าน พวกเราขอมาอาสาให้ชาวกรุงเทพฯเปลี่ยนแปลงชีวิตคนกรุงเทพฯให้ดีขึ้นด้วยตัวพวกเราและนโยบาย ที่สำคัญยืนยันว่าทุกคนในพรรคยืนข้างความถูกต้อง จะไม่ทำในสิ่งที่ไม่บังควรเป็นอันขาด เราพร้อมเดินหน้าไปเต็มตัว ให้เราได้รับใช้พี่น้องประชาชนในช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านนี้ไปสู่ชีวิตที่ดีกว่า เพื่อความก้าวหน้าและยั่งยืนของชาว กทม.

“อุตตม” เล็งถก “บิ๊กตู่” เดินงานพรรค

นายอุตตมให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. สามารถช่วยพรรคหาเสียงได้หรือไม่ว่า คงต้องพิจารณาว่าท่านจะปฏิบัติตัวอย่างไรให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์กติกาของการเลือกตั้ง อะไรทำได้หรือไม่ได้ ส่วนที่เกี่ยวกับ พล.อ.ประยุทธ์มีผู้ที่ดูแลเรื่องนี้อยู่ ส่วนการขึ้นภาพ พล.อ.ประยุทธ์บนป้ายหาเสียง สามารถทำได้ และมีผู้สมัครบางส่วนได้เริ่มทำแล้ว เมื่อถามว่าเหตุผลที่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบรับให้เสนอชื่อเป็นนายกฯในบัญชีพรรคมีปัจจัยอื่นนอกเหนือจากนโยบายพรรคหรือไม่ นายอุตตมกล่าวว่า ตนคิดว่าท่านคงพิจารณาจากปัจจัยที่เกี่ยวข้องประกอบกัน นโยบายถือเป็นเรื่องหนึ่ง แต่ยังมีเรื่องของบุคลากร คนของพรรคด้วย เราเดินหน้าเหมือนเดิมทุกอย่าง พรรคมีเป้าหมาย นโยบาย ยุทธศาสตร์ คนของเรา เดินหน้าเต็มที่ ส่วน พล.อ.ประยุทธ์จะนำใครเข้ามา ช่วยงานหรือไม่ เป็นเรื่องที่ท่านจะพิจารณา พรรคคงจะได้มีโอกาสหารือกับท่านแน่นอน แต่ขณะนี้ยังไม่ได้นัดหมายเข้าไปพูดคุย

ลั่นไม่สังฆกรรมพวกไม่เคารพประเพณี

เมื่อถามว่า ยืนยันหรือไม่ พรรคพลังประชารัฐ จะไม่สามารถร่วมงานกับพรรคไทยรักษาชาติอย่างแน่นอน นายอุตตมกล่าวว่า “เอาอย่างนี้แล้วกัน หลักการของเรา เมื่อผลการเลือกตั้งปรากฏแล้ว ต้องนำไปสู่การหารือกันอย่างแน่นอนระหว่างพรรค การเมือง พรรคพลังประชารัฐมีอุดมการณ์ชัดเจนว่า เราทำเพื่อแผ่นดิน ประชาธิปไตย เรายืนอยู่ข้างประชาธิปไตยที่เป็นของแท้ของคนไทย ถ้าอุดมการณ์ไม่ตรงกัน เราคงไม่ร่วมงาน พรรคการเมืองที่เราจะร่วมงานด้วยต้องเหมือนตัวเรา ทุกคนต้องเคารพกฎหมาย กฎกติกา ธรรมเนียมประเพณีปฏิบัติ ถ้าเราจะก้าวเข้าสู่ความสงบสุขที่แท้จริง สิ่งเหล่านี้ต้องเคารพกัน ไม่ว่าจะเป็นพรรคการเมืองใด”

“ธนกร” วอนอย่าเลือกสายพันธุ์โกง

นายธนกร วังบุญคงชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งนี้พรรคพลังประชารัฐมีบุคลากรที่มีความรู้ ความสามารถมากมาย และเรามีผู้นำตัวจริงเสียงจริงที่จะมาบริหารประเทศในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เพื่อนำพาประเทศไปสู่ความสงบและความเจริญอย่างยั่งยืน ดังนั้น ในการเลือกตั้งครั้งนี้อยากวิงวอนพี่น้องประชาชนทั่วประเทศว่า อย่าเลือกกลุ่มการเมืองที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตโกงชาติ โกงแผ่นดินให้เข้ามาบริหารประเทศเด็ดขาด ที่ผ่านมาบ้านเมืองเสียหายมามากแล้ว ตนเชื่อว่าพี่น้องประชาชนทั่วประเทศทราบดี อย่าให้ สายพันธุ์การทุจริตเข้ามาบริหารประเทศ ไม่เช่นนั้น บ้านเมืองจะเกิดความเสียหายเหมือนในอดีต และจะนำไปสู่ความขัดแย้งอีก

“เฉลิม” ลุยช่วย “ลูกวัน” หาเสียง

เมื่อเวลา 17.00 น. ที่หมู่บ้าน เอส.เค. ซึ่งอยู่ติดกับถนนกาญจนาภิเษก เขตบางบอน ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง หัวหน้าทีมปราศรัยพรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่ช่วยนายวัน อยู่บำรุง ผู้สมัคร ส.ส.พรรคเพื่อไทยหาเสียง มีประชาชนให้ความสนใจ และสอบถามถึงเรื่องนโยบายของพรรคต่อการเลือกตั้ง โดย ร.ต.อ.เฉลิมระบุ นโยบายของพรรคมีหลายเรื่องที่เน้นแก้ไขปัญหาของประชาชน โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหายาเสพติดที่จะนำระบบบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติดมาเป็นนโยบายส่วนหนึ่งของพรรค

“ธนาธร” ชวนคน กทม.ออกกำลังกาย

เมื่อเวลา 06.00 น. ที่สวนหลวง ร.9 นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ นายรณวิต หล่อเลิศสุนทร รองหัวหน้าพรรค พร้อมด้วยผู้สมัคร ส.ส.กทม.ชวนประชาชนในพื้นที่วิ่งออกกำลังกาย โดยได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น ทั้งเด็ก วัยรุ่น และผู้สูงอายุที่ออกกำลังกาย ให้ความสนใจและมาขอถ่ายรูปเป็นจำนวนมาก นายธนาธรกล่าวว่า พรรคอนาคตใหม่ให้ความสำคัญกับเรื่องคน จึงมีนโยบายรัฐสวัสดิการ ที่อยากผลักดันให้เกิดขึ้นในประเทศไทย ซึ่งเป็นระบบสวัสดิการที่เป็นสิทธิสำหรับทุกคน ไม่ใช่การสงเคราะห์ ไม่ต้องมาพิสูจน์ความยากจนใดๆทั้งสิ้น แต่รัฐดูแลทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน และเราจะเพิ่มเงินค่าครองชีพผู้สูงอายุเป็นเดือนละ 1,800 บาท อายุถึง 60 ปีปุ๊บมีเงินโอนเข้าบัญชีทันที ซึ่งทั้งหมดนี้เรามั่นใจว่าสามารถทำได้ โดยไม่เสียวินัยทางการคลัง มีที่มาของรายได้ชัดเจน แน่นอน เช่น ลดงบกองทัพที่นำไปซื้ออาวุธ เป็นต้น

“วิฑูรย์” สุดทนอยู่อันดับ 40 ปาร์ตี้ลิสต์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 12.50 น. นายวิฑูรย์ นามบุตร รองหัวหน้าพรรค ดูแลรับผิดชอบพื้นที่ภาคอีสาน เขียนข้อความลงในไลน์กลุ่ม ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ว่า ดูบัญชีรายชื่อ ส.ส.ของพรรคประชาธิปัตย์แล้วคิดอย่างไร เอาหลักคิดวิธีการจัดลำดับอย่างไร คนไม่ออกทุน ได้ 21 คนไม่ออกแรง ไม่ออกทุน ไม่ทำกิจกรรมร่วมกับพรรค ไม่ลงพื้นที่ ลำดับ 28 เอาพวกเด็กๆอยู่ลำดับ 10-20-30 ส่วนรองหัวหน้าพรรคภาคอีสาน ออกทุน ออกแรงเป็นคนเก่ามั่นคงไม่เคยย้ายพรรค สู้ไม่ถอย แม้กระทั่งเหลือ ปชป.อุบลฯคนเดียว ก็สู้ ช่วงเลือกหัวหน้าพรรค ออกแรงเชียร์อภิสิทธิ์เต็มตัว เต็มที่ จนกลุ่มท่านบัญญัติ บรรทัดฐาน หมอวรงค์ เดชกิจวิกรม ไม่พอใจ แต่เปิดหน้าชนเพื่อนายอภิสิทธิ์จะได้เป็นหัวหน้าพรรค สุดท้ายนายอภิสิทธิ์จัดให้ลำดับ 40 ใครช่วยตอบที แบบนี้มันประหารกันชัดๆ

โอดเจ็บปวดถูกประหารทางการเมือง

“เลือกตั้งครั้งนี้ จะพิสูจน์ว่าอีสานจะเหลือและจะได้ ส.ส.อีสาน กี่คน อีกไม่นานเกินรอ ก็จะรู้ ใครไม่เป็นผมไม่รู้หรอกครับว่ามันเจ็บปวดแค่ไหน มันประหาร ชีวิตทางการเมืองกันชัดเจน ขอโทษเพื่อนๆ ขอบ่นหน่อย มีอะไรก็อยากบอกให้ทราบ สุดท้ายผมก็ประชาธิปัตย์ เลือดทุกหยดคือ ปชป. เพราะชีวิตนี้เลือกแล้วการเมืองคือ ประชาธิปัตย์พรรคเดียวและพรรคสุดท้ายครับ” นายวิฑูรย์กล่าว

แฉเด็ก “จุติ-กลุ่มทุน” ได้ดีถ้วนหน้า

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับรายชื่อของผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ที่ถูกพาดพิงถึงไลน์ที่นายวิฑูรย์ระบุ ลำดับที่ 21 คือ นายสุทัศน์ เงินหมื่น ลำดับที่ 28 นายไชยยศ จิรเมธากร ลำดับที่ 10 นางศิริวรรณ ปราศจากศัตรู ลำดับที่ 20 น.ส. จิตภัสร์ กฤดากร ลำดับที่ 30 นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ส่วนใหญ่ล้วนเป็นเครือข่ายหรือคนใกล้ชิดทีมงานของนายจุติ ไกรฤกษ์ เลขาธิการพรรค คนปัจจุบัน ที่ได้รับการวิพากษ์วิจารณ์จากบรรดาอดีต ส.ส.อาวุโส ที่ถูกจัดลำดับให้อยู่ในโซนอันตรายเพราะมีการวิเคราะห์ว่า ส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรคประชาธิปัตย์ในเขตปลอดภัยหรือได้เป็น อยู่ลำดับ ที่ 30-35 นอกจากนั้น เสี่ยงสอบตก หรือเป็นที่พูดแซวในพรรคว่าอยู่ในลำดับที่เกือบได้ โดยมีอดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ที่เป็นคนเก่าแก่ในพรรค บางคนถึงกับพูดว่า ยุคนี้ผู้บริหารพรรคที่กุมอำนาจมุ่งบริหารงานพรรคประชาธิปัตย์ สไตล์พรรคประชากรไทย เพราะคิดถึงกลุ่มทุน ผลประโยชน์ก่อนคนทำงานและเสียสละให้พรรค

“ศุภมาส” ชูแก้จราจรให้คนกรุง

น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า พรรคภูมิใจไทยมีนโยบายแก้ปัญหาให้กับชาวกรุงเทพฯหลายประการ โดยต้องการให้พี่น้องชาวกรุงเทพฯมีชีวิตสะดวกสบายยิ่งขึ้น ซึ่งตนได้กำชับให้ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.เขตกรุงเทพฯ 30 เขตไปนำเสนอนโยบายต่อพี่น้องชาวกรุงเทพฯ โดยเฉพาะการใช้เทคโนโลยีมาแก้ปัญหาการจราจรโดยให้ประชาชนสามารถเรียกรถผ่านแอปพลิเคชันอย่างถูกกฎหมายทุกคัน นอกจากเป็นการเพิ่มทางเลือกแล้ว ยังเป็นการสร้างงานสร้างรายได้และลดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล เพื่อลดปริมาณการจราจร ลดการใช้พลังงาน และลดมลพิษให้กับคนกรุงเทพฯ นอกจากนี้ ยังมีนโยบาย Home Office ซึ่งอยู่บ้านก็ทำงานได้ พร้อมสนับสนุนการศึกษาผ่านออนไลน์ตามโครงการ Thailand Sharing University เรียนฟรีตลอดชีวิต

“ภราดรภาพ” ลุยขอคะแนนปากน้ำ

ที่บริเวณตลาดปากน้ำ อ.เมืองสมุทรปราการ นายพันธ์ยศ อัครอมรพงศ์ เลขาธิการพรรคภราดรภาพ น.ส.พรปวีณ์ อภิชาติโรจน์สกุล ผู้สมัคร ส.ส.สมุทรปราการ เขต 1 และคณะลงพื้นที่หาเสียงพบปะพ่อค้าแม่ค้าที่ขายของภายในตลาดพร้อมกับแจกเอกสารแนะนำตัวและนโยบายของพรรค เนื่องจากเป็นพรรค ใหม่ที่มี ม.ร.ว.ดำรงดิศ ดิศกุล เป็นหัวหน้าพรรค โดยชูนโยบายลดความเหลื่อมล้ำ สร้างเท่าเทียมคนจนคนรวย เพิ่มการจ้างงาน กระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี น.ส.พรปวีณ์กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้เพื่อสำรวจความต้องการและปัญหาความเป็นอยู่รวมถึงการค้าขายว่าขายของดีหรือไม่ เนื่องจากทุกวันนี้ประชาชนหลายคนต่างบอกว่า เศรษฐกิจตกต่ำมาก ค้าขายไม่ค่อยได้ รวมถึงปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ สัมผัสได้ว่าการค้าขายไม่คึกคักเหมือนแต่ก่อน

แนะรัฐบาลส่งเสริมผ้าทอมือ

ส่วนที่ จ.อุดรธานี พล.ท.ชุมพร วิเชียร ประธานที่ปรึกษาพรรคภราดรภาพ นายรัตนพัฒน์ ปีวิเศษกุลเดช รองหัวหน้าพรรค พร้อมทีมงานลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชนชาวตลาดผ้าบ้านนาข่า ต.นาข่า อ.เมืองอุดรธานี โดย พล.ท.ชุมพรเปิดเผยว่า จากการลงพื้นที่พูดคุยกับพ่อค้าแม่ค้าในตลาดพบว่าผู้ประกอบการส่วนใหญ่เป็นคนที่อาศัยอยู่ในชุมชน ผลิตผ้าฝ้าย ผ้าไหม ผ้ามัดหมี่ ผ้าผืนและผลิตภัณฑ์ที่ทำจากผ้าทอมือมีลักษณะโดดเด่นมีเอกลักษณ์เฉพาะผ้าพื้นเมืองของอุดรธานีและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เหมาะซื้อเป็นของฝากของที่ระลึก รัฐบาลโดยเฉพาะกระทรวงพาณิชย์ควรจะเร่งสั่งการให้จังหวัดเข้าไปช่วยเหลือในการพัฒนาและยกระดับตลาดผ้านาข่าให้เป็นสมาร์ทมาร์เกต เพื่อรองรับการเป็นศูนย์กลางตลาดผ้าทอมือในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง โดยกำหนดให้เป็นศูนย์รวบรวมและกระจายสินค้าผ้าทอมือของทุกจังหวัดในประเทศไทยเพื่อส่งออกประเทศเพื่อนบ้าน และควรส่งเสริมให้มีการนำระบบการค้าออนไลน์มาขายผ้าทอมือเพื่อสร้างโอกาสทางการตลาดให้กับผู้ประกอบการเพิ่มขึ้น

“เสรีพิศุทธ์” รับปากแก้ไขราคายาง

ขณะเดียวกัน พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทยและคณะลงพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช ช่วยหาเสียงให้กับว่าที่ ร.ต.อภิรัฐ รัตนพันธ์ ผู้สมัคร ส.ส.นครศรีธรรมราช เขต 4 พรรคเสรีรวมไทย หมายเลข 24 โดยช่วงเช้าไปที่ตลาดเช้า อ.ทุ่งสง พบปะชาวบ้านที่ตลาดบ้านเคี่ยมงาม อ.บางขัน ตลาดบ้านลำนาว อ.บางขันและชาวบ้าน ต.เขาขาว อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช ต่อมาช่วงบ่ายวันเดียวกันเดินทางเป็นประธานเปิดศูนย์ประสานงานพรรคเสรีรวมไทย เขตเลือกตั้งที่ 4 อ.บางขัน อ.ทุ่งสง ของว่าที่ ร.ต.อภิรัฐ รัตนพันธ์ ผู้สมัคร ส.ส.นครศรีธรรมราชที่หมู่ 1 ต.ชะมาย อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช โดยได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากชาว อ.ทุ่งสง และ อ.บางขัน โดย พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์กล่าวว่า หากได้เป็นนายกรัฐมนตรีหรือเป็นรัฐบาลจะเร่งแก้ไขปัญหาราคายางตกต่ำให้ได้ กก.ละ 60 บาทและปาล์มราคา 5 บาท หากได้ร่วมรัฐบาลจะยืนยันไม่ขอร่วมกับพรรคทหารหรือฝ่ายเผด็จการอย่างเด็ดขาด

“ภราดร” อ้อนคนอ่างทอง

ที่บริเวณศาลาวัดโพธิวงษ์ อ.เมืองอ่างทอง นายภราดร ปริศนานันทกุล ผู้สมัคร ส.ส.อ่างทอง หมายเลข 8 พรรคภูมิใจไทย ลูกชายนายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล พร้อมทีมงานลงพื้นที่พบปะขอคะแนน และเปิดเวทีปราศรัยว่า พร้อมเป็นกระบอกเสียง แก้ไขและช่วยเหลือปัญหาของชาวบ้าน อยากให้พี่น้องประชาชนตัดสินใจและชั่งใจให้ดีว่าในครั้งนี้ชาวจังหวัดอ่างทองเลือกใครเอาไว้ใช้งาน ตนพยายามบอกกับประชาชนว่าในยามทุกข์ยามสุขตนจะอยู่คอยดูแลในพื้นที่ตลอด เป็นคนที่ทำงานอยู่ใกล้ชิดกับชาวบ้าน ไม่ว่าจะมีตำแหน่งหรือไม่มีตำแหน่งเป็นผู้แทนหรือไม่ จะขออยู่แก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องชาวจังหวัดอ่างทองตลอดไป

โพลเผยอยากได้นายกฯเก่งแก้จน

นายนพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล กล่าวว่า ตามที่สำนักวิจัยซูเปอร์โพลได้ทำการสำรวจภาคสนาม เรื่อง ปัญหาปากท้องประชาชนกับภาพนายกรัฐมนตรีคนต่อไป ซึ่งพบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 88.4 ระบุยังไม่เห็นมีใครตอนนี้ที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีที่เก่ง แก้ปัญหาปากท้องประชาชนได้ ในขณะที่ส่วนน้อย หรือเพียงร้อยละ 11.6 ระบุ มีในใจแล้ว ผลสำรวจที่ผ่านมาหลายครั้งชี้ให้เห็นว่า ปัญหาปากท้องของประชาชนเป็นปัญหาใหญ่ที่สุดและคนส่วนน้อยของประเทศอยู่ในฐานะมั่นคงรายได้ดี ผลสำรวจครั้งนี้ตอกย้ำว่า คนส่วนใหญ่ของประเทศอยู่ในฐานะกลางๆ แค่ประคองตัวและกำลังมองหาคนจะเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไปที่เก่ง เน้นด้านเศรษฐกิจแก้ปัญหาปากท้องของประชาชนได้ดีเคยมีผลงานจับต้องได้ไม่ทอดทิ้งชาวบ้านคนจนมุ่งช่วยเหลือคนส่วนใหญ่ของประเทศ แต่ยังไม่มีใครในใจตอนนี้เพราะภาพนายกรัฐมนตรีคนต่อไปยังคงเบลอๆ ไม่ชัดเจนว่าจะเป็นใคร

ส่วนใหญ่โดนใจนโยบายอยู่ดีกินดี

ขณะที่ “สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ได้สำรวจความคิดเห็นของผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั่วประเทศต่อ “นโยบายที่โดนใจผู้มีสิทธิเลือกตั้ง” ซึ่งผู้มีสิทธิ เลือกตั้ง ส.ส.ต่างชื่นชอบนโยบายที่คล้ายคลึงกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งนโยบายกินดีอยู่ดี มีงานทำ ขึ้นค่าแรง และเงินเดือนมากที่สุด ตามด้วยนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน การแก้ปัญหาด้านการเกษตร ราคาพืชผลดี ลดค่าครองชีพ ควบคุมราคาสินค้า แก้ปัญหาทุจริต ยาเสพติด ผู้มีอิทธิพล ส่วนกลุ่มอายุที่อยู่ในช่วงวัยรุ่น ทั้งชายและหญิงต่างชื่นชอบในนโยบายพัฒนาการศึกษาไทย ดูแลครู นักเรียน การกินดีอยู่ดี มีงานทำ ขึ้นค่าแรงและเงินเดือน กระตุ้นเศรษฐกิจการค้าการลงทุน

ทบ.ขออย่าตื่นยานเกราะไปฝึก

อีกด้าน เมื่อวันที่ 10 ก.พ. พล.ต.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธ์ ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ (ผบ.พล.ร.2 รอ.) กล่าวถึงกรณีที่มีคลิปวิดีโอ ที่มีประชาชนนำมาเผยแพร่ทางสื่อโซเชียลมีเดียว่ามีรถถังล้อยางวิ่งอยู่บนถนนหลวง มุ่งหน้ากรุงเทพฯ ว่า ยานพาหนะดังกล่าว เป็นยานพาหนะของพล. ร.2 รอ. จะเดินทางไปฝึกร่วมหน่วยทหารรักษาพระองค์ ประจำปี 2562 ที่ จ.ลพบุรี ห้วงนี้ มีอยู่ด้วยกัน 3 ส่วน ที่จะเดินทางมาร่วมการฝึก ส่วนที่ 1 จาก จ.ปราจีนบุรี เดินทางไปยัง จ.ลพบุรี เป็นรถยานเกราะ ล้อยาง (BTR) ซึ่งสามารถวิ่งไปเองได้ และอีกส่วนหนึ่งจาก จ.ชลบุรีไป จ.ลพบุรี ก็จะเป็นยานเกราะล้อยาง (BTR) ที่สามารถวิ่งไปเองได้เช่นเดียวกัน และส่วนที่สามจาก จ.สระแก้ว ไป จ.ลพบุรี ยานเกราะสายพาน (APC) ซึ่งหากระยะทางเกิน 100 กิโลเมตร จะต้องใส่รถบรรทุกชานต่ำ เพื่อขนย้าย ไปร่วมการฝึก จนจบภารกิจช่วงปลายเดือน ก.พ. และจะเคลื่อนย้ายกลับที่ตั้ง ด้วยวิธีเดิมที่เคลื่อนย้ายมา

“ไทยรัฐทีวี” จัดดีเบตวิสัยทัศน์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 11 ก.พ.เวลา 18.00-20.00 น.ไทยรัฐทีวี จัดเวทีดีเบตครั้งที่ 1 ภายใต้ชื่อ “ไทยรัฐเลือกตั้ง 62” ในหัวข้อ “เปิดวิสัยทัศน์พรรค การเมือง” โดยมีแกนนำพรรคการเมืองตอบรับร่วมเปิดวิสัยทัศน์และพูดคุยถึงสถานการณ์การเมือง ประกอบด้วย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์เลือกตั้งพรรคเพื่อไทย นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ รองหัวหน้าพรรครวมพลังประชาชาติไทย และนายไพบูลย์ นิติตะวัน หัวหน้าพรรคประชาชนปฏิรูป โดยมี น.ส.จอมขวัญ หลาวเพ็ชร และนายภาคภูมิ พันธุ์สถิตย์ เป็นผู้ดำเนินรายการ พร้อมถ่ายทอดสดทางสถานีโทรทัศน์ไทยรัฐทีวีช่อง 32

หน้าใหม่ประชันเวทีย่อย

นอกจากนี้ วันพุธที่ 13 ก.พ. จะมีเวทีดีเบตย่อยผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ของไทยรัฐ ในหัวข้อ แก้ปัญหาโกงกิน นักการเมืองรุ่นใหม่ “เอาอยู่?” โดยมีนักการเมืองหน้าใหม่จากหลายพรรคการเมืองเข้าร่วมประชันวิสัยทัศน์ในเวลา 18.00-19.30 น. อาทิ ตรีรัตน์ ศิริจันทโรภาส จากพรรคเพื่อไทย นายพริษฐ์ วัชรสินธุ จากประชาธิปัตย์ ช่อ พรรณิการ์ วานิช พรรคอนาคตใหม่ นายมงคลกิตต์ สุขสินธารานนท์ จากพรรคไทยศรีวิไลย์ นายณัฐพงษ์ รอบคอบ จากพรรคพลังท้องถิ่นไท และนายณัฐดนัย ชนิตร์วัฒน์ พรรคพลังธรรมใหม่

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้